<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กก้าวไกลยังติดใจเรื่องสอบวินัย’เนตร นาคสุข’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานในเพจของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ลงคำสัมภาษณ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรกรณีที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด หลังสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยาว่า ที่ประชุม ก.อ.มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตรที่ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ เป็นเรื่องที่สมควรกระทำ แต่ติดใจถ้อยแถลงที่ว่า&amp;ldquo;อย่างค่อนข้างร้ายแรง&amp;rdquo; ตรงนี้อาจจะเป็นถ้อยคำที่เบาไปหรือไม่ ซึ่งในการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโทษสูงสุดคือ การไล่ออก และที่ผ่านมานายเนตรได้เคยยื่นหนังสือเพื่อขอลาออกจากราชการมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้ได้ยื่นเข้ามาใหม่อีก 1 ครั้ง รวมเป็น 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัตินั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องฝากไปยังอัยการสูงสุดช่วยพิจารณาหนังสือลาออกของนายเนตรอย่างถ่องแท้ว่า การจะอนุญาตให้ลาออกก่อนการพิจารณาสอบวินัยร้ายแรงนั้นสมควรหรือไม่ และจะทำให้ประชาชนรู้สึกถึงไม่สบายใจถึงความเชื่อมั่นของสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะมีความเที่ยงธรรมตรงไปตรงมาหรือไม่ ขณะเดียวกัน หากหนังสือลาออกของ นายเนตรเป็นผล การสอบคนที่ลาออกความชอบธรรมจะลดลง แม้ผมจะไม่มีหน้าที่ในการชี้ผิด ชี้ถูก แต่ต้องการสอบให้สุดทาง เพราะกรณีดังกล่าวเป็นที่สะเทือนใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัยระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรต้นเรื่องในการดูแลบุคลากรและฝ่ายบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด มุมแรกคือต้องเน้นเรื่องการสอบวินัย และอีกหนึ่งมุมคือการดำเนินคดีอาญาในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการแสดงความเห็นเพื่อดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ยังไม่เห็นมีการพูดถึงจากสำนักงานเอกการสูงสุดเลย ก่อนหน้านี้ ที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยชุดของ นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ได้มีความเห็นว่านายเนตรผิดวินัยไม่ร้ายแรง ในวันนั้นรู้สึกไม่สบายใจ แต่พอวันนี้เปลี่ยนเป็นการสอบวินัยร้ายแรง ก็ถือเป็นมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่ในเรื่องของคดีอาญาได้ดำเนินการแล้วหรือไม่ และกรณีของอดีตอัยการสูงสุดที่ได้ลาออกจากราชการ ในขณะที่มีการสอบสวนนายเนตรก่อนหน้านี้ จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ลาออกในช่วงเวลานั้น นี่เป็นข้อกังขาที่ตนจำเป็นจะต้องตั้งประเด็นไว้ ว่าคณะกรรมการได้ทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้ตั้งเรื่องรอไว้ขณะนี้ เพื่อรอผลการพิจารณาต่างๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเชิญฝ่ายอัยการสูงสุด ในส่วนประธานกรรมการอัยการและคณะกรรมการสอบสวนวินัย เข้าชี้แจงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า ที่ผ่านมา ท่านได้กระทำอย่างไรกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความตรงไปตรงมา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูกจริงๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำจริงๆ&amp;rdquo;นายธีรัจชัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ยังกล่าวถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ จากเดิมที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด มาเป็นต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ที่มีหลายฝ่ายมองว่าจะช่วยให้หลุดจากความผิดทั้งยวง และต่อมาทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้ติดตามมาโดยตลอด มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในส่วนของตำรวจมาแล้ว ทางอัยการก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า อัยการท่านใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ท่านควรจะเปิดเผยให้ประชาชนได้ทราบว่าเป็นบุคคลใด สำนักงานอัยการสูงสุดควรที่จะเปิดเผยและทำให้โปร่งใสได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายเนตร นาคสุข, บอส อยู่วิทยา, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effcfb541fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูเอาเอง!2ป.