<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลือเชื่อ!&#039;ดร.อานนท์&#039;โพสต์รูป&#039;ส.ศิวรักษ์-ปิยบุตร&#039;ราวกับฝาแฝด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich &amp;nbsp;ว่า ช่างละม้ายคล้ายกันจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ของ ดร.อานนท์ &amp;nbsp;ปรากฎรูป สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เจ้าของนามปากกา ส. ศิวรักษ์ ในวัยเยาว์ กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวไกล ซึ่งมีความละม้ายคล้ายกันพอสมควร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่างละม้ายคล้ายกันจริงๆ, ปิยบุตร, ส.ศิวรักษ์, อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61494422e3ef3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวะสังคม&#039;ฉายาที่นายปรีดีเคยเรียก ส. ศิวรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64- เพจ Sulak Sivaraksa ของ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่า คำว่า &amp;ldquo;สวะสังคม&amp;rdquo; (Social Scum) นายปรีดีให้ความหมายไว้ว่า &amp;ldquo;เศษโสมม (Rottenmass) ซึ่งสังคมเก่าได้โยนทิ้งไป แต่ตกค้างอยู่ในสังคมใหม่ &amp;hellip; เป็นชนชั้นอันตราย (Dangerous Class) &amp;hellip; เห็นแก่ตัว (Egoist) เป็นสำคัญ ซึ่งแสดงด้วยอาการอวดดี ยกตัวว่าวิเศษกว่าคนอื่น&amp;rdquo;
.
นายปรีดีอธิบายความหมายของคำนี้ผ่านการยกตัวอย่างในหลายประเด็น แต่มุ่งหมายถึง ส. ศิวรักษ์ โดยเฉพาะ ในที่นี้จึงขอยกมาเพียงข้อเดียว คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;(ซ) &amp;ldquo;สวะสังคม&amp;rdquo; บางคนอ้างตนเองเป็นตัวแทนของชนรุ่นใหม่ชี้ขาดเอาว่าเอาคนนั้นไม่เอาคนนี้ โดยสายตาคับแคบตามลักษณะอวดดี และเห็นแก่ตัว &amp;nbsp;ตนเองมองชนรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลว่าเหมือนตนเองไปทั้งหมด ซึ่งเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามชนรุ่นใหม่ทั้งหมด นอกจากตัวเขากับเพื่อนสวะสังคมจำนวนหยิบมือเดียว &amp;nbsp;ชนรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลมิใช่สวะของสังคม แต่เป็นคนไทยที่เป็นพลังใหม่ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าทั้งทางกายและทางจิตใจ ปราศจากวิญญาณปฏิกิริยาและวิญญาณแห่งสวะของสังคม&amp;rdquo;
.
กล่าวคือ นายสุลักษณ์เคยเขียนตอนท้ายของบทวิจารณ์หนังสือ The Devil&amp;rsquo;s Discus เมื่อ พ.ศ. 2507 ว่า&amp;nbsp;
.
&amp;ldquo;ในตอนท้าย ผู้เขียน [Rayne Kruger] สรุปว่า &amp;lsquo;ในบรรดาคนหนุ่มในเมืองไทยปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะผู้ที่สำเร็จจากมหาวิทยาลัย ต่างก็พากันรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ขาดโอกาสทางประชาธิปไตย &amp;nbsp;สำหรับบุคคลเหล่านี้ ชื่อนายปรีดียังคงเป็นประดุจเสียงกังวาน อันเรียกร้องเสรีภาพและความยุติธรรมทางสังคม แม้เขาผู้นั้นจะถูกหาว่าเป็นคอมมูนิสต์ก็ตาม&amp;rsquo; &amp;nbsp;ข้าพเจ้าถือตัวว่าเป็นบุคคลในกลุ่มนี้ และก็ยอมรับว่าต้องการ &amp;lsquo;เสรีภาพและความยุติธรรมทางสังคม&amp;rsquo; แต่หาต้องการนายปรีดีไม่ &amp;nbsp;ในกรณีนี้ข้าพเจ้ากล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าพูดแทนคนรุ่นข้าพเจ้าเกือบทั้งหมด&amp;rdquo;
.
