<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทยจี้รัฐบาลขยายเงื่อนไขผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทโดยไม่ต้องแบ่งแยก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในช่วงภัยพิบัติ ที่มีกฎหมายกำหนด ถ้าพรรคการเมืองช่วยเหลือเกิน 3 ล้าน ส.ส.ให้ความช่วยเหลือเกิน 3 แสน จะนำวงเงินดังกล่าวไปคิดรวมกับการใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า เมื่อกฎหมายกำหนดมาเช่นนี้ พวกตนที่เป็นนักการเมืองก็ต้องปฏิบัติตามโดยช่วยเหลือประชาชนเท่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้ามีการแก้ไขกฎหมายขึ้นมาเราก็พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมตามกรอบกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อมีกรอบกฎหมายมาควบคุมนักการเมืองเช่นนี้ ตนก็อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เช่นการขยายเงื่อนไขผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ให้ได้ในทุกกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด โดยไม่ต้องแบ่งแยก เพราะวันนี้มีประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากโรคไวรัสโควิด-19 จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาจากรัฐบาล เมื่อรัฐจะเยียวยาแล้วก็ควรให้อย่างทั่วถึงไม่เลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศล กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเช่น กลุ่มโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. ที่ทำหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนบางส่วนยังไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์เช่นหน้ากากอนามัย n95 เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นก็อยากวิงวอนไปยังภาครัฐให้เร่งจัดหาเพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นด่านหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชนถ้าเขาไม่พร้อมการช่วยเหลือประชาชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส.พรรคเพื่อไทย, เยียวยา5พันบาท, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91a853d2642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เก่ง การุณ&#039; บี้เอาผิดส.ส.เสียบบัตรแทน แจงเหตุฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ถกร่างพรบ.งบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การพิจารณาลงมติในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ใหม่ &amp;nbsp;ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นหากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลไม่ทำผิดกฎหมาย ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจช้าลงไปด้วย สิ่งที่ตามมาคือเศรษฐกิจประเทศที่แย่อยู่แล้วก็ยิ่งแย่หนักขึ้น&amp;nbsp;กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรม ในการลงมติงบประมาณใหม่ เพราะต้องการให้รัฐบาลจัดการกันเองไปเลย เพราะฝ่ายค้านทราบว่างบประมาณประจำปีมีความสำคัญ ในการแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือด้วยดี แต่สุดท้าย ส.ส.รัฐบาลก็ทำพังคามือ ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาเองกันเอง แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านก็พร้อมสนับสนุนในการเป็นองค์ประชุมเพื่อเปิดประชุมสภาให้สามารถลงมติได้ แต่จะไม่ขอร่วมรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่รัฐบาลก่อขึ้นมาเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายการุณ กล่าวว่าขอเรียกร้องไปยังพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะกรรมการปราบปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้เร่งเอาผิดกับส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันเพราะถือเป็นการจงใจกระทำความผิดกฎหมายเสียเอง ซึ่งผู้นำพรรครัฐบาลทุกท่านต้องกล้าที่จะดำเนินการกับลูกพรรคของตนเองเพื่อรักษาหลักการทางกฎหมาย จะปล่อยให้ส.ส.