<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท้ง!ชวนตีตกญัตติแก้รธน.มาตรา256ตั้งส.ส.ร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อย! &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 ของฝ่ายค้านเข้าสู่วาระการประชุมสภา 23-24 มิ.ย.นี้ ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่แก้ไขรายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ไม่บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน ที่แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วย ส.ส.ร.?ไว้ในวาระการประชุมรัฐสภา ที่นัดประชุมในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ระบุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวไม่ใช่แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา ประธานจึงไม่สามารถบรรจุร่างดังกล่าวเข้าระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้จะยังไม่ตกไป&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงประเด็นที่ให้มีการปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ต้องเคารพความคิดเห็นของทุกคน ส่วน ส.ว.ที่ออกมาตอบโต้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าร่าง แก้ไขเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งอาจขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส.ว.จะให้ความสนใจในประเด็นข้อกฎหมายมากกว่า เพราะไม่อยากให้กฎหมายเป็นโมฆะหรือล้มไป ตนทำกฎหมายมา 30-40 ปีในชีวิต ก็ไม่อยากเห็นกฎหมายต้องล้มไป สมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็พยายามไม่ให้กฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า ประกาศอุดมการณ์ไว้ในข้อบังคับของพรรคอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการเมืองบนวิถีทางอันบริสุทธิ์ จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดความนับถือในระบอบประชาธิปไตย จะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ น่าเสียดายที่ในข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นหนึ่งในพรรคที่ไปร่วมโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กับเขาด้วย ด้วยความที่มี ส.ว. 250 คนหนุนหลังการันตีความเป็นรัฐบาล คอยล่อตาล่อใจพรรคต่างๆ จนสุดท้ายก็เข้าทางฝ่าย คสช.ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดเพื่อที่จะหาทางออกจากวิกฤติของประเทศครั้งนี้ก็คือการยุติการสืบทอดอำนาจของฝ่าย คสช. การแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในนั้นเพื่อตัดกลไกการสืบทอดอำนาจ เช่น อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ทั้งภูมิใจไทย ชาติ ไทยพัฒนา ฯลฯ สิ่งที่ต้องทำมากกว่าคือเลิกสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐได้แล้ว หยุดพายเรือให้โจรนั่งเสียที ทุกวันนี้โจรมันเจาะเรือรั่วไปตั้งกี่จุด ถีบผู้โดยสารตกน้ำไปตั้งกี่คน กักเสบียงไว้กินคนเดียวตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกท่านยังไม่รู้ตัวอีกหรือ?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ข้อบกพร่องหลักทางประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญปี 60 คือมาตรา 272 ที่ยอมให้ ส.ว.มาเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ต่างทราบดี ทั้ง 2 พรรคอย่าเล่น ละคร เสนอร่างแก้ไขมาตรา 272 ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางผ่านด่านพลังประชารัฐและ ส.ว. พอถึงเวลาที่ร่างแก้เรื่อง ส.ว.ถูกตีตก ทั้งคู่ก็จะบอกว่าเราได้พยายามแล้ว และก็เดินหน้าลงคะแนนแก้ไขเรื่องที่ตนได้ประโยชน์ต่อไป ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงหรือไม่ การกระทำจะเป็นข้อพิสูจน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้ความเห็นว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลไม่ควรทะเลาะกันเรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะสาระสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการสืบทอดอำนาจของ คสช. และหลายประเด็นเป็นอุปสรรคสำหรับระบอบ ประชาธิปไตย เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แสดงความคิดเห็นไว้ตั้งหลายรอบ ตั้งแต่เขาร่างกันเสร็จและเข้ากระบวนการทำประชามติ ไม่ต้องพูดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนทำประชามติ ตนเรียกร้องว่าควรมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญปี 40 วันนี้ก็ยังย้ำคำเดิม ไม่กลืนน้ำลาย แต่วันนี้เห็นว่าบัตรกี่ใบไม่ใช่เรื่องใหญ่ หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรบังคับใช้ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกต่อไป การมีบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ ไม่ใช่คำตอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้นไปจากเวทีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพื่อไทยกับก้าวไกลโต้แย้งกันเรื่องบัตรสองใบแบบปี 40 กับแบบเยอรมันนั้น มีภาพสะท้อนผล ประโยชน์ทางการเมืองของแต่ละฝ่ายปนอยู่ด้วย จะด้วยเจตนาบริสุทธ์เรื่องหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ทั้งสองพรรคพูด ผมก็เชื่อนะครับ แต่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องผลทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไม่ได้จริงๆ ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบตามรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อไทย มีโอกาสกลับมาแข็งแรงขึ้น ได้ ส.ส.มากกว่าเดิม ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ นับคะแนนแบบเยอรมันก้าวไกลก็มีโอกาสได้ ส.ส.มากเท่าเดิมหรือมากกว่า ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะอธิบายหลักการและจุดยืนของตนให้กับประชาชนได้รับทราบ แต่เมื่อประชาชนเข้าใจก็จะเข้าใจพร้อมๆ กับภาพสะท้อนที่ผมได้ชี้ให้เห็น การที่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; จะโหวตเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบตรงกับพลังประชารัฐ แล้วจะไปกล่าวหาว่าเพื่อไทยสมคบคิดกับเผด็จการไปแล้วเห็นว่าไม่เป็นธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิแนะว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องตั้งหลักกันดีๆ การยังคงโต้แย้งกันในประเด็นเหล่านี้ จะเปลืองทั้งตัว เปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือพรรคฝ่ายค้านในสภาทุกพรรคควรจะตกผลึกทางความคิด แล้วแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพ ผลักดันให้กฎหมายประชามติผ่านสภา มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ถึงตรงนั้นจะต้องเดินไปพร้อมๆ กับการหลอมรวมพลังของภาคประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วน ชวนกันทำยุทธหัตถีกับอำนาจ คสช. โดยการทำประชามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ มี ส.ส.ร.