และถ้าใครได้อ่านในข้อ (ก)-(ช) ของบทความ &amp;ldquo;บางเรื่องเกี่ยวกับการก่อตั้งคณะราษฎรและระบบประชาธิปไตย&amp;rdquo; ฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2515 ก็คงจะเดาจากคุณสมบัติได้ไม่ยากว่า นายปรีดีมุ่งจะ &amp;lsquo;ด่า&amp;rsquo; ส.ศิวรักษ์ นั่นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115111</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sulak Sivaraksa, ส.ศิวรักษ์, สวะสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d785986d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อนฉ่า! &#039;ส.ศิวรักษ์&#039; สวดยับรัฐบาล-กวช.ปลด &#039;สุชาติ&#039; เป็นการกระทำป่าเถื่อน บัดซบ สิ้นเกียรติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้มีมติยกเลิกการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรตินายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ว่า ศิลปินแห่งชาติเป็นเรื่องทางวัฒนธรรม บ้านเมืองที่เป็นอารยะมักจะยกย่องศิลปิน ไม่ว่าจิตรกร ประติมากร กวี นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ฯลฯ และการที่สุชาติ สวัสดิ์ศรี ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ ก็เป็นเกียรติแก่ชาติบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติถอดถอนเขาออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ นับเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และเป็นการกระทำอันบัดซบของคณะกรรมการเหล่านั้น แสดงว่า แต่ละคนไม่มีเกียรติอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับสุชาติ หลายอย่างผมไม่เห็นด้วยกับเขาเลย แต่มันเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของเขาในการแสดงออก เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมพูดมานี้ ผู้มีอำนาจที่บัดซบในบ้านเมืองนี้คงไม่สามารถเข้าใจได้ ไม่เฉพาะรัฐบาล แต่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่ถอดถอนเขา ผมเห็นว่าเลวร้ายพอๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส. ศิวรักษ์ 20 สิงหาคม 2564 ภาพ : งาน &amp;quot; 70 ปี สุชาติ สวัสดิ์ศรี&amp;quot; ที่สวนเงินมีมา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;


	
	&lt;p&gt;คกก.วัฒนธรรมแห่งชาติ มีมติถอด &amp;#39;สุชาติ สวัสดิ์ศรี&amp;#39; จากศิลปินแห่งชาติ&lt;/p&gt;
	
	
	&lt;p&gt;&amp;#39;สุชาติ สวัสดิ์ศรี&amp;#39; ได้เกียรติยศใหม่แล้ว!&lt;/p&gt;
	
	
	&lt;p&gt;2 นักเขียนซีไรต์เดือดแล้ว ด่ารัฐปลด &amp;#39;สุชาติ&amp;#39; ยิ่งทำประเทศตกต่ำ&lt;/p&gt;
	


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.), ปลดศิลปินแห่งชาติ, ศิลปินแห่งชาติ, ส.ศิวรักษ์, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, สุลักษณ์ ศิวรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f83d1166d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์สุลักษณ์ กำลังให้ร้ายป้ายสีใครหรือครับ ?</HEADLINE>
                <CONTENT>


&amp;#39;ในหลวงรัชกาลที่ ๘ เป็นผู้ที่มีความคิดรอบคอบสุขุม พระองค์ตรัสน้อย ไม่แสดงอาการโกรธเคืองให้ปรากฎเลย พระองค์ท่านอยู่ในเกณฑ์ฉลาดเฉียบแหลม 

ถ้าพระองค์ท่านยังทรงราชสมบัติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการขัดชวางรัฐบาลได้ เช่นรัฐบาลมีความเห็นอย่างหนึ่งพระองค์ท่านอาจจะไม่มีความเห็นด้วย&amp;#39; 

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทฤษฎีมีเยอะแหละครับ ต้องเอาเอกสารต่างๆมาดู แล้วก็พิจารณาว่าจะเชื่ออันไหน เพราะในอดีตเราไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นนี่ จะรู้ได้ยังไง เชื่อมากน้อยเพียงใดอยู่ที่เรามีใจเป็นกลางขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ผมอยากจะแนะนำให้อ่านนะครับ หนังสือของสุพจน์ ด่านตระกูล เขียนดีมาก เพราะว่าที่มันน่าเชื่อก็คือว่า เวลานั้นน่ะ เยอรมันเค้าคิดยาได้ แล้วยานี้ฉีดเข้าไปคนก็จะหลับ หลับแล้วจะพูดชัด เอาจิตใต้สำนึกออกมา ทางรัฐบาลไทยก็ซื้อยานี้มา ฉีด ตอนนั้นหมอใช้ ยูนิพันธุ์ เป็นหมอมีชื่อเสียงมากนะ ผมรู้จักหมอใช้ด้วย ปรากฏว่าให้การในศาล จำเลยซักหมอใช้ที่อ่านถ้อยคำที่จำเลยทั้งสามคนให้การน่ะ หมอใช้บอกจำไม่ได้ แล้วไม่ยอมเอามาขึ้นศาล คุณสุพจน์แกเชื่อเลยว่า นายชิตกับนายบุศย์น่ะ คงจะให้การว่า&amp;hellip;เสียงซ่าโดยเจตนาลบ&amp;hellip;แต่ที่ให้การไว้ทั้งหมดว่าไม่ได้เข้าไป สุพจน์แกเชื่อเลยว่าเข้าไป เพราะถ้าเผื่อว่าไม่ได้เข้าไป ทำไมฝ่ายโจทย์ไม่เอาคำพูดที่อัดเสียงมาให้ ทนายเค้าถามหมอใช้ หมอใช้ฟังหรือเปล่า หมอใช้บอกจำไม่ได้แล้ว ไม่สำคัญหรอก นี่แสดงว่าตอแหล นี่คดีสวรรคต ฟังแล้วไม่สำคัญได้อย่างไร ต้องจำได้สิ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://youtu.be/Snomyjt1mds?t=709
.
