<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน‘ธัญญ์วาริน’-57ส.ส.รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมนูญเคาะ 57 ส.ส.ได้ไปต่อ ชี้ไม่เข้าข่ายถือหุ้น พร้อมจำหน่ายคำร้อง 6 ราย ซึ่งมีทั้งต้องโทษ-ลาออก-ถูกยุบพรรค ส่วน &amp;ldquo;ธัญญ์วาริน&amp;rdquo; จูบลารัฐสภาตายเดี่ยว ศาลชี้ถือหุ้นบริษัทสื่อแม้ไม่จดทะเบียน ซ้ำร้ายมีเหตุพิรุธอื้อ ซ้ำรอยพ่อฟ้าเรื่องโอนหุ้น โดยให้สิ้นสภาพตั้งแต่ 6 ก.พ.2562 แบบไม่มีปาร์ตี้ลิสต์แทน
เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 64 คน แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 32 คน และฝ่ายค้าน 32 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่
ทั้งนี้ ในส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคำร้องในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาให้จำคุก ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ เนื่องจากลาออก จึงเหลือ ส.ส.ผู้ถูกร้องที่ศาลวินิจฉัยรวม 29 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลเห็นว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ซึ่งกำหนดลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งไว้ มีความมุ่งหมายกำหนดลักษณะต้องห้ามของบุคคลในการลงสมัครรับเลือกตั้งไว้ เนื่องจากบุคคลที่จะเป็น ส.ส.เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนปวงชนชาวไทย ต้องได้รับการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้นไว้เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติหน้าที่ว่าซื่อสัตย์สุจริต ซึ่ง (3) บัญญัติมิให้บุคคลที่เป็นเจ้าของประกอบธุรกิจสื่อ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และมาตรา 101 (6) ได้กำหนดว่าบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว เป็นเหตุให้ความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อมิให้ผู้สมัคร ส.ส.เป็นเจ้าของสื่อ หรือถือหุ้นในสื่อมวลชนใดๆ เพื่ออาศัยความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นสื่อ เผยแพร่ข้อความ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นโทษต่อบุคคลใด เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือใช้อำนาจครอบงำสื่อมวลชน จนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ เป็นกลาง โดยเมื่อพิจารณาจากเอกสารคำชี้แจงและเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องทั้ง 29 คน ไม่ได้ถือหุ้นหรือประกอบกิจการในธุรกิจสื่อ
ส่วนในรายของ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้ถูกร้องว่าถือหุ้นในบริษัท ทาโร่ ทาเลนท์ จำกัด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากเห็นว่า แบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นบริษัทตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 83 (พ.ศ. 2515) ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 (สสช.1) ระบุว่า ประกอบกิจการ รับทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ จัดฝึกอบรม และแบบนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สบช.3)&amp;nbsp; รอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2562 ระบุว่า ผลิตให้บริการข้อมูลข่าวสาร ด้านการบันทึก อัตราร้อยละของรายได้ รวมร้อยละร้อย รอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2561 ระบุว่าทำการบริหารจัดการและประมวลผลข้อมูล และหมายเหตุประกอบงบการเงิน สำหรับงวดบัญชีตั้งแต่ 6 ต.ค.2560 วันที่จดทะเบียนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2560&amp;nbsp; ระบุว่าบริษัทประกอบกิจการในการรับทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ โฆษณาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หมายเหตุงบการเงิน แต่งวดบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2562 ถึง 18 มิ.ย.2562 ใบจดทะเบียนเลิกบริษัทระบุว่าบริษัทประกอบกิจการรับทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ จากการไต่สวนระบุว่า บริษัท ทาโร่ ทาเลนท์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการ เกี่ยวกับการให้บริการ การรับทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ และประกอบกิจการฝึกอบรม ซึ่งจากแบบนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สบช.3) รอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ต.ค.2561 ระบุสินค้า บริการ ที่ประกอบการว่าทำการบริการ ในการบริหารจัดการ และประมวลผลข้อมูล ประกอบกับแบบแสดงภาษีเงินได้ (ภงด.50) ปรากฏว่างบกำไรขาดทุนงวดบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2562-18 มิ.ย.2562 ซึ่งเป็นวันจดทะเบียนเลิกบริษัท ปรากฏว่าบริษัทไม่มีรายได้ใดๆ จากการให้บริการ และผลประกอบการขาดทุนสุทธิ เป็นเงินจำนวน 97,415.57 บาท อีกทั้งเมื่อพิจารณารายได้บริษัทในปี 2560 เป็นรายได้ที่ได้มาจากการประกอบกิจการฝึกอบรม ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า บริษัท ทาโร่ ทาเลนท์ฯ ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ หนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลาประมาณ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยสำนวนที่ 2 จำนวน 32 ราย ซึ่งศาลได้จำหน่ายคำร้องส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พล.