<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;รอดมติถอดถอนในสภาสูง รีพับลิกันค่อนพรรคโหวตอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอดอีกตามเคย ส.ว.รีพับลิกันส่วนใหญ่ยังโอบอุ้ม &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ทำให้รอดพ้นมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเพื่อตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาถอดถอน ด้วยคะแนน 57 ต่อ 43 เสียง โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนแหกคอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอแสดงผลการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by congress.gov via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์ที่ใช้เวลายาวนาน 5 วัน ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ายุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนเขาก่อการกบฏภายในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลทำลายข้าวของปล้นสะดมครั้งนั้นเกิดภายหลังทรัมป์กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มวลชนเคลื่อนขบวนมาที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน ชนะทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการลงมติ มี ส.ว.เห็นด้วยกับคำกล่าวหานี้ 57 คน ไม่เห็นด้วย 43 คน โดยมี ส.ว.รีพับลิกันลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์ 7 คน แต่เสียงยังคงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง เพื่อตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม การอิมพีชเมนต์เขาจึงไม่สามารถนำมาใช้เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่พรรคเดโมแครตหวังจะให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย และต้องการใช้มติถอดถอนทรัมป์นำไปสู่การห้ามเขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในอนาคต โดยบอกว่าหากทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาคงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของทรัมป์โต้แย้งคำกล่าวหาว่า ถ้อยคำปราศรัยของทรัมป์ต่อผู้สนับสนุนด้านนอกทำเนียบขาวในวันนั้นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรี ทนายความของทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าทรัมป์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ส.ว.รีพับลิกันก็เคยลงมติโอบอุ้มทรัมป์มาแล้ว คราวนั้นมี ส.ว.รีพับลิกันเพียงคนเดียว คือ มิต รอมนีย์ ที่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิด และควรพ้นจากตำแหน่งในข้อกล่าวหาว่า เขากดดันให้ประธานาธิบดียูเครนสอบสวนไบเดนและลูกชายฐานต้องสงสัยว่าคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติของ ส.ว.เมื่อวันเสาร์ มี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนเห็นว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา นอกจากรอมนีย์คนเดิม ที่เหลือได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ ,บิล แคสซิตี, ซูซาน คอลลินส์, เบน แซส, แพต ทูมมี และลิซา เมอร์คาวสกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากจากรีพับลิกัน แม้จะลงมติว่าทรัมป์ &amp;quot;ไม่ผิด&amp;quot; แต่เขามีถ้อยแถลงวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีร่วมพรรคอย่างเจ็บแสบว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัมป์รับผิดชอบทั้งทางปฏิบัติและทางศีลธรรมต่อการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พวกที่บุกอาคารรัฐสภาเชื่อว่าพวกเขากำลังกระทำการตามความประสงค์และคำสั่งของประธานาธิบดีของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมติของวุฒิสภา ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ถึงแม้ทรัมป์จะพ้นจากการอิมพีชตามมติของวุฒิสภา แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์นั้นไม่ต้องโต้แย้งเลย ไบเดนยังเรียกร้องให้คนอเมริกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ที่เก็บตัวอยู่ที่รีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดานับแต่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ยินดีกับผลมติ และประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็น &amp;quot;อีกช่วงหนึ่งของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติถอดถอนเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่โดนสภาล่างถอดถอนถึง 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เป็นเป้าหมายของพวกก่อจลาจลในวันนั้นอย่างเปิดเผยและต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากอาคาร กล่าวโจมตี ส.