จากประชาชนมายกร่างฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่ต้องพยายามสร้างความสามัคคีรวมหมู่ แสดงบทบาทผู้นำในสภา เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ได้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ก็คงไม่ต้องวิตกกังวลอะไรเกินไปมากอะครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; เขาทำให้เห็นชัดอยู่แล้วว่ามีสิทธิที่จะหักลงกลางทางได้ตลอดเวลา วันที่ 24 มิถุนายน ถ้าผ่านวาระแรกเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบแบบปี 40 ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะเดินได้สุดทางจนมีผลบังคับใช้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรถอยมายืนหลักเดิม ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ สร้างความสามัคคีต่อสู้กันต่อไป ทำเถอะครับ เริ่มต้นจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในสภานั่นแหละ แล้วก็มาจับมือกับทุกภาคส่วนที่อยู่ข้างนอก ผมไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไร แต่ถ้าจะจับมือกันสู้ประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเอาด้วย!&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตกญัตติแก้ รธน., มาตรา 256, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc94f46cd74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.’ยํ้าหนุนแก้มาตรา256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิด้าโพลเผย ปชช.ร้อยละ 58 อยากให้มี รธน.ฉบับใหม่หรือแก้ไขทั้งฉบับโดยมี ส.ส.ร.เป็นผู้ยกร่าง &amp;quot;ส.ว.วันชัย&amp;quot; ย้อนกลับ ส.ส.ที่เห็นแก่อำนาจและตำแหน่ง รมต.มากกว่า ทำให้ร่างรธน.ล้มคว่ำแล้วโยนขี้ให้ ส.ว.และนายกฯ จวกยับตีสองหน้า เป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีตัวจริง ท้า ภท.-ปชป.ถอนตัวรัฐบาลก็ล้มคลืน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; โต้ ส.ว. สังคมรู้กันหมดใครจริงใจ ยันหนุนแก้ ม.256 สะเดาะกลอนให้รื้อ รธน.ง่ายขึ้น &amp;quot;พท.&amp;quot; แนะทุกฝ่ายจับเข่าคุยแก้รายมาตราถึงจะสำเร็จ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; นัดยื่น ป.ป.ช.เอาผิดสมาชิกรัฐสภาโหวตวาระ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,313 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.49 ระบุว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ) รองลงมา ร้อยละ 25.13 ระบุว่าไม่ประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ), ร้อยละ 6.48 ระบุว่าไม่ไปลงประชามติ, ร้อยละ 5.94 ระบุว่าไปลงประชามติ ไม่เลือกข้อใด (Vote NO) และร้อยละ 3.96 ระบุว่าไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบุคคลที่ควรเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.86 ระบุว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ รองลงมา ร้อยละ 21.86 ระบุว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), ร้อยละ 17.75 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากมหาวิทยาลัย, ร้อยละ 11.88 ระบุว่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), ร้อยละ 10.97 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐบาล, ร้อยละ 9.75 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐสภา และร้อยละ 8.38 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กว่า หลังรัฐธรรมนูญถูกคว่ำไป ทั้ง ส.ส. นักการเมือง นักวิชาการ ใครต่อใครก็รุมด่านายกรัฐมนตรี ส.ว. ว่าเป็นคนขัดขวาง ไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บ้างก็ว่า ส.ว.เป็นพวกไดโนเสาร์รอวันสูญพันธุ์ และก็มีการเคลื่อนไหววางแผนล้ม ส.ว.หรือตัดแขนตัดขาตัดอำนาจ ส.ว. ผมว่าผิดเป้าผิดประเด็น แท้ที่จริงแล้วควรจะกล่าวหาด่าว่า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนด้วยกันเองที่ไม่มีความจริงใจ ไม่ยืนหยัดแข็งขันต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยอมสยบกับอำนาจและเกาะกับอำนาจหวังจะมีอำนาจต่อไป แล้วก็โยนความผิดให้กับ ส.ว.และนายกฯ ประเภทเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อีกทั้งยังเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี เกาะอยู่กับอำนาจ แท้ที่จริงคนพวกนี้ต่างหากเล่าที่ไม่ยอมออกจากอำนาจ แค่ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ขยับนิดเดียวอำนาจก็เปลี่ยน การเมืองก็เปลี่ยน รัฐธรรมนูญก็แก้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย ทุกคนทุกพรรคยืนหยัดอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริงรวมตัวกันให้ได้ ยังไงๆ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะมีเสียง ส.ว. 250 ก็ไม่ได้มีความหมาย นั่นหมายความว่า ส.ส.และพรรคการเมืองบางพรรค บางคน บางพวก อยากมีอำนาจ อยากได้อำนาจ และอยากเกาะอยู่กับอำนาจ แล้วก็ไปโทษ ส.ว. และการดำรงอยู่ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็อยู่ด้วย ส.ส.และพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.เลย แค่พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งถอนตัว รัฐบาลก็ล้มครืน แต่ไม่กล้า ไม่แสดงออก ไม่แข็งขัน เพราะกลัวหลุดจากอำนาจ เพราะกลัวไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แล้วก็โยนขี้ให้ ส.ว. ร่วมกล่าวหาโจมตีผสมไปกับทั้งในสภาและนอกสภาว่า ส.ว.เป็นตัวขัดขวาง&amp;quot;
ท้า ภท.-ปชป.ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยระบุอีกว่า การแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่สำเร็จและล้มคว่ำมาโดยตลอดนั้น มาจากพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่ตำแหน่งรัฐมนตรี มากกว่าเห็นแก่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำทีว่าอยากแก้ อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ใจหนึ่งก็อยากอยู่กับอำนาจ และเกาะอยู่กับผู้มีอำนาจนานๆ ใจลึกๆ ที่แท้จริงของพรรคการเมืองและนักการเมืองเหล่านี้อยากอยู่ในอำนาจมากกว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญ เป็นพวกตีสองหน้า แล้วโยนความผิดให้กับ ส.ว. ต่อแต่นี้ควรเลิกด่า ส.ว.ได้แล้ว เพราะ ส.ว.ไม่มีอำนาจไปกดดันใดๆ ที่จะให้รัฐบาลอยู่หรือไป หรือให้รัฐบาลทำอะไรได้ คนที่จะกดดันได้อย่างแท้จริงก็คือพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่เกาะอยู่กับอำนาจอย่างแท้จริง ซึ่งกำลังจะกลายพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพิ่งตกไป&amp;nbsp; ได้มีการคุยกันในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการว่า เมื่อยังมีนโยบายในการแก้ไข รธน. ควรจะหารือถึงการแก้ไขรายมาตราต่อไป ขณะนี้เข้าใจว่าในแต่ละพรรคได้มีการศึกษาเบื้องต้นกันแล้ว แต่ยังต้องฟังจากภาคีเครือข่ายอื่นๆ ด้วยว่าจะมีการหาทางออกอย่างไร ในส่วนของพรรค ปชป. ยังยึดหลักการสำคัญในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นหลัก เพื่อให้เป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วม จะได้ไม่ไปสู่ความขัดแย้ง เห็นว่าควรจะมีการหารือกันโดยเร็วในการแสวงหาความเห็นพ้องกันในการแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์กล่าวว่า พรรค ปชป.เห็นว่าควรแก้มาตรา 256 เพื่อสะเดาะกลอนให้แก้ง่ายก่อน โดยตัดหมวด 15/1 ออกไป จะไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา และการแก้ไขในส่วนอื่นจะตามมา รวมทั้งมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ด้วย เมื่อเสนอแก้เป็นรายมาตราแล้ว ใครเห็นด้วยกับมาตราไหนก็สามารถแก้ไขได้&amp;nbsp; ใครไม่เห็นด้วยกับมาตราไหนต้องว่ากันไป แต่ควรรับฟังความเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง เพราะยังมีคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ และในวันที่ 23 มีนาคมช่วงบ่าย จะไปร่วมเสวนาโต๊ะกลมของภาคีเครือข่ายรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ควรจะเริ่มต้นจากวิปรัฐบาลหารือกันก่อน จากนั้นก็เป็นวิปสามฝ่ายคือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. มาหารือกัน เพราะวันนี้ทุกคนตระหนักว่าการเมืองยังมีความขัดแย้ง มีการชุมนุมอยู่ คนที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ควรที่จะมาร่วมกันคิดในเรื่องนี้&amp;rdquo; นายชินวรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ ส.ว.ระบุว่าเป็น ส.ส.ที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญต้องตก ไปไม่ใช่ ส.ว.เป็นคนทำ นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่อยากตอบโต้ ส.ว. แต่สังคมรับรู้อยู่ว่าใครมีความจริงใจในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถอนฟืนออกจากกองไฟ ใครลงมติอย่างไรก็ทราบกันอยู่แลว ก็ต้องรับผิดชอบเอง
