<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9สส.ออกเดินทาง ป๊อก-เอกเจ็บปวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อยโรงเรียน &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; &amp;nbsp;9 ส.ส.อดีตพรรคส้มหวานตบเท้าสมัครสมาชิกเรียบร้อย ดันภูมิใจไทยขึ้นแท่นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 3 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นไม่ทวงโควตารัฐมนตรีเพิ่มขอแค่ 7 คนเหมือนเดิม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เกาะกระโปรง &amp;quot;เบญจา&amp;quot; ถล่มเผด็จการ สรุปเสร็จสรรพผิดกฎหมายมาตรา 30-31 พปชร.ชี้ 23 ล้านซื้อตัวไม่คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 25 ก.พ. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิไทย (ภท.) ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 9 คน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ภท.เรียบร้อยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ประกอบด้วย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1, นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ เขต 2, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, ร.ต.อ.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. เขต 10, นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3, นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1, นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. เขต 23 และนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การย้ายของ ส.ส.ทั้ง 9 คนทำให้พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.ในสภาเพิ่มจาก 52 คน เพิ่มเป็น 61 คน ส่งผลให้เป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 แทนพรรคประชาธิปัตย์ และใหญ่เป็นอันดับสองของพรรคร่วมรัฐบาล
นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ทวีตข้อความว่า เป็น ส.ส.สมัยแรกเจอนักการเมืองอาวุโสรุ่นพี่ก็ยกมือไหว้ทักทายให้เกียรติกัน ทั้งพี่หนู อนุทิน พี่ศักดิ์สยาม พี่สรอรรถ พี่ชาดา และพี่บุญลือ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วหลายคนจาก ภท.ก็ให้กำลังใจเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ดูด ส.ส.อนค.ไป ช่วยกันถามหน่อยครับว่าเก่งมาจากไหนได้ไปทีเดียว 9 คน
&amp;ldquo;เราจะปล่อยให้การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อดึง ส.ส.กลายเป็นเรื่องปกติอย่างนั้นหรือ นักการเมืองรู้ สื่อรู้ ประชาชนรู้ แต่ทำไมเราทำอะไรไม่ได้ นี่หรือคือผลลัพธ์ของการปฏิรูป 5 ปีที่ผ่านมา อนค.ตั้งใจทำการเมืองโปร่งใส แต่ถูกยุบ สุดท้ายประเทศไทยต้องการพรรคดูด ส.ส.แบบนี้หรือ&amp;rdquo; นายปิยบุตรทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค อนค.ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี โพสต์เฟซบุ๊กว่า น้อยคนในประเทศนี้ทั้งชีวิตจะมีเงิน 23 ล้านบาทได้ ดังนั้นจำนวนเงินที่หอมหวนเช่นนี้ย่อมชักจูงโน้มน้าวใจคนหลายคนได้ เหตุผลคือผู้ยื่นข้อเสนอต้องการรวบรวม ส.ส.ให้ครบจำนวนหนึ่งเพื่อต่อรองรัฐบาลให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งสงสัยว่าหาก ส.ส.คนใดมีพฤติกรรมเช่นนี้ หากได้เป็นรัฐมนตรีย่อมต้องการถอนทุนคืนด้วยภาษีประชาชน โดยเราเคยพูดในหลายครั้งหลายโอกาสว่าเรามีหลายคลิปของหลายคน นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น นี่คือการทำลายระบบรัฐสภาโดยใช้อำนาจเงินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นี่คือการกระทำที่ไร้ยางอายที่พร้อมทำลายเสียงของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนตน นี่คือการแสวงหาความมั่นคงในสภาโดยไม่สนใจเจตนาของประชาชน&amp;nbsp;
โหนเบญจาด่าเผด็จการ
