<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก8เดือน‘ปารีณา’คดีหมิ่น‘ช่อ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งคุก 8 เดือน ปรับ 6 หมื่น &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; โพสต์หมิ่น &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ลงใต้เอี่ยวบึ้มกรุง รอลงอาญา 2 ปี &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; ลุ้น 5 พ.ค.นี้ ศาล รธน.นัดชี้ชะตาสถานะ รมต.-ส.ส. ปมต้องคำพิพากษาคดีค้ายาออสเตรเลีย ศาลรับคำร้อง กกต.สั่ง 5 ส.ส.กปปส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ อุทธรณ์จำคุก ส.ส.ขอนแก่นเพื่อไทยย้าย ผอ.โรงเรียนมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ห้องพิจารณา 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2043/2562 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2562 จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาใส่ร้ายทำนองว่า น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ขณะนั้น) มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กที่โจทก์ฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยจำเลยปฏิเสธว่าบัญชีดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม ภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความยืนยันสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยเคยถ่ายทอดสดโดยปรากฏใบหน้าจำเลยผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ อีกทั้งพยานโจทก์ซึ่งเป็นสื่อมวลชนเบิกความว่า ภายหลังเกิดเหตุโจทก์แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ จำเลยก็มีได้ปฏิเสธว่าบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมิใช่เฟซบุ๊กของจำเลยแต่อย่างใด เพียงแต่ออกมาปฏิเสธภายหลังเมื่อโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามฟ้องหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; นั้น เห็นว่า การที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวประกอบกับรูปภาพของโจทก์และรูปภาพของผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุวางระเบิดในกรุงเทพฯ ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้อ่านข้อความและดูรูปภาพประกอบกันแล้ว เข้าใจได้ทันทีว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดในกรุงเทพมหานคร โจทก์เป็นผู้จ้างวานให้มีการวางระเบิด ถือเป็นการใส่ความโจทก์ว่าเป็นคนไม่ดีต่อบุคคลที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเกิดเหตุ โจทก์ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนจำเลยดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยใส่ความโจทก์ดังที่กล่าว เพื่อมุ่งประสงค์ให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง และภายหลังเผยแพร่ข้อความดังกล่าวแล้ว จำเลยก็ไม่ได้วิเคราะห์หรืออธิบายข้อเท็จจริงในเฟซบุ๊กของจำเลยให้ประชาชนได้ทราบว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดอย่างไร จึงมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความชอบธรรม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อจำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของจำเลย โดยตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ย่อมทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โพสต์ดังกล่าวได้อย่างไม่จำกัด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โพสต์ดังกล่าวมีผู้กดถูกใจ 498 ครั้ง กดแชร์โพสต์ถึง 263 ครั้ง จึงถือได้ว่าเป็นการกระจายข่าวสู่สาธารณชนในลักษณะแพร่หลายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 จำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.ปารีณา จำเลย จ่ายเงินค่าปรับ จำนวน 66,666 บาทต่อศาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. 51 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัสสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด แม้จะเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ซึ่งศาลได้ให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมทั้งมีหนังสือเรียกเอกสารหลักฐานจากคู่กรณีและกระทรวงการต่างประเทศแล้ว โดยจากการอภิปราย ศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 5 พ.ค. เวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา อดีต รมช.คมนาคม, นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) จากเหตุต้องคำพิพากษาศาลอาญาจำคุกในคดีชุมนุม กปปส.ปี 2557 ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต.ทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 5 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 5 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต. และประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายณัฏฐพล และนายถาวร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีพระบรมราชโองการประกาศให้ทั้ง 3 คนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 จ.ขอนแก่น ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อท.5/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 24/2563 ระหว่างนายมีศิลป์ ชินภักดี โจทก์ กับนายกิตติ บุญเชิด จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 11 คน โดยมีนายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประเมินศักยภาพผู้ขอย้าย/กรรมการกลั่นกรองการย้าย และ อ.ก.ค.ศ. สพม.25 ขอนแก่น โดยมิชอบ กรณีโจทก์ยื่นคำร้องขอย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อปี 2558&amp;nbsp; ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน นายกิตติ บุญเชิด กับพวก รวมถึงนายบัลลังก์ โดยไม่รอลงอาญา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98715</URL_LINK>