เตือน&amp;quot;ป๊อก-ทอน&amp;quot;ไม่มีแผ่นดินอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวไกล ไปบรรยายพิเศษให้นักศึกษา ม.ขอนแก่นฟัง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญไทยสู่ประชาธิปไตย หรือเสริมแกร่งเผด็จการ&amp;rdquo; ว่า เห็นนายปิยบุตรเดินสายปลุกปั่นไปทั่วประเทศ สร้างความเชื่อแบบผิด ๆ หวังที่จะให้เกิดสงครามกลางเมือง หมกมุ่นอยู่แค่การปฏิวัติฝรั่งเศส เพียงเพราะต้องการให้คนไทยฆ่ากันตายเหมือนที่ปฏิวัติฝรั่งเศส แบบที่ตอนนี้ยุยงกลุ่ม redem ให้ก่อนจลาจลผ่านสื่อโซเชียล ตนเชื่อว่าจิตใจของนายปิยบุตรมีแต่ความอำมหิต เหี้ยมโหด แบบที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้คำนำหน้าว่าอาจารย์ เยาวชนที่เชื่อการปลุกปั่นทุกวันนี้มีสภาพเป็นอย่างไร นายปิยบุตรเคยเหลียวแลพวกเขาหรือไม่ นี่หรือคือจิตใจของครูบาอาจารย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้นายปิยบุตรเห็นค่าของเด็กๆ ที่หลงผิดเชื่อการปลุกปั่นเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง และนายปิยบุตรกำลังรอศพแรกที่จะเกิดขึ้น หากเกิดความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต นำไปเป็นบันไดเหยียบขึ้นไปสู่อำนาจที่ตัวเองต้องการ ผมอยากถามนายปิยบุตรว่า ถ้าคิดว่าประเทศฝรั่งเศสมีการปกครองที่ดีกว่าแผ่นดินไทย เหตุใดถึงไม่ย้ายไปอยู่ที่นั่นกับภรรยา ในเมื่อตัวเองก็มีภรรยาเป็นชาวฝรั่งเศสอยู่แล้ว จะมาทนอยู่ในประเทศที่ไม่มีความศิวิไลซ์ทำไม&amp;rdquo;นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวต่อว่า เชื่อว่าคนไทย 99% ไม่ได้เดือดร้อนกับระบอบการปกครองของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างร่มเย็นและสงบสุข จนกระทั่งคนไทยเริ่มรู้จักคนชื่อธนาธรและปิยบุตร คนไทยก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย แนะนำให้หันกลับไปมองตัวเองและพวกพ้องว่าจริงๆ แล้วคนที่เป็นตัวปัญหาของประเทศในขณะนี้คือใคร นายปิยบุตรต้องหยุดมโนว่าคนไทยเขาเห็นด้วยกับตัวเองทั้งหมด เพราะพวกโง่ๆ ที่เชื่อฟังยังมีไม่ถึง 1% ของคนทั้งชาติเลย และคนไทยส่วนใหญ่เขารู้ทันว่าเป้าหมายของนายปิยบุตรและธนาธรคืออะไร แต่มั่นใจว่า กว่าจะถึงเป้าหมาย แผ่นดินไทยคงไม่มีชื่อคน 2 คนนี้เหยียบให้หนักแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายออกมาพูดตรงกันว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกออกแบบมาให้แก้ไขได้ยาก การแก้ไขรายมาตราจึงเป็นทางออกที่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ประเด็นสำคัญของการแก้ไขรายมาตรานั้น หากจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. ต้องหันหน้าเข้าหากัน และพูดคุยจนตกผลึกว่าจะปรับปรุงรัฐธรรมนูญในมาตราใดก่อน ประเด็นใดที่ยังไม่เห็นตรงกันก็เอาไว้ทีหลัง เพราะถ้ายังไม่เห็นตรงกันแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันมีส่วนที่เป็นปัญหา จึงถึงเวลาแล้วที่จะหันหน้าพูดคุยกัน ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักตั้งต้นที่ประโยชน์ของประชาชน แล้วดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ ไม่เช่นนั้นเราจะยังคงวนอยู่กับความขัดแย้งเดิมๆ ต่อไป
พท.หนุนแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ใจจริงอยากให้แก้ทั้งฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่มีการวางกับดักไว้ทุกจุด แต่เมื่อรัฐสภาตีตกไปเราก็ยอมรับ แต่ยืนยันมีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้รายมาตรานั้น ก็ต้องมาดูกันว่าจะแก้อะไรบ้าง ในส่วนของพรรค พท. มองว่ามีหลายประเด็นที่ต้องแก้ไข อะไรที่ตรงกันก็ร่วมกันแก้ แต่ถ้าประเด็นไหนไม่ตรงพรรค พท.ก็จะเสนอของเราในหลายประเด็น อาทิ ที่มาองค์กรอิสระ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรดำรงต่อหรือไม่ ที่สำคัญประเด็นที่มา ส.ว.ต้องแก้ไข และ ส.ว.ต้องไม่มีส่วนในการเลือกนายกฯ ขอว่าพรรครัฐบาลอย่าแก้เฉพาะที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น ให้แก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า คนไทยยังไม่สิ้นหวังกับการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าความเชื่อมั่นในประเทศที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด และคนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์ คือการมีกติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย และทำให้การเลือกตั้งสามารถสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราใน 2 ประเด็นคือ 1) แก้เพื่อให้สภาผู้แทนฯ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ และ 2) แก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นธรรมและไม่ซับซ้อน กลับไปใช้ระบบสัดส่วนและบัตร 2 ใบที่เคยใช้มาก่อน ซึ่งถ้าสามารถแก้ไขใน 2 ประเด็นนี้สำเร็จ จะทำให้กติกาเป็นธรรมขึ้น มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และจะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้งานข้างหน้ายังยาก แต่การทำเพื่อบ้านเมืองและคนไทยทุกคนแม้จะยากแต่ก็ต้องเดินหน้า และเหลือเวลาประมาณไม่เกินสองปีก็ต้องมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นใครเขียนนโยบายเร่งด่วนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วได้ผลักดันให้สำเร็จหรือไม่ เชื่อว่าพฤติกรรมและความจริงใจของแต่ละพรรคการเมืองจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ใครพูดและทำอะไรไว้ประชาชนคงจำได้&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอเดินหน้าแก้ไขรายมาตราว่า ยอมรับว่าเสียดายที่มีการล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ประชาชนแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ยาก ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร เรื่องของแนวทางนั้น ส่วนตัวยังคิดไม่ออกว่าจะเดินหน้าอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆ ที่เดินกันมาจนถึงวาระ 3 จะต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ต้องคิดกันคือการยอมรับของประชาชน ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ระบุเตรียมพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยและ ส.ว.