นายธนาธรโพสต์อีกว่า ฝากประชาชนและสื่อมวลชนช่วยถามแกนนำพรรคที่ยื่นข้อเสนอว่าจะจัดการอย่างไรกับ ส.ส.ของพรรคที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ พรรคนั้นจะมีท่าทีต่อ ส.ส.ท่านนั้นอย่างไร สำหรับคลิปเสียงนั้น มีองค์ประกอบความผิดครบทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 30 และมาตรา 31 ซึ่งคุณเบญจา แสงจันทร์ ผู้เปิดหลักฐาน คือผู้ที่กล้าหาญ กล้าแลกความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อเปิดเผยความจริงที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ประชาชนรู้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณคุณเบญจาสำหรับความกล้าหาญนี้ และฝากให้พวกเราดูแลความปลอดภัยให้เธอ อย่าให้เธอถูกทำร้ายจากอำนาจทมิฬเพียงเพราะเธอพูดเรื่องจริงและเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การยุบพรรคและการซื้อ ส.ส. คือตอนจบที่เผด็จการอยากเห็น คุณเบญจาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้จบไม่เหมือนเดิม เราทุกคนมีพลังที่จะเปลี่ยนตอนจบของเรื่องให้ผู้ชนะคือประชาชน เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมากี่คน มีการเขียนใบสมัครแล้ว แต่ยังไม่ได้นับ ยังไม่เซ็นสักใบ และไม่จำกัดว่าใครจะมาร่วม หากคุยกันรู้เรื่องเราก็ยินดีต้อนรับ เราไม่ได้เป็นพรรคขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่มีการโน้มน้าวหรือโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องมากับเรา เราใช้งานเป็นจุดดึงดูด ส.ส.เข้ามา รวมถึงโอกาส วิสัยทัศน์ ส่วนหาก 9 คนมาร่วมงานกับเราอาจโดนวิกฤติศรัทธานั้น ก็ต้องใช้ผลงานแก้ตัว ไพ่ถูกสับไปแล้ว ถูกล้างไปแล้ว เมื่อมาอยู่พรรคที่มีโอกาส พรรคที่จะสร้างผลงาน ก็เป็นทางเลือกของเขา คนที่มาอยู่ไม่ต้องเปลี่ยนอุดมการณ์ของสองพรรคคือทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายปิยบุตรทวีตข้อความว่า เคยเจอกัน ยกมือไหว้กัน สุดท้ายมาดูด ส.ส. อยากถามว่าเก่งมาจากไหน นายอนุทินตอบว่า เคารพนายปิยบุตรจะตาย ชอบความรู้ เพียงแต่ว่าบางอย่างแนวทางไม่เหมือนกัน แต่เรื่ององค์ความรู้ ความสามารถ การอภิปราย อาจารย์เป็นคนมีความรู้เยอะแยะไปหมด แต่ไม่เคยคุยเกินสองนาที เจอกันก็ยกมือไหว้ก่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำนวนของ ส.ส.พรรคจะมีผลต่อโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้เขาเรียกว่าเล่นการเมือง เราไม่เล่นการเมือง ส.ส.มากขึ้นเราก็มีช่องทางทำงานให้ประชาชนมากขึ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อต่อรอง ยืนยันว่าไม่มีการต่อรอง มีความสุขอยู่แล้วเรามี 7 ตำแหน่งดีอยู่แล้ว ถึงจะมี ส.ส.มากขึ้นก็จะเอาแค่ 7 ตำแหน่งนี้ เพราะถือว่าตอนร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะมี 7 หรือ 3 ตำแหน่ง ก็เป็นคนที่ร่วมก่อให้เกิดรัฐบาลนี้ขึ้นมา ซึ่งต้องยึดหลักตรงนี้&amp;nbsp;
น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค ภท. ปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีส่วนช่วยดึง ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ว่า ไม่มี แต่แค่ตอบไปด้วยความเป็นจริง เมื่อมีคนมาถาม หลายคนถามว่าอยู่พรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไรบ้าง ก็ตอบไปว่าสบายดี เราอยู่กันเป็นครอบครัวเดียวกัน อบอุ่น และเราตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน การย้ายมาอยู่พรรคนี้ทำให้เกิดการพัฒนาได้มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคอื่นแซวกันว่า ส.ส.ที่ย้ายออกไปเหมือนสามล้อถูกหวย น.ส.ศรีนวลกล่าวว่า ไม่มี เป็นความคิดของแต่ละคน เราห้ามกันไม่ได้ เขาคิดกันมาเอง ทำกันเอง ดังนั้นเราห้ามเขาคิดไม่ได้ เราตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวถึงกรณีย้ายมาพรรค ภท. ว่านายอนุทินได้ชักชวนมาหลายเดือนแล้ว แต่ขณะนั้นยังอยู่พรรคอนาคตใหม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีค่าตัวใดๆ มาด้วยใจ เพราะรักในหัวหน้าพรรค ภท. &amp;nbsp;รู้จักกันมานาน 20 ปี ไม่มีลังเล เพราะตั้งใจที่จะมา มีการสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายธนาธรและนายปิยบุตรแล้วหรือยัง นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ต้องคุย มันเป็นสิทธิ เมื่อพรรคถูกยุบแล้วถือเป็นสิทธิ เพราะไม่ได้ย้ายตอนพรรคอนาคตใหม่ยังอยู่ และจะไปไหนจะดูว่าไปสร้างประโยชน์ให้กับบ้านที่เคยอยู่&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ระหว่างนายวิรัชให้สัมภาษณ์ นายอนุทินได้เดินมาพอดี นายวิรัชยิ้มและได้ชี้ไปที่นายอนุทินพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมรักท่านมากที่สุด&amp;rdquo; ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมรู้จักท่านมา 30 ปีแล้ว ท่านให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายเยอะมาก เพราะเป็นคนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย เราต้องการความรู้ความสามารถของท่าน