คราวนี้มาดูกันบ้างว่าที่อาจารย์สุลักษณ์พูดออกอากาศนั้น จริงแล้วคุณสุพจน์เขียนไว้ว่าอย่างไร
นายชิต สิงหเสนี ได้ให้การต่อศาลถึงวิธีการสอบสวนของพระพินิจชนคดี ว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่บางขวางนี้ ตำรวจได้รับตัวช้าพเจ้าไปสอบสวนหลายครั้ง แต่ไม่มีการสอบสวนในเรือนจำนั้นเลย! มีหมอเข้าไปตรวจรักษาข้าพเจ้าในราววันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เพื่อดูว่าข้าพเจ้าเป็นโรคมาเลเรียหรือเปล่า ในชั้นแรกมีหมอใช้ หมอเล็ก และหมอที่ประจำเรือนจำบางขวางก็ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะเข้าตรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจำบอกข้าพเจ้าว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาสอบสวน พอบอกแล้วหัวหน้าแผนกเรือนจำก็นำบุคคลผู้มีนามดังกล่าวเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วหมอไล่เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมข้าพเจ้าทั้งหมดออกไปนอกห้อง แล้วหัวหน้าแผนกควบคุมพูดว่าหมอเขาจะตรวจให้เขาตรวจเถอะ และหมอใช้ก็ได้ตรวจร่างกายข้าพเจ้าทั้งตัว และพูดว่าข้าพเจ้าคงเป็นมาเลเรียมาก่อนแล้ว ข้าพเจ้าตอบว่าข้าพเจ้ารู้สึกว่าไม่เคยเป็น หมอใช้ยืนยันว่าข้าพเจ้าเคยเป็นมาเลเรียมาก่อน เพราะม้ามข้าพเจ้าโต แล้วก็เอายาเม็ดขาว ๆ ละลายน้ำให้ข้าพเจ้ากินหนึ่งเม็ด แล้วสั่งให้ข้าพเจ้านอนพักผ่อน อยู่สักครู่หนึ่งแล้วออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสัก ๑๐ นาที หมอใช้ก็กลับเข้ามาอีก และถามข้าพเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าพเจ้าตอบว่าไม่รู้สึกว่าจะเป็นอย่างไร หมอใช้พูดว่า ถ้าอย่างนั้นให้ลองยาฉีดดูสักหน่อย ตัวเขาจะรักษาให้ แล้วก็เอาเข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่แขนข้ายข้าพเจ้า พอดึงเข็มออกแล้วหมอใช้พูดว่า เข้ามาได้แล้ว แล้วพวกนั้นก็กลับเข้ามาอีก ระหว่างที่เดินยานั้นช้าพเจ้ารู้สึกมึนตึง คอหอยแห้งผาก พอหมอชักเข็มออกข้าพเจ้าก็หมดความรู้สึก ที่เข้ามานั้น คือพระพินิจฯและหลวงแผ้วฯ มานั่งอยู่ข้างๆ &amp;nbsp;ก่อนที่ข้าพเจ้าจะหมดความรู้สึกพระพินิจฯได้มาจับขาข้าพเจ้าเขย่าและพูดถามข้าพเจ้าอยู่เรื่อย ๆ แต่จะถามว่ากระไรข้าพเจ้าจำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุศย์ ปัทมศริน ก็เช่นเดียวกับนายชิตที่ถูกพระพินิจชนคดีสอบสวนโดยวิธีการนอกกฎหมายเช่นเดียวกัน นายบุศย์ได้ให้การต่อศาลว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนมีนาคม วันที่เท่าไหร่จำไม่ได้ เวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา ขณะที่ถูกคุมขังอยู่ชั้นบน (เรือนจำลหุโทษ อยู่ข้างวัดสุทัคน์) ข้าพเจ้าถูกบอกให้ลงไปข้างล่าง แล้วก็ถูกหมอจากข้างนอกตรวจร่างกาย โดยหมอบอกว่าถูกขังอยู่นานแล้ว จะเจ็บไข้เป็นอะไรบ้าง ตรวจดูเสียที และถามข้าพเจ้าว่ารู้สึกเป็นอะไรบ้าง ข้าพเจ้าตอบว่าไม่เป็นอะไร หมอคนนั้นมาทราบภายหลังตอนที่มาเบิกความที่ศาลนี้ว่าคือหมอใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอใช้ตรวจร่างกายข้าพเจ้าแล้วก็กลับออกไป แล้วกลับเข้ามาอีกบอกว่าจะต้องฉีดยา แล้วก็ฉีดยาที่แขนข้าพเจ้า ยังไม่ทันหมดเข็มข้าพเจ้ารู้สึกง่วง มองดูเห็นมีตำรวจเข้ามาคนหนึ่งคือหลวงแผ้วฯ ข้าพเจ้ารู้สึกง่วงแล้วก็หลับไปคาเข็ม ข้าพเจ้ารู้สึกตัวในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเวลาสักหนึ่งโมง ปรากฏว่าข้าพเจ้าขึ้นมานอนอยู่ข้างบนแล้ว โดยพัศดีให้ช่วยกันจับยกขึ้นมาตั้งแต่ก่อนรู้สึกตัว เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกตัวแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ในนั้นบอกแก่ข้าพเจ้าว่ามีเจ้าหน้าที่มาคอยอัดเสียงข้าพเจ้า แต่จะอัดไปได้หรือไม่เขาไม่ได้เล่าให้ฟัง และข้าพเจ้าก็ไม่ได้ซักถามเขา หลังจากถูกฉีดยาแล้วและรู้สึกตัวแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกมึนสมอง เหนื่อยและมักจะเป็นลมหน้ามืดบ่อย ๆ หัวใจเต้นแรง ๆ คล้ายตกใจอะไร อาการเหล่านี้ยังคงเป็นอยู่จนกระทั่งบัดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนโดยวิธีนอกกฎหมายดังกล่าวนี้ ต่อมานายแพทย์ใช้ยูนิพันธ์ พยานโจทก์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ฉีดยานายชิตและนายบุศย์ ได้ให้การยอมรับกับศาลว่าได้ไปฉีดยาให้นายชิตนายบุศย์จริง นายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ได้ให้การตอนหนึ่งว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจได้เรียกข้าพเจ้าไปปรึกษาถึงยาฉีดที่จะฉีดระงับประสาทเพื่อให้ผู้นั้นพูดไปด้วยความไม่ปิดบังมีบ้างไหม ข้าพเจ้าตอบว่ามีและข้าพเจ้ารู้จักอยู่และทำการใช้ได้ดี แต่ผลอาจจะไม่ได้ตามความมุ่งหมายก็ได้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ข้าพเจ้ายินดีจะทำให้ ยานี้เป็นยามีมานานแล้ว เป็นยารักษาโรคทั่ว ๆ ไป แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีและไม่มีอันตราย
ข้าพเจ้าจึงได้ทำการฉีดยานี้แก่นายชิต นายบุศย์ จำเลยทั้งสองคนละคราว ข้าพเจ้าฉีดยาแล้วคงเดินเข้าเดินออกเพื่อดูอาการผู้ที่ถูกฉีดยา ตำรวจก็ทำการสอบสวนไป ทราบว่าทางตำรวจได้ทำการอัดเสียงครั้งหนึ่งแต่ช้าพเจ้าไม่ได้สนใจฟัง จึงไม่ได้ทราบผลของการสอบสวน และตำรวจก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง คนที่ถูกฉีดยาจะมีอาการง่วงเพราะเป็นยาระงับประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำเบิกความของนายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ในประเด็นที่ว่าไม่สนใจฟังการสอบสวนและบันทึกเสียงนั้นจะเชื่อได้แค่ไหนเพราะนายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ใช้วิธีการแพทย์ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนคดีสวรรคตเพื่อหามือปืนปลงพระชนม์ที่คนทั้งประเทศและแม้แต่ต่างประเทศก็สนใจอยากรู้ แต่นายแทพย์ใช้ ยูนิพันธ์ กลับบอกว่า ข้าพเจ้าไม่สนใจฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สนใจฟัง หรือกลัวมะพร้าวห้าวยัดปากจึงพูดไม่ออกบอกไม่ได้ เพราะว่านายชิต นายบุศย์ อาจพูดไปตามที่เห็นว่าในเช้าวันนั้นมีใครล่วงล้ำเข้าไปในห้องพระบรรทมบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ถ้ามีใครล่วงล้ำเข้าไป ใครคนนั้นไม่ใช่ เรือเอก วัชรชัย ชัยสิทธิเวช ตามสมมุติฐานของพนักงานสอบสวน อัยการจึงไม่ได้ส่งเทปม้วนนั้นไปสู่ศาล ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายจำเลยเรียกร้องท้าพิสูจน์ ก็ขอฝากให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์มิได้ระบุชื่อ แต่อาจารย์สุลักษณ์กลับพูดออกไปขนาดที่ผู้รับผิดชอบต้องเซนเซอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายสุพจน์เขียนว่าหมอใช้บอกไม่ได้สนใจฟัง อาจารย์สุลักษณ์เอาไปพูดดัดแปลงเป็น หมอใช้บอกจำไม่ได้&amp;nbsp;
ส่วนประเด็นใหญ่โต ปรากฏชัดเจนในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ผมเอามาให้ดูข้างล่าง &amp;nbsp; ทั้งสองคนกลับไม่เขียน ไม่พูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายชิต สิงหเสนีจำเลย และนายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยถูกจับแล้ว โจทก์ได้นำสืบว่าจำเลยคู่นี้ได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจโดยมีได้มีการบังคับขู่เข็ญ ทั้งรู้ตัวดีว่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานยันได้ในการพิจารณาคดีขึ้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยให้การไว้เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๙๐ มีข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้าฯ เชื่อว่ามีคนร้ายลอบปลงพระชนม์โดยใช้อาวุธปืนยิง ข้าฯ เห็นว่าไม่เป็นอุบัติเหตุ เพราะขณะเกิดเหตุนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๘ ทรงพระประชวรร่างกายอ่อนเพลียและอยู่ในระหว่างเสวยน้ำมันละหุ่ง จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะคิดว่าในหลวงรัชกาลที่ ๘ เล่นปืนจนปืนลั่นถูกพระองค์ &amp;nbsp;อีกประการหนึ่งรอยกระสุนเข้าและรอยกระสุนออกก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่กรณีอุบัติเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีปลงพระชนม์เองนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะพระองค์ท่านไม่มีเรื่องขุ่นมัวพระทัยแต่อย่างใดเลย