เพื่อเดินหน้ายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อย่าไปหวังกับคนชื่อไพบูลย์ เพราะเขาทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจให้กับผู้สืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติว่า ตนเคยบอกคุณหญิงสุดารัตน์หลายครั้งแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจและสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ส่วนกรณีที่รัฐสภาคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มองว่ากระบวนการต่างๆ ควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล เข้าใจว่าช่วงนี้คุณหญิงสุดารัตน์กำลังทำพรรคการเมืองใหม่ จำเป็นจะต้องยึดพื้นที่สื่อเอาไว้เพื่อให้มีกระแส แต่อยากให้ดูข้อเท็จจริงบ้าง ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจจะไม่สนับสนุน อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์คิดบวกบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เพื่อสอบเอาผิดสมาชิกรัฐสภาที่ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) รธน.วาระ 3 โดยไม่มีการให้ประชาชนทำประชามติเสียก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.ม.234 (1) และ ม.235 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96826</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจและตำแหน่ง, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60575e9ce0d24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบโต๊ะ!ล้มรื้อรธน. ‘ไพบูลย์’อ้างคำวินิจฉัยตุลาการฯตีเช็คเปล่าให้สสร.ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ชี้ร่างรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ต้องตกไปเหตุขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; เหน็บ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นักกฎหมายขั้นเทพ นับวันตรรกะยิ่งวิบัติมาก เตือนระวังหมิ่นศาลรธน. ด้าน &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; เผยถ้าได้รัฐธรรมนูญโดยประชาชน เราจะฉลอง 7 วัน 7 คืน เหมือนที่คณะราษฎรฉลองวันรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้ยื่นญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กล่าวว่า ตามที่นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 ในตุลาการเสียงข้างมาก 8 ราย มีคำวินิจฉัยส่วนตนว่า พิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐสภาย่อมมีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่กระนั้นอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นอำนาจที่แตกต่างจากอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกฎหมายที่เป็นอำนาจนิติบัญญัติตามปกติ เนื่องจากเป็นอำนาจสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่มาของสถาบันและองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงรัฐสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ว่าในกรณีเช่นนี้ รัฐสภาจึงต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ไม่อาจใช้อำนาจนอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดข้อห้ามแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานของประเทศ หรือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะเป็นการโอนอำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาไปให้องค์กรอื่นเป็นผู้กระทำการแทน (โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีอำนาจเด็ดขาดอิสระจากรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคำวินิจฉัยส่วนตนปรากฏบทสรุปข้อ 3 &amp;ldquo;รัฐสภาเท่านั้นเป็นผู้มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการ โดยอาจแต่งตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็ได้ แต่มิใช่มอบอำนาจให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำเนินการอย่างเป็นอิสระเด็ดขาดจากรัฐสภา เพราะที่มาของ ส.ส.ร.ดังกล่าวแม้จะเป็นอย่างเดียวกับการได้มาซึ่ง ส.ส. แต่ ส.ส.ร.ก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรัฐสภา ดังนั้นเมื่อมี ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงเพื่อมาทำหน้าที่เดียวกันอีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า คำวินิจฉัยส่วนตนนี้ชี้ชัดเจนว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระที่สอง รอลงมติวาระที่ 3 ในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ได้บัญญัติให้รัฐสภามอบอำนาจให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำเนินการอย่างเป็นอิสระเด็ดขาดจากรัฐสภา จึงเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 ในตุลาการเสียงข้างมาก 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเผยว่า ได้แสดงความเห็นไว้ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ว่ารัฐสภายังไม่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่จะมีขึ้นต่อเมื่อประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นรัฐสภาจึงจะมีหน้าที่และอำนาจในจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และตนเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เป็นหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาที่ต้องดำเนินการเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ ส.ส.ร. มาดำเนินการแทนได้ตามร่างรัฐธรรมนูญที่รอพิจารณาในวาระที่ 3 ดังนั้นความเห็นส่วนตนจึงไม่สามารถโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;นักกฎหมายขั้นเทพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความระบุว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญช่วยยืนยันว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ขนาดยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ดังนั้น ประชาชนก็ย่อมยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญได้เช่นกันว่า นับวันตรรกะนายปิยบุตรยิ่งวิบัติมาก ไม่เข้าใจว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาได้อย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจนว่าสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่ามีความประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คุณปิยบุตรเป็นนักกฎหมายขั้นเทพ อย่าใช้วาทกรรมทางกฎหมายดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญ ระวังจะละเมิดอำนาจศาล ในอดีตมี ส.ส.ติดคุกเพราะละเมิดศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โกหกกลางสภาว่าจะสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ท่านนายกฯ ไม่เคยโกหก ท่านนายกฯ ยืนยันชัดเจนในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ดังนั้นทุกอย่างควรเดินไปตามกระบวนการ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยไปก้าวล่วงอำนาจของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า ตนมองว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมาอีก ซึ่งอาจจะทำให้การแก้ไขช้าไปบ้าง แต่ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ก็ควรทำ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านก็ไม่ควรมาโทษรัฐบาล หรือมาโทษ พล.อ.ประยุทธ์ไปทุกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทุกคน ขอให้เข้าใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก warong dechgitvigrom ระบุว่า หยุดตะแบง ทำไมภาษาไทยแค่นี้จึงตีความกันยากจัง ในเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเข้าใจไม่ยาก &amp;quot;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งพยายามสื่อว่า &amp;quot;สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่คือการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา คือมาตรา 256 ไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ จึงไม่ขัดต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; แต่พวกท่านก็บอกประชาชนไม่หมดว่า แม้ท่านจะแก้ไขแค่มาตราเดียว แต่เจตนาการแก้มาตรานี้นั่นคือ การตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันก็ขัดต่อศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยออกมานั่นคือ &amp;quot;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;quot; ให้ไปทำประชามติถามประชาชนเสียก่อน ถ้ายังดื้อดึง คงมีบางคนต้องไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. อย่าว่ากันนะครับ
หลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาผู้นำพรรคฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ต้องเคารพ เจตนารมณ์ประชาชน หยุดยื้อเวลา เพื่อสืบต่ออำนาจตน&amp;quot; ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่ารัฐสภามีอำนาจโหวตวาระ 3 เป็นไปตามญัตติ เพราะญัตติที่เรายื่นในรัฐสภาเป็นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยการโหวตวาระ 3 ที่ยังค้างอยู่ ในกระบวนการดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ที่สำคัญของรัฐสภา ไม่ควรมีใครขัดขวางให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นต้นตอของปัญหาประเทศต้องหยุดชะงัก หรือยื้อเวลาออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้ประชาชนได้จับตาดูพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าจะมีท่าทีอย่างไร ในเมื่อประเด็นนี้ถูกจัดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการร่วมรัฐบาลของบางพรรค ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำเสนอให้ การแก้ไข รัฐธรรมนูญ เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอมยกมือโหวตผ่านวาระ 3 ย่อมเป็นการพิสูจน์ถึงความจริงใจของรัฐบาล ที่สะท้อนให้เห็นความไม่จริงใจ ความหลอกลวงประชาชนอย่างชัดเจนที่กระทำมาโดยต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับเพิ่มเติม กล่าวถึงความเห็นเกี่ยวกับการโหวตในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ชัดเจนว่าความตั้งใจจริงของรัฐบาลไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น เพราะในส่วนของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ที่ก็ชัดเจนว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการแก้ไขกฎหมายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การออกมาของนายวิษณุจึงเป็นการพยายามตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง เพื่อประโยชน์ในการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการเป็นปัจจัยหลัก ไม่ได้ยึดในแนวทางกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิดเพื่อปกป้องอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าปกป้องประโยชน์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า การออกมาของนายวิษณุ จึงเป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลโดยตรงไปยังเครือข่ายของคณะยึดอำนาจให้คว่ำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชนที่โกหกประชาชนมาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์จะพูดกลางสภาเมื่อครั้งการแถลงแนวนโยบายแห่งรัฐ ว่าจะเร่งศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เป็นการโกหกประชาชนกลางสภาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล คงต้องถามว่ายังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของพรรคก่อนเข้าร่วมรัฐบาลว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือในการตั้งเงื่อนไขการเข้าร่วมครั้งนั้นเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ดูดี เพราะหากยังคงร่วมรัฐบาล ก็เท่ากับว่าพรรคร่วมรัฐบาลยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง และพร้อมหักหลังประชาชน หากยังอยู่ร่วมรัฐบาล ก็เท่ากับพร้อมร่วมโกหกประชาชน และยึดติดเก้าอี้เสนาบดีมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
ประชาธิปไตยต้องมีศีลธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดกิจกรรมการ PRIDI Talks9 x CONLAB โดยมีการเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์&amp;rdquo; โดยนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยได้ แต่รัฐธรรมนูญจะเป็นกติกาสูงสุด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ความสัมพันธ์องค์กรของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ เราจะเปรียบเทียบประเทศเรากับประเทศพม่า ซึ่งดีกว่า แต่ถามว่าทำไมต้องเปรียบเช่นนั้น เหตุใดไม่เปรียบเทียบว่าประเทศไทยต้องอยู่แถวหน้าของเอเชีย ต้องมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมแบบยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า วันนี้เราไม่อาจบอกได้ว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ดูเพียงแค่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย คนเพียงไม่กี่คนเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แล้วให้บุคคลเหล่านี้มาเลือกนายกฯ และนายกฯ ไม่ได้มาจากประชาชน คนที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย อาจเป็นเผด็จการ คำพูดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ชัดเจน วิธีการที่จะควบคุมประชาชนอย่างดีที่สุดคือค่อยๆ กีดกั้นเสรีภาพออกไปทีละเล็กทีละน้อย ทำลายให้หมดไปเรื่อยๆ โดยไม่ให้ประชาชนรู้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น หากประชาชนไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้รัฐธรรมนูญปี 60 ต้องได้รับการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น ระบบการปกครองที่ดี ประชาธิปไตยต้องมีศีลธรรม ต้องมีความซื่อสัตย์ จะอ้างประชาธิปไตย หรืออ้างการเลือกตั้ง แล้วไปโกงทุจริตคอร์รัปชันก็ย่อมไม่ได้ เราก็ไม่เอา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามข้อเรียกร้องของ ส.ว.คนหนึ่ง และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐคนหนึ่ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คืออำนาจของประชาชน ซึ่งถูกต้องแล้ว ถ้าวินิจฉัยต่างจากนี้จะประหลาดมาก นั่นหมายความว่าวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ รัฐสภาต้องเดินหน้าโหวตวาระสาม จะแก้ได้หรือไม่ได้ ไม่เป็นไร เราจะสู้ในระบบ หาก ส.ว.คว่ำการแก้ไขวาระสามก็คือคว่ำเลย และประชาชนจะได้รู้ว่าแต่ละคนมีจุดยืนอย่างไร จะได้ทราบว่าพรรคการเมืองที่ประกาศตัวเองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแล้วเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ จะทำตามที่ประกาศไว้หรือไม่ เราจะได้เห็นกันชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คนจำนวนมากไม่มีความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำ เรามั่นใจว่าอย่างไรเสียโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะคว่ำสูงมาก แต่ไม่เป็นไร คว่ำก็คว่ำไป แต่เราจะรณรงค์ต่อสู้โดยมุ่งไปที่รัฐบาลจะต้องทำประชามติ ในเมื่อบอกว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่ที่ประชาชน ก็ต้องให้ประชาชนทำประชามติว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีบางฝ่ายตีความว่าห้ามโหวตวาระสาม เกมนี้พอมองออกว่า ส.ว.จะงดออกเสียง พรรคพลังประชารัฐก็อาจจะงดออกเสียง จนทำให้การโหวตวาระสามล่ม แล้วก็ว่ากันใหม่&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