23 ล้านบาทเกินตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเผยแพร่คลิปเสียงที่ระบุว่ามีเสนอเงินให้ 23 ล้านบาทเพื่อซื้อตัว ส.ส.นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จริงๆ ส่วนที่บอกว่าเสียงคล้าย ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐนั้นก็ไม่รู้ ไปถามเขาดูเอง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นยังเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นใคร ยังไง เป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้นค่อยว่ากัน แต่พรรคเราไม่มีนโยบายเรื่องเงินเรื่องทอง และยังไม่มีการคุยในพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าใครจะเข้าพรรค สิ่งสำคัญต้องมีใจที่อยากจะทำงานร่วมกับพรรค เพราะว่าการทำงานในพรรค ไม่เพียงแต่อยากจะเข้ามาเป็นลูกพรรคเท่านั้น แต่ต้องทำงานและเติบโตไปกับพรรค สร้างความมั่นคงกับพรรคต่อไป
&amp;ldquo;เรื่องตัวเลขผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขขนาดนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาให้ เพราะพรรคไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าวชี้แจงถึงการใช้เงิน 23 ล้านบาทซื้อตัว ส.ส.
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงคลิปเสียงคล้าย ส.ส.กทม. พรรค พปชร.เสนอเงินให้ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่มาอยู่กับ พปชร.ว่า ส.ส.กทม.ของพรรคไม่ได้ไปดึงใครจากที่ไหน อะไรอย่างไร ยืนยันได้ ส่วนที่จะไปพิสูจน์ว่าเป็นใครเป็นหน้าที่ของคนที่ออกมาเปิดเผย ส่วนจะมีการทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร แต่ในส่วนของพรรค พปชร. กำลังตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าเป็นคนของพรรคหรือไม่
&amp;ldquo;ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้นรอให้หลักฐานออกมา รอให้มีการพิสูจน์กันก่อนและมีการพิสูจน์ก่อนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าวถึงตัวเลข 23 ล้านบาทในการซื้อตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พรรค พปชร.ในเวลานี้มีจำนวน ส.ส.มากพอสมควร ซึ่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคคิดว่าในเวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นในการหาเสียงเพิ่ม ส่วนจะไปฝากกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นหรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบว่าไปฝากไว้กับใครบ้าง และถ้าดูด้วยเหตุด้วยผลไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเงิน 23 ล้านบาทกับอีก 3 ปีที่จะถึง และในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงที่เข้มแข็งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หรือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล เรื่องนี้ต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง คงไม่ใช่เรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีเรื่องของจริยธรรมที่สภาต้องเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า วันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเรื่องพฤติกรรมของแต่ละคนเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ คิดว่าถ้าไปทำผิดในเรื่องของจริยธรรม หรือผิดกฎหมายก็ต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ เรื่องนี้ไม่ค่อยปรากฏ คนซื้อคนขายไม่ปรากฏตัว เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ สมมติมีการทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็มีกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนมีหน้าที่ก็ต้องทำหน้าที่ ซึ่งผมเชื่อว่าการทำหน้าที่คือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ พูดตามคำพระ อย่างท่านพุทธทาสภิกขุ การปฏิบัติหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะ และธรรมะก็คือหน้าที่ แต่ต้องเป็นหน้าที่ที่สุจริต ซึ่งในฐานะนักการเมือง ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ&amp;rdquo; นายชวนระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคภูมิใจไทย, พรรคส้มหวาน, พรรคอนาคตใหม่, ส.ส.ย้ายพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e552dc565476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ยินดีต้อนรับ เป็นสะพานให้ส.ส.อยากทำงาน ชม&#039;ปิยบุตร&#039;คนเก่งเจอกันยกมือไหว้ตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการย้ายพรรคของอดีตส.ส.อนาคตใหมว่า ส่วนตัวทราบว่ากลุ่ม ส.ส.ได้คุยกันบ้างพอสมควร ซึ่งถ้าใครชอบแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย และอยากมาร่วมงานด้วย ทางพรรคก็พร้อมพิจารณา แต่ไม่ได้ไปทาบทามก่อน ยกตัวอย่างเช่นกรณีนางสาวศรีนวล บุญลือ ที่เรารับเข้าพรรค เพราะทำงานพื้นที่ เอาใจใส่พี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทย ยินดีที่จะเป็นสะพานให้คนอยากทำงาน ได้ทำงานสมใจ เพราะที่สุดแล้ว ประโยชน์ทั้งหลายย่อมตกแก่ประชาชน การที่เรามี ส.ส.มากขึ้น ย่อมหมายถึงเราจะมีศักยภาพในการทำประโยชน์ให้กับพี่น้องได้มากขึ้น เรามองที่จุดนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนักข่าวถามว่า หากมี ส.ส.จำนวนมากกว่าเดิมหมายถึงอำนาจต่อรองทางการเมืองที่สูงขึ้นใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคถูมิใจไทยตอบว่า พรรคพอใจกับบทบาทที่เป็นอยู่ การได้ดูแล 7 กระทรวง นับว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าได้ ส.ส. มากขึ้น เราจะทำงานพื้นที่ได้กว้างขึ้น ลึกขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องคลิป ที่จับโยงกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ จากเสียงก็ชัดเจนแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ ทำไมเราต้องไปยื่นข้อเสนอมากมายเพื่อแลกกับการได้ ส.ส. พรรคภูมิใจไทยมีดีด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปหยิบยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านมา มีคนจำนวนไม่น้อย ต้องการมาอยู่พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าเราต้องการคนทำงานมาร่วมพรรค และคนนั้น ต้องเป็นคนทำงานจริง ลุยงานจริง ที่ผ่านมา พรรคก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่คิดว่าเป็นธรรมดาของการเมือง ถ้าทำงาน ประชาชนได้ประโยชน์ เขาก็เลือกเราเอง สำหรับนายปิยบุตร นับว่าเป็นคนเก่ง มีความรู้ดี ความสามารถสูง เจอทีไรก็ยกมือไหว้ตลอดด้วยความชื่นชม เรียกอาจารย์ทุกคำ ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองทุกคน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58136</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ส.ส.ย้ายพรรค, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54c5b6a0911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039;ตีปลาหน้าไซ!ยันไม่มีส.ส.ย้ายขั้ว เชื่อแค่ข่าวดิสเครดิตเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมปรับครม. ยึดเก้าอี้คืนจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อดึงส.ส.ฝ่ายค้านมาสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มความมีเสถียรภาพ ว่าการปรับคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องปกติของการบริหาร เหตุผลสำคัญเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพของรัฐมนตรีเพื่อปรับให้การทำงานดีขึ้น แต่ข่าวที่ออกมาดูเหมือนจะปรับเปลี่ยนเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลมากกว่า หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวจะมีการดึงส.ส.จากพรรคเพื่อไทยบางส่วนไปร่วมรัฐบาล เชื่อว่าเป็นแค่ข่าวปล่อยเพื่อดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์และจุดยืนเหมือนเดิม คือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและรมว.กลาโหมเป็นอันขาด ดังนั้นตราบใดที่พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้องยังคงเป็นแกนนำบริหารประเทศพรรคเพื่อไทยคงไม่สามารถไปร่วมสังฆกรรมเพื่อสืบทอดอำนาจได้อย่างแน่นอน เชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกคนจะยึดมั่นแนวทางเดียวกับพรรค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความแน่นแฟ้นในการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ &amp;nbsp;บอกว่ามั่นใจในสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคน เพราะเชื่อว่าเราผ่านมาจนถึงจุดนี้ได้ พรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคนมีภูมิต้านทานต่ออำนาจและแรงจูงใจของฝ่ายตรงข้าม เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อมั่นว่าพวกเราจะยืนหยัดทำงานตรวจสอบรัฐบาลเพื่อประชาชนอย่างเข็มแข็งต่อไปอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52164</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ส.ส.