<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิรัชลุ้นศาลสั่งหยุดหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มรัตนเศรษฐ-3 ส.ส.พลังประชารัฐ&amp;quot; โคม่า จบแล้วกลุ่ม 4 ช. &amp;nbsp;อัยการยื่นฟ้องคดีทุจริตงบก่อสร้างสนามฟุตซอลโคราชต่อศาลฎีกาฯ ตั้งข้อหาฉกรรจ์ &amp;quot;วิรัช-ภรรยา-น้องเมีย&amp;quot; ขอเลื่อนรายงานตัว อ้างติดสมัยประชุมสภา ลุ้นหนักองค์คณะให้ใบแดง ห้ามเข้าห้องประชุมสภา หยุดพักปฏิบัติหน้าที่ เผยส.ส.รัฐบาลกระเด็นไปแล้ว 7 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายสายัน จันทะรัง พนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริต 2 และคณะทำงาน นัดส่งตัวยื่นฟ้องในคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและประธานวิปรัฐบาล กับพวกรวม 87 คน เป็นจำเลย ในคดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งคดีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมชี้มูลความผิดนายวิรัช สมัยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกันกับพวกรวม 87 คน ทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ.2555 จัดสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 18 จังหวัด มูลค่า 4,459 ล้านบาท รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จ.นครราชสีมาด้วย แต่ปรากฏว่าการสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา กลับสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้งานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมาทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวตามนัดของพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 2 จำนวน 81 คน ไม่มารายงานตัวและขอเลื่อนอ้างเหตุผลว่าอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และเป็น ส.ส.จำนวน 3 คน คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา ส.ส.นครราชสีมา และ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ &amp;nbsp;ส.ส.นครราชสีมา พลังประชารัฐ (น้องสาวนางทัศนียา)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีดังกล่าวที่มีการฟ้องเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมด 87 คน โดยแต่ละคนจะข้อหาไม่เหมือนกัน แต่ในภาพรวม 14 ข้อหาด้วยกัน ประกอบด้วย เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ, เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองร่วมกระทำความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม ร่วมกันปลอมเอกสาร, สนับสนุนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐในการทำหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542-พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และประมวลกฎหมายอาญาอีกหลายมาตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ขอเลื่อนจำนวน 6 คนนั้น แบ่งเป็นบุคคล 5 คน และนิติบุคคล 1 แห่งด้วย ส่วนใหญ่อ้างประเด็นสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่ได้ป่วยหรือติดเชื้อโควิด-19สำหรับนายวิรัชและนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา ผู้ต้องหาที่ 1-2 ที่เป็น ส.ส. อ้างว่าอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร อัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้เป็นข้อห้ามในการยื่นฟ้องต่อศาล จึงแจ้งกลับไปว่าไม่อนุญาตให้เลื่อน ส่วนกระบวนพิจารณาของศาลจะดำเนินไปได้เพียงใดนั้น เป็นขั้นตอนที่ทางศาลฎีกาฯ จะได้เป็นผู้พิจารณา ส่วนกรณีหากไม่สามารถฟ้องส่งตัวได้ จะเป็นกรณีเข้าข้อยกเว้นที่ไม่มีการส่งตัว ซึ่งเป็นกรณีหลบหนีหรือประวิงคดี หรืออ้างเหตุขอเลื่อนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทางอัยการก็จะยื่นฟ้องทั้งหมด เมื่ออัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาก็จะมีขั้นตอนตามมาตรา 11 ของ ป วิ.อม. ที่จะกำหนดวันนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อเลือกองค์คณะ ทั้ง 9 คน และออกหมายเรียกให้จำเลยมาตามกำหนดนัดพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า คดีจำเลยเป็นนักการเมือง พนักงานอัยการมีความรู้สึกหนักใจหรือไม่ นายประยุทธกล่าวยืนยันว่า อัยการทำสำนวนคดีตามพยานหลักฐาน ไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เรื่องนี้ไม่มีประเด็นนอกสำนวนหรือการเมือง ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังยื่นฟ้องคดีต่อศาล ขั้นตอนต่อไป ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 11 บัญญัติไว้ว่า เมื่อมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาล ให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยเร็ว เพื่อเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 9 คน เป็นองค์คณะผู้พิพากษา โดยองค์คณะผู้พิพากษามีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีจนกว่าจะสิ้นสุดหน้าที่ และในมาตรา 17 เมื่อศาลประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา 10 (1) ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กรรมการ ป.