                <HASHTAG>รอลงอาญา 2 ปี, ส.ส.กปปส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc83aad58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาธิปัตย์ซดเกาเหลา ‘ส.ส.กปปส.’พ้นสภาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประชาธิปัตย์เปิดศึกเขย่าพรรคกันเอง อดีตรองโฆษกฯ กางกฎหมายฟันธง 5 ส.ส.กปปส. สมาชิกภาพสิ้นสุดแล้ว เตือนอย่าทำหลักกฎหมายเสียหาย ยันไม่ได้มีปัญหากับใครเพราะเคยร่วมเคลื่อนไหวกับ กปปส. แต่เจ็บปวดที่เห็นคนสู้เพื่อชาติ กำลังถูกชะตากรรม คนเสวยสุขกลายเป็นคนที่นอกจากไม่เคยสู้เพื่อชาติแล้วยังเคยอยู่ร่วมแก๊งปล้นชาติมาก่อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นกรณี&amp;nbsp; 5 ส.ส.กปปส.สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ว่าอย่าทำหลักกฎหมายเสียหาย กรณียังมีการถกเถียงในข้อกฎหมายว่า ส.ส.ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างรอคำสั่งตามคำขอประกันตัวของศาลอุทธรณ์ ว่า ส.ส.เหล่านี้พ้นจากสมาชิกภาพแล้วหรือไม่ โดยเห็นว่าเรื่องนี้ต้องฟังประกอบกันทั้ง 2 ส่วน คือปัญหาว่า ส.ส.ทั้ง 5 คนถูกคุมขังโดยหมายของศาลหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ การจะควบคุมตัวหรือขังผู้ต้องหาหรือจำเลยได้นั้น ต้องอาศัยคำสั่งหรือหมายจากศาล ซึ่งมีอยู่ 4 ประเภทคือ 1.หมายขังระหว่างสอบสวน 2.หมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา 3.หมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา 4. หมายจำคุก กรณีคดีถึงที่สุด จึงเห็นได้ว่า ส.ส.ทั้ง 5 คนถูกคุมขังโดยหมายของศาลโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีปัญหาต้องพิจารณาต่อไปว่า กรณีที่ถูกศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกแต่อยู่ระหว่างรอคำสั่งขอปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลอุทธรณ์ จะถือว่าถูกคุมขังหรือไม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ได้บัญญัติให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงไว้หลายกรณี แต่ตาม (6) คือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (6) ที่ระบุว่า &amp;quot;ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล&amp;quot; เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะนี้ ส.ส.กปปส.ทั้ง 5 ถูกคุมขังโดยหมายจำคุก ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงถือว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(6) แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ระบุว่า การที่กฎหมายรัฐธรรมนูญวางหลักไว้อย่างเคร่งครัดในเรื่องนี้ ก็เพราะเป็นหลักประกันในเรื่องความเป็นอิสระของผู้แทนปวงชนชาวไทย ว่าต้องสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้ตลอดเวลา โดยปราศจากอำนาจใดๆ มาขัดขวาง หรือควบคุมหรืออยู่ใต้อาณัติใดๆ แม้กระทั่งความคิด ดังนั้นการถูกขังโดยหมายศาลแม้จะกี่วันกี่ชั่วโมง แต่ในระหว่างที่ถูกขังความอิสระย่อมหมดไปตามระเบียบของกฎหมาย ไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้อย่างปกติ จึงให้ความเป็น ส.ส.จึงต้องสิ้นสุดลง แม้ต่อมาจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเทียบเคียงได้กับคำพิพากษาปกครองสูงสุดที่ อ.2162/2559 ที่ได้วินิจฉัยวางแนวไว้เป็นบรรทัดฐานว่า แม้ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ในวันเดียวกัน แต่ศาลแขวงก็มีคำสั่งให้ส่งคำร้องของผู้ฟ้องคดีไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาสั่ง โดยมิได้มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวผู้ฟ้องคดี และมีหมายลงวันที่ 18 กันยายน 2555 จำคุกผู้ฟ้องคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยผู้ฟ้องคดีชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลแขวงจึงมีหมายลงวันที่ 19 กันยายน 2555 ปล่อยตัวผู้ฟ้องคดีก็ตาม กรณีถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 45 (4) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีจึงสิ้นสุดลงตามนัยมาตรา 47 ตรี วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 47 ทวิ (3) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 แม้จะเป็นการถูกคุมขังเพียง 1 วัน และต่อมาผู้ฟ้องคดีจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ก็ไม่ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีซึ่งสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายกลับฟื้นคืนมาได้แต่ประการใด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับ ส.ส.ทั้ง 5 ท่าน ตรงกันข้าม เห็นใจและให้กำลังใจอย่างเต็มที่ เพราะผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่เคยออกไปเคลื่อนไหวกับ กปปส. เจ็บปวดที่เห็นคนสู้เพื่อชาติกำลังถูกชะตากรรม คนเสวยสุขกลายเป็นคนที่นอกจากไม่เคยสู้เพื่อชาติแล้ว ยังเคยอยู่ร่วมแก๊งปล้นชาติมาก่อนด้วย แต่ในข้อกฎหมายเราไม่ควรปล่อยให้มีการบิดเบี้ยวเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะจะทำให้หลักกฎหมายได้รับความเสียหาย คนที่พยายามดิ้นไปในทางตันก็จะเสียหายตามไปด้วย&amp;quot; อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้ เทคนิคติดคุก 1 วัน พ้นจากตำแหน่งทันที ย้อนอดีตกลับไปดูรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 137(4) กำหนดว่า คนที่จะเป็น กกต. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 109 (4) ที่เขียนว่า &amp;quot;ต้องคำพิพากษาจำคุกและถูกควบคุมโดยหมายศาล&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ กกต.ยุควาสนา เพิ่มลาภ 3 คนถูกศาลตัดสินจำคุกเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 คนละ 4 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ด้วยข้อหาจัดการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที&amp;nbsp; โดยถูกคุมขังเป็นเวลา 3 วัน จึงมาการประกันตัวมาสู้คดีในขั้นอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งกว่าคดีขั้นฎีกาจะแล้วเสร็จคือวันที่ 13 มิถุนายน 2556
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ทั้งสามพ้นจากตำแหน่งทันที เมื่อศาลส่งเข้าเรือนจำ ด้วยเหตุขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และมีการสรรหา กกต.ชุดใหม่มาทำงานต่อโดยเริ่มงานตั้งแต่ 20 กันยายน 2549
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความในมาตรา 109 (4) ของรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้เป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกับมาตรา 98(6) ของรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อ ส.ส.และรัฐมนตรีถูกส่งเข้าเรือนจำเพียงวันเดียวก็หลุดจากตำแหน่งครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทบทวนความจำอีกนิด คดี กกต.ชุดที่ 2 ติดคุกและพ้นตำแหน่งทันที คนยื่นฟ้องชื่อ ถาวร เสนเนียม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ประชาธิปัตย์, ส.ส.กปปส., สมาชิกภาพสิ้นสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_60115c8a47101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