ว.รีพับลิกันที่ลงมติว่าทรัมป์พ้นผิดว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รอดมติถอดถอน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.รีพับลิกัน, ส.ว.เดโมแครต, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028adc881b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เดโมแครตจี้ &#039;ทรัมป์&#039; เผยสัมพันธ์การเงินซาอุฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.เดโมแครต 11 คนลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และลูกชายเปิดเผยความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับซาอุดีอาระเบีย ภายหลังท่าทีปกป้องราชวงศ์ซาอุฯ ในคดีนักข่าวหายตัว กระตุ้นความสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ระหว่างที่ผู้นำสหรัฐเยือนกรุงริยาดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเตือนซาอุดีอาระเบียว่าจะถูกลงโทษขั้นรุนแรง หากพบว่า จามัล คาช็อกกี นักข่าวอาวุโสชาวซาอุฯ ที่ทำงานให้วอชิงตันโพสต์และมีถิ่นพำนักในสหรัฐ โดนฆาตกรรมภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครอิสตันบูลของตุรกี แต่ท่าทีของทรัมป์เปลี่ยนไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขายกย่องซาอุฯ ที่เป็นผู้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ และปกป้องว่าผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ส่งไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์ซาอุฯ และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร เพื่อซักถามข้อเท็จจริง และเดินทางต่อไปยังตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ที่ซักว่าท่าทีปกป้องของเขาเป็นการปกปิดความจริงหรือไม่ โดยทรัมป์ยืนกรานว่าไม่ใช่ เขาต้องการรู้ข้อมูลทั้งหมดก่อน โดยปอมเปโอจะเข้าพบกับทรัมป์ในเวลา 21.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย เพื่อรายงานเรื่องราวทั้งหมดหลังจากได้เข้าพบผู้นำซาอุฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี &amp;quot;เราอาจจะได้รู้เรื่องราวก่อนสิ้นสัปดาห์นี้&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกีเข้าสถานกงสุล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานของเขา แต่ไม่มีใครพบเห็นเขาออกจากที่นั่นอีกเลย รวมถึงคู่หมั้นชาวตุรกีที่รอเขาอยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตุรกีเชื่อว่านักข่าวอาวุโสที่วิจารณ์นโยบายของมกุฎราชกุมารซาอุฯ บ่อยครั้งรายนี้โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุล โดยฝีมือทีมสังหารที่ส่งตรงจากซาอุฯ สื่อของตุรกีระบุด้วยว่า เขาโดนทรมานและตัดอวัยวะก่อนเสียชีวิต ทั้งยังโยงใยหัวหน้าทีมสังหารว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีโอนอ่อนของทรัมป์ที่ดูเหมือนเป็นการปกป้องซาอุฯ ซึ่งรวมถึงการกล่าวโทษ &amp;quot;มือสังหารแตกแถว&amp;quot; และการยกย่องบทบาทของซาอุฯ ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย กระตุ้นให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม กล่าวว่า ส.ว.พรรคเดโมแครต 11 คนได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องประธานาธิบดีทรัมป์ และลูกชายทั้งสองของเขา ได้แก่ โดนัลด์ จูเนียร์ และเอริก เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินจากซาอุดีอาระเบียให้บริษัท ทรัมป์ออร์แกไนเซชัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.เดโมแครตยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันรายนี้และลูกชายของเขา เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการหารือทำความตกลงทางธุรกิจระหว่างซาอุฯ กับทรัมป์ออร์แกไนเซชัน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับของขวัญของกำนัลที่พลเมืองชาวซาอุฯ มอบให้ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อเดือนมกราคม 2560 ทรัมป์ได้มอบหมายความรับผิดชอบในการบริหารธุรกิจแก่ลูกชายทั้งสองของเขา แต่ทรัมป์ยังคงถือหุ้นส่วนธุรกิจไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ทวีตยืนกรานว่า เขาไม่มีผลประโยชน์ทางการเงินในซาอุฯ หรือในรัสเซีย การกล่าวว่าเขามีผลประโยชน์ที่นั่นเป็นแค่ข่าวปลอมที่มีอยู่เกลื่อนกลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.