<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลหายอีกหนึ่ง! &#039;วินท์ สุธีรชัย&#039; ประกาศลาออกจาก ส.ส. เตรียมตั้งพรรคใหม่เปิดตัว 7 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ค ประกาศลาออกยุติจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากว่า 2 ปี&amp;nbsp;ผมมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสันติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนและเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ด้วยสถานการณ์และบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ผมขอยุติบทบาทการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนหยัดและเดินตามอุดมการณ์ของผมที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ให้โอกาสผมเข้าสู่การเมือง ขอบคุณพรรคก้าวไกลที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผมตลอดมา ขอบคุณประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรรวมถึงเพื่อนสมาชิก ส.ส.ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการทำงานของผมอย่างดีในช่วงเวลาที่ได้ทำงานด้วยกัน ผมได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์อย่างมากในการทำหน้าที่ตรงนี้ และจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานรับใช้ประชาชนอย่างดีที่สุด

นับจากนี้ ผมขออุทิศตัวเองทำงานเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศไทยที่รักของพวกเราทุกคนตามอุดมการณ์ทางการเมืองของผมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกของนายวินท์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการไปก่อตั้งพรรคการเมืองเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง โดยคาดว่าจะใช้ชื่อ &amp;ldquo;รวมไทย ยูไนเต็ด&amp;rdquo; ซึ่งเบื้องต้นมีกำหนดการแถลงข่าวเปิดตัวในวันที่ 7 ต.ค. 65&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวินท์ สุธีรชัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด บริษัทเหล็กที่อยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำ ผลิตเหล็กม้วนรีดร้อนที่นำไปใช้ได้กับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118962</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วินท์ สุธีรชัย, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d53ea1821d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตร2ใบฉลุย 476ต่อ70เสียงไฟเขียวม.83สูตรส.ส.เขต400ปาร์ตี้ลิสต์100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมรัฐสภาลงมติท่วมท้นไฟเขียวถกร่าง รธน.ฉบับทบทวนแก้ไข &amp;nbsp;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ดันจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ &amp;ldquo;พรรคเล็ก&amp;rdquo; ร่วมกันค้าน หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ส.ส.เขตซื้อเสียงมากขึ้น &amp;quot;ส.ว.เลิศรัตน์&amp;quot; อภิปรายหนุน ก่อนที่ประชุมโหวตเห็นชอบกับ กมธ. &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ค้านคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อย้อนยุคปี 2540 ยกหางวิธีคิดก้าวไกลป้องกันพรรคนายทุนกินรวบ ส.ส. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; สวนกลับ สะท้อนความต้องการ ปชช. ป้องกันพรรคเล็กมากเกินจำเป็น &amp;nbsp;ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.50 น. วันที่ 25 สิงหาคม ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ..... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.ในวาระสอง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเรียงรายมาตรา ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ กมธ. ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ด้วยคะแนน 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 ไม่ออกเสียง 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ชี้แจงว่า คณะ กมธ.ได้ปรับแก้ไขรายงาน โดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จให้ กกต.ออกประกาศเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติมคือมาตรา 86 เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการ ที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้ไขของ กมธ.ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้นจึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ตนไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า เมื่อ กมธ. แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะ กมธ.มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะ กมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.ได้พิจารณาเสร็จ โดยมีมาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องและเสนอคำแปรญัตติที่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 การแก้ไขในแต่ละมาตรา กมธ.ได้นำคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ตาม มีการแก้ไขมาตรา 86 แบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้สัมพันธ์กับการแก้ไขมาตรา 83 โดยตรง นอกจากนี้ มียังมีการเพิ่มบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อมตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้