ป.ช. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง หรือคำพิพากษานั้นมีผลให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะมีการอุทธรณ์ตามหมวด 6 อุทธรณ์หรือไม่ ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก ได้เเก่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 235 วรรค 1 (2) ยังบัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่มีการฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวแล้วแต่กรณี หากศาลประทับรับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา &amp;nbsp;เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และหากศาลมีคำพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ผู้ต้องคำพิพากษาต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และให้อำนาจศาลที่จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ และผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ด้วย และในกรณีที่ศาลพิพากษาผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือทุจริตต่อหน้าที่ ให้ริบทรัพย์สินที่ผู้นั้นได้มาจากการกระทำความผิด รวมทั้งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนักการเมือง พบว่ามีด้วยกัน 3 คน โดยเป็นเครือข่ายตระกูล &amp;quot;รัตนเศรษฐ&amp;quot; ในพรรคพลังประชารัฐทั้งสิ้นคือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ &amp;nbsp;ส.ส.พลังประชารัฐ (น้องสาวนางทัศนียา)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวิรัชเคยเป็นหนึ่งในปีกการเมืองกลุ่ม 4 ช.พลังประชารัฐ ที่มีข่าวต้องการผลักดันให้นายอธิรัฐ บุตรชาย ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ &amp;nbsp;หลังศึกซักฟอก แต่ตอนหลังวงแตกหลังนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังแยกวง และเกิดกรณีนายกรัฐมนตรีปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากการเป็นรัฐมนตรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนภายหลังยื่นฟ้อง จากคดีที่ผ่านมาในอดีตจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนก็จะมีคำสั่งประทับฟ้อง ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ไวเเค่ไหน ซึ่งเป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาจะกำหนดวันนัดประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งปัจจุบันมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยู่ระหว่างพักปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วร่วม 7 คน แยกเป็นที่ถูกศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงจากการเสียบบัตรแทนกัน ประกอบด้วย น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และจากพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp; 2 คน นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี สอง ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และยังมี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พลังประชารัฐ ในคดีทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ กรณีครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนี้อีก 3 คน คือกรณีศาลรัฐธรรมนูญในคดีวินิจฉัยเรื่องสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของอดีตแกนนำ กปปส. ประกอบด้วย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จากพลังประชารัฐ, &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม และนายชุมพล จุลใส จากพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้หากศาลฎีกาสั่งให้สาม ส.ส.พลังประชารัฐตระกูลกลุ่มรัตนเศรษฐ หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่อีก จะทำให้มี ส.ส.รัฐบาลหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่รวมแล้วร่วม 10 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116716</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสายัน จันทะรัง, ส.ส.พลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการยื่นฟ้องคดีทุจริตงบก่อสร้างสนามฟุตซอลโคราชต่อศาลฎีกาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f0b3158912.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่ง &#039;ธณิกานต์&#039; ส.ส.พปชร. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลัง ปปช.