นอกจากนี้ในระหว่างพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชากลมเกลียวสนิทสนมรักใคร่กันมาก ไม่ปรากฏการทะเลาะวิวาทหรือผิดพ้องหมองใจแต่อย่างใด อีกประการหนึ่งพระองค์ท่านตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะเสด็จไปต่างประเทศ ได้ตระเตรียมพระองค์และจัดเข้าของไว้เกือบพร้อมบริบูรณ์แล้ว นอกจากนี้รอยกระสุนเข้าที่พระนลาตและรอยกระสุนออกที่ท้ายทอยก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นการปลงพระชนม์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ ข้าฯ จึงเชื่อว่าในหลวงรัชกาลที่ ๘ ถูกคนร้ายลอบปลงพระชนม์ เหตุผลที่ถูกลอบปลงพระชนม์นั้นได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ให้มีพระเจ้าแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒ (มีข้อความยืดยาวเกี่ยวกับการที่โปรดเกล้าฯให้ย้ายข้าราชการซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระองค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓ เมื่อปรากฏเหตุการณ์สวรรคตแล้ว ไม่ปรากฎว่ารัฐบาลได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาสอบสวนตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔ ในหลวงรัชกาลที่ ๘ เป็นผู้ที่มีความคิดรอบคอบสุขุม พระองค์ตรัสน้อย ไม่แสดงอาการโกรธเคืองให้ปรากฎเลย พระองค์ท่านอยู่ในเกณฑ์ฉลาดเฉียบแหลม ถ้าพระองค์ท่านยังทรงราชสมบัติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการขัดชวางรัฐบาลได้ เช่นรัฐบาลมีความเห็นอย่างหนึ่งพระองค์ท่านอาจจะไม่มีความเห็นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงเป็นเหตุให้พระราชชนนีรับสั่งกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในวันที่ ๑ มิ.ย.๘๙ ที่พระแท่นบรรทมว่า &amp;quot; เล็กอย่ารับเป็นพระเจ้าแผ่นดิน&amp;quot; &amp;nbsp;ข้อความดังกล่าวนี้ ข้าได้ยินและยังมีนายชิต สิงหเสนี ส่วนพระพี่เลี้ยงเนื่องจะได้ยินหรือไม่ ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ดังกล่าวแล้ว บุคคลภายนอกจะทำได้โดยยาก ถ้าคนภายนอกจะทำแล้ว จะต้องร่วมมือกับคนภายในซึ่งอยู่ใกล้ชิด จึงจะทำได้สะดวก ถ้าเป็นคนภายในลอบปลงพระชนม์แล้ว ย่อมทำได้สะดวกกว่าคนภายนอก คนภายในที่ใกล้ชิดในขณะเกิดเหตุก็มีแต่ข้าฯ กับนายชิตเพียง ๒ คนเท่านั้น ในการปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ &amp;nbsp;ข้าฯสงสัยว่านายชิต จะเป็นผู้นำคนภายนอกเข้ามาลอบปลงพระชนม์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชิต สิงหเสนีจำเลยได้ให้การไว้เมื่อวันที่ &amp;nbsp;๒๕ ธันวาคม ๒๔๙๐ มีข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot; ฯลฯ ในกรณีที่ในหลวงรัชกาลที่ ๘ สวรรคตนี้ ข้าฯ สงสัยว่านายบุศย์จะเป็นสายให้แก่บุคคลอื่นลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ โดยมีเหตุผลดังนี้ คือ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลทั้ง ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น นี้ ข้าฯจึงลงความเห็นว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ถูกลอบปลงพระชนม์ ไม่ใช่เป็นการปลงพระชนม์เองหรืออุบัติเหตุ ในการลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นี้ ถ้าเป็นบุคคลภายนอกเข้ามาลอบปลงพระชนม์ จะต้องมีมหาดเล็ก หรือบุคคลภายใน เป็นสายชักจูงนำเข้ามาจึงจะทำการได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นคนภายในลอบปลงพระชนม์แล้ว ย่อมทำได้สะดวกกว่าบุคคลภายนอก สำหรับบุคคลภายในที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ก็มีแต่ข้าฯ กับนายบุศย์สองคนเท่านั้นที่จะต้องรับผิดอยู่ด้วย บุคคลที่คิดจะลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นั้น จะต้องมีการวางแผนการณ์ แล้วจะต้องมีสมัครพรรคพวกหลายคน &amp;nbsp;ผู้ที่ต้นคิดทำจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่เป็นต้นคิดลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นี้จะเป็นใครข้าฯ บอกไม่ถูก ฯลฯ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยเหตุผลทั้งหลายดังได้บรรยายมานี้ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษา แก้คำพิพากษาศาลอาญาว่า นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๙๗ ตอนสอง ให้ลงโทษประหารชีวิต นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยนอกจากที่แก้ไขนี้คงยืนตาม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หมายเหตุ คดีนี้ &amp;nbsp;ศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตนายชิตคนเดียว &amp;nbsp;นายบุศย์และนายเฉลียวให้ปล่อยไป ศาลอุทธรณ์(ตามคำพิพากษาข้างต้น) พิพากษาประหารชีวิตนายชิตและนายบุศย์ ส่วนนายเฉลียวให้ปล่อยไป &amp;nbsp;สุดท้ายคือศาลฎีกา พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม คือ นายชิต นายบุศย์ และนายเฉลียว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล. ชัยนิมิตร นวรัตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิต สิงหเสนี, บุศย์ ปัทมศริน, ม.ล. ชัยนิมิตร นวรัตน, ร.8, ลอบปลงพระชนม์, ส.ศิวรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b3ccf9a80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ศิวรักษ์&#039; ขึ้นเวทีไทยไม่ทน ด่า &#039;บิ๊กตู่&#039; โง่บัดซบกว่านายกฯทหารคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;พ.ค.64 - ที่ห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีพีซทีวี กรุงเทพฯ&amp;nbsp;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เปิดเวทีปราศรัยออนไลน์&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยไม่ทน&amp;rdquo; ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น. นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ขึ้นเวทีร่วมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมสนทนาเป็นผู้กล่าวถามนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุลักษณ์ กล่าวตอบคำถามนายจตุพรที่ให้เปรียบเทียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นทหารคนอื่น สรุปได้ว่า ตนเกิดปีเดียวกับประชาธิปไตย พ.ศ.2475&amp;nbsp;โดยพระยาพหลพลหยุหเสนา เป็นนายกฯ ที่ซื่อสัตย์สุจริต หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูลสงคราม) ทำเลวดีหลายอย่าง แต่มุ่งหวังประโยชน์ประเทศชาติอย่างแท้จริง และออกจากตำแหน่งด้วยวิถีทางประชาธิปไตย แพ้เสียงโหวตในสภา จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้เลวร้ายมาก แต่หาคนดีมาปกครอง อย่างนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ มาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พล.อ.สุจินดา คราประยูร สั่งจับตน ทำให้ตนต้องหนีไปต่างประเทศ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี ก็ยังฉลาดเลือกนายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุลักษณ์ ระบุถึงนายกฯ ที่เป็นทหารบางคน แม้เลวร้ายแต่มีความสามารถ ไม่เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความสามารถ โง่บัดซบ ทำเพื่อพวกพ้อง ซื้อเรือดำน้ำจีน อยู่ใต้อำนาจจีนเลวร้ายกว่าอเมริกา ล่าสุดไปเซ็นสัญญาเรื่องพืช ข้าวทุกชนิดต้องลงทะเบียนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ จะแย่ไปกันหมด ไม่เคยเห็นนายกฯ คนไหนเลวร้าย โง่ อยู่ใต้อำนาจจีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ถามว่ารัฐบาลประยุทธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ นายสุลักษณ์ กล่าวว่า คนรุ่นใหม่เวลานี้สามารถท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้น่าชื่นชม บางคนยอมอดข้าวประท้วง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เห็นคุณค่า วงการรัฐบาล ศาล เอียงกันหมด ขอประกันตัวไม่ให้ แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีค้ายาถูกจับที่ออสเตรเลียบอกไม่เสียหาย เนติบริกรบิดกฎหมายเอาใจนาย ไม่เอาใจราษฎรส่วนใหญ่ การท้าทายจะมีมากขึ้น ขอแนะนำคนรุ่นใหม่ต้องใช้สันติประชาธรรม ใช้ความจริง ไม่รุนแรง รัฐบาลประยุทธ์ต้องปลาสนาการไปในไม่ใช้ ให้อยู่ต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุลักษณ์ ยังปลุกให้ต้องสู้นอกสภา รวมตัวกันด้วยสันติวิธี เราต้องเอาชนะในเร็ววัน อย่าให้ช้า พร้อมยกตัวอย่างการขับไล่รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ว่าถ้าทหารไม่ยึดอำนาจ คนไล่นายทักษิณสำเร็จ แต่ยึดอำนาจทำให้นายทักษิณมีความชอบธรรม ทั้งที่นายทักษิณเห็นแก่ตัว ถ้านายทักษิณไปโดยประชาชนไล่แทนการยึดอำนาจ บ้านเมืองจะสวยกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงท้าย ส.