โหวตบัตร 2 ใบผ่านฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.38 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 83 ว่าด้วยจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภาพรวมการอภิปราย พรรคก้าวไกล พรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคเสรีรวมไทย ไม่เห็นด้วนตามที่ กมธ.แก้ไข และเสนอให้คงใช้สัดส่วน ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากกำหนดสัดส่วน ส.ส.ไม่ห่างกัน จะทำให้พรรคการเมืองได้เน้นนโยบายหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เน้น ส.ส.แบ่งเขตแบบตัวบุคคล ซึ่งการเข้ามา ส.ส.ก็จะใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ซึ่งแบบนั้นไม่ได้สะท้อนประชาธิปไตยในบ้านเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การให้สัดส่วน ส.ส.เป็นแบบที่ กมธ.แก้ไข จะทำให้มีการซื้อเสียงทวีคูณและแข่งขันมากขึ้น เราจะยอมรับหรือไม่ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจนเป็นธรรมเนียมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ฟังปราศรัยได้ 200 บาท คืนหมาหอนได้อีก 500 บาท จึงอยากถามว่าสัดส่วน ส.ส.แบบที่ กมธ.แก้ไข ยังเหมาะสมจริงกับประเทศเราจริงหรือ ระบบนี้ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 40 เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นระบบกินรวบรัฐสภา เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่สะท้อนเจรจาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยากถามผู้มีอำนาจว่าหากใช้ระบบนี้ ไม่กลัวผีแล้วหรือ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่านั้น ก็เลิกกลัวผี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายสนับสนุนให้มี ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้ใบเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะในการเลือกตั้งส.ส.ปี 62 ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหามาก ตั้งแต่เกิดการร้องเรียนต่อ กกต. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการคำนวณ ส.ส.ใหม่ ได้เป็น ส.ส.อยู่ดีๆ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมและคำนวณคะแนนใหม่ ทำให้ ส.ส.ต้องกลับบ้าน รู้สึกสงสาร ฉะนั้นตนจึงเห็นด้วยที่จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประชาชน แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร 2 ใบตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยก ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญและให้ประชาชนได้ประโยชน์ ต้องใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ มี ส.ส.หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียวแบบที่ทำกัน ซึ่งเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก ทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างทั่วถึงกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 14.48 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 จำนวน ส.ส. ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 476 ไม่เห็นชอบ 70 งดออกเสียง 91 ไม่ออกเสียง 1 คะแนน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาใช้เวลาพิจารณามาตราดังกล่าว 4 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.57 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 3/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 86 ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่จำกัด มีข้อเสียคือหากใครไม่สุจริตก็จะใช้เงินซื้อเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะใช้เงินซื้อเสียง อย่างไรก็ตาม หากเขตเลือกตั้งมีพื้นที่ใหญ่ และมี ส.ส.มากกว่า 1 คน ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ดีกว่าหนึ่งเขตหนึ่งคน จึงอยากให้ที่ประชุมช่วยพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นพื้นที่ใหญ่ เพราะสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชน ประชาชนได้มีตัวแทนของเขาเข้ามาทำหน้าที่ในสภา ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเสนอข้อเรียกร้องของตนเอง และเกิดการชุมนุมเหมือนที่ผ่านๆ มา ถือเป็นการพายเรือในอ่าง วนแบบนี้ไม่จบ
