<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’นำทีมแก้รธน.ซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ทาบภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา แก้รัฐธรรมนูญต่อ คราวนี้เป็นรายมาตรา สั่งฝ่ายกฎหมายยกร่างแก้ ม.256 ซ้ำ จ่อริบอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ เพื่อไทยขานรับ ล้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่ ส.ว.เสียงแตก เพราะสถานการณ์เปลี่ยน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลพร้อมเปิดสภาสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่โรงแรมนิรันดร์แกรนด์ กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญสาขาประจำจังหวัดประจำปี (พระโขนง-บางนา) ว่าการแก้รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ แต่ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการเดินหน้างานของพรรคถัดจากนี้ไป จะเดินหน้าผลักดัน 2 เรื่องคู่ขนานกัน เรื่องแรกคือการผลักดันการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองเรื่องคือหัวใจสำคัญที่จะเป็นทิศทางการเดินหน้าในการทำหน้าที่ถัดจากนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้สถานการณ์โควิด และต้องพาประเทศเดินหน้าต่อไป ทำรายได้ให้กับประเทศ เพื่อจุนเจือรากหญ้าในมิติต่างๆ ให้อิ่มท้องขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา อย่างน้อยที่สุดจะต้องแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งเป็นมาตราที่ว่าด้วยวิธีการแก้ไขและเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ว่า ให้ผู้ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภาในช่วง 5 ปีแรก คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เป็นการตั้งคำถามว่า เราจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญย้อนกลับหรือเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยปกติได้หรือไม่ โดยให้ประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามาเป็นผู้มีสิทธิ์ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแทนประชาชน โดยไม่รวม ส.ว. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ทั้งนี้ ตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายจัดทำร่างแก้ไขแยกเป็นแต่ละประเด็น ไม่นำมามัดรวมกัน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดความเห็นว่าในประเด็นนี้เห็นด้วย ประเด็นนั้นไม่เห็นด้วย ก็ จะทำให้ทั้งร่างตกไปทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาธิปัตย์ต้องเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ขีดเส้นใต้ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีเงื่อนไขอยู่ 2-3 เรื่อง ไม่ว่าจะแก้รูปแบบใด ต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ในเรื่องรูปแบบของรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว และเห็นด้วยให้คงมาตรา 112 เนื่องจากมาตรา 112 เป็นมาตราที่ว่าด้วยการให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่มีประเทศใดไม่มีบทบัญญัติในการคุ้มครองประมุข เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่จะต้องมีบทบัญญัติในการให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ นี่คือจุดยืนที่ชัดเจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว เนื่องจากเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวไม่สามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และเบื้องต้นได้สั่งให้ทีมกฎหมายพรรคศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา คาดว่าจะสามารถยื่นได้ในสมัยประชุมหน้า
เพื่อไทยแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จะเสนอแก้รัฐธรรมนูญใหม่ โดยอาจเปลี่ยนแนวทางมาใช้การแก้ไขเป็นรายมาตราที่มีปัญหา เช่น ประเด็นให้อำนาจ ส.ว.มีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกฯ ประเด็นบัตรเลือกตั้งที่ควรให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือเลือก ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรมีการแก้ไข เพราะทุกวันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปเร็ว จะคิดล่วงหน้านานไม่ได้ เช่น การระบาดโควิดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติควรกำหนดในระยะเวลาเพียงสั้น ไม่ใช่ยาวนานถึง 20 ปี แต่ที่สำคัญตอนนี้เราต้องผลักดันกฎหมายประชามติให้ออกมาโดยเร็ว โดยเร่งรัดให้เสร็จสิ้นก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ เมื่อประธานสภาฯ จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ เราก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกลไกใน 2 ขยัก คือสร้างรัฐบาลที่เข้มแข็งมาก หากเป็นฝ่ายตัวเอง ทั้งกลไกการเลือกตั้ง กลไก ส.ว. และกลไกป้องกันการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พิสูจน์แล้วว่าแทบจะทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้นำไปสู่รัฐบาลทรงพลังที่สะดวกสบาย อยู่ได้แม้กระทั่งขาดประสิทธิภาพในการบริหาร นำไปสู่รัฐบาลเฉย ที่เมินประชาชน เมินคำวิจารณ์ ต่อให้แย่แค่ไหน ก็สามารถอยู่ในอำนาจได้ตราบเท่าที่ตนต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะร้างรัฐบาลที่เปราะบาง และล้มลุกคลุกคลานได้ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ให้ตัดอำนาจ ส.ว. ว่าต้องดูว่าจะเสนอตัดอำนาจในประเด็นใด ถ้าจะตัดอำนาจ ส.ว.ในประเด็นที่อยู่ในบทเฉพาะกาล 5 ปี อาทิ เรื่องการยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการปฏิรูปประเทศ หรือตัดอำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คิดว่าคงไม่ง่าย เพราะผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ในช่วง 5 ปี ที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจว่า ถ้าจะไปตัดอำนาจ ส.