<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักฐานมัดส.ต.ท.คนดังเข้าปิ้งเสพค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับ ส.ต.ท.กับเพื่อนมั่วยาเสพติด ยึดของกลางทั้งยาบ้า ไอซ์ และน้ำใบกระท่อม เพื่อนรับแต่โดยดี แต่ผู้หมู่ยืนกรานปฏิเสธ อ้างแวะไปหาเพราะไม่เจอกันนาน เผยเคยร้องถูกตำรวจ บช.ภ.9 อุ้มรีดค่าไถ่ 5 แสนเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ นำโดย พ.ต.อ.ธิติ กิจรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.บางกล่ำ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 47/3 หมู่ 5 บ้านหนองขวน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จับกุม ส.ต.ท.สัญลักษณ์ หรือแบงก์ จันทร์ดำ อายุ 24 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และนายปิยะพงศ์ เรืองช่วย อายุ 31 ปี ลูกชายผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ พร้อมยาบ้า 89 เม็ด ยาไอซ์ 3.50 กรัม อาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องชั่งดิจิตอล หลอดกาแฟสำหรับตักยาไอซ์ และน้ำใบกระท่อมอีกจำนวนหนึ่ง หลังได้รับรายงานว่าบ้านหลังนี้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติด ดำเนินคดีใน 2 ข้อหาคือ ร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) และข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ซึ่งเดินทางไปดูแลคดีนี้ เปิดเผยว่า การจับกุม ส.ต.ท.สัญลักษณ์ เนื่องจากสืบทราบว่าที่บ้านเป้าหมายมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดและลักลอบค้ายาเสพติด เมื่อตำรวจไปถึงก็พบชาย 2 คนอยู่ในห้องนอนพร้อมของกลาง ซึ่งหนึ่งในนั้นบอกว่าตัวเองเป็นตำรวจ แต่ไม่มีบัตรมาแสดง จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้ และเมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นตำรวจจริง ชื่อ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ หลังจากนี้จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งมีโทษถึงขั้นไล่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ เคยปรากฏเป็นข่าวดังมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 62 หลังจากออกมาร้องเรียนว่าถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวน บช.ภ.9 รวมกว่า 10 คน ยึดอาวุธปืนประจำกาย 2 กระบอก และอุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชายที่ไม่ได้เป็นตำรวจอีก 5 คน นำตัวเข้าเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เรียกค่าไถ่รวมกันเป็นเงิน 5 แสนบาท กระทั่งตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินการทั้งวินัยและอาญา มีทั้งที่ถูกย้าย พักราชการ ขณะที่ในทางการสอบสวนพบว่า ส.ต.ท.สัญลักษณ์มีส่วนพัวพันกับยาเสพติดด้วย แต่หลักฐานไม่ชัด ไม่สามารถเอาผิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อบ่ายวันที่ 8 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำได้ควบคุมตัว ส.ต.ท.สัญลักษณ์ไปตรวจค้นที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อหายาเสพติดที่อาจจะซุกซ่อนเอาไว้เพิ่มเติม รวมทั้งสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ แต่ไม่พบ นอกจากนี้ยังได้ควบคุมตัวนายปิยะพงศ์ เพื่อนที่ถูกจับกุมอีกคนไปชี้จุดบริเวณถนนสายเอเชีย พื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ที่มีการรับส่งยาบ้ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส.ต.ท.สัญลักษณ์ได้ปฏิเสธข้อหายาเสพติด โดยบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาบ้าและยาไอซ์ที่พบแต่อย่างใด แต่ยอมรับสารภาพข้อหาอาวุธปืน พร้อมกับอ้างว่าในวันเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปหานายปิยะพงศ์ซึ่งรู้จักกันและไม่ได้พบกันมานาน โดยนัดเจอกันที่บ้านหลังนี้ และเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบน้ำใบกระท่อมอยู่ในหม้อ แต่ไม่พบยาเสพติดอื่นๆ แต่อย่างใด ขณะที่นายปิยะพงศ์ให้การว่า ยาบ้าและยาไอซ์ที่ตำรวจยึดได้พบในห้องที่เกิดเหตุและวางอยู่ตรงกลางจุดที่ตนและ ส.ต.ท.สัญลักษณ์นั่งกันอยู่สองคนจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะพงศ์ เรืองช่วย, พ.ต.อ.ธิติ กิจรุ่งโรจน์, พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์, ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c8d5cf217a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บชภ.9ฟัน4ตำรวจ อุ้มส.ต.ท.รีดค่าไถ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บช.ภ.9 แถลงความคืบหน้าคดีตำรวจอุ้มตำรวจ เผยดำเนินคดีอาญาตำรวจ 3 นายกับพลเรือน 1 คน ส่วนทางวินัย อยู่ระหว่างสอบสวนในฐานความผิดประพฤติชั่วร้ายแรง เผยเจ้าทุกข์มีหลักฐานสำคัญคือข้อความที่แก๊งอุ้มแช้ตถึง จะคืนเงินและรถเพื่อจบคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร มีรายงานว่า ทีมโฆษกกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกแถลงชี้แจงคดีตำรวจอุ้มตำรวจไปเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 5 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายคือ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระบุว่าถูกตำรวจสังกัด บช.ภ.9 ร่วมกันอุ้มไปขังไว้ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในซอย 18 ถนนรัตนอุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงระบุว่า การดำเนินการคดีนี้แยกเป็น 2 ประเด็น คือการดำเนินการคดีอาญา กับการดำเนินการทางวินัย โดยในส่วนของคดีอาญาได้ดำเนินคดีข้าราชการตำรวจจำนวน 3 นาย พลเรือน 1 คน ในความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ตาม ป.