ยื่นร้องฝ่าฝืนจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 2/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นร้อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นับ แต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8,11,17 และ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และผู้ร้องดำเนินการตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นเห็นว่ากรณีตามคำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุผลเพียงพอสมควรที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นโดยให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงให้ยกคำร้องผู้คัดค้านย่อมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 วรรคสาม นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 11 พ.ย.64 เวลา 9.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ศาลฎีกา, ส.ส.พลังประชารัฐ, หยุดปฏิบัติหน้าที่, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cb3fb3ef63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.พปชร.&#039;ชงนายกฯปรับครม.โยกสลับกระทรวง&#039;บิ๊กป๊อก-เสี่ยหนู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64- นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงแนวทางสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขั้นรุนแรงว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลใหม่ โดยให้มีการสลับตำแหน่งระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข (สธ.) คนปัจจุบัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์การควบคุมโควิด-19 ที่จะต้องรัดกุม และเด็ดขาด ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดยผู้ที่ความเหมาะสม ตนขอเสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็น รมว.สาธารณสุข เนื่องจากด้วยบุคลิกการทำงานที่เป็นผู้นำ มีความเด็ดขาดในแบบฉบับของอดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะสามารถสั่งการทั้งเรื่องของควบคุมการแพร่ะระบาดโควิด การตรวจเชื้อเชิงรุก และการจัดสรรวัคซีน และทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุทินเหมาะสมที่จะเป็น รมว.มหาดไทย เนื่องจาก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานได้ รวมทั้งประสบการณ์ของนายอนุทิน ซึ่งเคยบริหารบริษัทเอกชนมาแล้ว จะสามารถนำมาปรับใช้กับรูปแบบการบริหารในส่วนของการปกครองที่จะต้องกระจายอำนาจให้กับส่วนภูมิภาคได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ตนเสนอในนามของส.ส. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน และเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้ การดูแลและแก้ไขสถานการณ์โควิดในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ต่อการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112599</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., ส.ส.พลังประชารัฐ, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พลังประชารัฐ วอนนายกฯเร่งจัดสรรวัคซีนเพิ่มพื้นที่ชายแดนใต้ โควิดระบาดรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.64 - นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเข้มงวดในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล โดยปิดจุดเสี่ยงเช่นแคมป์คนงานก่อสร้าง รวมถึงคุมเข้มพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่กำลังระบาดอย่างหนัก ว่า สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันสูงอย่างต่อเนื่อง หลายหมู่บ้านถูกสั่งปิดห้ามเข้าออกเพื่อสกัดกั้นการแพร่เชื้อไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้ ซึ่งต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนต่างอยู่ในอาการหวาดวิตก เนื่องจากการระบาดครั้งนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนกระทบกับชีวิตและการทำมาหากินในวงกว้าง ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ในฐานะผอ.ศบค. ช่วยพิจารณาจัดสรรวัคซีนให้คนให้พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เพิ่มเติมโดยด่วน ยิ่งได้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดี ในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และเป็นการสร้างความอุ่นใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอวิงวอนนายกฯ เร่งจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะก่อนหน้านี้ที่แต่ละจังหวัดได้รับจัดสรรไป ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงแบบก้าวกระโดด จนกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ผมขอให้เห็นใจชาวบ้านที่นั่น ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ถูกซ้ำเติมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากความไม่สงบ และต้องรับผลกระทบจากการระบาดของโควิดรอบนี้อย่างสาหัส&amp;quot; นายสัมพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107729</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชายแดนภาคใต้, วัคซีนโควิด, ส.