กก.ค้านคำนวณบัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมาชิกรัฐสภาอภิปรายกันอย่างขวางกว้างจนครบคน นายพรเพชรให้ที่ประชุมลงมติ ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 471 ไม่เห็นชอบ 6 งดออกเสียง 133 ไม่ออกเสียง 1 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.10 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 91 เรื่องการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอการกำหนดให้การเลือกตั้งบัตรใบที่ 2 ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนน้อยกว่า 0.2% ของคะแนนรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อหาสัดส่วนจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเมื่อได้คะแนนดังกล่าวแล้ว จึงนำไปคำนวณเพื่อหาคะแนนพึงมีของแต่ละพรรคการเมือง แล้วจึงนำไปลบกับจำนวน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองนั้นได้มา จำนวนที่เหลือคือจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองนั้นควรจะได้ ข้อเสนอของตนพัฒนาจากประสบการณ์เมื่อปี 2540 เป็นระบบที่มีความเหมาะสมกับสังคมไทยในวันนี้ การเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ยังมีอยู่ในคำที่สงวนเอาไว้ เพียงแต่การคำนวณจะต้องทันสมัย ไม่โบราณเหมือนกับที่เกิดขึ้นในยุคเก่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การกำหนดขั้นต่ำ 0.2% หากคิดเป็นสมการง่ายๆ เรามี ส.ส. 500 คน 0.2% ของ 500 คน คือ ส.ส. 1 คน หากเราใช้เกณฑ์นี้ในการคำนวณแล้วเทียบผลการเลือกตั้งในปี 2562 จะพบว่าคะแนนขั้นต่ำ ที่จะถูกนำมานับได้คือ 7 หมื่นคะแนน คิดว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ไม่มากเกินไป เป็นการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมได้ นอกจากนั้น การกำหนด 0.2% เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการคิดคะแนนของพรรคการเมือง จะเป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองปัดเศษ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ 60&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงระบบการคำนวณคะแนนที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้นจะป้องกันการกินรวบ เป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เพราะใช้วิธีคำนวณ ส.ส.พึงมีตามสัดส่วนคะแนนเสียง ได้ที่นั่ง ส.ส.ถูกต้อง สะท้อนถึงเสียงประชาชน ขณะที่การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบคู่ขนาน จะทำให้พรรคการเมืองใหญ่ ที่ชนะ ส.ส.เขตมาก ได้ที่นั่ง ส.ส.มากเกินจริง และเพื่อช่วยกันทำลายระบบพรรคนายทุนที่จะกินรวบประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา 91 ร่างของกรรมาธิการมีเจตนารมณ์เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ปี 2550 โดยการคิดคำนวณคะแนน 1.การกำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ที่ร้อยละหนึ่งของคะแนนทั้งหมด กล่าวคือ สมมุติคะแนนทั้งหมดมี 40,000,000 เสียง คะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 400,000 คะแนน พรรคการเมืองใดได้คะแนนมากกว่า 400,000 ขึ้นไป จึงจะสามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่ำกว่านั้นไม่มีสิทธิ์ วิธีการนี้จะได้ไม่มีพรรคเล็กพรรคน้อยเกินความจำเป็น 2.ให้นำคะแนนที่เลือกทั้งพรรคและเขตมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ สะท้อนความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การไม่กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ทำให้มีพรรคเล็กจำนวนมาก ทุกคนตั้งพรรคเพื่อได้คะแนน 2-3 หมื่นคะแนน จะได้มี ส.ส. มีพรรคเล็กร่วม 10พรรค ทำให้เกิดความอ่อนแอจัดตั้งรัฐบาล เกิดปรากฏการณ์กล้วยเลี้ยงลิง มีพรรคฝ่ายค้านอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงขอเสนอบัญชีรายชื่อพรรคใดได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของคะแนนทั้งประเทศถือว่า ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แก้ปัญหาพรรคปัดเศษ พยากรณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านไปใช้การเลือกตั้ง จะมีพรรคที่ได้ ส.ส. 1 คน เพียง 3-4 พรรค เพราะมีส.ส.บัญชีรายชื่อลดลงเหลือ 100 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114565</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง, ส.ส.ก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d14809da71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล หวังรัฐคุ้มครองชาวบางกลอย ข้องใจขึ้นมรดกโลกทั้งที่มีปัญหาละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ในคณะกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก เลขานุการคณะอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุฯ แถลงกรณีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต และข้อกังวลใจของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการ 21 ชาติ รวมถึงประเทศไทยได้เป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยการพิจารณาประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ให้ข้อเสนอแนะว่าควรชะลอการขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากในพื้นที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ฯ ขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกมธ.ฯ ของเราไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกสม.มีข้อสังเกต เสนอแนะรัฐบาลให้ชะลอการเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่รัฐบาลโดย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยังนำเสนอ จนท้ายที่สุดเป็นที่มาในการรับรองป่าแก่งกระจายเป็นมรดกโลก และข้อสังเกตในรายงานของกมธ.กิจการเด็กฯ ได้มีรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.ได้พิจารณาและตอบรับมา หนึ่งในนั้นให้ชะลอและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหากว่า 80 คน จึงกังวลว่าเมื่อประกาศให้เป็นมรดกโลก รัฐไทยจะดูแลและเยียวยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอไม่ได้ร้องขอเกินกว่าอภิสิทธิ์หรือเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้ แต่เป็นข้อเสนอที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาตรา 70 ระบุว่า รัฐควรส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้น การประกาศผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก เราจะเฝ้าติดตามในหลายประเด็น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้คำว่ามรดกโลก เพื่อการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อยางยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อการกดเราไว้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดการพิจารณาขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานครั้งนี้ผ่านอย่างง่ายดาย นายณัฐพล กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้มีกรรมการจากประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นการพิจารณาที่ประเทศจีน จะได้รับการทะเบียนหรือไม่ และประเทศใหญ่ที่เคยให้ข้อสังเกตเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบางประเทศ ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการพิจารณาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง นอกจากพืช และสัตว์ ยังมีมนุษย์อาศัยที่นี่นับพันปี ซึ่งพบว่าที่บ้านใจแผ่นดิน มีขวานหินสมัยโบราณ อายุประมาณ 3 พันปี เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการสร้างชุมชนตรงนี้มา 2 &amp;ndash; 3 พันปีแล้ว สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อสังเกตกับไทยมา 3 ข้อ คือ 1.ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่รอบขอบเขตมรดกโลก 2.ต้องรับประกันว่าจะจะมีการคุ้มครองการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่ และ 3.ต้องรับประกันว่าจะมีการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และสนับสุนนการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ซึ่งรัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค.64 ในส่วนนี้เรากังวลว่าชาวบ้านอยู่มานานแล้ว แต่การดูแลยังไม่ดีนัก โดยหลายประเทศตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ดูแลเรื่องการละมิดสิทธิมนุษยชน แม้ในปึ 2532 ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐให้กะเหรี่ยงในพื้นที่อยู่ได้ตามวิถีชีวิตของเขา โดยอยู่กันอย่างสงบสุข ตนอยากให้เกิดภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้งกับผืนป่าแก่งกระจาน โดยจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาล 1.รัฐต้องยอมรับการมีตัวตน และการมีอยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตมรดกโลกแก่งกระจาน ในฐานะชุมชุนท้องถิ่นดั้งเดิม 2.ต้องให้ความคุ้มครอง พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงให้ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรม ตามมติครม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 3.รัฐต้องยุติการจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรียงดั้งเดิม 28 คน ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในพื้นที่มรดกโลก ตลอดจนสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ และ 4.รัฐต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หวังว่ารัฐจะให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บางกลอย, มรดกโลก, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffd64248fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ชี้ติดโควิดจากทนายส่วนตัว ยอมควัก 2 หมื่นจ่ายค่าตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยง 21 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงเช้าวันนี้(13&amp;nbsp;ก.