ท.พงศกร รอดชมพู, นายชำนาญ จันทร์เรือง และนายสุรชัย ศรีสารคาม เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคของอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ศาลมีคำวินิจฉัยยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จึงเหลือ ส.ส.ฝ่ายค้านผู้ถูกร้องที่ศาลต้องวินิจฉัยรวม 29 คน โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า 28 ส.ส.ไม่ได้ประกอบธุรกิจ หรือถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อ จึงไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง
ส่วนนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากเห็นว่า นายธัญญ์วารินถือครองหุ้นบริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด และบริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ประกอบกิจการเกี่ยวกับโฆษณา ภาพยนตร์ และการแสดง ซึ่งถือว่าเป็นสื่อกลางส่งข่าวสาร สาร หรือเนื้อหาสาระไปสู่ประชาชนที่สามารถสื่อความหมายให้ประชาชนทราบได้โดยทั่วไป แม้ไม่ปรากฏว่าบริษัท เฮดอัพฯ และบริษัท แอมฟายน์ฯ ได้ยื่นคำร้อง หรือประกอบกิจการจดแจ้งตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ฯ, พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2551, พ.ร.บ.การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 และ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ก็ตาม แต่บริษัทย่อมดำเนินการขออนุญาตต่อนายทะเบียนตามกฎหมายในเรื่องนั้นๆ ได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของบริษัทจัดตั้งขึ้นเกี่ยวกับสื่อ นัยความหมายเดียวกับมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญยังพบข้อพิรุธกรณีการโอนหุ้นของนายธัญญ์วาริน ที่โอนหุ้นให้บุคคลอื่น โดยพบว่ามีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 31 ก.ค.2562 ทั้ง 2 บริษัท และนำส่งต่อนายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันเดียวกัน โดยเป็นการดำเนินการภายหลังถูกยื่นคำร้องถือครองหุ้นสื่อต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า 2 บริษัทดังกล่าวระบุในแบบ บอจ.5 ว่า โอนหุ้นตั้งแต่ 11 ม.ค.2562 แต่ในการประชุมผู้ถือหุ้นของ 2 บริษัทข้างต้นที่ผ่านมากระทำในเดือน เม.ย.เป็นหลัก ดังนั้นการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 31 ก.ค.2562 จึงเป็นการกระทำที่ผิดปกติวิสัย นอกจากนี้ หากนายธัญญ์วารินมีการโอนหุ้นดังกล่าวจริง ย่อมสามารถแจ้งต่อนายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยเร็ว ก่อนยื่นคำร้องคดีนี้ได้
นอกจากนี้ ศาลได้ให้นายธัญญ์วารินมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่นายธัญญ์วารินไม่ได้มาชี้แจงแต่อย่างใด จึงเป็นการผิดปกติวิสัยในการต่อสู้คดี เมื่อข้อพิรุธหลายประการดังกล่าวประกอบกัน พฤติการณ์แห่งคดีทั้งปวงฟังได้ว่า นายธัญญ์วารินเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท เฮด อัพฯ และบริษัท แอมฟายน์ฯ ในวันที่ 6 ก.พ.2562 อันเป็นวันที่อดีตพรรค อนค.ยื่นบัญชีรายชื่อ ส.ส. เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธัญญ์วาริน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันที่อดีตพรรค อนค.ยื่นบัญชีรายชื่อ ส.ส.เสนอต่อ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สมาชิกภาพของนายธัญญ์วาริน ซึ่งเป็น ส.ส.ของอดีตพรรค อนค.ที่สิ้นสุดลง จึงทำให้สมาชิกภาพ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่างลงนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่านในวันที่ 28 ต.ค.2563&amp;nbsp; และศาลรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมากเห็นว่า ในคำวินิจฉัยที่ 5/63 เมื่อวันที่ 21 ก.พ.63 ให้ยุบพรรค อนค. พรรคจึงไม่มีรายชื่อสมาชิกในลำดับถัดไปที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนเป็นกรณีเหตุทำให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 83 วรรคสาม อาศัยเหตุผลดังกล่าว จึงวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ของนายธัญญ์วารินสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) นับจากวันรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 6 ก.พ.2562 และให้ถือว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยนี้เป็นวันที่ตำแหน่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่างลง ส่วนผู้ถูกร้องคนอื่นวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.เหล่านั้นไม่สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