จะฉลอง 7 วัน 7 คืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดีฯ กล่าวว่า ถ้ามองโลกในแง่ดี หวังว่าจะมี ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนร่วม เห็นแก่ความก้าวหน้า เห็นแก่ความเป็นประชาธิปไตย โหวตเดินหน้าวาระสาม ตนจะขอคารวะ แต่อยากถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าจะมี ส.ว.แบบนั้น มีหรือไม่มี ไม่ทราบ แต่หวังว่าจะมีอยู่บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราได้รัฐธรรมนูญโดยประชาชน เราจะฉลอง 7 วัน 7 คืน เหมือนที่คณะราษฎรฉลองวันรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดีฯ กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องเกิดจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 40 แม้ได้รับยกย่องว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่การเลือก ส.ส.ร.ในครั้งนั้นก็ยังมาด้วยการเลือกตั้งทางอ้อม แต่คราวนี้ ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำงานแข่งกับเวลา เราต้องเสนอกรอบเวลา เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีคนชอบซื้อเวลา โดยการส่งให้ศาลตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่มีบางคนระบุว่ามีปัญหา โดยเกิดการตีความคำว่า &amp;ldquo;ก่อน&amp;rdquo; ออกเป็นสองความหมาย คือ 1.ก่อนจัดทำรัฐธรรมนุญ หรือ 2.ก่อนตั้งแต่เริ่มเสนอวาระแรกในการจัดทำรัฐธรรมนนูญ ซึ่งอยากจะบอกว่าตามคำวินิจฉัยศาล หมายความว่าเมื่อผ่านวาระสามแล้วให้ไปจัดทำประชามติก่อนที่จะมีการจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถูกแล้ว ไม่มีอะไรมาก แต่ก็ยังมีคนอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกบอกว่ากระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ได้เลย กับกลุ่มที่สอง คือไม่ต้องการให้มี ส.ส.ร. เพราะเป็นการตีเช็คเปล่าให้สามารถแก้หมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงแก้อีก 38 มาตรา ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และอำนาจของพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝากถึง ส.ว.ที่กำลังจะลงมติในวันที่ 17 มีนา. ถ้ามั่นใจว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้น ก็ขอให้โหวตไปเลย แต่ต้องอธิบายต่อประชาชน ถ้าคิดว่าเหตุผลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าอ้างว่า ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง จะทำให้ใครก็ไม่รู้ได้เช็คเปล่าเปลี่ยนแปลงหมวด 1-2 และอีก 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ แปลว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจริงหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ท่านกำลังส่งสัญญาณแบบนั้น แต่ผมไม่รู้ว่าประชาชนคิดอะไร&amp;rdquo; ผู้จัดการไอลอว์กล่าว
ออกแบบมาเพื่อเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า (CONLAB) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม และเจตนาผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ต้องการให้กติกาเป็นกลาง โดยตอนแรกร่างเพราะ คสช.ต้องการเป็นกรรมการ แต่พอร่างเสร็จเรียบร้อยก็โดดลงมาเป็นผู้เล่น โดยเห็นชัดจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เคยพูดอย่างไม่เกรงกลัวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อเรา ยิ่งกว่านั้น กระบวนการได้มาไม่เป็นกลาง หลายคนอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ผ่านประชามติมาแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าอ้างไม่ได้ เพราะถ้าย้อนไปดูการจัดทำประชามติ เห็นชัดว่าไม่ได้จัดทำประชามติอย่างเสรีและเป็นธรรม อีกทั้งไม่ได้เปิดให้ประชาชนทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายไม่เห็นด้วย ดูจากมีการส่งข้อดีของรัฐธรรมนูญถึงตู้ไปรษณีย์ของแต่ละบ้าน ขณะเดียวกัน นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกลับถูกจับติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราควบคู่ไปด้วยนั้น ไม่ได้ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้เวลา 1-2 ปี ซึ่งระหว่างนั้นไม่มีใครทราบว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือรัฐประหารอะไรขึ้นระหว่างทาง ถ้าเกิดจริง เท่ากับเราจะได้กติกาเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจอาจจะตั้งแง่เกี่ยวกับคำถามประชามติว่า การโหวตเห็นชอบหลังวาระที่สามคือการโหวตรับร่างแก้ไข ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการรับหลักการว่าควรจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะเป็นการรับร่างแก้ไขที่ระบุรายละเอียดไปแล้วว่าต้องมี ส.ส.ร. จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้ง ถ้าจะไม่ยอมรับว่าเป็นคำถามเดียวกัน เราสามารถตั้งเป็นคำถามพ่วงได้ กล่าวคือคำถามแรก ถามว่ารับร่างแก้ไขที่ผ่านสภามาหรือไม่ และคำถามที่สอง ถามว่าเห็นด้วยกับการรับหลักการจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ขอเสนอให้มีการแก้ไขรายมาตราควบคู่ไปด้วย โดยการยุบวุฒิสภา ให้เหลือสภาเดี่ยว คือสภาผู้แทนราษฎร รีเซตที่มาศาลและองค์กรอิสระ รวมถึงตัดเรื่องยุทธศาสตร์ออก อย่าให้ คสช.นำเรื่องนี้ไปเร่งงานฝั่งตรงข้ามได้ หากมีการพลิกขั้วอำนาจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ร่างรัฐธรรมนูญ, วาระที่ 3, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa5432614f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นพิพากษาปมแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้น! ศาล รธน.ไฟเขียวหรือล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร. ออกเอกสารข่าวแจกสื่อไม่นั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ฝ่ายค้านตั้งวอร์รูมติดตาม รับทางเดินเริ่มแคบ ไม่ฟันธงผลเป็นลบปรับแผนสองขอแก้รายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลนัดวินิจฉัยกรณีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในวันที่ 11 มี.ค.ว่า คงดูยากว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ข้อกังวลบางฝ่ายที่กลัวว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นคงไม่ใช่ เพราะเรายืนยันแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ความคิดเห็นส่วนตัวไม่ค่อยสบายใจนักและน่ากังวล ที่ศาลรัฐธรรมนูญขอฟังความเห็นจากบุคคลที่มีแนวคิดที่ไม่ค่อยอยากให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แม้พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้ฟังความเห็นบุคคลอื่นๆ อย่างรอบด้าน แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นของ ส.ว.บางคน ที่กังวลจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราอื่นอีก 38 มาตรา ทำให้กระทบเรื่องพระราชอำนาจนั้น ข้อคิดเห็นนี้สภาได้เคยลงมติไปแล้ว แม้ฝั่งเขาจะมีเสียงมากกว่า กลับโหวตแพ้ ดังนั้นข้อคิดเห็นนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผลคำวินิจฉัยออกมาทางลบจริงๆ เพื่อไทยเตรียมแนวทางที่จะไปแก้ไขเป็นรายมาตราหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะสู้ต่อ แต่จะสู้อย่างไรคงต้องนำไปปรึกษากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ภาคประชาชนว่าจะเอาอย่างไร ในเมื่อทางที่เราจะเดินนั้นแคบลง ส่วนจะแก้รายมาตราหรือไม่นั้น คงต้องไปดูกันอีกครั้งหนึ่ง หากสมมุติเราอยากจะแก้ไขมาตรานี้ แต่เขาไม่ยอมให้แก้ไข คงแก้ไขไม่ได้อยู่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 11 มี.