ย้ายพรรค, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’ย้อนเกล็ดพท. สมัยทรท.ดูดยกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ย้อนเกล็ดเพื่อไทย ทำเป็นตื่นตูม กินปูนร้อนท้อง ส.ส.ย้าย แต่สมัยไทยรักไทยเล่นดูดทั้งพรรค ไล่ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ไปเคลียร์ปัญหามุ้งภายในพรรคจะดีกว่า เพราะความสงบสุขไม่มีเหลืออยู่แล้ว 4 พรรคเล็ก 7 คนเกาะกลุ่มแน่น &amp;quot;พิเชษฐ&amp;quot; เผยไปไหนไปกัน ส่วน 7 พรรคฝ่ายค้านลงใต้ถล่มรัฐบาล &amp;quot;วันนอร์&amp;quot; ให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลาออกเร็วๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังวางพวงมาลัยกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ถึงกรณีที่มีข่าวแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยถูกดูดว่า พรรคเพื่อไทยกระต่ายตื่นตูม เรื่องการย้ายพรรค รัฐธรรมนูญก็บอกแล้วว่าในกรณีย้ายมาเลยมันทำไม่ได้ ยกเว้นจะมีการยุบพรรค หรือกรณีที่มีมติพรรคขับออกจากพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพบปะพูดคุย ผมเองเจอเพื่อน ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่กันทั้งนั้น มีการพูดคุยกัน ทักทายกัน กระเซ้าเย้าแหย่กัน และไม่เห็นมีปรากฏท่าทีอะไรที่ทางเราจะไปทาบทามบุคคลใดมา สำคัญที่สุดที่บอกว่ามีคลิป ก็ไม่เห็นมีคลิปไหนมาปรากฏขึ้นมาเลย ผมถึงบอกว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยต้องไปย้อนดูอดีตว่า ในสมัยเป็นพรรคไทยรักไทย พรรคไทยรักไทยเองอย่าว่าแต่ดูด ส.ส.เลย ดูดทั้งพรรคก็ทำมาแล้ว ย้ายพรรคกันจ้าละหวั่นก็ทำมาแล้ว แต่วันนี้พอแค่มีข่าวว่ามีพรรคพลังประชารัฐไปพบไปพูดคุยกินข้าวกันบ้างก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า กระต่ายตื่นตูม กินปูนร้อนท้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ไม่อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;และคนของพรรคเพื่อไทยทำตัวเป็นคนที่มีความรู้สึกว่าจะถูกดูด ส.ส.ในพรรคตัวเองมาอยู่ในค่ายพลังประชารัฐ ถามสักคำว่าในพรรคเคลียร์กันได้หรือเปล่า ปัญหามุ้ง ปัญหากลุ่มต่างๆ ในพรรคเคลียร์กันให้สงบเถิด สร้างบรรยากาศในพรรคให้เข้มแข็งเถิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพรรคยังไม่มีความเข้มแข็ง ถ้าในพรรคเพื่อไทยยังมีมุ้ง มีกลุ่ม และแบ่งพรรคแบ่งพรรคกันอย่างนี้ คนเชื่อมั่นว่าความสุขในพรรคเพื่อไทย ความสงบสุขหรือความเป็นเอกภาพในพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีแล้ว ในที่สุด ส.ส.ทุกคนเขาก็ไม่อยากจะอยู่ในบรรยากาศอย่างนั้น หลายคนก็อาจจะเบื่อหน่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์บอกว่า วันนี้กลับมาไหว้คุณย่าโม กราบขอพรย่าโมว่าสิ่งอะไรที่ในฐานะที่เป็นลูกย่าหลานย่าคนนี้ได้ทำอะไรมาในอดีต ไม่ถูกไม่ต้อง ไม่ดีไม่งาม กราบขออภัยย่า ขอให้ย่าได้อโหสิกรรมให้กับลูกหลานของท่านคนนี้&amp;nbsp;
กลุ่ม 4 พรรค 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนและนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท รวมถึงนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักผืนป่าประเทศไทย ไปร่วมงานอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อายุครบ 38 ปี ซึ่งได้พูดคุยกันถึงแนวทางการทำการเมือง โดยเฉพาะในสภา ที่เบื้องต้นจะร่วมกัน 4 พรรค 7 คน ทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประเทศ ถ้ารัฐบาลทำดีก็สนับสนุน ถ้าแย่ก็ค้านแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้ ส.ส. 7 คนจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด หากสภาจะมีมติต่างๆ อาทิ มติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มติในการอภิปรายงบประมาณรัฐบาล เบื้องต้นทั้ง 7 คนจะรวมกลุ่มไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อจะให้เสียงของเราแข็งแกร่ง และเสียงในสภาดังมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะไปนั่งหารือกันอีกครั้ง ถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน ที่ทำให้เกิดผลที่สุด เพื่อหาแนวทางผลักดันนโยบายแต่ละพรรคให้ออกมาเป็นรูปธรรมมากที่สุด ขอย้ำว่าการรวมกลุ่มของเรา ไม่ใช่การต่อรอง แต่เสียงของเราในสภาต้องดังมากขึ้น และการปรึกษาหารือกันครั้งนี้ จะพูดถึงเรื่องการพิจารณางบประมาณที่จะเข้าสู่สภาในเร็วๆ นี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่หน้าศาลากลาง จ.