ที่เห็นรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น นึกอยากจะทำผิด ก็ปล่อยให้ทำกันตามอำเภอใจ โดยไม่มีมาตรการลงโทษและปล่อยให้คนทำผิดลอยนวลแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีแต่จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ดังนั้นผู้นำพรรครัฐบาลทุกพรรคควรจะเรียกร้องให้ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันทุกคนได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองได้แล้ว เพราะตั้งแต่พวกท่านกระทำความผิดจนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่พวกเรายังไม่เคยได้ยินแม้แต่คำขอโทษออกจากปากใครสักคน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57065</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี2563, ส.ส.พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d4f845d79ca7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;เปิดใจเคลียร์ข่าวทิ้งเพื่อไทย-รับในพรรคมีแย่งชิงอำนาจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.63 - ที่ย่านลาดปลาเค้า บ้านพักคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้นัดส.ส.พรรคและทีมงานพรรคเพื่อไทย ที่มีส่วนช่วยลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมจังหวัดขอนแก่นมาทานข้าวเย็น เนื่องในเทศกาลปีใหม่และเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวเปิดใจตอนหนึ่งว่า 2-3 วันนี้มีคนโทรศัพมาหาเยอะมาก อาจรับสายบ้างไม่ได้รับบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ได้ทุ่มเท เพราะหลังจากได้รับแต่งตั้งทำหน้าประธานยุทธศาสตร์ของพรรคได้ทุ่มเทกำลังนำพาพรรคสู้กับอำนาจรัฐ สู้กับเกม กฎกติกาที่ไม่เป็นธรรม ในการเลือกตั้งใหญ่รู้ทั้งรู้มีคะแนนติดลบกว่า 2 ล้านคะแนน หาเสียงอย่างไรก็ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว กลับมาในพรรคยังโดนต่อว่าออกไปช่วยเขามากเกินไปหรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่หน้าที่หน่อยคือทำให้ทุกคนได้เป็นส.ส.ให้ได้ ทุ่มเท อยู่ในการเมืองมานานเคยโดนตัดสิทธิ์ ต่อมาเพื่อนๆได้โทรให้มาช่วยพรรคเพื่อไทย ก็ทำเต็มที่ เข้าใจดีในการเมืองมีความเห็นต่าง ไม่อยากให้ความชอบหรือไม่ชอบเป็นสิ่งที่มาทำลายกัน ข่าวออกมาแต่ละทีคนที่เสียหายคือพรรค ไม่ต้องห่วงหน่อย ให้ทำงานก็ทำงาน ไม่ให้ทำงานก็พร้อมเป็นผู้สนับสนุน จะอยู่ในสถานะไหนก็พร้อมช่วยทุกคน อาจมีบางคนอาจจะเพราะเรื่องอำนาจหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ไม่ชอบหน่อย ก็ถือเป็นความผิดหน่อยก็ได้ ที่มีคนไม่ชอบ แต่หน่อยยังเป็นสมาชิกพรรค จะใช้ไปทำอะไรตรงไหนก็ได้ ขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้ ซาบซึ้งในกำลังใจ ยังไม่รู้จะอยู่ตรงไหนในอนาคตแต่ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นเพื่อน พี่น้องกัน จะรักกันอย่างนี้ตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์พูดจบ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สิ่งที่คุณหญิงสุดารัตน์พูด สรุปได้ว่าจะไม่ไปไหน ขอให้มีกำลังใจ แต่ถ้าจะไปไหนก็จะไปด้วยกัน ส.ส.มางานกันมากในวันนี้ก็ถือเป็นความผูกพันและคำสัญญาว่าเราจะไม่ไปไหน ให้อยู่ที่นี่ อยู่ที่พรรค อยู่ที่สภาฯ ให้อยู่ได้แค่สามที่นี้ จากวันนี้ไปจะยิ่งทำให้บารมีแม่ทัพเข้มแข็ง บารมีจะเกิดจากมารมาก่อน ถ้าไม่มีอย่างวันนั้นคงไม่มีวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54045</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พรรคเพื่อไทย, ส.ส.พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e148b2028f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนอีกแล้ว!ส.ส.เพื่อไทยไม่รับรองประชุมร่วม2สภาเสนอชื่อ&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 ซึ่งมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยในวาระเริ่มต้นคือการรับรองรายงานการประชุมร่วมรัฐสภา จำนวน 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 5 มิถุนายน 2562 , ครั้งที่2 วันที่ 17 มิถุนายน 2562 , ครั้งที่3 วันที่ 25 กรกฏาคม 2562 และครั้งที่ 4 วันที่ 26 กรกฎาคม2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนการลงรับรองการประชุม นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.​อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หารือว่า ตนไม่ขอรับรองการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวาระการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่กรณีที่การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ใช้ ส.ส.จำนวน 20 คนเป็นผู้รับรองการเสนอชื่อ ขอให้ชี้แจงว่ามีบุคคลใดบ้าง เพราะมองว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และการรับรองรายงานการประชุมช่วงดังกล่าวขอให้ลงมติด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชวน ชี้แจงว่าการรับรองรายงานการประชุมไม่สามารถลงมติได้ แต่หากมีผู้ไม่รับรองรายงานการประชุม ส.ส.ต้องทำรายงานและแจ้งให้บันทึกไว้ แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดๆได้ยกเว้นมีการแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย หารือด้วยว่า ตนส่งเรื่องการเสนอชื่อนายกฯ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำวินิจฉัย ดังนั้นตนขอแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชวน ระบุว่ากรณีดังกล่าวการรับรองรายงานการประชุม หากไม่มีผู้ไม่รับรองต้องบันทึกไว้ ดังนั้นเมื่อไม่มีบุคคลใดเห็นเป็นอื่นถือว่าที่ประชุมรัฐสภา ให้การรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53161</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, ส.ส.พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e01a1cc4144b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039; ถาม &#039;วิษณุ&#039; เป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี หมดความน่าเชื่อถือนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 -&amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า การให้ความเห็นทางกฎหมายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หลายครั้งทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลและหลักการทางกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นรัฐธรรมนูญที่นายวิษณุให้ความเห็นขัดแย้งกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่พวกของท่านร่างกันขึ้นมา แต่เวลาจะแก้ไขท่านก็ดูถูกเหยียดหยามคนที่ร่างกันขึ้นมา นายวิษณุต้องทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ในวงการกฎหมาย ให้คนเชื่อถือแต่นายวิษณุทำลายตัวเองทำลายความน่าเชื่อถือลดลงไปมาก วงการกฎหมายมองว่าการให้ความเห็นที่ผ่านมาของนายวิษณุไม่มีความน่าเชื่อถือมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่าน่าเสียดายวิชาความรู้ความสามารถของนายวิษณุ ที่ต้องมาหมดความน่าเชื่อถือในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะท่านให้ความคิดเห็นทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้มีอำนาจมากกว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน นักกฎหมายอย่างนายวิษณุไม่ควรสอนลูกศิษย์อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐสภามีการพิจาณาการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนั้น นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่าคณะรัฐมนตรีไม่ส่งคนระดับนายมีชัย ฤชุพันธ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมในคณะกรรมาธิการด้วย แต่จะมีการส่ง 18 มงกุฎมาร่วมในคณะกรรมาธิการนั้น แสดงว่าคนที่รัฐบาลส่งมาเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศแต่เมื่อใช้แล้วพบว่ามีปัญหา รวมทั้งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าคนที่เข้ามาร่วมเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากให้ไปดูถูกเหยียดหยามเช่นนั้น ท่านต้องทบทวนในการให้ความเห็นทางกฎหมาย บทบาทของนายวิษณุที่ผ่านมาสังคมสงสัยว่า สรุป นายวิษณุเป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี นายวิษณุทำงานผิดอาชีพหรือเปล่า&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกฎหมาย, วิปฝ่ายค้าน, วิษณุ เครืองาม, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, สมคิด เชื้อคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1ab412c23f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;อบรมส.