ส.พลังประชารัฐ, สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d72904b0d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง &#039;ชวน&#039; ฟันจริยธรรม ส.ส.ฉะเชิงเทรา ทำร้ายร่างกาย ยันไม่เคยขัดแย้งส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;มี.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา นายนพพร ขุนค้า อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(พปชร.) เนื่องจากทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหาร&amp;nbsp;13 november&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดว่าด้วยข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ.2563&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพพร กล่าวว่า ตนมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม การกระทำของส.ส.ที่เห็นว่าเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป อยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนในฐานะผู้ถูกทำร้ายร่างกาย และเพื่อสร้างความกระจ่างและรักษาเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ามีหลักฐานอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ผ่องศรี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายชวนให้มาเป็นผู้รับเรื่อง โดยหนังสือฉบับนี้จะได้ลงรับและไปดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการจริยธรรม โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลทั้งผู้ร้องว่ามีเอกสารตามระเบียบถูกต้องหรือไม่ นอกจากนั้นจะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูล และเข้าสู่การพิจารณาอนุกรรมการ ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อมูลโดยเชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาให้ข้อมูล เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อผ่านอนุกรรมการก็จะส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง หากคณะกรรมการรับเรื่องแล้วจะดำเนินการภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน นับจากวันที่ทางคณะกรรมการรับเรื่อง ซึ่งทางสภาจะตรวจสอบด้วยความถูกต้องและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายนพพร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นหนังสือว่า ยังรู้สึกเจ็บที่หน้าอกจากการถูกถีบอยู่ ขอยืนยันไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายชัยวัฒน์ ทุกคนไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนายชัยวัฒน์ ตนเจอก็ยกมือสวัสดีเพราะเป็นผู้ใหญ่ของจังหวัด ในวันเกิดเหตุไปเจอนายชัยวัฒน์ที่ร้านอาหาร ขณะนั้นกำลังไปห้องน้ำ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน นายชัยวัฒน์เรียกไปถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ฉะเชิงเทรา ที่ผ่านมาว่า ได้ไปช่วยหาเสียงให้ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นคู่แข่งพ่อของนายชัยวัฒน์ ใช่หรือไม่ ซึ่งตนยอมรับว่าได้คิดนโยบายหาเสียงให้ แต่ไม่ได้ช่วยหาเสียงเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปช่วยใครหาเสียงไม่ได้ แต่การเมืองผ่านไปแล้ว ต้องยอมรับความเห็นต่าง ในวันเกิดเหตุ ตนต้องใช้สติให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไป โดยไม่มีการตอบโต้ๆใด มีแต่พูดว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พี่ครับๆให้ฟังผมก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถึงจะผ่านพ้นมาได้ แต่สภาพจิตใจยังเป็นกังวล เพราะตนเป็นอาจารย์ตัวเล็กๆในจังหวัด เป็นคนต่างถิ่นมาสอบบรรจุได้ที่จ.ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากังวลเรื่องการถูกทำร้ายซ้ำอีกหรือไม่ หลังจากออกมาให้ข่าว มีการถูกข่มขู่จากฝ่ายคู่กรณีอีกหรือไม่ นายนพพร กล่าวว่า ยังไม่มี แต่มีคนเป็นห่วง เชื่อว่าบ้านเมืองมีขื่อแปร จะทำกันแบบไม่เคารพกฎหมายคงอยู่กันไม่ได้ เชื่อว่า กฎหมายบ้านเมืองยังใช้ได้ ส่วนข้อมูลจากภาพกล้องวงจรในร้านอาหารที่เกิดเหตุนั้น ได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทราว่า ข้อมูลไม่เหลือแล้ว เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ถูกถอดออกไป เหลือแต่ตัวกล้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงต้องใช้พยานบุคคล เหตุการณ์ขณะนั้นร้านใกล้ปิด เปิดไฟสว่างชัดเจน คนทั้งร้านมอง แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะนายชัยวัฒน์เป็นผู้ใหญ่ในจังหวัด ไม่มีใครกล้ามาห้ามปราม ต้องใช้พยานบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกคนที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบแล้ว รวมถึงตนด้วย และเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มี.