นายธัญญ์วารินได้เคยมีส่วนร่วมในการปล่อยให้ชายสองคนจูบปากกันในห้องแถลงข่าวที่สภาภายหลังยื่นหนังสือเกี่ยวกับข้อเสนอการคุ้มครองการสมรสในครอบครัวเพศหลากหลายเมื่อช่วงปลายปี 2562.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997f064e0d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; เปรียบ &#039;ธนาธร&#039; คล้าย &#039;ครูปรีชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีของ&amp;quot;นาทอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำพรรคอนาคตใหม่ พยายามออกมาชี้นำสังคม ในคดีต่างๆของตนเองว่าตนเองไม่มีความผิด เช่น คดีการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ก็มั่นใจมากว่าไม่มีหลักฐานอื่นใดมาหักล้างหลักฐานที่ตนเองได้แสดงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งคดีการปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาท (ก่อนนี้เคยมุสากับประชาชนว่า 110ล้านบาท) ก็ย้ำว่าเงินกู้เป็นหนี้สินไม่ใช่รายได้ไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงิน ทั้งๆที่นักกฏหมายหลายท่านก็บอกว่ากฏหมายมหาชน ทำเกินที่กฏหมายกำหนดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ผมนึกถึง&amp;quot;ครูปรีชา&amp;quot; ที่โด่งดังจากคดีลอตเตอรี่ เป็นเรื่องปกติของคนที่ตกเป็นจำเลย ที่พยายามออกมาโน้มน้าวสังคม แต่ครูปรีชาก็ดีอย่าง เมื่อศาลตัดสินทุกอย่างก็จบตามกระบวนการ ไม่พูดให้ร้าย หรือลดความน่าเชื่อถือของศาล.........รอดูนะว่าครับ&amp;quot;นาทอน&amp;quot;จะจบอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11799e49a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้กองปูเค็ม&#039; เข้าให้ปากคำ &#039;กกต.&#039; กรณี 32 ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&amp;nbsp; ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม แกนนำกลุ่มการ์ดชาตินิยม THAI WISDOM GUARD (TWG) เดินทางที่สำนักงานคณะกรรมการการ เพื่อเข้าให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; ตามหมายนัดและขอติดตามในกรณีร้อง กกต.ให้ตรวจสอบวินิจฉัยผู้สมัคร ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน จำนวน 6 พรรค รวม 32 คน&amp;nbsp; ที่ถือครองหุ้นสื่อ ซึ่งเข้าข่ายผิดตามมาตรา 98&amp;nbsp; (3) และ ม.42(3) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วยส.ส.พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; 10 คน พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; 7 คน พรรคเสรีรวมไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 คน พรรคเพื่อชาติ 5&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; พรรคปวงชนไทย&amp;nbsp; 2 คน และพรรคประชาชาติ&amp;nbsp; 2 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.อ.ทรงกลด&amp;nbsp; กล่าวว่าวันนี้มาให้ปากคำให้กรณี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ&amp;nbsp; ซึ่งยังอยู่กระบวนการสอบสวนของ กกต. โดยอาจจะมีการนัดให้ปากคำเพิ่มต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้กองปูเค็ม, ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b38866ade4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคิวฝ่ายค้าน!ศาลรธน.รับวินิจฉัย 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.62 - ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่ประธานสภาฯส่งความเห็นของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 51 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส.จำนวน 33 คน ถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 93 (3) หรือไม่ไว้พิจารณาจำนวน 32 คน โดยไม่รับคำร้องในส่วนของนายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้องที่ 29 ไว้พิจารณาโดยเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะให้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ไว้ว่า &amp;ldquo;เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo; มิใช่เพียงมีเจตนาหรือความประสงค์จะทำกิจการดังกล่าวเท่านั้นแม้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทมีวัตถุประสงค์จะประกอบธุรกิจพอที่จะใช้เป็นเหตุให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลได้ ซึ่งก่อนที่ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณา ยังจำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ส.ส.ทั้ง 33 คน เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นอยู่ว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่จะประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อตรวจสอบจากคำร้องและเอกสารประกอบแล้ว นายวุฒินันท์ ถูกกล่าวอ้างถือหุ้นในบริษัท รุ่งเรืองสยาม ซูมิคอน จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เกี่ยวของกับการประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน โดยตามคำร้องระบุในข้อ 11 ว่า ประกอบกิจการจัดเก็บ รวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์ และเผยแพร่สถิติ ข้อมูล ในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การเงิน การตลาด รวมทั้งวิเคราะห์ และประเมินผลในการดำเนินธุรกิจ และข้อ 17 ระบุว่า ประกอบกิจการจัดสร้างและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพอื่น