ส.เครางามกลางสภา อย่ามาพูดหาเสียงตรงนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 &amp;nbsp;- ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระแรกรับหลักการ &amp;nbsp;ภายหลัง ช่วงเวลา‪เวลา‬ ‪20.30 น. วานนี้ นายศรันย์วุฒิ ศรันย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายว่ารัฐบาลล้มเหลวตั้งงบปี ‬63 ขาดดุลรวม 2.7 ล้านล้านบาท งบที่ใช้ก็ไม่ได้ทำตามที่หาเสียง หลอกลวง เอาไปซื้ออาวุธ แถมยังจัดงบกลาง 5 แสนล้านบาทแบบ ตีเช็คเปล่า แต่น้ำท่วมกลับไม่มีเงินช่วยชาวบ้าน เอาเงินไปสร้างบ้านพัก ซื้อรถถัง 2,800 ล้านบาท แต่ต้องขอรับบริจาคเพื่อช่วยชาวบ้าน ตนอายเหลือเกิน วันนี้เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้จัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้เอางบกลางมา กระตุ้นเศรฐกิจดีกว่า เพราะปีหน้าเผาจริงแล้วจะลงนรกอเวจีกันแล้ว วันนี้ท่านต้องตัดหนี้ เติมเงิน แต่กลับจัดงบไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ เอาแต่พูดพล่าม ฉาบฉวย ตนจะสอยมวยให้ว่าท่านต้องใช้จีเอ็นพีให้เกิดการซื้อทั้งในและต่างประเทศเหมือนกับจีน ซึ่งวันนี้เขาประสบความสำเร็จ แต่วันนี้รัฐบาลกลับใช้เงินก็ไม่เป็น เงินเอาไปเอื้อเจ้าสัวใหญ่ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรันย์วุฒิ อภิปรายต่อว่า วันนี้อยากจะแฉว่ามีอภิมหาโคตรโกงเกิดขึ้นในประเทศไทย อ้างโครงการอีอีซี ยุทธศาสตร์ 4.0 ผลที่เกิดขึ้นคือมีเจ้าสัวไม่กี่ตัว รวมหัวกันว่าจะทำโครงการอะไรที่ฝั่งตะวันออก ไปหุ้นกันซื้อที่แล้วใช้อำนาจ ม.44 เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วง มูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า แล้วโครงการนี้ทั้งยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลถึง 13 ปี ยกเว้นอากรเครื่องจักรวัตถุดิบ สนับสนุนงบการวิจัย ให้สิทธิเช่าที่ราชพัสดุ 99 ปี โดยให้คณะกรรมการอีอีซีไม่กี่คนมีอำนาจเต็มๆ จัดการ แต่คนไทยได้อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการทำลายแหล่งพันธุ์สัตว์น้ำแล้วถมทะเล ถามว่าอีไอเอผ่านไปได้อย่างไร รัฐบาลลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมเกือบ 10 ล้านล้าน สุดท้ายเจ้าสัวได้สัมปทาน ได้พัฒนาพื้นที่สองข้างทางมักกะสันมูลค่าเป็นล้านล้านบาท แล้วยังได้บีโอไอสิทธิพิเศษทางภาษีทุกอย่าง โดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส.ส.พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ส่วนโครงการสนามบินอู่ตะเภา ประมูลช้าไป 9 นาที เพราะเจ้าสัวใหญ่กะกว้านซื้อที่เพื่อสร้างเมืองใหม่รอบสนามบินอู่ตะเภา โดยไม่ได้สนที่จะทำโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน เปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่สีเขียวเป็นสีม่วง เปลี่ยนแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม คิดแต่ว่าฉันจะรวยอย่างเดียวโดยที่เผด็จการหนุนหลัง งบปี 63 จัดเพื่อเจ้าสัวรวยๆ แต่ฐานล่างจนจะตาย เละ เงียบสงบหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาที่ปล่อยให้ฐานรากตายขนาดนี้ เพราะเผด็จการมองว่าประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามที่ถูกทอดทิ้ง และที่น่าเจ็บปวดคือชิมช้อปใช้ก็ไปรูดแต่ของเจ้าสัว แต่ตลาดซบเซา กลายเป็นขนมจีนเปล่า ไร้น้ำยา แล้วยังคิดจะทำเฟสสองอีก วันนี้เครื่องยนต์สี่ตัวดับสนิท การจัดงบประมาณแบบอี วอลเลท สารพัดกู้ แต่ธนาคารเขาไม่ปล่อยกู้เพราะเป็นเอ็นพีแอล ขอให้ รมว.คลังเอาความจริงมาพูด วันนี้ยังใช้ยารักษาแบบเดิมทั้งที่ไวรัสกลายพันธุ์ เอาภาษีของประชาชนไปใช้แบบนี้ต้องดำเนินคดีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนปัญหาการรักษาพยาบาลขาดทุนสะสม ขาดบุคลากร สมองไหล ติดหนี้บักโกรกติดลบเป็นหนี้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท พอไปพูดถึงโครงการ 30 บาทที่ยูเอ็นก็พูดสวยหรู แต่ก่อนหน้านี้ก็ด่าโครงการนี้ยับ สุดท้ายแล้วเพื่ออนาคตลูกหลาน ขอให้ ส.