ลงพื้นที่ถี่ส่งสัญญาณยุบสภาหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 14.00 น. จะมีการประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่รัฐสภา แม้ว่าจะปิดสมัยประชุม แต่ส.ส.ยังมีประชุมคณะกรรมาธิการและมีวาระที่จะต้องพูดคุยโดยเฉพาะเรื่องการเตรียมการหาบุคคลลงสมัครรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้ รวมถึงการเตรียมการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขไป ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ยืนยันว่าจะมาร่วมประชุมหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่บ่อยขึ้นถือเป็นสัญญาณจะมีการยุบสภาหรือไม่ นายวิรัช ไม่ขอตอบบอกเพียงว่าให้ดูกันเอาเอง และส่วนตัวก็จะร่วมลงพื้นที่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117520</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิรัช รัตนเศรษฐ, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ลงพื้นที่, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61416e162d15c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจี๊ยบปูด’สุชาติ’เตรียมฟ้องกระทรวงวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ @AmaratJeab ระบุว่า สุชาติ สวัสดิ์ศรี เตรียมฟ้องกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นบรรทัดฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องนี้เกิดขึ้นจากกรณีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้มีการประชุมลับ และได้ลงมติปลดนายสุชาติพ้นจากตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ &amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสรมิวัฒนธรรมได้มีหนังสือไปถึงนายสุชาติแล้วเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการปลดศิลปินแห่งชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614a9decb5156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดบทเรียนปัญหาเยาวชน-กลุ่มเปราะบางยุคโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในงานเสวนาเนื่องในวันประชาธิปไตยสากล ระหว่างเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และสมาชิกรัฐสภา ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;ชีวิตประจำวัน ความฝัน และความท้าทาย ของเยาวชนไทยในยุคโควิด-19&amp;quot; โดยมี นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารชมรมสมาชิกรัฐสภา Young MP ทำหน้าที่ประธานการประชุม พร้อมกันนี้ ยังมีตัวแทนสมาชิกรัฐสภาคนรุ่นใหม่ จากทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึง ส.ว. เข้าร่วม อาทิ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.), น.ส.วิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ &amp;nbsp;ส.ว., นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะส.ส.กลุ่มชาติพันธุ์, น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) &amp;nbsp;รวมถึงผู้แทนกลุ่มเยาวชน และนายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ กล่าวเปิดการประชุมว่า จุดประสงค์วันนี้คือหวังว่าจะถอดบทเรียนปัญหาโควิด-19 ที่สร้างอุปสรรคให้กับเยาวชนเปราะบาง เยาวชนไร้สัญชาติ เยาวชนผู้พิการและเยาวชนกลุ่มความหลากหลายทางเพศ แล้วนำออกมาเป็นนโยบาย หรือข้อเสนอ ส่งให้รัฐบาลได้นำไปอุดช่องโหว่ให้ตรงจุดมากขึ้น ความพิเศษของดรีมทีมจุดประกายในครั้งนี้ คือระดมแนวคิดจากแทบทุกพรรคการเมือง ส่งต่อไปยัง 2 ช่องทางคือ 1.ส่งให้นายกฯ โดยตรง และ 2.ส่งให้เลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านผู้แทน ทั้งนี้ คนทั่วไปในสังคมที่ว่าปรับตัวลำบากเเล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ยากยิ่งกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่า เราควรยอมแพ้ ผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภาไม่ควรนิ่งดูดาย ขอขอบคุณทุกท่านที่สละความเป็นพรรคการเมืองเข้าร่วม ทุกท่านล้วนเป็นดรีมทีมจุดประกาย ริเริ่มควานหาย่างก้าวที่สำคัญ นอกจากกลุ่มต่าง ๆ ในที่นี้ ตนยังประสานงาน ส่งเจ้าหน้าที่ไปหาพี่น้องพื้นที่ห่างไกล ให้เขาได้เสวนาถอดบทเรียนและสะท้อนปัญหาของเขากับเรา ผ่านระบบซูม อาทิ พี่น้อง จ.น่าน และ จ.ตราด หวังว่าตอนจบเราจะได้ถอดบทเรียนเเล้วนำออกมาเป็นนโยบายหรือข้อเสนอที่จะส่งให้รัฐบาลได้นำไปอุดช่องโหว่ ให้ตรงจุดมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเรอโนระบุว่า &amp;nbsp;กลุ่มเยาวชนวันนี้มีความคิดก้าวหน้ากระตือรือร้น อยากมีส่วนร่วมทางการเมือง สิ่งที่อยากย้ำเป็นพิเศษ คือปัจจัยพื้นฐานก่อนการนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในองค์กรสาธารณะ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จาก 3 ส่วน 1.เรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของโยบายการบริการภาครัฐ 2.สิ่งเหล่านั้นได้สะท้อนความต้องการของประชาชนหรือไม่ หน่วยงานอาทิรัฐสภา ได้รับฟัง &amp;nbsp;มีความเข้าใจและเปิดกว้างให้ทุกคนเเสดงความคิดเห็น เพื่อผลิตนโยบายและบริการให้สอดคล้อง หรือไม่ และ 3. ความสัมพันธ์ ในการจัดสรรทรัพยากร นำมาสู่ในหลายๆเรื่องทั้งความไม่เท่าเทียมในสังคม ทั้งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่ม LGBT กลุ่มเเรงงานต่างด้าว นี่คือสิ่งตอกย้ำให้สมาชิกรัฐสภารับฟังเสียงกลุ่มต่าง ๆ ให้มากขึ้น &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการนำกลุ่มเยาวชนเข้ามาเพื่อทำความเข้าใจกับบทบาทนี้ เเสดงความเห็นเพื่อเติมเต็มปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าว เพื่อวางรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย แต่อย่างที่บอกหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาคล้ายๆกัน คือเรื่องการสื่อสารที่มีปัญหาจนเกิดแรงกดดันต่าง ๆทางสังคม ซึ่งวันนี้ตนดีใจที่การพูดคุยวันนี้เกิดมาจากการริเริ่มของกลุ่ม ส.ส.กันขึ้นมาเอง โดยที่ไม่มีการแบ่งพรรคการเมือง ไม่มีโอกาสไหนที่จะดีกว่านี้แล้ว ในการกล่าวถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ถึงบทบาทสมาชิกรัฐสภา ได้มีการทำหน้าที่อาทิ การผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย ในวาระ 3 ที่ล่าสุดมีการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งจากเดิมรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ กลับมาเป็น 2 ใบ เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนมากที่สุด ในการเลือกผู้เเทนเเต่ละเขต เข้ามาทำหน้าที่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว ของทุกคน ที่ผ่านมาตนรับเรื่องร้องเรียนจากน้อง ๆ เช่นว่าเมื่อไหร่จะได้วัคซีน อย่างที่นายอิสระ บอกว่า ขณะนี้มีความเหลื่อมล้ำ เเม้เเต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง ประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์เเตกต่างกัน เรากระตุ้นรัฐบาลให้จัดสรรวัคซีนที่มีคุณภาพสำหรับฉีดให้เยาวชน ทุกอย่างมีทางออก ทำอย่างไรให้มีเราทางออกเรา อยู่กับโควิดได้ เยาวชนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ตนดีใจเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ มีทุกพรรคฝ่ายค้านเข้ามาทำการเมืองรวมกัน ลดความขัดเเย้งที่ไม่ก่อประโยชน์ ทั้งนี้ มองว่า เรื่องความรุนเเรงที่สามเหลี่ยมดินเเดง ไม่สามารถบอกได้ว่า เกิดจากใคร แต่สิ่งที่เราเห็นคือความสูญเสียทั้งของประชาชนโดยรอบ และผู้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วง &amp;nbsp;วิธีแก้ปัญหาของเราคือการตั้งโต๊ะเจรจา เปิดรับฟังความเห็นจากผู้ประท้วง และให้รัฐบาลนำไปแก้ไข สงครามทุกสงครามจบด้วยการเจรจาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ กล่าวสรุปว่า จะรวบรวมไล่เรียงประเด็นต่าง ๆ ให้ชัด ส่งเรื่องไปยังนายกฯ และเลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เพื่อขยายเสียงที่สะท้อนในวันนี้ให้ดังขึ้น โดยเฉพาะคำว่า ซับซ้อน แบ่งแยก ติดฉาก แปะฉลาก ให้ใครเป็นคนกลุ่มใด มันไม่สิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินหรือถูกเรียก หรือไม่ รวมถึงบทเรียนที่น้อง ๆ ผู้เข้าร่วมงานได้สะท้อนว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าคนกลุ่มใดก็ตามเขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ไม่ว่าจะสงสารจริง หรือสงสารเทียม เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้ใครมาสร้างวาทกรรมที่สวยหรูให้ แต่พวกเขาต้องการการยอมรับ ในอัตลักษณ์ที่เขาต้องการจะเป็น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีวิตประจำวัน ความฝัน และความท้าทาย ของเยาวชนไทยในยุคโควิด-19, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สมาชิกรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141994bd4f96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาสูญพันธุ์!7พรรคเล็กลั่นโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - ที่รัฐสภา &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อมตัวแทน 7 พรรคเล็กร่วมรัฐบาลที่มี ส.ส.