<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ผลิตซ้ำวาทกรรมสองมาตรฐาน!หากศาลรธน.วินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อต่างไปจากกรณี&#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - ที่พรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงกรณี ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ว่า ตั้งแต่ปี 2562 แนวทางการตัดสินของศาล มี 2 กรณีได้แก่ 1.เกณฑ์การพิจารณาว่ามีการถือหุ้นสื่อจริงหรือไม่ 2.กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยกรณีแรกมีคำพิพากษา 2 คดีหลักๆ ได้แก่ กรณีของนายภูเบศร์ &amp;nbsp;เห็นหลอด ผู้สมัครส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และ 2.นายคมสันต์ ศรีวนิชย์ ผู้สมัครส.ส.จากพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;ซึ่งวางแนวทางไว้แล้วว่าพิจารณาจากหนังสือบริคนห์สนธิ หากมีวัตถุประสงค์ข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุว่า เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ถือว่า คนนั้น ทำบริษัทสื่อจริง โดยไม่ได้ดูว่าเขาประกอบกิจการจริงหรือไม่ แต่ดูจากวัตถุประสงค์ เท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็ถูกพิพากษาว่ามีลักษณะต้องห้ามจนถูกตัดสิทธิ ซึ่งนี่เป็นแนวบรรทัดฐานกรณีแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปิยบุตร กล่าวว่ากรณีต่อมาคือ &amp;nbsp;การร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามช่องทางมาตรา 82 ตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรนมูญ สามารถสั่งพิจารณาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งเกิดกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หลังจากที่ กกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งคำสั่งของศาลระบุว่า มีเหตุอันควรสงสัย และหากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดปัญหาทางกฎหมาย จนเป็นอุปสรรคในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองกรณีทำให้เราต้องมาไล่กันว่า กรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น จะยึดบรรทัดฐานแบบไหน ทั้งนี้ มี 4 กรณีที่ใกล้เคียงกันได้แก่ 1.กรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ 2.กรณี 4 รัฐมนตรี 3.กรณีของนายธนาธร 4. กรณี 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล &amp;nbsp;ซึ่งกรณีนายดอน กกต. มีการยื่นคำร้องในวันที่ 1 พ.ค. 2560 ใช้เวลาพิจารณา 386 วัน ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณาว่าจะสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดอีก 70 วัน สุดท้าย ศาลมีคำวินิจฉัยว่า นายดอนไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณี 4 รัฐมนตรี กกต. มีการยื่นคำร้องต่อกกต.ในวันที่ 23 ม.ค. 2561 ใช้เวลา 355 วัน ถึงส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาพิจารณาอีก 75 วัน ก่อนวินิจฉัยว่าไม่ต้องหยุด และจนถึงตอนนี้ก็ยังรอคำวินิจฉัยอยู่ว่า ผิดหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีนายธนาธร มีการยื่นคำร้องต่อ กกต.ในวันที่ 25 มี.ค. 2562 กกต. ใช้เวลา 51 วัน ส่งคำร้องไปศาลรธรรมนูญ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเพียง 7 วันพิจารณารับคำร้อง ก่อนมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุบังเอิญเป็นอย่างยิ่ง สั่งให้หยุด ในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งในวันที่ 24 เป็นวันเปิดสภา และวันที่ 25 &amp;nbsp;พ.ค. เป็นวันประชุมสภาครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี 41 ส.ส. นั้น ได้มีการยื่นเรื่องในวันที่ 4 มิ.ย 2562 ให้ประธานสภา ซึ่งประธานสภาใช้เวลา 8 วัน ก่อนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง ตอนนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่ว่า ศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่ จนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 9 วันแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่า จะใช้บรรทัดฐานแบบใดกันแน่ ในเมื่อข้อเท็จจริงคล้ายกันทั้ง 4 กรณี เหตุใดกรณีของนายธนาธรจึงเร็วผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโต้แย้งกันว่า กรณีของนายธนาธรนั้นต่างกับกรณีอื่น ผมต้องเรียนว่า การถือหุ้นสื่อของนายธนาธร เมื่อเทียบกับกรณี 41 ส.