ค.)นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด ได้ประสานสถานพยาบาลเอกชนให้เข้ามาตรวจ&amp;nbsp;Rapid Antigen Test ทราบผลตรวจภายใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาที ให้กับส.ส.และสมาชิกพรรค รวมไปถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายณัฐชาจำนวน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยนายณัฐชาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เพื่อคัดกรองเบื้องต้น เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความปลอดภัยของสังคม ทั้งนี้สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจ&amp;nbsp;Rapid Antigen Test&amp;nbsp;แล้วพบเชื้อ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจรูปแบบ&amp;nbsp;RT PCR&amp;nbsp;อีกครั้งหนึ่ง เพราะการตรวจรูปแบบดังกล่าว มีความแม่นยำอยู่ที่&amp;nbsp;98%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้ารับการตรวจรูปแบบ&amp;nbsp;RT PCR&amp;nbsp;โดยออกค่าใช้จ่ายเอง&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท ซึ่งจะทราบผลตรวจภายใน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชั่วโมง ส่วน ส.ส.ของพรรค คนอื่นๆได้เข้ารับการตรวจ โควิด-19&amp;nbsp;แล้ว ซึ่งทั้งหมดมีผลเป็นลบ และจะมีการตรวจอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจในสัปดาห์หน้า โดยกลุ่มผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงของพรรคทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน จะต้องกักตัวเป็นเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีประวัติสัมผัส หรือใกล้ชิดนายณัฐชา จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณัฐชา กล่าวถึงอาการติดโควิดของตนว่า อาการปวดหัวลดลงแล้ว แต่ยังคงตาแดงสองข้างและคัดจมูก น้ำมูกไหล &amp;nbsp;และในวันนี้ (13&amp;nbsp;ก.ค.) ให้แล็บโรงพยาบาลเอกชนไปตรวจให้เจ้าหน้าที่รัฐสภาที่มีความใกล้ชิดกับตน เพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การเมือง ที่ประชุมไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงได้ให้แล็บของโรงพยาบาลเอกชนมาตรวจ โดยตนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นกว่าบาท ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คนที่มาตรวจ ปลอดภัยทุกคน แต่ยังคงให้กักตัวรอดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวยืนยันว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เดินทางไปที่อื่น และไล่ตรวจบุคคลที่มาพบตนในสภาฯ ปรากฎว่าส.ส.พรรคก้าวไกล เจ้าหน้าที่พรรค รวมทั้งทีมงานในสำนักงานของตนก็ไม่มีใครพบเชื้อ มีเพียงกลุ่มเดียวที่พบเชื่อคือ กลุ่มของทนายความส่วนตัวของตน ที่มาพบเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ค. คือนายพีรณัฐ วงศ์สวัสดิ์ ตอนนี้ตรวจและพบเชื้อ ซึ่งทราบว่านายพีรณัฐ มีประวัติเดินทางมาจากต่างจังหวัด และคนใกล้ชิดในศูนย์ทนายความ ก็พบเชื้อเช่นกัน จึงคาดว่าตนน่าจะติดจากนายพีรณัฐแน่นอน เพราะทำงานด้วยกันในห้องทำงานส่วนตัวที่สภาฯ แม้จะรับประทานอาหารคนละกล่อง แต่มีบางช่วงที่ถอดหน้ากาก ดังนั้นที่ตนบอกว่าติดเชื้อที่สภาฯ ก็มาจากกรณีนี้ เพราะตลอดสัปดาห์ไม่ได้ลงพื้นที่ มาทำงานที่สภาฯอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประธานสภาฯสั่งงดประชุมสภาฯ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์นั้น ไม่ได้มาจากที่ตนติดเชื้อ แต่เป็นเพราะมีบุคคลภายนอกเดินทางเข้ามาพบปะส.ส.ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ จึงกังวล แต่ส่วนตัวเห็นว่างานสภาฯเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ควรงดประชุมไปมากกว่านี้ เนื่องจากประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ติดโควิด, พรรคก้าวไกล, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0676aec0e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ที่ปรึกษาชวน&#039;บี้&#039;ณัฐชา&#039;พูดให้ชัด ติดโควิดจากใครในสภาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ทราบผลตรวจเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่าเป็นบวก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝากความห่วงใยขอให้อาการดีขึ้น และหายจากอาการป่วย จากการให้สัมภาษณ์บางส่วนของนายณัฐชามั่นใจว่าติดเชื้อจากคนในสภาฯ มีการพาดพิงและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือต่อมาตรการด้านสาธารณสุขของสภาฯ จึงขอให้นายณัฐชา ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าติดมาจากใคร เพื่อทางสภาฯ จะได้เข้าไปดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายณัฐชา ต้องอธิบายกับสังคมให้ได้ว่าติดมาจากใคร เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อในสภาแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาซึ่งทำงานในอาคารสถานี ที่ห่างออกไป ห่างจากนายณัฐชา จึงไม่มีการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 13 ก.