ศิวรักษ์ กล่าวตอบคำถามนายจตุพรถึงการให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ว่า คนที่ออกมาต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใช้ขันติ อดทน อย่าเกลียด เพราะถ้าใช้ความเกลียดทำให้เราคิดไม่ชัด ใช้ความรัก สร้างสันติภาวะ ใช้หัวใจสำคัญที่สุด ใช้ลมหายใจฝึกอานาปานสติ เปลี่ยนความเกลียดให้เป็นความรัก แก้สังคมอยุติธรรมให้สำเร็จได้ เช่นองค์ทาไลลามะยังไม่ชนะ จีนบุกยึดทิเบต แต่ท่านก็สั่งให้รักจีน เราก็รัก พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนรักหมาที่บ้าน เอาความรักมาประมวลเป็นพลังสันติประชาธรรม อีกไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์ จะหายไปจากโลกนี้ ชัยชนะเป็นของราษฎรชาวสยาม ต้องรวมตัวเอาชนะรัฐบาลทรราชให้ปลาสนาการไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102223</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ส.ศิวรักษ์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60966db7f32ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ศิวรักษ์&#039; ร่วมเดินทะลุฟ้า หนุนยกเลิก ม.112 ชูเด็กรุ่นใหม่น่าเคารพ ดีกว่าคนแก่เยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;People GO network&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;People GO network เครือข่ายภาคประชาชน นำโดยนายนิมิตร์ เทียนอุดม ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำจัดกิจกรรมเดินทะลุฟ้า คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; ระยะทาง 247.5 กิโลเมตรจากโคราชถึงกรุงเทพฯ โพสต์ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งมีนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ เปิดขบวนเริ่มจากวัดคุณหญิงส้มจีน&amp;nbsp;ไปถึงเซียร์รังสิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;People GO network ได้โพสต์ข้อความว่า จากใจ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ถึงเดินทะลุฟ้า &amp;ldquo;ผมมาให้กำลังใจ เป็นคนแก่มาให้กำลังใจเขาเท่านั้นเอง วันนี้มาเดินด้วยนิดหน่อย คนแก่เดินมากไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นด้วยเลย ยกเลิก 112 ประยุทธ์ออกไป ต้องไล่ประยุทธ์ ประยุทธ์เป็นคนเหลวไหลมาก ต้องไล่ออกไป เห็นด้วยทุกข้อ การแก้รัฐธรรมนูญจะแก้ได้ก็ต่อเมื่อมีประชาชนเข้าไปร่วมแก้ไข ปล่อยให้เนติบริกรแก้ไขไม่ได้ ไอ้พวกนี้มันแหย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมันเลวร้ายมาก แล้วศาลก็ไม่ดี ศาลทุกคนอาจไม่เลวร้าย แต่ศาลที่ไม่ให้ประกันตัวนี่ เลวร้ายมาก เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์เลย จับเขาไปก็ต้องให้ประกันออกมาสิจะได้สู้กัน ศาลรังแกคน น่าเสียดาย น่าเศร้า สถาบันสั่น ไม่มีความมั่นคงทางจริยธรรมการปกครอง&amp;nbsp;ถ้าเผื่อรัฐบาลฉลาดเขาก็จะต้องแก้ปัญหา แต่ถ้ารัฐบาลโง่มันก็จะบานปลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการคนรุ่นใหม่นี้ดีมากเลย โดยเฉพาะตอนนี้เด็กนักเรียนมัธยมปลายก็ออกมาทั้งผู้หญิงผู้ชาย และเด็กเหล่านั้นพูดจากระฉับกระเฉง พูดจามีน้ำหนัก เด็กรุ่นใหม่ดีกว่าคนแก่เยอะแยะเลย เพราะระบบของเราสอนให้คนเชื่อง สอนให้อยากจะไต่เต้าแต่เอาดี เอาอำนาจ แต่เด็กพวกนี้ก็ออกมาท้าทาย แสดงว่าสื่อนอกกระแสหลักใช้ได้เลย เด็กรุ่นใหม่ น่านับถือ น่าเคารพ ทำให้คนแก่อดไม่ได้ที่จะเคารพเด็กรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราจะต้องไม่ใช้ความรุนแรงนะ เราจะชนะได้อย่างเดียว ต้องใช้สัจจะ และใช้อหิงสาเท่านั้นที่จะชนะ ความรุนแรงให้รัฐบาลมันใช้ไป ให้มันแสดงความเลวร้ายออกมา อย่าลืมว่าการเดินทางของเราแม้จะไม่ใหญ่โต แต่มันดังไปทั่วโลกเลยนะ ทั่วโลกได้รับรู้และให้กำลังใจเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต่างจากสัตว์เดรัจฉานตรงที่เราสามารถพูดได้ และตรงที่เราแสดงความเห็นที่เป็นคำพูดก็ดี ข้อเขียนก็ดี เป็นสิทธิของมนุษย์ เมื่อรัฐบาลไหนกดขี่มนุษย์ ไม่ให้พูดโดยอิสระเสรี รัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลอัปรีย์ เป็นรัฐบาลจัญไร เช่น รัฐบาลประยุทธ์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านทั้งหลายออกมาเดินขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เดินขบวนด้วยสันติ และอดทน เพราะว่าเราจะต้องเอาชนะพวกทรราชให้ได้ แม้ประยุทธ์จะอ้างว่าไม่ได้เป็นเผด็จการแล้ว อ้างเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม เราต้องชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ปลอมจะแพ้สิ่งที่เป็นจริง ใช้สัจจะและอหิงสาต่อสู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการของเราอาจจะไม่ใหญ่โต อาจจะไม่มาก แต่ทุกคนที่มาร่วมมีธรรมะเป็นพื้นฐาน แล้วอย่าลืมนะครับโลกสมัยนี้ ทั่วโลกรู้หมดเลยว่าเราทำอะไรบ้าง แม้เราจะเป็นคนจำนวนน้อยแต่เป็นจำนวนน้อยที่ต่อสู้เสียสละด้วยความยินดีเพื่อประโยชน์ สุขของมหาชนทั้งหลาย ผมขอเอาใจช่วย ขอให้กำลังใจให้ท่านทั้งหลายเดินทางด้วยความอดทน ด้วยความตั้งใจมาก และในที่สุดเราจะต้องชนะ อัปปรีย์จะต้องไปจัญไรจะต้องแพ้ ธรรมะชนะอธรรม&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95119</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, ส.ศิวรักษ์, เดินทะลุฟ้า, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_60420e9a556eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ศิวรักษ์&#039; เปิดขบวนเดินทะลุฟ้าเข้ากรุงพรุ่งนี้ หวังปลุกระดมมากันมืดฟ้ามัวดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;UNME of Anarchy ซึ่งจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมืองในชื่อ &amp;quot;เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; เริ่มเดินจากลานย่าโม จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ถึงกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ 5 มีนาคม ขบวนเดินทะลุฟ้า เริ่มเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯ เริ่มจากวัดคุณหญิงส้มจีน&amp;nbsp;ไปถึงเซียร์รังสิต โดยมีอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มาร่วมเดินเปิดขบวน มุ่งหน้าไล่เผด็จการ คืนอำนาจประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเชิญพี่น้องมาร่วมเดินมาร่วมกิจกรรมช่วงเย็นที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ติดตามแผนการเดินได้ทุกเช้าของแต่ละวัน ที่เพจ&amp;nbsp;@UNME of Anarchy @PeopleGoNetworks #ราษฎรก้าวไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าวมีการเดินทางจากโคราชถึงกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 247 กิโลเมตร โดยการนำของ 3 แกนนำคนสำคัญ ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน และ&amp;nbsp;ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะตัวแทนราษฏร และ นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทน People GO Network โดยมีการถือธงสีแดง เขียนว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน พร้อมชูสัญลักษณ์สามนิ้ว เริ่มเดินขบวนตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;โดยเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดี 112, ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และยกเลิก 112&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95025</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ศิวรักษ์, เดินทะลุฟ้า, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040d464d5e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
