<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อย‘บิ๊กตู่’เลือกส.ว.คนเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จิ้มเลือก ส.ว.รอบสุดท้าย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ไม่ขอแตะ หวั่นเสียงวิจารณ์ ปล่อย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เลือกคนเดียว &amp;nbsp;ขณะที่รัฐสภาเตรียมรับ 250 สมาชิกวุฒิสภา จ่อใช้หอประชุมธรรมศาสตร์รองรับ 750 สมาชิกรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ด้าน กกต.มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งอีก 11 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับการเข้ารับตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่ ที่มาจากการแต่งตั้งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 250 คน โดยทันทีที่ ส.ว.ได้รับการโปรดเกล้าฯ สำนักงานจัดเตรียมสถานที่เพื่อรับรายงานตัวที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น ขณะที่ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาทิ การมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา, การเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา นัดแรก เบื้องต้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การเรียกประชุมวุฒิสภานัดแรก เพื่อเลือกประธาน ส.ว. 1 คน และรองประธาน ส.ว. จำนวน 2 คนนั้น ต้องรอการเรียกประชุม ซึ่งตามกฎหมายต้องมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมก่อน จากนั้นถึงจะนัดประชุมได้ เบื้องต้นในการประชุมส่วน ของ ส.ว. เพื่อทำตามขั้นตอนนั้น จะใช้สถานที่คือหอประชุมบริษัททีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ โดยจะเป็นการประชุมคนละเวลากับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีขั้นตอนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนัฑยังกล่าวถึงขั้นตอนการเลือกประธาน ส.ว.และรองประธาน ส.ว.ว่า จะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม คือให้ ส.ว.ที่อาวุโสสูงสุดปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมชั่วคราว ส่วนบุคคลที่จะถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งต้องมาจากการเสนอชื่อและให้สมาชิกร่วมลงคะแนน ทั้งนี้ ในการนับองค์ประชุมนั้นจะใช้ระบบนับจำนวนสมาชิกที่ยกมือโดยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การลงคะแนนจะใช้การลงคะแนนผ่านบัตรลงคะแนนที่ต้องลงรายละเอียด คือ หมายเลขประจำตัวสมาชิก ขณะที่บัตรลงคะแนนประกอบด้วยบัตรสีน้ำเงิน หมายถึง เห็นชอบ, บัตรสีแดง หมายถึงไม่เห็นชอบ และบัตรสีขาว หมายถึงงดออกเสียง ทั้งนี้การลงคะแนนผ่านเครื่องลงคะแนนเสียงนั้น ยังไม่มีความพร้อม ขณะที่วันและเวลาที่จะดำเนินการนั้นตนไม่สามารถระบุความชัดเจนได้ เนื่องจากในกรณีดังกล่าวต้องเป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการคัดเลือกส.ว.จากจำนวน 400 คน ที่ผ่านกรรมการสรรหา ส.ว.ชุดที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน เพื่อส่งรายชื่อต่อให้หัวหน้า คสช.จิ้มเลือกรอบสุดท้ายเหลือ 194 คน ไปรวมกับ ส.ว.โดยตำแหน่งอีก 6 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ในบทเฉพาะกาลนั้น ขั้นตอนขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จาก คสช.เริ่มต่อสายไปเเจ้งกับผู้ผ่านเข้ารอบ 194 คน จากนั้นจะมีเอสเอ็มเอสส่งตามไปอีกครั้งว่า คสช.จะมีเอกสารสำคัญส่งอีเอ็มเอสด่วนไปให้ทางไปรษณีย์&amp;nbsp;
จิ้มเลือก ส.ว.รอบสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จะเป็นเอกสารเพื่อให้ผู้ผ่านเข้ารอบกรอกประวัติยืนยันตัวตนส่งกลับภายในวันที่ 4 พ.ค. ทั้งนี้ ในโควตาของ สนช. มีบางส่วนได้รับข้อความอีเอ็มเอสบ้างเเล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวอีกว่า การจิ้มเลือกส.ว.ในรอบสุดท้าย พล.อ.ประวิตรจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เลือกเพียงคนเดียว เพราะต้องการหลบกระเเสของวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้หัวหน้า คสช.คัดเลือก ส.ว.ในรอบสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้แล้ว เมื่อถามว่าการคัดสรรรายชื่อ ส.ว.จนถึงขณะนี้เสร็จหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เดี๋ยวเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า มีรัฐมนตรีหลายท่านจะไปเป็น ส.ว.ด้วยหรือไม่ รมว.กลาโหมไม่ตอบคำถาม และรีบเดินไปประชุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายชื่อ ส.ว.ที่ คสช.จะแต่งตั้ง หากมีชื่อบุคคลในคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างไร ว่าจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ช่วยจัดการให้มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ก่อนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าคณะรัฐมนตรีมีใครไปเป็น ส.ว.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า &amp;ldquo;ครม.ชุดนี้มีคนสำคัญเยอะ คงจะมีมั้ง ส่วนผมนั้นไม่ใช่คนสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวถึงกรอบเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เดิมที่ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. โดยเป็นวันสุดท้ายของกรอบเวลา 150 วัน แต่ทราบข่าวว่าจะประกาศเร็วขึ้น โดยประกาศผล ส.ส.