ค. เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดท่าทีและการดำเนินการหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ทำความเห็นไปในนามฝ่ายค้านทั้งหมด 7 ข้อ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับฟังข้อมูลได้รอบด้าน ต่อไปคงต้องรอติดตามผลการวินิจฉัย แต่ยังมั่นใจว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ตั้งวอร์รูมเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค. เพื่อติดตามคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีการพูดคุยเรื่องแผนสำรองหรือไม่ หากตั้ง ส.ส.ร.ไม่ได้ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ ต้องรอดูทิศทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน แล้วค่อยมาแสดงความคิดเห็นร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) นั้น ซึ่งการพิจารณาคำร้องดังกล่าวจะไม่มีการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย เป็นเพียงการประชุมภายในเท่านั้น และหลังจากได้ผลการพิจารณาแล้ว ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งรายละเอียดของการพิจารณาและมติเป็นเอกสารข่าว (press release) ให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่ได้มีการจัดเตรียมสถานที่เหมือนวันที่องค์คณะตุลาการจะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย และโดยรอบอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการติดตั้งแผงรั้วเหล็ก หรือเตรียมกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพิเศษแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามปกติเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานว่าจะมีกลุ่มการเมืองใดๆ มาเคลื่อนไหว ในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ รัฐสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ในวาระแรกและวาระสอง พิจารณาเรียงรายมาตรามาแล้ว และกำลังจะมีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ในวาระสาม ในสัปดาห์หน้าคือวันที่&amp;nbsp;17-18&amp;nbsp;มี.ค. ดังนั้น ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์หน้าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พบว่าในช่วงที่ผ่านมา มีนักกฎหมายมหาชน รวมถึงนักการเมือง นักวิชาการ วิเคราะห์ทิศทางผลคำวินิจฉัยคดีนี้ออกมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีคำวินิจฉัยออกมาสองแนวทางหลักๆ ดังนี้ 1.ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวให้รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยวินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจในการดำเนินการได้ ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ในวาระสามเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่มีอำนาจในการดำเนินการได้ เพราะมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ไม่เปิดช่องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับแต่อย่างใด เพราะทำได้เพียงแค่การแก้ไขรายมาตราเท่านั้น หรือที่แวดวงการเมืองเรียกกันว่า &amp;ldquo;ล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ศาลอาจมีความเห็นประกอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วยว่า เมื่อประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการทำประชามติ&amp;nbsp;ดังนั้นหากจะแก้มาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;เพื่อเป็นประตูสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องให้ประชาชนได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048d5f381f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดชี้แก้รธน.11มี.ค. ซัดบิ๊กตู่ส่งสัญญาณควํ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้นระทึก! ศาล รธน.นัดวินิจฉัยอำนาจรัฐสภาแก้รธน.ม.256 ตั้ง ส.ส.ร. 11 มี.ค.นี้ &amp;ldquo;สมชาย&amp;rdquo; ระบุหากศาลตัดสินว่าทำไม่ได้ก็ไม่สามารถโหวตลงมติวาระ 3 ได้อีก &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; รุมเฉ่งส.ว. คาดการณ์ไปเองแก้ รธน.กระทบพระราชอำนาจ เชื่อ&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ส่งสัญญาณ ส.ว.คว่ำวาระ 3 เตือนประชาชนจะลุกฮือครั้งใหญ่ทั่วประเทศ &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; รับกังวลใจตัดพ้อ หากแก้ไม่ได้คงต้องรอให้มีรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp; 4 มีนาคม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) และศาลรัฐธรรมนูญได้รับหนังสือความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ 4 คน คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ, นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต รวมทั้งหนังสือความเห็นของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง และคณะที่ยื่นคำร้องขอส่งบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็นแล้ว
ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง ( 2) ซึ่งที่ประชุมของรัฐสภามีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย และประธานรัฐสภาส่งเรื่องต่อศาล มิใช่การกระทำของสมาชิกรัฐสภาเป็นรายบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาของศาล จึงสั่งรับไว้เพื่อประกอบการพิจารณา และศาลได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 11 มี.ค. เวลา 09.30 น. &amp;nbsp;
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะผู้ร่วมยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาต่อการแก้รัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลนัดชี้ขาดเรื่องดังกล่าววันที่ 11&amp;nbsp; มี.ค. ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันครบกำหนด 15 วัน เพื่อโหวตร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพียง 1 วัน ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการพิจารณาของรัฐสภาที่จะลงมติวาระ 3 เพราะศาลไม่ทราบว่ารัฐสภาจะนัดลงมติในวันใด คาดว่าการนัดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ?จะเกิดขึ้นได้ช่วงวันที่ 17-18 มีนาคม เพราะมีร่างกฎหมายสำคัญที่รอพิจารณา
นายสมชายกล่าวว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ทั้งทำได้หรือไม่ได้ ตนพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัย ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุว่าการนัดลงมติวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญนั้นยังทำได้ แม้คำวินิจฉัยของคำร้องจะตัดสินว่าทำไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าไม่สามารถลงมติใดๆ ได้อีก เพราะวาระ 3 คือการเห็นชอบทั้งฉบับ ส่วนตนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเมื่อประเด็นที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจไม่ถูกบัญญัติไว้ ทำให้เกิดความกังวลต่อการไร้กรอบการทำเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่มีบทแก้ไข เปลี่ยนมาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจที่บัญญัติไว้นอกจากหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์