สถานพักตากอากาศ สนามกีฬา สระว่ายน้ำ โบว์ลิ่ง แต่เมื่อพิจารณาเอกสารประกอบคำร้องคือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว ปรากฏมีข้อความปรากฏไม่ตรงกันกับคำกล่าวอ้างของผู้ร้อง โดยข้อ 11 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่าเครื่องเคหะภัณฑ์ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว เครื่องครัว ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ พัดลม เครื่องดูดอากาศ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า เครื่องทำความเย็น เครื่องทำความร้อน เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งอะไหล่ และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าว ส่วนข้อ 17 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่า ประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคำนวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ของสินค่าดังกล่าว กรณีนี้จึงไม่ปรากฏวัตถุประสงค์ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง และเมื่อพิจารณารายละเอียดวัตถุประสงค์ตามข้อ 11และข้อ17 ก็เห็นว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆกรณีดังกล่าวจึงไม่เป็นลักษณะเข้าข่ายอันเป็นให้สมาชิกภาพส.ส.ของนายวุฒินันท์ สิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน 32 ส.ส.ที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้แจ้งประธานสภาฯผู้ร้องทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้ 32 ส.ส.ที่เป็นผู้ถูกร้องได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังศาลภายใน 15 วันนับแต่ได้รับสำเนาคำร้อง สำหรับคำขอที่ขอให้สั่ง 32 ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นเห็นว่า คดีนี้ไม่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง จึงไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานใด ให้ใช้เป็นฐานในการพิจารณา มีเพียงหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุวัตถุประสงค์ กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นเอกสารประกอบคำร้องไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วน บริษัท (แบบสสช1.) แบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด จึงยังไม่มีมูลให้เห็นว่า ส.ส.ทั้ง 32 คนประกอบธุรกิจใด ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติเสียก่อน เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าส.ส.ทั้ง 32 คน มีกรณีตามที่ถูกร้อง ในชั้นนี้จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส.ส. 32 รายที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ 20 คน คือ 1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 3.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 4.นายสุรชัย ศรีสารคาม 5.นายชำนาญ จันทร์เรือง 6.นายวินท์ สุธีรชัย 7.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 8.นายคารม พลพรกลาง 9.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง 10. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 11.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 12.นายวิภพ วิริยะโรจน์ 13.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ 14.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 15.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. 16.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 17.. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม 18.นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 19. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ 20.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทย 4 คน ได้แก่ 1.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย 2.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 3.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และ 4.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ 4 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 2.นางลินดา เชิดชัย 3.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และ 4.นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 2.น.ส.ธนพร โสมทองแดง และ 3.น.ส.พัชนี เพ็ชรจินดา อีก 1 รายคือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7637baac598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บก.ฟ้าเดียวกัน&#039; ฟันธง &#039;ศาลรธน.&#039; เคลียร์พื้นที่เชือด &#039;ธนาธร&#039; ปมถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - นายธนาพล อิ๋วสกุล บก.ฟ้าเดียวกัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าศาลไทยกำลังทำอะไรอยู่ระหว่าง 1.หลุมฝังตัวเอง 2.จุดไฟเผาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายธนาพล ตั้งข้อสังเกตในเฟซบุ๊กว่า มีการเตรียมเคลียร์พื้นที่เพื่อเชือดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปม ส.ส.ถือหุ้นสื่อ เนื่องจาก 1.ทวิตเตอร์ของนายโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ บิดาจอห์น วิญญู ได้โพต์ข้อความวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญรับคําร้อง 32 ส.ส.ปมหุ้นสื่อแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่น่าจะเกินคําว่า &amp;ldquo;ด้าน&amp;rdquo; เสียแล้ว&amp;rdquo;