ระบบเขตในวันที่ 7 พ.ค. และ ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พ.ค. ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องยึดการประกาศผลอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 ในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งเป็นวันประกาศผลครบร้อยละ 95 จะมีผลถึงวันรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ ที่ต้องทำภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันประกาศผล และการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ ส.ว.ต้องทำภายใน 3 วัน จากวันที่ 8 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไทม์ไลน์การประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ทราบ ต้องขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา ซึ่งไม่มีกรอบระยะเวลาตายตัว เนื่องจากสิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากรัฐพิธีเปิดสภาคือ การประชุมของแต่ละสภาเพื่อเลือกประธานและรองประธาน ตนเคยให้ความคิดเห็นว่าควรมีการประชุมในวันเดียวกัน เพื่อความสะดวก แล้วนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกฯ ต่อไป
ยังไม่มีไทม์ไลน์เปิดสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีภายในเดือน มิ.ย. นายวิษณุกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์หมายความถึงการมี ครม.ทั้งคณะ ตนตอบแบบชี้ชัดไม่ได้ แต่ถ้าวิเคราะห์จากกรอบเวลาต่างๆ แล้ว พอมีการโปรดเกล้าฯ ประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกฯ โดยเร็ว จากนั้นนายกฯ ไปพิจารณาพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลและตั้งรัฐมนตรี ซึ่งคงจะล้ำไปในเดือน มิ.ย.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ในวันที่ 21 พ.ค. ว่าขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์ใดๆ เกี่ยวกับการเปิดประชุมรัฐสภา ตนและนายวิษณุไม่เคยคุยกันถึงเงื่อนเวลาการเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาในวันที่ 21 พ.ค. รวมถึงวันเวลาในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงหลังวันที่ 24 พ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรีจะเป็นวันใดนั้น ต้องรอให้ กกต.รับรองส.ส.ให้ครบ 95% ก่อน จากนั้นต้องรอพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก และต้องสอบถามพรรคการเมืองว่ามีความพร้อมในวันใดในการเลือกตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรี ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีอำนาจกำหนดเอง ดังนั้นไทม์ไลน์ต่างๆ ที่ออกมาจึงไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่เลือกนายกฯยังคงใช้หอประชุมทีโอทีแจ้งวัฒนะตามเดิม ยังไม่ได้รับแจ้งการเปลี่ยนสถานที่ประชุม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาและพรรคการเมืองจะหารือกันว่าจะใช้สถานที่ใด ส่วนตัวมองว่าหอประชุมทีโอทีมีความคับแคบเกินไป ไม่สามารถรองรับสมาชิกรัฐสภา 750 คนได้ แต่ในส่วนของห้องประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นั้น มีสถานที่กว้างขวาง รองรับสมาชิกรัฐสภา 750 คนได้ เท่าที่เคยพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัย ก็ยินดีให้ใช้เป็นสถานที่เลือกนายกรัฐมนตรี แต่ติดปัญหาเรื่องที่จอดรถ ที่อาจจะต้องใช้พื้นที่สนามหลวงแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเตรียมความพร้อมในการรับรายงานตัวส.ส.นั้น ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความพร้อมแล้ว สามารถรับรายงานตัวได้ทันทีที่ กกต.ประกาศให้การรับรอง ส.ส. โดยเตรียมสถานที่ชั้น 4 อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย ฝั่งติดกับบริษัท &amp;nbsp;บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นสถานที่รับรายงานตัว ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า กกต.มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วย นายอธิป แท่นรัตนกุล ผู้สมัครเขต 4 นนทบุรี, นายวัฒนา เทพน้ำทิพย์ เขต 1 นนทบุรี, น.ส.พรสุปรีฐ์ บุปผานนทพัฒน์ เขต 6 นนทบุรี, นายสมพงษ์ รัตนัง &amp;nbsp;เขต 8 จ.ขอนแก่น พรรคพลังไทยรักไทย&amp;nbsp;
ร้องยุบพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังพบว่ามีพรรคอื่นด้วย คือ นายสุทัศน์ สัตย์แสง พรรคพลังปวงชนไทย เขต 4 จ.สุรินทร์, นายธนัท วัฒนะสิริโชค พรรคประชาธรรมไทย เขต 1 นครราชสีมา, นายวัชระ วัชระกวีศิลป์ พรรคพลังชาติไทย เขต 4 จ.ร้อยเอ็ด, นายเคน วิเศษสุนทร &amp;nbsp; พรรครวมใจไทย เขต 1 จ.หนองคาย เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมากกว่า 1 พรรค โดยไม่ให้นำคะแนนของผู้สมัครเหล่านั้นไปใช้ในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบผู้ที่ขาดคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ นายบุญชู แก้วกระจ่าง พรรคพลังชาติไทย เขต 4 จ.ราชบุรี เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน และไม่ได้เป็นผู้ร่วมกันจดจัดตั้งพรรคการเมือง, &amp;nbsp;นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์ พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 7เขต 2 จ.สมุทรสาคร เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ, นายสำเร็จ วงศ์ศักดา พรรคชาติพัฒนา หมายเลข 3 เขต 13 จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทั้งหมดไม่ชนะการเลือกตั้งส.