พรรคละ 1 เสียง ได้แก่ &amp;nbsp;พรรคพลเมืองไทย, &amp;nbsp;พรรคครูไทย, &amp;nbsp;พรรคไทรักธรรม, &amp;nbsp;พรรคประชาธรรมไท, พรรคพลังชาติไทย และพรรคเพื่อชาติไทย แถลงจุดยืนในการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ว่า กลุ่มพรรคเล็กมีมติโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ผ่านการทำประชามติจากประชาชนแล้ว อีกทั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยกเลิกระบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตัวเล็กๆ เข้ามามีโอกาสทำงานในสภารวมถึงล้มระบบ ส.ส.พึงมีที่ถือเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุด และยังล้มหลักการเรื่องคะแนนเสียงตกน้ำจากเดิมที่นำมารวมเป็นคะแนนของพรรคการเมืองได้ตกน้ำไป ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 ที่ใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลยุคทักษิณ-สมัคร-ยิ่งลักษณ์เกิดเผด็จการรัฐสภา มีการคอร์รัปชันเชิงนโยบายมโหฬารอย่างโจ่งแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;nbsp;หลายฝ่ายมองว่าการที่พรรคเล็กออกมาประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ไม่ให้สูญพันธุ์หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ เพราะถ้าผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้พรรคขนาดเล็กจะสูญพันธุ์ พรรคขนาดกลางจะถูกแช่แข็งไปด้วย ยืนยันว่าพรรคเล็กมีจุดยืนเรื่องนี้มาโดยตลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ส่วนที่บอกว่าพรรคเล็กชอบกินกล้วยหรือเป็นพรรคปัดเศษ นพ.ระวี ย้อนถามกลับว่า เคยมีกล้วยที่ไหนให้พรรคเล็ก มีแต่พรรคขนาดใหญ่ที่มีรัฐมนตรีได้เงินทอนจากโครงการต่างๆ ซึ่งการที่พรรคเล็กกล้าโหวตสวน เพราะพรรคเล็กไม่มีรัฐมนตรีจึงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ขอเรียกร้องให้ ส.ส.โหวตคว่ำร่วมกับพรรคเล็ก รวมถึงเรียกร้องให้ ส.ว.คิดให้รอบคอบร่วมโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย เพราะถ้า ส.ว.สนับสนุนไม่ถึง 84 เสียงจะทำให้ร่างนี้ตกไป แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน กลุ่มพรรคเล็กจะร่วมกับพรรคขนาดกลางลงชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆขอให้ทำประชามติก่อน ซึ่งพรรคเล็กก็พร้อมสู้ในระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถ้าผ่านความเห็นของประชาชน&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคเล็ก ปัจจุบัน มี 9 พรรค &amp;nbsp;โดย 7 พรรคแรก ได้แก่ &amp;nbsp;พรรคพลังธรรมใหม่, &amp;nbsp;พรรคพลเมืองไทย, &amp;nbsp;พรรคครูไทย, &amp;nbsp;พรรคไทรักธรรม, &amp;nbsp;พรรคประชาธรรมไท, พรรคพลังชาติไทย และพรรคเพื่อชาติไทย &amp;nbsp; ไม่สนับสนุนบัตร 2 ใบ ขณะที่อีก 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ กับพรรคประชาภิวัฒน์ ขณะนี้ให้การสนับสนุนแนวทางบัตร 2 ใบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116034</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ระวี มาศฉมาดล, พรรคครูไทย, พรรคประชาธรรมไท, พรรคพลังชาติไทย, พรรคพลเมืองไทย, พรรคเพื่อชาติไทย, พรรคไทรักธรรม, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138530b728ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพข้าราชการฯร้องกมธ.แรงงานค้านปลัดข้ามห้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายสุพจน์ พงษ์สุพัฒน์ ประธานสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ ได้ยื่นหนังสือถึงนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน เพื่อให้พิจารณา เรื่อง คัดค้านการโอนย้ายแต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือระบุว่า เนื่องด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้นำเสนอวาระการโอนย้ายแต่งตั้ง นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ แทนนายสุทธิ สุโกศล ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย. นี้&amp;nbsp;