อาญา มาตรา 313&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการทางวินัย ได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการตำรวจจำนวน 4 นาย เป็นข้าราชการตำรวจ กองบังคับการสืบสวนภาค 9 จำนวน 3 นาย เป็นข้าราชการตำรวจ สภ.คอหงส์ จำนวน 1 นาย ในความผิดฐาน กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (5) โทษคือไล่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้มีตำรวจที่เกี่ยวข้องขณะนี้จำนวน 4 นาย ที่โดนทั้งคดีอาญาและทางวินัย 3 นายคือ ดาบตำรวจธีรยุทธ สุวรรณรัตน์, ดาบตำรวจสิรภพ หมื่นหนู และดาบตำรวจพิรชัช หวั้นเส้ง เนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ส่วนอีก 1 นายที่เป็นตำรวจ สภ.คอหงส์ ยังถูกดำเนินการทางวินัย ซึ่งหากผู้เสียหายแจ้งความก็จะถูกดำเนินคดีอาญาด้วยเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ได้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติมอีก 2 คน คือนายรุ่งเกียร์ติ หนูพันธ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย 6 คนที่ถูกตำรวจอุ้มไปที่เซฟเฮาส์และถูกซ้อมได้รับบาดเจ็บ และนางอุบล จันทร์ดำ อายุ 48 ปี แม่ของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ เป็นผู้ประสานงานเรื่องเงินค่าไถ่กับตำรวจ โดยผู้เป็นแม่ได้นำหลักฐานที่เป็นการแช้ตไลน์มามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งชี้ตัวยืนยันตำรวจ 3 นาย และหญิงสาวอีก 1 คนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินค่าไถ่ตัว ซึ่งชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่นายรุ่งรัตน์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้แจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอุบลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางหญิงสาวที่เป็นผู้ประสานงานและอ้างว่าเป็นเมียตำรวจได้ติดต่อมาเพื่อที่จะขอคืนเงินและคืนรถเก๋งที่ยึดไป แต่หลังจากเรื่องนี้กลายเป็นข่าวและมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีก็เงียบหายไปทั้งหมด ซึ่งคดีนี้ขอให้ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรุ่งรัตน์เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ถูกอุ้มไปที่เซฟเฮาส์จำนวน 6 คน รวมทั้ง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ และถูกทำร้ายร่างกาย 5 คน มีเพียงคนเดียวที่ไม่โดนคือ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ที่เป็นตำรวจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdab8cb0f0b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง3ดต.-สอบซ้ำ พันแก๊งอุ้มรีดสตท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นสังกัดสั่งเด้ง 3 ดาบตำรวจ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังถูกดำเนินคดีตั้งแก๊งอุ้มสีเดียวกันไปเรียกค่าไถ่ 5 แสนบาท พบสัญญาบัตรมีเอี่ยว ได้หลักฐานสำคัญคือข้อความที่แช้ตผ่านสื่อโซเชียล บิ๊กแป๊ะลั่นผิดจริงฟันทั้งอาญา วินัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้มีหนังสือร้องเรียน ชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า กว่า 10 คน ยึดอาวุธประจำกาย 2 กระบอก และอุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมเพื่อนอีก 5 คน ไปเรียกค่าไถ่เป็นเงินกว่า 5 แสนบาท แต่ต่อรองเหลือ 2 แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดพร้อมรถยนต์ 1 คัน ว่า เบื้องต้นกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรรวจภูธรภาค 9 (บก.สส.ภ.9) มีคำสั่งให้ ด.ต.ธีระยุทธ สุวรรณรัตน์ ผบ.หมู่ กก.สส.3 บก.สส.ภ.9, ด.ต.สิรภพ หมื่นหนู ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.9 และ ด.ต.พิรัช หวันเส้ง ผบ.หมู่ กก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.9 มาปฏิบัติราชการที่ศูนปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ศปก.บก.สส.ภ.9) พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องผู้ที่กระความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวนขยายผล และจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ผบ.ตร.ได้กำชับและสั่งการมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ ไม่กำกับดูแลความประพฤติ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะถูกพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการอำนวยความยุติธรรม&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส.ต.ท.สัญลักษณ์เข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดใน 4 ข้อหา คือ&amp;nbsp;ร่วมกันทำความผิดต่อเสรีภาพ, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง, ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ มีการสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยพนักงานสอบสวนระบุว่า ต้องเร่งสรุปคดีเพื่อยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาภายใน 30 วัน เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานที่กระทำผิดไม่ใช่ประชาชน จึงต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ โดยมีหลักฐานสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะข้อความที่มีการแช้ตคุยกันผ่านสื่อโซเชียล เรื่องรถเก๋งที่ถูกนำไปจำนำต่อให้กับผู้ค้ายาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจชั้นประทวนและสัญญาบัตร ร่วมกับหญิงสาวซึ่งทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน โดยอ้างตัวเป็นภรรยาตำรวจ ต่อมา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35655</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd8232777311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