ปัตตานี 7 พรรคฝ่ายค้านจัดเวทีเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า ปัญหาของประเทศนี้ไม่ได้เกิดจากคนไม่รักชาติ แต่เกิดจากคุณผลัก และบอกว่าเขาไม่รักชาติ ขอให้นายกฯเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ ต้องเสียสละลาออกจากนายกฯ องค์กรอิสระจะทำงานได้อิสระมากขึ้น ไม่ถูกแทรกแซง จะทำงานได้ดีมากขึ้น กระบวนการยุติธรรมจะเที่ยงตรงมากขึ้น ตำรวจจะทำงานดีมากขึ้น และทหารจะได้กลับกรมกอง ไม่ต้องมาเฝ้านักการเมือง ไม่ต้องมาอยู่บนถนนเพื่อตรวจคนไทยด้วยกันเอง เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี หากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ ส.ว. 250 คนจะได้ทำหน้าที่โดยไม่ต้องนึกถึงบุญคุณคนที่ตั้งมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พวกเรา 7 พรรคอยากเสาะหาข้อมูล ปัญหาของประชาชนเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ตั้งแต่มีการเลือก มี ส.ส. แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่เอื้อให้เราทำงานเพื่อประชาชนได้เลย นี่คือความผิดเพี้ยนของรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมา เรื่องรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องหาคนออกมาพูด มาบอกกล่าว และหาแนวทางในการแก้ไข อย่างพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แสดงความจำนงในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 60 เราเองเสียอีกที่มีความรู้สึกช้า ไม่สามารถอธิบายปัญหาของรัฐธรรมนูญได้แบบที่ผู้ใหญ่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะขณะนั้นมีทั้งกฎอัยการศึกและกฎต่างๆ ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้หาเสียงอยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ได้คะแนนเสียงมาเพียงกว่า 15 ล้านเท่านั้น จากนี้ตนอยากฝากพวกท่านในฐานะแม่บทในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผลักดันให้รัฐบาลมีแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;อัดรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอเริ่มจากอะไรที่จับต้องได้ คือการลงทะเบียนซิมการ์ด 2 แชะอัตลักษณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกท่านเกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 36 ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มาตรา 26 ก็ระบุให้การคุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจน เพราะถ้าไม่ลงทะเบียนจะใช้ซิมการ์ดไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการบีบบังคับ แต่ปัญหาคือทำไมประเทศไทยมีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่สามารถทำอะไรที่ขัดรัฐธรรมนูญแล้วไม่ถูกลงโทษ เช่นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบก็ไม่ต้องรับโทษ เป็นพวกเราทำแบบนี้บ้างป่านนี้ติดคุกไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจกับกลุ่มบุคคลหนึ่งพิเศษอยู่เหนือกฎหมาย ส่วนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 4,000 คนเสียชีวิต จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เราไม่เห็นสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น หลายท่านบอกว่าอยากให้มีการปกครองแบบพิเศษ ตนคิดว่าทุกที่ ทุกจังหวัดมีความพิเศษ มีความหลากหลาย แต่รัฐที่แข็งทื่ออย่างรัฐไทย พยายามเอากฎกติกา ความคิด ความเชื่อแบบเดียวกันบีบบังคับให้คนต้องเชื่อ นี่คือต้นตอของปัญหา และงบประมาณที่ใช้ 15 ปี สูงถึง 3 แสนล้านบาท หากเรานำงบประมาณจำนวนนี้มาพัฒนาโรงเรียน การคมนาคม โรงงานแปรรูปยางพารา ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจะแก้ปัญหาความรุนแรงได้ดีขึ้น หากให้ 7 พรรคใช้งบประมาณจำนวนนี้ จะสามารถพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปไกลกว่านี้ได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้ไม่มีพลวัตในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารปี 57 มีแต่การใช้มาตรการด้านความมั่นคง มองประชาชนเป็นศัตรู ตราบใดที่ยังไม่มีความเป็นธรรม ย่อมไม่มีสันติภาพ ที่ใดยังมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้ เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ขาดหายไปคือกระบวนการสันติภาพ เราต้องกลับมาคิดใหม่ว่าแก่นกลางของการแก้ปัญหาต้องใช้มาตรการทางการทูต การเมือง และมาตรการทางเศรษฐกิจเป็นตัวสนับสนุน แล้วเอามาตรการทางความมั่นคงดูแลความเรียบร้อยรอบนอก และเราจะไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เลย ถ้าปัญหาเรื่องโครงสร้างอำนาจในสังคมไทยยังไม่ถูกแก้ไขว่าใครเป็นเจ้าของอำนาจ เราไม่มีอำนาจในการกำหนดอนาคตของเราเอง อำนาจทุกอย่างถูกนำไปกองไว้ที่กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธรรมนูญฉบับนี้คือรัฐธรรมนูญที่กุมอำนาจไว้ที่กองทัพ ใช้ความมั่นคงกดขี่ประชาชนทุกจังหวัด นี่คือรัฐธรรมนูญที่ออกหัว พล.