ค. ตนและนายกสมาคมทนายความไปสอบถาม ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เรื่องภาพจากกล้องวงจรปิด ทางผกก.ยืนยันว่า ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด อาจหาไม่เจอ ต้องใช้พยานบุคคลยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า มองหรือไม่ข้อมูลที่จากกล้องที่หายไป อาจไปเชื่อมโยงกับคู่กรณีหรือไม่ นายนพพร กล่าวว่า ไม่กล้าปรักปรำ แต่เป็นสิ่งที่ตั้งข้อสงสัยคือ เรื่องความปลอดภัยสาธารณะในร้านอาหาร ต้องตั้งคำถามว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวฉะเชิงเทรายังมีความปลอดภัยหรือไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ร้านที่เกิดเหตุมีกล้องทุกมุม ตนไปประจำ คิดว่า ถ้าบริเวณห้องน้ำมีกล้องอยู่จะได้ภาพชัดเจน เพราะเป็นจุดเกิดเหตุ ครั้งนี้ยอมรับว่ากังวลจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายชัยวัฒน์ เป็นส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กลัวว่า คดีจะล่าช้า อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุนายชัยวัฒน์ยังไม่มีการติดต่อใดๆมา ตนไม่ได้อาฆาตมาดร้าย แต่ต้องทำในฐานะประชาชนคนหนึ่ง หากถูกคุกคามแล้วไม่กล้ามาร้องทุกข์ก็คิดว่า บ้านเมืองคงอยู่กันลำบาก ต้องมาร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนพพร กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องมีความขัดแย้งทะเลาะกันมาก่อน แต่เหตุการณ์นี้คนไม่รู้จักกัน นายชัยวัฒน์ก็ไม่รู้จักกับตน เคยเจอกันตามงานบุญ งานบวช&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่อยู่คนละโต๊ะ ไม่เคยต่อว่าต่อเถียงอะไรกัน แต่ยอมรับลูกศิษย์ตนอยู่ฝั่งนายชัยวัฒน์เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามด้วยว่าจะฝากอะไรถึงพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายนพพร ตอบว่า กราบเรียนพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอความเป็นธรรมจริงๆ ตนไม่ได้ไประรานนายชัยวัฒน์จนทำให้โมโห แต่อยู่ดีๆก็เกิดเหตุไม่คาดคิด ถือว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเลย หากพล.อ.ประวิตร ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่ควรแสดงความคิดเห็นดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามด้วยว่าหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จแล้ว นายนพพรได้เปิดเสื้อโชว์บาดแผลที่หน้าอก ที่ยังมีรอยแดงอยู่ให้ผู้สื่อข่าวดู โดยระบุว่ารอยที่เกิดไม่ได้เกิดจากพระที่คล้องคอ แต่โดนถีบที่หน้าห้องน้ำ ร้านอาหาร&amp;nbsp;4-5ครั้ง ขณะนี้อาการยังเจ็บอยู่ เวลาตะโกนสอนหนังสือก็ยังเจ็บอยู่ แต่ที่ชัดเจนคือ แผลบริเวณใบหน้าที่ถูกชก มีปัญหาตอนเคี้ยวอาหาร เหมือนช้ำใน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์, ส.ส.ฉะเชิงเทรา, ส.ส.พลังประชารัฐ, สอบจริยธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062c83b3558a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; ซัดข้อเรียกร้องม็อบเป็นไปไม่ได้ นักการเมืองหนุนหลังอาจจบแบบไม่มีแผ่นดินอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา&amp;nbsp;เวลา18.30 น. ขณะที่ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กำลังอภิปรายกล่าวโจมตี นายกฯและเรียกร้องให้ลาออก ทำให้นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงว่า ผู้อภิปรายกล่าวด้วยถ้อยคำซ้ำซาก วนเวียน ไม่มีสิทธิมาบังคับให้นายกฯลาออก ทำให้นายชวน ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัยว่า ผู้อภิปรายก็ได้อภิปรายตามกรอบ แม้นายนิโรธ จะพยายามท้วงติงอีกครั้ง แต่นายชวน กดตัดไมค์ และให้นายจิรวัฒน์อภิปรายต่อว่า หากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีการตั้งสสร. ตราบใดพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่เชื่อว่า เราจะได้สสร.อย่างสุจริต โปร่งใส ซึ่งทางออกที่จะเป็นทางออกประเทศ นำไปสู่ความปรองดองได้ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 18.45 น.นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า จากข้อเสนอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ข้อของม็อบเยาวชนเป็นเพียงความต้องการของคนส่วนน้อย ทางออกเป็นไปไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ข้อ นายกฯไม่ลาออก ไม่ยุบสภาฯ ไม่มีการปฏิรูปสถาบัน จุดเริ่มต้นของความแตกแยกไม่ได้เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ เยาวชน หรือสถาบันใดๆ แต่เกิดจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนใช้โซเชียลมีเดียเยอะมาก ผู้อยู่เบื้องหลังความแตกแยก ก็ใช้โซเชียลมีเดีย เช่น การสร้างข่าวปลอมว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ และให้ข่าวใส่ร้ายสถาบัน ประชาชนควรติดตามข่าวสารที่แท้จริง แม้การจัดการโซเชียลทำได้ยากมาก เพราะเป็นบริษัทต่างชาติ ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่เยาวชนบางคนยังบอกว่า มีต่างชาติให้การสนับสนุน อนาคตของประเทศไทยต้องไม่เป็นฐานทัพของประเทศใดไปสู้กับจีน เพราะประเทศเรามีทรัพยากรมาก หากผู้ใดให้ความร่วมมือถือว่าขายชาติ&amp;nbsp;การชุมนุมยังมีความก้าวร้าว และจาบจ้วงอย่างชัดเจน แม้จะมีการเรียกร้องว่าหยุดใช้กฎหมายควบคุมผู้ที่เห็นต่าง แต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลาคม จะเป็นว่าขบวนเสด็จถูกคุกคามเสรีภาพ ไม่ใช่ขบวนฯเข้าไปหาม็อบ และยังถูกการพูดจาก้าวร้าวหยาบคายใส่ ต่อให้ไม่ใช่ขบวนเสด็จ ก็ไม่มีสิทธิ์ปิดถนนหรือตะโกนด่าใคร และไม่มีสิทธิ์เอาคีมเหล็ก ไปตีตำรวจ เป็นเหตุให้ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้มีการชุมนุมที่มากเกินไป รัฐบาลควรจัดสถานที่ชุมนุมให้เยาวชนชุมนุมอย่างสงบและพูดคุยกับรัฐบาล&amp;nbsp;แม้มีการบอกว่าปฏิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้าง เป็นความเข้าใจของคนส่วนน้อย ทั้งที่ความจริงไม่ต้องมีการปฏิรูปสถาบันและปฏิรูปไม่ได้อยู่แล้ว ขอให้ฝ่ายการเมืองที่ให้การสนับสนุน หยุดใช้เยาวชนที่เป็นผ้าขาวมาเป็นเครื่องมือ เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้ว และอาจจะจบด้วยไม่มีแผ่นดินอยู่&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ &amp;#39; เตือนสติคนไทยให้ฉุกคิดถึงวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของไทยและในหลวงรัชกาลที่ 9
	คณาจารย์มธ.เยี่ยม&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง&amp;#39; อ่านแถลงการณ์3ข้อหน้าเรือนจำ
	ใช้กำลังล้มล้างรัฐบาลได้หรือไม่! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ยก2ทฤษฎีไขคำตอบ
	ร้องผบ.ตร.จับ&amp;#39;พิธา&amp;#39;ผิดพรก.ฉุกเฉิน-พรบ.คอมพ์ โพสต์เฟกนิวส์ปลุกปั่น
	&amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39;เข้าเรือนจำเยี่ยมแกนนำม็อบ นั่งคุยกับ&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์&amp;#39;
	สว.สมชาย ชง 9 ข้อแก้ปัญหาม็อบป่วนเมือง
	อิสระ-สส.ปชป. ชี้มีฝ่ายไม่จริงใจ ยึกยักแก้รธน. ต้นตอม็อบยืดเยื้อ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภา, ปารีณา ไกรคุปต์, พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96c263243c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039; ถือฤกษ์ดีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบรัฐบาล เผยจะตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.14​ น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เริ่มจากการสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา-ยาย เพื่อเป็นสิริมงคล มีโดยมีส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 06.30 น. นายอนุชา กล่าวถึงการทำงานเป็นวันแรก ว่า รู้สึกดี และซาบซึ้งในพระมหากรุณาที่คุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ และได้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณไปเมื่อวันที่​ 12​ ส.ค. ซึ่งวันนี้ตนได้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมเนียมแล้ว ส่วนจะรับผิดชอบงานในส่วนไหนบ้างนั้น​ ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม ยังไม่ได้มอบหมายงานที่ชัดเจน และยังไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานกำกับดูแลสื่อ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯนั้น ค่อยว่ากันหลังจากที่นายกฯมอบหมายให้แล้ว​ ซึ่งคงจะมีความชัดเจนในเนื้องานและแนวความคิดที่จะทำในหน่วยงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม​ ในส่วนงานของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกนั้น หากมีอะไรให้ตนสานต่อหรือมีงานค้างจากคนเก่าเพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ก็ยินดีที่จะรับไปปฏิบัติเพื่อให้สำเร็จให้ลุล่วงตามที่ท่านหวังไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคติในการทำงานในตำแหน่งนี้อย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า จะตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ในส่วนนี้ตนมีความตั้งใจสูงมากที่จะทำงานให้เกิดประโยชน์และประสบความสำเร็จ และประเทศชาติที่จะได้รับประโยชน์จากการทำงานของตน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ส.ส.พลังประชารัฐ, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3488990900a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