ซึ่งเป็นข้อความที่พูดถึงการตัดสินของศาลระหว่างคดีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับคดี ส.ส.ถือหุ้นคนอื่นๆ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ศาลรัฐธรรมนูญจึงขอเรียนเชิญมาพบเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 30 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2562 เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดีเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ&amp;rdquo; นี่คือการขู่อย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ต่อมาศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งได้มีหมายเรียกถึง น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล เนื่องจากเขียนบทความ อันตรายของภาวะ &amp;ldquo;นิติศาสตร์นิยมล้นเกิน&amp;rdquo; โดยในเช้าวันที่ 9 เดือนกันยายน 2562 น.ส.สฤณีจะเดินทางไปรับทราบที่ศาลฎีกา อันนี้ไม่ขู่แล้ว เอาจริงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แน่นอนว่าทั้ง 2 ชิ้นเกี่ยวพันกับคดีหุ้นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนพล อิ๋วสกุล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บก.ฟ้าเดียวกัน, วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67275da5535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขนเอกสาร 3 คันรถสู้คดี 21 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;15 ส.ค.62 - เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;(พปชร.)&amp;nbsp;ได้นำคำชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานของ 20 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และของนายสมเกียรติ ศรลัมม์ ส.ส.พรรคประชาภิวัฒน์ มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ที่ขอขยายยื่นคำชี้แจงในวันที่ 17 ส.ค.&amp;nbsp;โดยเอกสารมีจำนวน 510 แฟ้มขนมาด้วยรถบิ๊กอัพ 3 คันรถ นายทศพล กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่นำส่งเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่า ส.ส.พรรคพปชร. ทั้ง 21 คนไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อ แม้ในบางรายจะมีระบุอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่ในการประกอบกิจการจริง ก็ไม่ได้มีการผลิตสื่อ ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจสื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ส.ส.ของพปชร.ไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อ รวมถึงไม่มีรายรับจากธุรกิจสื่อ ซึ่งหลักฐานที่นำมายื่นประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ แบบวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท&amp;nbsp;(สสช1.)&amp;nbsp;แบบนำส่งงบการเงิน&amp;nbsp;(ส.บช.3)&amp;nbsp;และเอกสารงบดุลบริษัท รวมทั้งภาพถ่ายการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน อย่างเช่น กรณีของนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ประกอบธุรกิจ ฟาร์ม และธุรกิจอาหารแช่แข็งนายอนุชา นาคาศัย มีโรงฆ่าสัตว์ และโรงงานแปรรูปหนังสัตว์ จึงได้แนบภาพถ่ายเพื่อยืนยันรูปแบบการประกอบกิจการให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;พรรคเน้นว่าถ้าหากประกอบธุรกิจสื่อจริงก็ต้องมีการทำธุรกิจสื่อมาก่อนแล้ว และมีรายได้ แต่ส.ส.ของพรรคไม่มีใครที่เข้าข่ายดังกล่าวเลย ไม่เหมือนกับส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 2 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าว ซึ่งพรรคได้มีการนำรายงานการประชุม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นำมาใช้เป็นหลักในการพิจารณา ในการกำหนดห้าม ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่า จะต้องดูว่ามีการประกอบธุรกิจสื่อจริงหรือไม่ เพื่อให้ศาลได้เห็นกระบวนการทั้งหมดในการออกกฎหมายฉบับนี้ด้วย&amp;rdquo;นายทศพล กล่าว และว่า ทางพรรคไม่ได้ขอให้ศาลออกนั่งบัลลังไต่สวน แต่ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของส.ส.ที่ถูกร้องเพื่อจะได้เห็นข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามนายทศพล ระบุว่า จะยังมีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากส.ส.ผู้ถูกร้องบางคนเช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายสมเกียรติ เนื่องจากยังรอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐทั้งกรมศิลปากร ในเรื่องการออกใบอนุญาตจัดทำสิ่งพิมพ์ และคณะกรรมการกิจกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;(กสทช.)