เดโมแครตกล่าวไว้ในจดหมายด้วยว่า ทรัมป์เคยกล่าวไว้ระหว่างหาเสียงเมื่อปี 2558 คุยโวความสัมพันธ์ระหว่างเขากับราชอาณาจักรเศรษฐีน้ำมันแห่งนี้ ว่าเขากับซาอุดีอาระเบียเข้ากันได้ดี พวกซาอุฯ ซื้ออพาร์ตเมนต์จากเขา พวกนั้นใช้จ่ายเงิน 40-50 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20239</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึก, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ส.ว.เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc8951132ad9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เดโมแครตยุใช้บทบัญญัติแก้ไข รธน. ปลด &#039;ทรัมป์&#039; ชี้ช่องทำหน้าที่ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.พรรคเดโมแครตเสนอแนวคิดให้สมาชิกสภาคองเกรสใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 เป็นเครื่องมือในการถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ หากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลเห็นว่าทรัมป์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.แมสซาชูเซตส์ พรรคเดโมแครต ปราศรัยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 ว่า ข้อเสนอแนะของวุฒิสมาชิกสหรัฐรายนี้เกิดขึ้นภายหลังปรากฏบทความทัศนะโดยผู้เขียนนิรนามที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ ตีพิมพ์ในนิวยอร์กไทมส์ ตอกย้ำถึงพฤติกรรมและศีลธรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ วันเดียวกับที่มีการเผยแพร่เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มใหม่ที่เขียนโดยบ็อบ วูดวาร์ด นักข่าวผู้ขุดคุ้ยคดีวอเตอร์เกตที่ทำให้ริชาร์ด นิกสัน กระเด็นจากเก้าอี้ประธานาธิบดีมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความในนิวยอร์กไทมส์กล่าวถึงกระบวนการขัดขืนของบุคคลวงในรัฐบาล ที่ป้องกันไม่ให้ทรัมป์ตัดสินใจอย่าง &amp;quot;บุ่มบ่าม&amp;quot; ประเด็นนี้ถูกกล่าวถึงไว้ในหนังสือของวูดวาร์ดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลคิดว่าประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกันไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของเขาได้ ฉะนั้นแล้วพวกเขาก็ควรใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25&amp;quot; ส.ว.หญิงพรรคเดโมแครตกล่าวกับซีเอ็นเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 4 ของบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 อนุญาตให้รองประธานาธิบดีและบุคคลในคณะรัฐมนตรี ทำหนังสือต่อสภาคองเกรส หากพวกเขาเชื่อว่าประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จากนั้นรองประธานาธิบดีจะรักษาการแทน และอาจรับตำแหน่งนี้แทนอย่างถาวรหากคองเกรสลงมติเห็นชอบว่าประธานาธิบดีควรถูกปลดพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการรับรองของสภาเมื่อปี 2510 จะเปิดทางให้ถ่ายโอนอำนาจได้ชั่วคราวหากประธานาธิบดีกลายเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถด้วยเหตุผลบางประการ อาทิ เข้ารับการผ่าตัด เช่นเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มาตรา 4 ที่จะก่อผลลัพธ์ที่ใหญ่โตกว่านั้นยังไม่เคยถูกนำมาใช้ และผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่ากระบวนการนี้มีปัญหายุ่งยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกับที่นิวยอร์กไทมส์ลงบทความทัศนะ เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือของวูดวาร์ดที่กำหนดวางแผงสัปดาห์หน้า ได้อ้างคำบอกเล่าจากแหล่งข่าวที่เขาไม่เปิดเผยชื่อ บรรยายถึงวิธีที่เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลเคลื่อนย้ายเอกสารสำคัญออกจากโต๊ะทำงานของทรัมป์ เพื่อขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดีผู้นี้ลงนามนโยบายแย่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์กล่าวโจมตีนิวยอร์กไทมส์เมื่อวันพฤหัสบดีและเรียกร้องให้สื่อยักษ์ใหญ่ฉบับนี้เปิดเผยชื่อของ &amp;quot;คนขี้ขลาด&amp;quot; ที่เขียนบทความชิ้นนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนที่วอชิงตันและโลกออนไลน์คาดเดากัน ต่างรีบออกมาปฏิเสธ เช่น รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์, รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัฐมนตรีกลาโหม และผู้อำนวยการข่าวกรอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25, ปลดทรัมป์, ส.ว.เดโมแครต, เอลิซาเบธ วอร์เรน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b928b208c5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