อ.ประยุทธ์ชนะ ออกก้อยประชาชนแพ้ วันนี้ประเทศไทยไม่มีกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เราต้องมีกติกาที่จะอยู่ร่วมกันได้ภายใต้แนวคิดที่หลากหลาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนว่ากติกาแบบไหนที่ทุกฝ่ายจะยอมรับร่วมกัน เราไม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนทั้งประเทศคิดเห็นไปในทางเดียวกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่เราบอกว่าอย่างน้อยที่สุดเรามาเคารพกติกาเดียวกันยังไม่สายเกินไป แต่ถ้าวันนี้เราไม่แก้รัฐธรรมนูญ สังคมจะเดินไปสู่ทางตัน การแก้รัฐธรรมนูญเป็นทางออกทางเดียวที่เหลืออยู่ในสังคมไทย&amp;quot; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูดทั้งพรรค, ส.ส.ย้ายพรรค, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8f732b7efdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้าวแล้ว!ประธานภาคอีสานเพื่อไทยตอกแกนนำพรรคจะเป็นจะตายหรืออย่างไรตั้งกก.สอบส.ส. ยืนยันกินข้าวพปชร.แค่เอื้ออาทรต่อกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.62 - นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะเปิดเผยหลักฐานสิ่งจูงใจเพื่อดูส.ส.พรรคเพื่อไทย ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ หากไม่หยุดพฤติกรรม ว่าขณะนี้ยังไม่ได้พบกับส.ส.ที่มีชื่อในข่าว ยังไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริง ส่วนตัวมองว่าการที่ส.ส.จะไปทานข้าวกับใครถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากมีความสนิทสนมกันสามารถไปทานข้าวร่วมกันได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นการเอื้ออาทรต่อกันด้วยซ้ำไป เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นจะเป็นจะตาย หากกรรมการบริหารพรรคติดใจในเรื่องนี้สามารถตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า มีการมอบสิ่งจูงใจเหมือนที่เป็นข่าวหรือไม่ หากผลออกมาเป็นทางลบค่อยตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ควรปล่อยเรื่องนี้ไป ส่วนตัวมองว่าแค่เขาไปกินข้าวกันแล้วต้องมาระแวงเช่นนี้ไม่ถูกต้องนัก ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส.ส.แต่ละคนมีวุฒิภาวะรู้ผิดชอบชั่วดีหากทานข้าวกันแล้วไม่มีการก้าวล่วงงานของกันและกันก็ไม่มีอะไรเสียหาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า จากกรณีกระแสข่าวส.ส.พรรคเพื่อไทยไปทานข้าวร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐก่อนการประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 18 ก.ย. ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องคือส.ส.ที่ปรากฏชื่อในข่าวมาสอบถามข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูดส.ส., ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, ส.ส.ย้ายพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abe27e90138b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนกว่า 54.06% ยืนยันถึง ส.ส.จะย้ายพรรค แต่ก็จะเลือก เพราะชอบเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. จะมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่อดีต ส.ส.ที่ต้องการย้ายพรรคจะต้องตัดสินใจเลือกสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง เพื่อให้มีคุณสมบัติครบ 90 วัน ก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ.62 จึงเป็นที่จับตาดูว่าการย้ายพรรคของอดีต ส.ส.ครั้งนี้จะส่งผลให้แต่ละพรรคมีความเคลื่อนไหวอย่างไร เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี การย้ายพรรค &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,180 คน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน &amp;ndash; 1 ธันวาคม 2561 สรุปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การย้ายพรรคของอดีต ส.ส.
