<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ศาสนา&#039; จ่อเรียกสำนักพุทธฯ-พระผู้ปกครองชี้แจง &#039;ม็อบผ้าเหลือง&#039; ห่วงกระทบศรัทธาประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63 - เวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อนายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ มีมติเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงความเหมาะสมของพระภิกษุสงฆ์ว่าสามารถแสดงออกทางการเมืองได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวว่า เนื่องจากกรณีที่มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมในการแสดงออกของพระภิกษุสามเณรที่เข้าร่วมการชุมนุม แต่ก็มีการชี้แจงว่าเป็นสิ่งที่พระสงฆ์สามารถทำได้ เพราะไม่มีพระธรรมวินัยบัญญัติไว้ ทำให้เป็นข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางจากทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องนี้อาจจะบานปลายและกระทบถึงความศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่มีต่อศาสนา อย่างไรก็ตามตนมองว่า การแสดงออกของพระสงฆ์สามารถทำได้ เช่นเวทีเสวนาและเวทีทางวิชาการ รวมถึงเวทีที่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น แต่การเคลื่อนขบวน ขึ้นเวทีปราศรัย และเข้าร่วมการชุมนุมนั้น ตนอยากได้ข้อสรุปว่าสามารถทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นในการประชุมกมธ.ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ จะเชิญผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าคณะภาคหนึ่งในฐานะผู้ปกครองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84865</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศาสนา, พระ3นิ้ว, พระปัญญา สีสัน, ม็อบผ้าเหลือง, ม็อบพระ, ส.ส.ประชาธิปัตย์, สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า, เทพไท เสนพงศ์, แก๊งแครอท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbca0376f964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039; มั่นใจ 8 ส.ส.ปชป.ไม่ได้ถือหุ้นสื่อ พร้อมเคารพดุลพินิจศาล รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าทีมทนายความ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดพิจารณาและอ่านคำวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับหุ้นสื่อ ส.ส. ในวันที่ 28 ต.ค. 2563 ว่า&amp;nbsp;ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องนี้ร่วมกับคณะทนายความ และมีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานที่ปรึกษา&amp;nbsp; ร่วมในการต่อสู้คดี ทีมทนายความมั่นใจในคุณสมบัติของ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่าได้นำเสนอพยานหลักฐานครบถ้วนเพื่อชี้ให้เห็นว่าบริษัทของ ส.ส.แต่ละคนไม่ได้ทำกิจการดังที่กล่าว หลักฐานเริ่มต้นชัดเจนในการจดจัดตั้งบริษัทใน สสช 1 &amp;nbsp;และเป็นแบบฟอร์มพื้นฐาน อีกทั้งไม่เคยขออนุญาตจดทะเบียนทำสื่อใด สินทรัพย์ บัญชีรายรับ รายจ่าย ไม่มีสินทรัพย์ใดที่เกี่ยวกับกิจการสื่อ และรายละเอียดอื่นๆได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญไปครบถ้วนสมบูรณ์&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงจึงสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา 98(4)ที่ต้องการป้องกันในเรื่องการเข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนและเพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบกันในขณะลงสมัครรับเลือกตั้งและในขณะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ดังนั้นสาระสำคัญแห่งเจตนารมณ์คือต้องเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ที่ได้ประกอบกิจการดังกล่าวอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า ด้วยข้อเท็จจริงที่ได้นำเสนอไปอย่างครบถ้วนจึงไม่มีความกังวลใจ&amp;nbsp;ท้ายที่สุดอยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ เคารพในผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บ้านเมืองมีกฎหมาย เมื่อมีการร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกร้องก็แก้ข้อกล่าวหา ผลเป็นอย่างไรก็ต้องพร้อมยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ในวันที่ 28 ต.ค.นี้&amp;nbsp;ส.ส.