สหภาพข้าราชการฯ เห็นว่าการกระทำของ รมว.แรงงาน เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ขัดต่อหลักจริยธรรมและหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ส่งผลกระทบเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงแรงงาน และส่งผลกระทบต่อข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนพนักงานลูกจ้างของกระทรวงแรงงานอย่างร้ายแรง โดยการโอนย้ายข้าราชการซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงหนึ่ง เพื่อมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดในอีกกระทรวงหนึ่ง มิใช่วิถีปฏิบัติที่กระทำกันทั่วไป นอกจากจะมีเหตุที่จำเป็นอย่างยิ่ง และต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ทางราชการและหน่วยงานที่รับโอนแต่งตั้งเท่านั้น อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงหลักการและผลกระทบของการบริหารบุคลากรในองค์กรอีกด้วย ดังนั้น การโอนย้ายแต่งตั้งข้ามกระทรวง จึงไม่ปรากฏว่ามีกระทรวงใดกระทำกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สหภาพข้าราชการฯ ได้ทำหนังสือคัดค้านการโอนย้ายแต่งตั้งดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี รมว.แรงงาน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนการโอนย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องชอบธรรม และระบบคุณธรรมในการบริหารบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งเป็นการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการ พนักงานลูกจ้างในหน่วยงานราชการ แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้า จึงขอให้คณะ กมธ.การแรงงาน ช่วยเหลือโดยยับยั้งการโอนย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของคณะ กมธ. เพื่อมิให้การโอนย้ายแต่งตั้งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมดังกล่าวดำเนินต่อไป จนสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานราชการ และระบบการบริหารบุคลากรภาครัฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพกล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เรื่องดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะส่งผลกระทบกับแรงงานหลายคน โดยบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ต้องมีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์โดยตรง ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะ กมธ. ในวันนี้ และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ต่อไป เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116021</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุพจน์ พงษ์สุพัฒน์, นายสุเทพ อู่อ้น, ประธานสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383e477caa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ก้าวไกลกัดฟันหนุนบัตร2ใบแต่ซัดร่างแก้ไขรธน.ยับ             </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงการประชุมรัฐสภาที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สาม ในวันที่ 10 ก.ย. นี้ ว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลับแก้ไขไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งทำให้พรรคใหญ่เกิดการกินรวบและนำสู่การรัฐประหาร ซึ่งพรรคไม่อยากเห็นเช่นนั้นอีก การแก้ไขครั้งนี้ พรรคขนาดใหญ่ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประโยชน์ แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตวาระสามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ 2 ส่วน คือ หนึ่ง เสียงของ ส.ว. เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 อนุหก กำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด &amp;nbsp;หรือ 84 เสียง และสอง อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร และอยากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะยื่นดาบให้ศัตรูเพื่อมาฆ่าตัวเอง&amp;rdquo; นายธีรัจชัยกล่าวและว่า พรรคก้าวไกลจะมีประชุมช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อกำหนดว่าจะมีมติพรรคอย่างไรในการออกเสียงโหวตวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ ไม่เรียบร้อย และลุกลี้ลุกลน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ ส.ส.พึงมี กล่าวคือ มีการแก้ไขให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จริง ขณะเดียวกันยังคงมาตรา 93 และมาตรา 94 ให้ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีไว้ตามเดิม เสมือนเป็นหัวกุดท้ายมังกร และอยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาคัดค้านเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคได้จำนวน ส.ส.ลดลงใช่หรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า คิดว่าไม่ลด แต่กลับจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคมากกว่าเดิม เพราะประชาชนอยากได้พรรคที่อยู่กับร่องกับรอย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383663bcc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