ค. สำนักงานฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักกรรมาธิการ 2 จำนวน 18 คน ที่มีความเสี่ยงเนื่องจากประชุมร่วมกับนายณัฐชา ทำการตรวจหาเชื้อ (swap) และสำนักงานฯ ได้แจ้งข่าวไปยังสมาชิกฯ ทุกคนที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับนายณัฐชา ในระยะน้อยกว่า 2 เมตร นานเกิน 15 นาที ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้สังเกตอาการ และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีความประสงค์จะเข้ารับการตรวจขอให้ติดต่อมายังสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา เพื่อจะได้ประสานงานให้ต่อไป&amp;quot; นพ.สุกิจ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ณัฐชา, นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, ส.ส.ก้าวไกล, สภาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebd46eecfd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; เคลื่อนไหวทันควัน! โต้ &#039;บิ๊กตู่&#039; ฝ่ายตรวจสอบต้องลาออกด้วยหรือ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในทวิตเตอร์ @wirojlak ว่า นายกฯ ไม่รู้หรือว่า ตนเองมีอำนาจบริหาร และถืองบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันนี้ การเลื่อนฉีดที่เกิดขึ้นหลายที่ หลายแห่งต้อง Confirm วันต่อวัน แบบนี้ นี่ดีแล้วหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ การทำหน้าที่และความรับผิดชอบ ไม่ต้องให้ใครจี้ด้วยซ้ำ นี่ยังกล้าสร้างเงื่อนไข ว่าถ้าตนทำหน้าที่ ฝ่ายตรวจสอบต้องลาออกด้วยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(อ่านข่าวประกอบ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ลั่นไม่โง่กู้เงินเกินเพดานจนผิดกฎหมาย ซ้ำแผล &amp;#39;ส.ส.วิโรจน์&amp;#39; ไหนว่าวัคซีนมาจะลาออก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105854</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมสภา, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e8cc5c2ced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้อง&#039;DSI&#039;ฟันส.ส.ก้าวไกล! ปั่นเฟกนิวส์วัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 64 - นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่ามี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว ที่ระบุว่า ส.ส.พลังประชารัฐ และส.ส.รัฐบาล ได้ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา โดยเจ้าหน้าที่จะถามก่อนว่าเป็นส.ส.พรรคไหน ถ้าเป็นพรรคฝ่ายค้านเจอชิโนแวก ต่อมามี ส.ส.รัฐบาลหลายคนออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และเรียกร้องให้ ส.ส.รายดังกล่าว แสดงความรับผิดชอบกับการให้ข้อมูลเท็จ และขอให้หยุดสร้างความสับสนกับสังคมนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว ผู้ทวิตมีสถานะเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นบุคคลสาธารณะ แต่กลับสร้างความขัดแย้งในสังคมผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยมีเจตนาที่จะนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจที่ถูกต้องและความน่าเชื่อถือของประชาชน อันอาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติในภาวะวิกฤต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างชัดแจ้ง และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเมื่อต้นเดือน พ.ค.64 ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้จัดตั้งศูนย์สืบสวนและต่อต้านข่าวสารอันเป็นเท็จในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนภารกิจในการสืบสวนสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ในการพิจารณาดำเนินคดีพิเศษหรือคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ได้ หรือส่งคำร้องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะขอทดสอบศูนย์ดังกล่าวว่ามีประสิทธิภาพในการดำเนินการเอาผิด ส.ส. รายดังกล่าวได้หรือไม่ จึงจะนำความไปยื่นร้องเรียนต่อศูนย์ฯดังกล่าวของดีเอสไอ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิด ส.ส.ผู้ทรงเกียรติดังกล่าวเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 31 พ.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน DSI ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ก้าวไกลที่ทวีตข้อความดังกล่าว คือ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, วัคซีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, ส.ส.ก้าวไกล, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b3512b8b72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