ทุกคนที่เป็นผู้ถูกร้องจะร่วมเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ 8 คน ได้แก่ 1.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร 2.นายอัศวิน วิภูศิริ 3.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ 4.นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ 5.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ 6.นายสมชาติ ประดิษฐพร 7.นายสาคร เกี่ยวข้อง และ 8.นายสาธิต ปิตุเตชะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79829</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, พรรคประชาธิปัตย์, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f47c9be2f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ปชป. ยันไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคกดดันถอนชื่อยกเลิก ม.272 อ้างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร่างรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา พล.ต.ท.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;กล่าวยืนยันว่าไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคกดดันให้ถอนชื่อจากญัตติของพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;272&amp;nbsp;ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ สาเหตุที่ลงชื่อเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เพราะมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์นำมาให้ลงชื่อ แต่เมื่อทราบว่าไม่ใช่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลก็ได้มีการถอนชื่อออก และส.ส.หลายคนพอทราบก็ทยอยถอนรายชื่อออก เพราะถือว่าเซ็นผิด เนื่องจากมติพรรคให้เซ็นร่างเดียว จึงอยากชี้แจงให้สังคมได้รับทราบว่าไม่ได้มีการกดดันจากผู้ใหญ่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ส.ในพรรคเอามาให้เซ็น แล้วทุกคนก็ไม่รู้ คือปิดไว้ เลยเข้าใจว่าเป็นร่างที่พรรคให้เซ็น พอรู้ว่าไม่ใช่ก็ถอนออก&amp;quot; พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77019</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรินทร์ ปาลาเร่, มาตรา 272, ส.ส.ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59ac9eaecbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ปฏิเสธกดดัน ส.ส.ปชป.เทก้าวไกล ชี้เป็นสิทธิไม่ก้าวล่วง รับมีปัญหาภายในพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในสภาผู้แทนราษฎรพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ยังไม่เห็นข่าวนี้ แต่ยอมรับว่าเห็นการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโควิด-19 ลดน้อยลงเช่น การสวมหน้ากากในห้องประชุม ที่พบว่าทุกคนไม่ได้สวมหน้ากากอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังขอชื่นชมส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่สวมหน้ากากตลอด พร้อมยืนยันว่าจะไม่ประมาท และจะดูแลอย่างดีที่สุด ซึ่งตนเองก็ได้ย้ำต่อทุกคนให้ทราบอย่างบ่อยครั้งว่าให้ปฏิบัติตามมาตราการอย่างเคร่งครัด แต่ในส่วนของกระแสข่าวนั้นไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว ขณะเดียวกันจำนวนผู้ติดตามนักการเมืองก็เพิ่มมากขึ้นซึ่งความจริงต้องไม่ควรเกิน 2 คนต่อส.ส.1คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวถึงการยื่นญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ของพรรคเพื่อไทยที่จะยื่น 4 ญัตติในวันนี้ และคาดหวังว่าจะมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ว่ากระบวนการจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เดิมได้มีการกำหนดการพิจารณาญัตติการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ไว้แล้ว โดยเชื่อว่าเรื่องนี้ทันในสมัยประชุมนี้ ในวันที่ 23-24 ก.ย. ซึ่งการขอให้เปิดสมัยวิสามัญนั้นขณะนี้ยังไม่มีใครมาหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีกระแสข่าวว่านายชวน เข้าไปกดดันส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ถอนรายชื่อออกจากญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกลนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกดดันให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถอนรายชื่อออก โดยเฉพาะที่มีส.ส.ตรัง ร่วมลงชื่อ2คนด้วยและก็ยังไม่สอบถามเพราะเห็นว่าเป็นสิทธิของแต่ละคน จะไม่ไปยุ่ง ทั้งนี้ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ ส.