ส. นั้นไม่เหมือนกันจริงๆ เพราะนายธนาธรโอนหุ้นหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562 ทำให้ไม่มีหุ้นสื่ออยู่ในมือ แต่ กรณี 41 สส นั้น ยังคงมีหุ้นอยู่หลังวันที่ 8 ม.ค. ไปแล้วอย่างชัดเจน โดยไม่ได้มีการถกเถียงกันด้วยซ้ำว่า ถือหุ้นอยู่จริงหรือไม่ แต่ที่พยายามบอกว่า บริษัทของพวกเขาไม่ได้ทำสื่อ ซึ่งผมอยากถามว่าแล้วกรณี นายภูเบศร์ และนายคมสันต์ ละ ตกลงประเทศนี้จะเอามาตรฐานแบบไหนกันแน่&amp;rdquo; เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่าหากยึดเอาตามมาตรฐานของศาลฎีกา อย่างไรเสีย ก็ต้องวินิจฉัยว่า อยู่ในลักษณะต้องห้าม นอกจากนี้มีการโต้แย้งกันอีกว่า กรณีของนายธนาธรใช้เวลา 7 วัน แต่กรณี 41 ส.ส. นั้น เป็นการเข้าชื่อกันของสส. ซึ่งตนต้องเรียนว่า กรณีของนายธนาธร ไปเอามาจากคำร้องของนายคนหนึ่ง ที่ก็อปปี้มาจากข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง โดยพิจารณาดูเพียง เอกสาร บอจ. 5 และหนังสือบริคนห์สนธิ โดยไม่ได้ไต่สวนให้ละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการไต่สวนของกกต. ยังไต่สวนไม่จบ แต่ กกต.ทั้ง 7 ท่านกลับมีมติส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากจะบอกว่า กกต. ตรวจสอบละเอียดนั้นไม่น่าใช่ ขณะที่กรณี 41 ส.ส. เราค้นไปถึงว่ามีการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่จริง มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งหมด หรืออย่าง กรณีนายคมสันต์ และนายภูเบศร์ นั้น กกต. ไม่ได้เรียก ทั้ง 2 ไปให้ข้อมูลใดๆ แต่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินเลย เมื่อนำมาเทียบเคียงกันดู กับกรณีของนาย ดอน และ 4 รัฐมนตรี ใช้เวลาเกือบปี ในการตรวจสอบ พอไปถึงศาลยังใช้เวลาอีก 2 เดือนเศษก่อนจะบอกว่าไม่ต้องหยุดฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวว่าผู้ร้องเป็น ส.ส. เข้าชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานสภา หรือเป็นประชาชนที่ร้องไปยัง กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี 27 ส.ส. พปชร. ระบุว่าสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะกำลังปฏิบัติเรื่องสำคัญอยู่ ซึ่งตนต้องชี้แจงว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ระบุว่า หากให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่ต่อจะก่อให้เกิดปัญหาในสภา เนื่องจากเป็นการปฏิบัติภารกิจสำคัญ แต่ 27 ส.ส.กลับบอกว่า พวกเขากำลังทำหน้าที่สำคัญ เพราะฉะนั้นปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่เถอะ แล้วสุดท้ายมาตรฐานนั้นอยู่ตรงไหน หากเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ก็ต้องหยุด ไม่อย่างนั้นก็ยิ่งเสียหาย เพราะทั้ง 27 ท่านอยู่ในรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีได้เลย หากใช้มาตรฐานเดียวกัน กรณี 41 ส.ส. ต้องได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ถ้าเลยเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นกรณีเดียวกัน เราไม่ได้มีอำนาจไปแทรกแซงการทำงานของศาล ศาลมีอำนาจพิจารณา แต่เราก็มีเสรีภาพในการแสคงความเห็น ที่อย่างน้อยต้องกระตุ้นเตือน ให้สังคมเห็นว่าทำไมเรื่องที่คล้ายกันถึงปฏิบัติไม่เหมือนกัน&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวอีกว่าขอเรียนว่า เราไม่ได้ตั้งคำถามต่อองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย เพียงแต่ขอให้มีมาตรฐานต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็ต้องได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องตั้งอยู่บนศรัทธาของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเขียนกฎหมาย ต่อให้คุณเขียนกฎหมายว่า ทุกองค์กรต้องใช้อำนาจด้วยความยุติธรรม ก็ไม่สามารถสร้างกระบวนการยุติธรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การรวมคำร้องของ 27 ส.ส.เข้าไปในคราวเดียวกัน ทั้งที่แต่ละกรณีอาจมีการกระทำแตกต่างกัน นายปิยบุตร กล่าวว่าช่องทางตมมารตรา 82 เวลาเราเข้าชื่อ ต้องเอา สส เกิน &amp;nbsp;1 ใน 10 มาเข้าชื่อ ส่วนทั้งหมดจะแตกต่างกันอย่างไรนั้นในข้อเท็จจริงมีสาระสำคัญเหมือนกัน คือเป็นกรณีที่ ส.ส. ถือหุ้นหรือไม่ บริษัทที่ถือหุ้นนั้นทำสื่อหรือไม่ วิธีอธิบายคำร้องที่เราส่งไปยังประธานสภาฯ ก็ชี้แจงเรียงคน ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริงแบบเดียวกันหมด เราไม่ได้เขียนแบบคลุมเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คำร้องของ พปชร. เป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อชี้ช่องทางออกให้ศาลรัฐธณรมนูญ มีความกังวลเรื่องนี้หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ตนเคารพวิธีการสู้คดีของแต่ละฝ่าย จะสู้เรื่องหยุมหยิมระหว่างเรื่องหนังสือกับคำร้องก็ไม่เป็นไร แต่มันไม่ส่งผลถึงขั้นยกฟ้อง แต่เรายืนยันว่า ทำเป็นคำร้องอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนจะขอใช้วิธีการสู้คดีในการไต่สวน ทางเราดูกฎหมายแล้วพบว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าท่านทำได้และศาลให้ทำ ผมก็ขอทำบ้างกับกรณีของนายธนาธร&amp;rdquo;นายปิยบุตร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณี นายธนาธรขอขยายเวลาเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไปอีก 15 วัน นายปิยบุตร กล่าวว่า ในชั้นการพิจารณาของศาล ถือเป็นชั้นสุดท้ายแล้ว มันต้องรอบคอบ และใช้สิทธิของเราตรวจสอบเอกสารให้แม่น ชัดเจนครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีกรณีไหนหรือไม่ ที่ศาลฎีกามีคำตัดสินไปแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินโดยสร้างบรรทัดฐานใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังไม่เคยมี คดีนี้ต้องลองจับตาดูว่าจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39115</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, ส.ส.พรรคพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c93829ce85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปกันใหญ่!เพื่อไทยโวย 27 ส.ส.พปชร.เอาเปรียบ&#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์​ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ 41ส.ส.เหมือนกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ​ &amp;nbsp;ฟังดูแล้วออกจะเป็นการเอาเปรียบ และขาดสปิริตมากเกินไป ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมและยืนอยู่บนมาตรฐานอันเดียวกัน เมื่อนายธนาธร ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ควรที่จะใช้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนี้กับ41ส.ส.พรรค พปชร.ที่ถูกยื่นคำร้องว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้วกรณีของนายธนาธร หากศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่มี​ส.ส.จำนวนมากถึง 80 เสียง และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ย่อมจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและเป็นประสิทธิภาพของระบบสภาผู้แทนฯที่ประชาชนแสดงเจตนารมณ์ผ่านการกาบัตรเลือกตั้ง โดยหลักแล้วนายธนาธรไม่สมควรถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ส.ส. แต่เมื่อศาลรธน.มีคำสั่งก็มิอาจปฏิเสธคำสั่งนั้นได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้านจึงอยากจะทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ขอให้ติดตามกรณีการคุ้มครองชั่วคราว41ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้มีสถานะส.ส.อย่างใกล้ชิดว่า วันนี้คดีถือหุ้นสื่อของส.ส.และอีกหลายคดีที่พล.อ.ประยุทธ์และคสช.ถูกร้องเรียน มีความยุติธรรมหรือไม่หรือยังเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo; นางลดาวัลลิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร, พปชร., ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์​, ส.ส.พรรคพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
