<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.แบไต๋ร่วมพปชร.หลังเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยยืนยันหลักการจูบปากก้าวไกลเฉพาะบางกรณี เช่นซักฟอกรัฐบาล &amp;quot;ชลน่าน&amp;quot; แบไต๋ พท.-พปชร.ร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ชี้เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพลังประชารัฐหลุดจากระบอบประยุทธ์ก็คุยกันได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังมีความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องการโหวตอนุมัติงบรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ปรับลด 1.6 หมื่นล้านบาท ไปไว้ที่งบกลางว่า ยืนยันว่าการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เรามีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม บริหารประเทศต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคุยกันตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีมติร่วมกันไปแล้วและจะยื่นร่วมกัน ส่วนเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เห็นไม่ตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองพรรคมีความขัดแย้งกัน เพียงแค่เห็นต่างกันเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตระยะหลังพรรคเพื่อไทยมีความเห็นสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐตอบว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่พรรคพลังประชารัฐผลักดันเรื่องนี้เสียอีก เราไม่ใช่คนตาม แต่เขาเป็นคนที่มาตามหลังเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไร อยากให้ฟังข้อสรุปจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสสังคมตอนนี้เห็นชัดว่าคนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แม้ได้งบประมาณไปแก้ปัญหาให้ประชาชน เขาก็ไม่อยากให้อยู่ต่อ เพราะทนไม่ไหวกับการบริหารงานที่ผ่านมา จึงคิดว่าหากยังแก้ไขวิกฤติโควิดไม่ได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า การอยู่ต่อของ พล.อ.ประยุทธ์คงเป็นเรื่องยาก จึงคิดว่าควรนำเม็ดเงินเข้าระบบไว้เพื่อรองรับใครก็ตามที่อาจได้เข้ามา จะได้มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชน หรือแม้ว่าจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ออกไปไม่ได้ ก็ต้องมีระบบควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบการใช้เม็ดเงินก้อนนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นตามวัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เขาตอบว่า เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในระบอบประยุทธ์อยู่ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปจับมือด้วย แต่ถ้าเขาปรับกลไกการบริหารมาทางประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ยึดระบอบประยุทธ์ ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่เหมือนในปัจจุบันที่มีหัวหน้าพรรคเขาเป็นแกนนำของระบอบประยุทธ์ ไม่มีทางเป็นไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ยืนยันว่า การนำงบกว่า 16,000 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลางนั้น ไม่ใช่การตีเช็กเปล่าให้นายกฯ งบประมาณที่ตัดลดก้อนนี้ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนให้นำไปแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชนเรื่องโควิด กระบวนการเบิกจ่าย แต่ละจังหวัดต้องทำเรื่องขอมาตามความจำเป็นให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะเอาไปซื้ออาวุธหรือเรือดำน้ำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า ครม.หรือนายกฯ เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ก็ติดคุก พ้นตำแหน่งทั้งคณะ ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเมืองด้วย ใครจะกล้าเสี่ยง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุบลศักดิ์กล่าวว่า อยากให้พรรคก้าวไกลหยุดนำเรื่องนี้มาโจมตีได้แล้ว เพราะประชาชนรอคอยความหวังอยู่ การเห็นไม่ตรงกันถือเป็นความเห็นหลากหลาย แต่ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกันได้ ไม่ได้คิดว่าคนที่ความเห็นไม่ตรงกันต้องเป็นศัตรู มั่นใจว่าไม่กระทบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยังทำงานร่วมกันได้ การที่พรรคเพื่อไทยโหวตให้นำงบไปให้งบกลางครั้งนี้ไม่ใช่การเตรียมจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่กับพลังประชารัฐ เราไม่เอาด้วยแน่ แต่ถ้าวันหน้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่ พรรคพลังประชารัฐอาจมีแนวคิดเหมือนพรรคเพื่อไทยก็ได้ ทำไมต้องเป็นศัตรูกันถาวร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิพัฒนชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตลอดเวลาการทำงานการเมืองกว่า 20 ปี ผมตรงไป ตรงมาครับ อดีตสอนให้รู้ปัจจุบัน สันดานส่อให้รู้นิสัยคน คนบางจำพวกเป็นเพื่อนกันได้เพียงแค่มันบอกว่า เราเพื่อนกัน แต่ตอดทุกเรื่องที่มันคิดว่ามันจะได้ประโยชน์ และทิ่มเพื่อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลวกว่านั้น ที่มันพยายามอธิบาย เรื่องของเพื่อนที่ไม่ได้เลวร้ายให้เป็นเรื่องที่เลวร้าย เพียงหวังประโยชน์ของมัน ท่านคิดว่ามันคือเพื่อนหรือ ผมคิดว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่สมควรสงวนท่าทีอีกต่อไป ต้องแสดงจุดแข็งให้ชัด เราอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจได้แล้วว่า มันรู้ว่าฐานการเมืองของมันคือคนกลุ่มหนึ่งของเพื่อไทย เชื่อว่าถ้าเราชัดเจน คนกลุ่มนั้นจะกลับมาที่เพื่อไทย ขอให้เราชัดเจน ที่มันพยายามดิ้น และอธิบายให้ดูว่าเพื่อไทยเลว เพียงเพราะมันหวังต้องการแย่งฐานมวลชนจากเพื่อไทยเท่านั้น เพราะคำว่าฝ่ายประธาธิปไตย ประโยคนี้มันก็เคลมได้แล้ว หลายคนในเข่งนั้นเพิ่งเรียนรู้การเป็นฝ่ายประธาธิปไตย เมื่อได้เป็น ส.ส.นี่แหละ รูปเก่าในบ้านยังเก็บไม่หมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทรท.-พลังประชาชน-พท. นานเกินพอสำหรับเวทีการเมือง ผลงาน นโยบาย แข็งพอที่จะยืนได้ คุณประกาศรบกับพรรคการเมืองอายุ 80 ปี แต่ดูอ่อนน้อมเกินไปกับพรรคการเมืองอายุ 2 ปี อย่าให้กระแสที่วาบวูบเป็นผีหลอนจนไม่กล้าทำอะไร เรื่องกระแสมีตัวอย่าง พลังธรรม ความหวังใหม่ เสรีธรรม ประชากรไทย หรือแม้กระทั่งประชาธิปัตย์ ฯลฯ วันนี้ของพรรคเหล่านั้น จะกลายเป็นวันนี้ ของพรรคนั้นในอนาคตอันไม่ไกล ชัดเจนให้ชัดครับ จากเด็กเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน&amp;quot; นายพิพัฒนชัยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ รมว.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลกำลังแก้โควิด-19 และหารือกันว่าจะไม่พูดการเมือง เพื่อทำให้ประเทศผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ พร้อมจับมือร่วมทุกฝ่ายไม่สร้างปัญหา จึงอยากฝากทุกพรรคการเมืองระดมช่วยกัน ทำให้วิกฤตินี้ผ่านไปก่อน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าเนื้อหาฝ่ายค้านที่ออกมาก็เป็นปกติ ที่ก่อนอภิปรายจะโหมโรงแบบนี้ แต่เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ และสามารถตอบคำถามได้ทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลนำข้อมูลไปให้ฝ่ายค้านสำหรับใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อหวังจะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เป็นข่าวลือและสามารถคิดกันได้ แต่ความจริงไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น วันนี้ไม่มีกระตุกขากันเองแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีแบบนั้นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า จะมีการพิจารณาในวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณถือเป็นเรื่องที่สภาฯ ต้องให้ความสำคัญ นอกจากนี้ยังมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังไม่ได้เสนอมา แต่ในฐานะประธานสภาฯ ก็รอให้ฝ่ายค้านเสนอมาก็จะรับเรื่องทันที เพราะสมัยประชุมจะมีถึงวันที่ 18 ก.ย.นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกรัฐบาล, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109032275a3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบข่าวนายกฯพระราชทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอกสัปดาห์ที่สอง ส.ค. คาดได้อภิปรายปลายเดือนหน้า ตีปี๊บข้อมูลเพียบล้มเหลวแก้โควิด ล็อกเป้าถล่ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พ่วง รมต.ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายมั่นคงสยบปั่นกระแส &amp;quot;นายกฯ พระราชทาน&amp;quot; เย้ยแค่เต้าข่าว การันตีประยุทธ์อยู่ต่อยาวอีกปีครึ่ง ชายชาติทหารไม่ทิ้งประชาชนแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จากการหารือกันได้มีการกำหนดเบื้องต้นว่าจะอภิปรายช่วงหลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค.แล้วเสร็จ ดังนั้นจึงกำหนดคร่าวๆ ว่าจะยื่นญัตติให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนวันที่จะมีการอภิปรายงบประมาณ 1 สัปดาห์ คือประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือน ส.