ส.ของพรรคไปร่วมลงชื่อกับญัตติของพรรคก้าวไกล และไม่ขอก้าวล่วงเพราะเป็นญัตติทางการเมือง แต่ยอมรับว่าในพรรคมีปัญหาในบางเรื่องแต่กรรมการบริหารของพรรคดูแลอยู่ ส่วนจะมีบทลงโทษอะไรหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในวันนี้นั้น นายชวนกล่าวว่า จะต้องหารือกับรองประธานเรื่องการวางกรอบอภิปราย เพราะว่ามันนี้ยังมีเรื่องที่ค้างพิจารณาจากสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกหลายเรื่องด้วย แต่ก็ชื่นชมสมาชิกในการบริหารการอภิปรายให้กระชับเวลาของตนเองได้ดี และหากบริหารจัดการเวลาได้ดีก็จะให้พิจารณาญัตติต่างๆให้เร็วด้วย ซึ่งการพิจารณาญัตติต่างๆต้องสอดคล้องกับสถานการณ์แวดล้อมด้วย เช่น ไม่ควรเอาเรื่องน้ำแล้วมาพูดตอนที่มีสถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ปิดสวิตช์ ส.ว., พรรคก้าวไกล, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), มาตรา 272, ส.ส.ประชาธิปัตย์, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5995cd67b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ปชป.เจ้าของวลีเลิกพายเรือให้โจรนั่ง โผล่ &#039;ผมคือส.ส. เก้าอี้หลัง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.63 - นายพนิช วิกิจเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) &amp;nbsp;เจ้าของวลีหยุดพายเรือให้โจรนั่ง ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ว่า...&amp;ldquo;ผมคือส.ส. เก้าอี้หลัง&amp;rdquo; ของรัฐบาลนี้

&amp;ldquo;ส.ส. เก้าอี้หลัง หรือ Government Backbencher&amp;rdquo; คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคฝ่ายรัฐบาล ที่ไม่ได้มีบทบาทในฝ่ายบริหารอย่างในรัฐสภาของอังกฤษก็จะมีสมาชิกสภาผู้แทนกลุ่มนึงแม้จะอยู่พรรคฝ่ายรัฐบาลแต่หากมีประเด็นใดที่ไม่เห็นด้วย สมาชิกกลุ่มนี้ก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย (เช่น กรณีที่ ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลต่อต้านบอริส จอร์นสัน เกี่ยวกับกรณี Brexit ที่เร่งกระบวนการให้เสร็จตามกรอบเวลา ก่อนการศึกษาผลกระทบต่อประชาชนให้ดีก่อน) สำหรับประเทศไทยเอง ส.ส.ประเภทนี้อยู่ทุกสมัยเพียงแต่ยังไม่ได้มีการนิยามหรือมีชื่อเรียก เพราะเท่าที่ผ่านมาก็มีการโหวตหลายครั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เดือนนับจากวันที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐบาลด้วยมติ 61: 16 เสียง ย้อนไปตอนนั้นเราโหวตโดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นมาตรฐานและอยู่ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ ซึ่งระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในเรื่องที่เป็นข้อดี ผมก็ต้องชื่นชมนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านที่ช่วยกันจัดการ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนตอนนี้ระยะเวลาผ่านไป กว่า 9 เดือน เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;การที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล จำเป็นหรือไม่ที่ต้องทำตามรัฐบาลตลอด&amp;rdquo; สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือการวางกฎเกณฑ์สำหรับการเป็นการ ส.ส. เก้าอี้หลัง ซึ่งเกณฑ์ของผมคือถ้ารัฐบาลทำผิด 3 เงื่อนไขที่พรรคตั้งไว้ผมก็จะแย้งและไม่เห็นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเป็น ส.ส. เก้าอี้หลัง เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย เพราะต้องมีหน้าที่ไม่ตรงกับสถานะ ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลซึ่งจะต้องคอยเห็นพ้องต้องกัน หรือหากมีหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่จริงแล้วต้องทำหน้าที่คอยตรวจสอบ แต่การเป็น ส.ส. เก้าอี้หลัง เป็นสิ่งที่ฝ่ายร่วมรัฐบาลต้องออกมาตรวจสอบรัฐบาลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมคิดว่าเราคือเพื่อนบ้านที่พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่เพราะเราคือสมาชิกของพรรคร่วม แต่ขอให้รัฐบาลอย่ามองเราเป็น &amp;ldquo;หุ่นยนต์&amp;rdquo; ที่ต้องทําตามทุกอย่าง แม้เราจะพร้อมสนับสนุนแต่เราก็พร้อมไม่เห็นด้วยและตรวจสอบถ้ามีกรณีของความไม่ถูกต้อง..