<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปริญญา&#039;แนะคสช.เช็กเสียง ถ้าได้ที่นั่งส.ส.ไม่ถึง250เก้าอี้ควรถอยดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.61- นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์การเมือง ณ ปัจจุบันก่อนไปสู่การเลือกตั้ง ว่า ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะคำวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องจับตาดูว่าการพิจารณาของกฎหมายจะออกมาในทิศทางใด โดยส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ 3 แนวทาง 1.เหมือนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา คือ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2. มีหรือขัด แต่ไม่เป็นสาระสำคัญต้องทำให้ตกทั้งฉบับ แก้เพียงบางมาตรา บางประโยคเท่านั้น และ 3.ขัดต่อสาระสำคัญรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องต้องร่างใหม่ ซึ่งอาจทำให้โรดแมปเลือกตั้งเคลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สมมุติว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือนก.พ. 62 แม้จะมีการประเมินว่าอาจจะจัดการเลือกตั้งในเดือนพ.ค. 62 โดยภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าฯ ในเดือนมิ.ย. 61 และนับจากนั้นไปอีก 90 วันหลังพรป.ส.ส.ประกาศใช้ ในช่วงเดือนพ.ย. 61 ก็สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ภายใน 150 วันดังนั้น &amp;nbsp;รัฐบาลไม่จำต้องใช้เวลาถึง 150 วันก็ได้ ใช้เพียงแค่ 60 วันเพื่อให้เลือกตั้งก.พ. 62 ได้ ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลปกติหากมีการยุบสภาก็จะให้จัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ขอย้ำว่ารัฐบาลควรจัดให้มีการเลือกตั้งภายในต้นปี 62 เพราะหากยืดออกไปอีก ก็ไม่เป็นผลดีต่อคสช. เนื่องจากนายกฯได้ประกาศไว้กับนานาชาติ อีกทั้ง ส่วนตัวก็อยากให้ระบุวันเลือกตั้งให้ชัดเจน หากยังใช้เพียงแค่การประมานการก็อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งให้เลื่อนออกไปอีก
&amp;nbsp;
นายปริญญา กล่าวถึงแนวคิดที่คสช.จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง &amp;nbsp;ว่า เดิมคสช.เข้ามาในฐานะคนกลาง แต่ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลถูกมองว่าส่วนได้เสียทางการเมือง สถานการณ์คนกลางของคสช.ที่จะเข้ามาทำเรื่องปฏิรูป ก่อนทำรัฐประหารจะหมดไป หากรัฐบาลจะคิดตั้งพรรคการเมืองจริงก็สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอยากให้จับตาดูว่าพรรคการเมืองของทหารนั้นจะเสนอใครเป็นนายกฯคนแรกในบัญชีรายชื่อ อีกทั้ง มองว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯอีกครั้ง จำเป็นต้องมีเสียงส.ส.เกิน 250 คน บวกกับส.ว. 250 คน โดยเฉพาะเพื่อขับเคลื่อนงานในสภาอาทิ กฎหมายสำคัญและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนตัววิเคราะห์ว่าระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 60 จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ดังนั้น หาก คสช. อยากกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง จะใช้เสียงพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงพรรคของตัวเอง ให้เกิน 250 เสียง ต้องมีเสียงพรรคใหญ่มาร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่มาร่วมรัฐบาลทหาร หรือพรรคประชาธิปัตย์คงไม่มีใครยกมือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ดังนั้น เหลือเพียงแค่พรรคขนาดกลางและพรรคร่วมของตัวเองก็ยังไม่เพียงพอทำให้ได้ส.ส. 250 เสียง ขณะที่รัฐบาลลงพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศเพื่อชักชวนนักการเมืองต่างๆ และถ้าชวนอดีตสส.ยังไม่ได้ครบตามและเพียงต่อการขึ้นเป็นนายกฯและอยู่ต่อได้ ก็ควรจะถอยดีกว่า และกลับมาอยู่ในฐานะคนกลางเหมือนเดิมจะได้รับการยอมรับมากกว่า และให้สว. ที่คสช.แต่งตั้งทำหน้าโดยอิสระเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9883</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, #เลือกตั้ง, คสช., ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ส.ส.250 เสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6ee9240e583.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