ส.ในแต่ละเขต แต่คะแนนของทั้ง 11 คนรวมกันแล้วมีประมาณ 12,292 คะแนน ซึ่งจะถูกนำไปหักออกจากคะแนนรวมของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้คะแนนค่าเฉลี่ยของ ส.ส. 1 คนลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ กกต.จะยึดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมี 27 พรรคการเมืองได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง กกต.ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ พรรคเพื่อไทยมองว่าวิธีการคำนวณดังกล่าวไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก หากเป็นเช่นนั้น พรรคจะดูว่ามีวิธีการโต้แย้งอะไรอย่างไรได้บ้าง เช่น การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ส่วนความรับผิดชอบส่วนบุคคลนั้น กำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน คือร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. หรือฟ้องเป็นคดี เพื่อให้บุคคลต้องรับผิดชอบการกระทำตองตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ กรณีกรรมการบริหารพรรคถือหุ้นธุรกิจสื่อ นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคกำลังติดตามดูว่า กกต.จะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอย่างไร หวังว่า กกต.จะพิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพราะเรื่องนี้มีผลต่อการเลือกตั้งและจำนวน ส.ส.โดยตรง
ร้องเลือกตั้งใหม่นครปฐมเขต 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครปฐม น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จ.นครปฐม พร้อมด้วยนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน จ.นครปฐม เขต 1 ต่อเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดนครปฐม โดย น.ต.ดำรงศักดิ์ มั่งลิ้น หัวหน้างานสืบสวนสอบสวนรับเรื่อง ทั้งนี้ สืบเนื่องจากแม้จะมีการนับคะแนนใหม่ทุกหน่วยในเขตเลือกตั้งดังกล่าวในวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทางพรรคอนาคตใหม่ตรวจพบว่ามีความผิดปกติหลายอย่าง และถ้านับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พบว่าผลคะแนนการเลือกตั้งของเขตนี้มีการเปลี่ยนแปลง พลิกไปมาถึง 5 ครั้ง ซึ่งไม่สามารถหาคะแนนที่ชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สาวิกากล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลให้วันนี้ตนเดินทางมายัง กกต.เขตจังหวัดนครปฐม เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรม อย่าให้กรณี จ.นครปฐม เขต 1 เป็นโดมิโนตัวแรกที่ทำลายความน่าเชื่อถือผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ ยังมีโอกาสสำหรับ กกต.ที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งเรื่องการเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย การคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไปจนถึงการจัดการเลือกตั้งซ่อมที่โปร่งใส เป็นธรรม ในเขตที่มีข้อเท็จจริงว่าการเลือกตั้งมีปัญหา เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า กกต.ยังสามารถทำงานรับใช้ประชาชนและผดุงระบอบประชาธิปไตยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมจันทร์เพลส จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการนับคะแนนใหม่ที่ จ.นครปฐม เขต 1 ในวันที่ 28 เม.ย.ว่า การนับคะแนนใหม่ที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นมากมาย มีประชาชนหลายคนเข้าใจผิดว่าเราแพ้แล้วพาล หรือ ไม่ยอมรับผล เพราะไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะ จำนวนส.ส.พึงมีก็มีจำนวนเท่าเดิม ชนะที่นี่เท่ากับปาร์ตี้ลิสต์หายไป 1 คน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ กระดานรวมไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไม่มีเหตุผลใดที่เราต้องพาล สิ่งที่เรายืนยันเรื่องการควรจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะความเป็นธรรมจากความผิดปกติที่เกิดขึ้น กรณีจำนวนบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมากว่า 30 ใบ อยู่ๆ กลุ่มคนที่กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนเมื่อวันที่ 24 มี.ค. และวันที่ 28 เม.ย. ช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน ตัวเลขเปลี่ยนไปได้อย่างไร เรื่องนี้ กกต.ไม่เคยออกมารับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ โดยเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 231 (1) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 7 (1) ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง แต่เพื่อประกอบการพิจารณา จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 วรรคสาม ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และให้เลขาธิการวุฒิสภา จัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมายื่นต่อศาลภายในวันที่ 7 พ.ค. โดยได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 8 พ.ค.62 เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34980</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., ส.ว.รอบสุดท้าย, หนังสือพิมพ์, เลือกนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccaffc4186b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