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59636</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนิช วิกิจเศรษฐ์, พายเรือให้โจรนั่ง, ส.ส.ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6af03f2c653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษเครื่องเสีย!ส.ส.ปชป.ยืนยันโหวตเห็นด้วย&#039;พ.ร.ก.โอนกำลังพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค 62 - &amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพล.ต.ต.สุรินทร์ลงมติงดออกเสียงในการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;ตนยืนยันว่ากดลงมติเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ดังกล่าว แต่ปรากฎว่าเครื่องลงคะแนนขัดข้องไปแสดงผลว่างดออกเสียง &amp;nbsp;ตนจึงทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งว่าตนกดลงมติเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ฉบับนี้ แต่เครื่องลงคะแนนเกิดปัญหาขัดข้อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่ได้สอบถามตนถึงเรื่องนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล, พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่, ส.ส.ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da83a67ce92a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ส่งสัญญาณป่วน!รธน.เอื้อให้&#039;พปชร.&#039;ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62 -&amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวีรกร คำประกอบ สส.นครสวรรค์ พรรคพลัปงระชารัฐ ออกมายอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันร่างขึ้นเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลเท่านั้นว่า เป็นความจริง เราะแม้แต่คนของพลังประชารัฐยังออกมายอมรับเอง และจากการที่ตนติดตามสถานการณ์การเมืองมาตลอด 5 ปี &amp;nbsp; ในช่วงที่คสช.ให้เหตุผลกับประชาชนว่าเพื่อมาปฏิรูปการเมือง ตนก็มีเหตุผล 5 ข้อมาสนับสนุน ว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ระหว่างที่มีการเลือกตั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ แต่กลับใช้ตำแหน่งหน้าที่ความป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม และมีมาตรา 44 อยู่ในมือ ใช้อำนาจรัฐ กลไกของรัฐ เอื้อประโยชน์สำหรับพรรคพลัปงะรชารัฐอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่นการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ก็เอื้อต่อคะแนนเสียงให้ผู้สมัครของพรรคพลัปงระชารัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลังเลือกตั้งแล้วรัฐธรรมนูญยังให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช.แต่งตั้ง 250 สว. โดยสว.สามารถใช้สิทธิโหวตเลือกหัวหน้าคสช.มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ชี้ห้เห็นว่าการตั้งสว.250 คน เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐ เพราะตั้งมาเพื่อค้ำบัลลังก์ให้กับคนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคพลังประชารัฐโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อมี 250 สว.ในมือ ผู้มีอำนาจก็รวบรวมสส.ให้ได้แค่ 126 คนก็สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยไม่ต้องสนใจพรรคการเมืองอื่นในสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เมื่อรัฐบาลพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ก็ยังมีสิทธิยุบสภาให้ไปเลือกตั้งใหม่ และอาศัยความเป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หากการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งติดปัญหาหรือเข้าสู่ทางตัน ไม่สามรถจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มทำหน้าที่รักษาการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ โดยไม่มีที่สิ้นสุด และยังคงมีมาตรา 44 ในมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลรองงรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลเหมือนที่สส.พรรคพลังประชารัฐออกมาโอ้อ้วด&amp;quot;นายเทพไท กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, รธน., รัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.นครศรีธรรมราช, ส.ส.ประชาธิปัตย์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6eeb551291.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