ค. หรือไม่เกินสัปดาห์ที่สาม เพื่อให้สภาได้มีเวลาตรวจสอบญัตติ เนื่องจากกำหนดไว้ว่าต้องมีการตรวจสอบ 7 วันก่อนจะบรรจุ เมื่อบรรจุแล้ว ทางสภาต้องแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้ที่จะถูกอภิปราย และกว่าที่จะมาตอบอีก บางทีใช้เวลาเป็นเดือน หรืออาจ 2-3 สัปดาห์ หากมีการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะที่ที่ชัดเจนคืออภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นหลัก ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นให้ผู้รับผิดชอบไปพิจารณาเนื้อหาเรื่องความเกี่ยวข้อง และจะมากำหนดกันอีกครั้ง รวมทั้งต้องรอฟังจากพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เนื่องจากมีการประชุมพรรคร่วมไปแล้วว่าให้พรรคร่วมได้แสดงความเห็นว่ามีความประสงค์จะอภิปรายผู้ใดอย่างไร และจะนำมาทำเป็นญัตติรวม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเนื้อหาที่จะอภิปรายในครั้งนี้ จะเน้นเรื่องความผิดพลาด ความบกพร่อง ความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 รวมทั้งการบริหารจัดการวัคซีน หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ที่มีความชัดเจน เช่น มีหลักฐานที่เข้าข่ายการทุจริตต่างๆ รวมแล้วแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ 4 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการยื่นอภิปรายฯ &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยู่ที่เนื้อหาสาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคกำลังรวบรวมและประมวลผลข้อมูล จึงยังไม่สามารถระบุความคืบหน้าอย่างชัดเจนได้ และยังไม่ได้กำหนดว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน อย่างไรก็ตาม รูปแบบจะเน้นในประเด็นสำคัญ และตัวบุคคล เพราะเราเห็นความบกพร่องในการบริหารจัดการการแพร่ระบาดโควิด-19 จนทำให้เกิดการระบาดที่ลุกลามไปทั่ว และรวดเร็ว รวมถึงการจัดการวัคซีนที่เข้าข่ายปกปิดหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวว่า บางประเด็นการอภิปรายที่ยาวเกินไปจะแบ่งให้อภิปรายหลายคน ตามความถนัดของ ส.ส. สำหรับได้ติดตามข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้พบเอกสารและหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าทั้งหมดทั้งมวลน่าจะเป็นไปได้ที่รัฐปกปิดความจริง และอำพรางข้อมูลที่ประชาชนควรรู้ จนนำพา 67 ล้านคนเข้าสู่ความเสี่ยง และเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีความล้มเหลวการบริหารสถานการณ์โควิด-19 จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ ว่า &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปให้ความเห็น เรื่องนี้ให้เขายื่นมาก่อน แล้วเราค่อยไปว่ากัน ซึ่งต้องดูก่อน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน รอให้เขายื่นแน่ๆ ก่อนแล้วมาแสดงความเห็นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ปลุกกระแสติดแฮชแท็กไม่เอานายกรัฐมนตรีพระราชทานตั้งแต่ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยมีการวิเคราะห์ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จนทำให้แฮชแท็กดังกล่าวติดเทรนด์ขึ้นอันดับได้รับความนิยมในไทยว่า เป็นการเต้าข่าว ซึ่งการที่จะมีนายกฯ พระราชทาน หรือเปลี่ยนตัวนายกฯ นั้นไม่เป็นความจริง 100% เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรผิด กรณีนี้เป็นการนำเรื่องการเมืองมาเล่นเพื่อหวังปั่นกระแส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันได้ว่าภายใน 1 ปีครึ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกหรือยุบสภาแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กำลังวิกฤติหนัก ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมีการเลือกตั้งและหาเสียง อีกทั้งนิสัยส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นชายชาติทหารสูงมาก ไม่ใช่คนที่จะยอมทิ้งประเทศ และทิ้งประชาชนให้เผชิญกับปัญหาลำพังแล้วเอาตัวรอดคนเดียว ซึ่ง 7 ปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์มีทั้งพีกสูงสุดและตกต่ำสุด ซึ่งตอนนี้ถือว่าต่ำสุด เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด&amp;quot; แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระดับสูงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยงสถานการณ์นายกฯ พระราชทาน พร้อมกับวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านชายใหม่ ที่ช่วงหลังออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กคล้ายกับตำหนิการทำงานของรัฐบาล โดยไม่เชียร์รัฐบาลแบบเมื่อก่อนนั้น แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ไม่มีอะไร และไม่เกี่ยวข้องกัน การโพสต์ข้อความต่างๆ ของ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น การให้ข้อเสนอแนะเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน และการแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น แต่กลับมีการนำมาเต้าข่าวและสร้างเรื่อง เพื่อหวังให้เป็นประเด็นการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111203</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายกฯ พระราชทาน, ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอก, ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67a412048d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