ส.อย่าโหวตให้ พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ฉบับนี้ผ่านเลย&amp;quot; นายศรันย์วุฒิ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม &amp;nbsp;ลุกขึ้นตอบโต้นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทยทันทีว่า อยากชี้แจงที่บอกว่าตนไปพูดยูเอ็นเอาความดีความชอบนั้น ไม่ได้พูดถึงโครงการ30 บาท แต่พูดถึงโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐบาลนี้เอามาทำต่อ &amp;nbsp;ส่วนคนที่ทำความเสียหายให้โรงพยาบาลต่างๆนั้น เป็นรัฐบาลใครก็ไม่ทราบเหมือนกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกว่าจะเป็นการประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ มีหลายมาตรการที่มาด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น โรงพยาบาลสุขภาพประกันตำบล ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2560 มีการพัฒนาโรงพยาบาลประจำตำบลกว่า 7,000 แห่งจากที่ไม่เคยดูแลมาเลย &amp;nbsp;ส่วนเรื่องอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน(อสม.) ที่ท่านบอกว่าอยากให้ค่าตอบแทนคนละ 10,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากถามว่า อสม.มีกี่ล้านคน &amp;nbsp;ลองคูณตัวเลขดู &amp;nbsp;อย่ามาพูดเรื่องการหาเสียงตรงนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ทุกคนพูดถึงเรื่องการให้ค่าอะไรต่างๆมากขึ้น &amp;nbsp;ถามว่าใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลนี้จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปให้ดียิ่งขึ้น &amp;nbsp;เช่น จากโครงการ 30 บาท ก็พัฒนาเป็นระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ายืนยันว่า รัฐบาลนี้คิดเป็น ไม่ใช่ฟรีอย่างเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48289</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ศรันย์วุฒิ ศรันย์เกตุ, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da904bc4eeed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งล่ะสิ!สภาไม่กล้าชี้&#039;นวัธ&#039;หลุดส.ส.หรือไม่  อ้างกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62 - นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ไปประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาสถานะส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาประหารชีวิตคดีจ้างวานฆ่าว่า ได้นัดประชุมทีมกฎหมายสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 15 คน เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีความเห็นเป็น 2ฝ่ายคือ เสียงข้างมาก 11 เสียงเห็นว่า ต้องพ้นจากสถานะส.ส. ส่วนเสียงข้างน้อยอีก 4 เสียงเห็นว่า ยังไม่พ้นสถานะเป็นส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่สิ่งที่ทุกเสียงเห็นตรงกันคือ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจหน้าที่ในการชี้ขาดเรื่องการสิ้นสุดสถานะส.ส. แต่เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดระบุให้สภาฯเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องสถานะส.ส.&amp;nbsp;โดยช่องทางที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้คือ การให้ส.ส.หรือส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 &amp;nbsp;ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 1 หรืออีกช่องทางคือ หากกกต.มีข้อสงสัยเรื่องการสิ้นสภาพสถานะส.ส.สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะนำข้อสรุปของทีมกฎหมายรายงานให้นายชวนทราบในวันที่26ก.ย.ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46611</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ  เตาะเจริญสุข, ประหารชีวิต, ส.ส.ขอนแก่น, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b6afabd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