&amp;nbsp;ในเรื่องใบอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยื่นขอไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ทนายความนำหลักฐานและคำชี้แจงกรณีถูกร้องว่าประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าบริษัทที่นายเทวัญ เคยถือหุ้นไม่เคยประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน ตั้งแต่จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท เพื่อค้าขายอสังหาริมทรัพย์ และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล เพ็งส้ม, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d55149eb4ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.สมชาย&#039;ชี้เร็วๆนี้จะมีคนติดคุกเซ่นคดีถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว). &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคลี่คลายวิกฤติศรัทธาประชาชนเรื่องส.ส , ส.ว ถูกร้องถือหุ้นสื่อมวลชนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจัยศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องที่ 41 ส.ส.ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อ โดยศาลได้พิจารณายกคำร้อง 9 ส.ส และรับไว้ไต่สวนเพิ่มเติม 32 รายนั้น เป็นผลดีต่อความสงสัยเคลือบแคลงในการถูกข้อกล่าวหาว่าส.สทั้งฝ่ายรัฐบาล 41 คน ฝ่ายค้าน 55 คนรวมถึงส.ว 21 คนนั้นจะมีลักษณะต้องห้ามขัดรัฐธรรมนูญจริงตามที่มีการร้องกันไปมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงจะปรากฎคลี่คลายในเร็ววันดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) กลุ่มส.สฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและส.ว ที่ถูกร้องตามวัตถุประสงค์มาตราฐานข้อ17นั้น ชัดเจนครับว่ามิใช่เป็นการถือหุ้นสื่อสารมวลชน เป็นเพียงการจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนสิ่งพิมพ์หนังสือหนังสือพิมพ์ไม่ใช่ผู้ผลิตเนื้อหาข่าวสารหนังสือพิมพ์แต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง 7 ส.สแล้ว มีผลผูกพันทุกองค์กร กกต.ที่รับเรื่องร้องไว้แล้ว ก็ต้องยกคำร้องส.สและส.ว &amp;nbsp;ที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์ข้อ 17 นี้ตามกันทุกคนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)กลุ่มส.สรัฐบาลฝ่ายค้านและส.วที่ถูกร้องเรียนตามวัตถุประสงค์ข้อ 32 และข้อ 43 ว่าประกอบกิจการสื่อเช่นโรงพิมพ์ ออกหรังสือพิมพ์ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทุกประเภทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้วัตถุประสงค์เป็นสื่อมวลชนแน่นอนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประกอบกิจารจริงๆหรือไม่นั้น สามารถที่จะยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นการยื่นจดทะเบียนบรัษัททั่วไปประกอบกิจการอื่นเช่นทำโรงเรียน โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ &amp;nbsp;โรงพยาลคลีนิค รับเหมาก่อสร้างเป็นต้น เป็นเพียงกาาจดทะเบียนตามแบบฟอร์มของกระทรวงพาณิชย์ทั่วไปและมิได้ประกอบกิจการใดๆเกี่ยวกับสื่อมวลชนเลย ก็สามารถนำเอกสารงบดุลประจำปีย้อนหลังหลายๆปีไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งมั่นใจครับว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านจะให้ความยุติธรรมอย่างแท้จริง โดยพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาแน่นอน และเชื่อว่าหากไม่มีการประกอบกิจการมาเลยชัดเจน ก็จะวินิจฉัยว่าไม่มีความผิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร กกตที่จะต้องพิจารณาไต่สวนก็จะพิจารณาเช่นเดียวกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)กรณีของนายธนาธรที่ กกต.มีมติเอกฉันท์ว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดียและให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ก็จะชัดเจนในเร็ววันนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลจะแตกต่างกันเพราะชัดเจนว่านายธนาธรถือหุ้นในบริษัทวีลัคที่ประกอบกิจการสื่อแน่นอน100% &amp;nbsp;เพราะมีหลักฐานรายรับรายจ่ายในงบดุลในการผลิตนิตยสาร WhoนิตยสารJIB JIB และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะกรณีของนายธนาธรจึงเหลือทางสู้เพียงประเด็นเดียวว่าการโอนหุ้นวันที่อ้างนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะเชื่อหรือไม่ว่าได้โอนกันจริงก่อนวันสมัครสส.หรือเป็นการโอนหุ้นย้อนหลัง &amp;nbsp; และคำวินิจฉัยจะออกมาชัดเจนตรงไปตรงมาแน่นอนไม่นานนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญและเชื่อว่ามีการโอนหุ้นย้อนหลัง คงต้องตามดูคดีอาญาที่จะตามมา และวันนั้นคงมีคนติดคุกติดตารางเสียอนาคตการเมืองใหม่กันหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอดูครับ เร็วๆนี้ไม่นานเกินรอ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39674</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรถือหุ้นสื่อ, ส.ว.ถือหุ้นสื่อ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, สมชาย แสวงการ, โอนหุ้นย้อนหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90ecde8a4a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