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสิทธิส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.42%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ เพื่อความมั่นคง ก้าวหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.33%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอยู่พรรคใด ขอให้ตั้งใจทำงาน พัฒนาประเทศให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.73%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจมีปัญหาภายในพรรค ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่อยากอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.92%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้ตื่นตัว อยากรู้ อยากติดตามข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.61%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนคิดว่าการย้ายพรรคมีผลต่อการเลือก ส.ส. หรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;51.04%&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;กระทบต่อความรู้สึก ความเชื่อมั่น เชื่อใจลดลง &amp;nbsp;พิจารณาจากพรรคที่ชอบ แต่ละพรรคมีนโยบายแตกต่างกัน ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีผล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;48.96% เพราะ &amp;nbsp;พิจารณาที่ตัวบุคคล ยังชอบเหมือนเดิม ดูจากผลงานที่ผ่านมา ความรู้ความสามารถ อยู่พรรคไหนก็ทำงานได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ถ้า ส.ส. ที่ประชาชนเลือกครั้งที่แล้วย้ายพรรค การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะยังเลือกผู้สมัครคนนั้นเป็น ส.ส. อีกหรือไม่&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;54.06%เพราะ &amp;nbsp;ชื่นชอบเหมือนเดิม การย้ายพรรคเป็นเหตุผลส่วนตัว พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ทำงานดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแลประชาชน ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เลือก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.94% เพราะ &amp;nbsp;ชอบพรรคเดิม นโยบายไม่เหมือนกัน ขาดอุดมการณ์ ไม่มีจุดยืน ความเชื่อมั่นลดลง ฯลฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23262</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตัดสินใจเลือกผู้แทน, การเลือกตั้ง, ส.ส.ย้ายพรรค, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181202/image_mid_5c033439848a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชน 50% ระบุไม่แน่ใจว่าจะเลือก ส.ส.ย้ายพรรคหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค &amp;nbsp;ชี้กว่า 50% ระบุว่า ย้ายไปแล้วจะเลิกหรือเปล่ายังไม่รู้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กระแสข่าว ดูด ส.ส. หรือผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่น่าจับตามอง ในขณะที่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง &amp;nbsp;ซึ่งการย้ายพรรคถือเป็นสิทธิของผู้สมัครที่ไม่อาจไปก้าวก่ายการตัดสินใจได้ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ผู้สมัคร ส.ส. ย้ายพรรค &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,096 คน ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;24 - 28 กรกฎาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ผู้จะสมัคร ส.ส.ย้ายพรรค
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องปกติทางการเมือง มีให้เห็นในช่วงเลือกตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.04%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกจับตามอง น่าจะเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 31.19%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสิทธิของผู้สมัครที่มีอิสระในการย้ายพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.28%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ระบบพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง ต้องหาทางแก้ไข รับมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.16%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนควรติดตามข่าวสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ระหว่าง &amp;ldquo;ตัวผู้สมัคร ส.ส.&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;พรรคการเมือง&amp;rdquo; ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พอ ๆ กัน 38.69% เพราะ &amp;nbsp;การทำงานจะมีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งตัวผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่ร่วมมือกัน &amp;nbsp;สำคัญทั้งคู่ ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวผู้สมัครมากกว่า 33.30% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;เป็นปากเสียงให้กับประชาชน เป็นผู้ปฏิบัติ รู้ปัญหาในพื้นที่ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ฯลฯ
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคที่สังกัดมากกว่า &amp;nbsp;28.01% เพราะ &amp;nbsp;ถ้าพรรคเข้มแข็ง หัวหน้าพรรคดี มีนโยบายโดนใจ จะส่งเสริมการทำงานของผู้สมัครได้ดีขึ้น ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในความคิดเห็นของประชาชน ทำไม? ผู้สมัคร ส.ส.จึงย้ายพรรค
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องผลประโยชน์ มองหาความมั่นคง และโอกาสที่ดีกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.90%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความขัดแย้งภายใน พรรคไม่มีเสถียรภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.89%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดมการณ์ แนวคิด ทัศนคติการทำงานไม่ตรงกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.87%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องการเปลี่ยนแปลง ลองหาประสบการณ์จากพรรคอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.52%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกชักชวน รู้สึกว่าได้รับความสำคัญ และการยอมรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.64%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ถ้าผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยเลือกเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วย้ายพรรค ประชาชนจะยังเลือกผู้สมัครคนนี้อีกหรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;50.91% เพราะ &amp;nbsp;คงต้องรอดูก่อนว่าย้ายไปพรรคไหน ใครเป็นหัวหน้าพรรค ดูนโยบาย พิจารณาจากหลายๆปัจจัย ฯลฯ&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือก 27.28% เพราะ &amp;nbsp;ดูที่ตัวบุคคล ชื่นชอบ มีผลงานดี เป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีประสบการณ์ เข้าใจปัญหาในพื้นที่ ฯลฯ
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เลือก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.81%เพราะ &amp;nbsp;รู้สึกผิดหวัง ไม่เชื่อมั่น เหมือนเป็นคนขาดอุดมการณ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14291</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคการเมือง, พลังดูด, ส.ส.ย้ายพรรค, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d24c7cad26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