ว.ที่อยู่ในบทเฉพาะกาล จะไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา คงไม่ง่ายที่ ส.ส.รัฐบาลกับ ส.ว.จะเห็นสอดคล้องกับฝ่ายค้านทุกประเด็น ดูแล้วเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความเห็นชอบ ยกเว้นแต่การเลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าประชาชนไม่เอารัฐบาลแล้ว และฝ่ายค้านสามารถจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ว.ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงอยู่ที่การรวมเสียง ส.ส.ได้เป็นสำคัญกว่าการมาแก้รัฐธรรมนูญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ตนไม่ขัดข้องหากจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะสถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว จะไปยึดติดกับวัตถุประสงค์เดิมไม่ได้ สังคมอาจเกิดความไม่สงบ ดังนั้นพร้อมยกมือสนับสนุนเรื่องตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ แต่ไม่รู้ว่าเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่คิดอย่างไร ดังนั้นต้องรอดูเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร
รัฐบาลพร้อมเปิดสภาวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ออกมาระบุเตรียมประสานรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายนนี้ว่า รัฐบาลยินดีที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ ได้มีการประสานกันแล้วเบื้องต้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังการประชุมรัฐสภาที่ผ่านมา ซึ่งปัญหามีเพียงว่าจะให้เปิดจำนวนกี่วัน และวันใดบ้าง เพราะต้องขอเวลาให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดำเนินการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ประชามติประมาณ 7 วัน แล้วคณะกรรมาธิการต้องประชุมเพื่อพิจารณาอีกประมาณ 7 วัน รวมเวลาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ และตนทราบจากข่าวของสื่อมวลชน โดยที่รัฐบาลยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการว่าวันที่เหมาะสมเปิดประชุมสมัยวิสามัญน่าจะเป็นวันที่ 7-8 เมษายน ถ้าเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ เพราะถ้าช้ากว่านั้นจะไปติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ และวันที่ 6 เมษายน เป็นวันหยุดราชการ และวันที่ 7 เมษายน จะมีการประชุม ครม. ที่เลื่อนมาจากวันที่ 6 เมษายนอีก รัฐมนตรีหลายคนที่เป็น ส.ส.อาจต้องไปร่วมโหวตในที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นวันอังคารที่ 23 มีนาคม จะหยิบยกประเด็นนี้มาหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง และถ้าเปิดประชุมสมัยวิสามัญรอบนี้ เห็นว่าควรดำเนินการกฎหมายประชามติให้แล้วเสร็จ เพราะที่ผ่านมาได้พิจารณามาตรายากๆ ไปแล้ว เหลือมาตรายากๆ อีก 2-3 มาตรา เมื่อผ่านแล้วจะเป็นการดีที่จะได้พิจารณา พ.ร.บ.ยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องไปพูดคุยกัน เพราะพรรคเหล่านี้ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็คุยกันในวิปพรรคร่วมรัฐบาลเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันเดียวกันนี้ มีกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันรวมตัวกันที่บริเวณหน้าห้องประดิษฐ์มนูญธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีการจัดงานบรรยายสาธารณะ &amp;ldquo;แก้รัฐธรรมนูญ สู่ประชาธิปไตยหรือเสริมแกร่งเผด็จการ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงของการจัดกิจกรรมนั้น ได้เกิดการปะทะคารมกันระหว่างกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันกับคณะผู้จัดงาน เนื่องจากกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันพยายามที่จะขอเข้าไปร่วมรับฟังการบรรยายดังกล่าว ซึ่งมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นผู้บรรยาย ซึ่งก่อนจะขอเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ทางกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันได้นำป้ายที่มีข้อความว่า &amp;ldquo;ขบวนล้มเจ้า หนักแผ่นดิน&amp;rdquo; มายืนชูที่หน้าคณะนิติศาสตร์ พร้อมกล่าวโจมตีนายปิยบุตร ทำให้ทางผู้จัดงานเกรงว่าจะทำให้เวทีบรรยายที่จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาเข้าร่วมรับฟังเกิดความไม่สงบ จึงยังไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมนั้นเข้าไปภายในห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายปิยบุตรเดินทางมาถึงห้องบรรยาย กลุ่มผู้ชุมนุมในนามกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันได้ตะโกนตำหนินายปิยบุตรว่าเป็นคนล้มสถาบัน ทำให้นายปิยบุตรต้องเดินกลับออกมาชี้แจงพร้อมเชิญฟังการอภิปรายทางกลุ่มผู้จัดจะอนุญาตให้ทางกลุ่ม เข้ารับฟังการบรรยายด้วย โดยขอความร่วมมือว่าจะไม่สร้างความวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในการบรรยายนั้น นายปิยบุตรได้ยกตัวอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการสถาปนารัฐธรรมนูญของต่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟังบรรยายถามคำถาม ซึ่งก็มีตัวแทนของทางกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันสับเปลี่ยนกันสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ รวมทั้งกลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมรับฟัง ท่ามกลางการดูรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, ส.ว.เลือกนายก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รัฐธรรมนูญต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365cc6ae14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