&amp;ldquo;อย่าคิดไปไกลว่า ส.ว.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 11 มีนาคม หากชี้ว่าทำไม่ได้ ไม่ต้องโหวต หากชี้ว่าทำได้ ส.ว. 250 คนต้องตัดสินใจอีกครั้ง&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า กังวลต่อกระแสมวลชนกดดันและอาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ส่วนตัวกังวลที่จะมีความรุนแรง แต่เรื่องดังกล่าวควรใช้เหตุผล รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แก้ไขได้ แต่ต้องแก้รายมาตราในประเด็นที่มีปัญหา หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำไม่ได้ สมาชิกรัฐสภายังมีสิทธิเสนอญัตติขอแก้ไขเป็นรายมาตราต่อรัฐสภาได้ โดยสามารถทำได้ทันทีและรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่า ยังไม่มีการประสานมาจากทางสภาผู้แทนราษฎร ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ก็ไม่มีอะไร ให้รอฟังคำแถลงด้วยวาจาของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มี.ค.นี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ส.ว.บางคนจะโหวตคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีหลักการสำคัญไม่แตะหมวด 1-2 แต่ ส.ว.กังวลว่ามีอีก 38 มาตรา ถ้ามีการแก้ อาจกระทบพระราชอำนาจ ว่าจะไม่มีการแก้ไขกระทบพระราชอำนาจอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผล 1.หลักการสำคัญของร่างแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับโดยไม่แตะหมวด 1-2 ดังนั้นหากจะแก้ไขพระราชอำนาจในหมวดอื่นก็ไม่อาจกระทำได้ เพราะต้องยึดโยงกับหลักการใหญ่ในหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ 2. รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส.และ ส.ว.ได้มีมติตั้ง ส.ส.ร. และให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้ง หากเกรงว่า ส.ส.ร.เสียงส่วนใหญ่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบพระราชอำนาจ เท่ากับดูถูกประชาชนเสียงส่วนใหญ่ โดยคาดการณ์ไปเองว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการแก้ไขพระราชอำนาจ ซึ่งไม่เป็นความจริง หากมองในมุมกลับ ความคิดปกป้องโดยไร้เหตุผลรองรับ กลับจะกระทบกับสถาบันมากกว่า อาจถูกมองได้ว่าไม่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นผลสำเร็จ เพื่อรักษาระบอบประยุทธ์ และอำนาจของท่าน ที่ พล.อ. ประยุทธ์แต่งตั้งไว้ให้มีอำนาจเลือกนายกฯ อีกครั้งหนึ่งภายใน 5 ปี ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ของ รธน.ปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ตาม รธน.ในระบอบประชาธิปไตย มิใช่พระราชอำนาจโดยตรงเหมือนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยพระราชอำนาจตาม รธน.จะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ การเกรงละเมิดหรือกระทบพระราชอำนาจนั้นทุกประเด็นใน รธน.ที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจจะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกล่าวอ้างว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแก้ไขในหมวดของสถาบันเป็นการหาข้ออ้างเท่านั้น เอาดีเข้าตัว โยนชั่วให้เพื่อน ทั้งๆ ที่ ส.ว.เหล่านี้ทราบดีว่าการแก้ไขครั้งนี้จะไม่แตะในหมวดสถาบัน ในที่ประชุมรัฐสภาที่ผ่านมาพบว่าไม่มีใครท้วงติงในกรณีดังกล่าว หลังจากที่ ส.ว.หลายคนที่ออกมาระบุชัดจะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ออกมาบอกว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าห้ามแก้ ทุกอย่างก็จบ ที่ทำมาก็เป็นศูนย์ เป็นการชี้นำการวินิจฉัยของศาลหรือไม่ ส่วนที่อ้างว่าสามารถนำไปแก้ไขรายมาตราได้นั้น เป็นไปได้ยาก เพราะ ส.ว.รับสัญญาณจากผู้มีอำนาจตั้งธงชัดไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแสดงท่าทีของ ส.ว.ก็ไม่ต่างจากที่มีการคาดการณ์ไว้ เพราะการแสดงออกที่ผ่านมา หลายคนออกมาปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คงไม่ยอมที่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น ดังนั้นการส่งสัญญาณผ่าน ส.ว.ให้คว่ำญัตติในวาระที่ 3 จึงเป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ&amp;quot; นายปิยวัฒนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า อาจเป็นการออกมาโยนหินถามทางและส่งสัญญาณถึง ส.ว.ในเครือข่ายสืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ ต้องการแสดงให้พวกเดียวกันเห็นว่าการที่มี ส.ว.ออกมาประกาศไม่ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถประกาศได้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ เพื่อดึงดูดให้ ส.ว.คนอื่นๆ กล้าออกมาประกาศแลกกับการได้รับตำแหน่งเป็นการปูนบำเหน็จต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น คนพวกนี้อยู่ในตำแหน่งทางการการเมืองโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งมากว่า 10 ปี ฉายาสภาปรสิต ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย อาศัยห้อยโหนระบอบสืบทอดอำนาจ รอทำหน้าที่หลักคือโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เท่านั้น
&amp;ldquo;หากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมถูกคว่ำในกลางเดือนมีนาคม ทั้งอาจเกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือการลงมติของ ส.ว. 250 คน จะทำให้ประชาชนลุกฮือต่อต้านระบอบประยุทธ์ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เพราะประชาชนหมดความอดทน รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ผิดหวังซ้ำซาก ทั้งที่รัฐบาลแถลงนโยบายให้เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 แต่ไม่จริงใจและบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา รวมทั้งอาจประเมินว่าแรงกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกสภาเบาลง ซึ่งเป็นการประเมินผิดพลาดและดูเบาประชาชน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เบี้ยวครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสได้อยู่แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกเลย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่ารู้สึกกังวลใจ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคอนโทรลได้ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายแม่บทที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ หากแก้ไขไม่ได้คงไปแก้ไขปัญหาอื่นรวมถึงเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องไปด้วยกัน หากจะไม่ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องมีเหตุผล หากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นที่ออกกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แล้วจะแก้ไขด้วยวิธีใด หรือจะต้องรอให้มีการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากถามกลับว่า รัฐธรรมนูญเดิมดีที่สุดแล้วหรือ ถ้าไม่รับร่าง ก็ต้องมีเหตุผล เพราะหมายถึงว่าไม่มีทางแก้ไขได้หรือไม่ แล้วจะรอให้รัฐประหารอีกทีหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ ผมเป็นผู้แทนมา 30 กว่าปี สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ออกกฎหมาย หากแก้ไม่ได้เชื่อว่าจะทำให้เกิดปัญหา&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., วินิจฉัยอำนาจรัฐสภา, ศาล รธน., ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040e5bcdea87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ฮึ่มคว่ำรธน.วาระ3 สกัดแตะหมวดกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ฟันธง หากรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตั้งส.ส.ร. แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ต้องหยุดนับหนึ่งใหม่ วาระ 3 ไม่ต้องพิจารณาต่อ ขณะที่ ส.ว.ดาหน้าค้านเต็มสูบ ขู่โหวตคว่ำร่าง รธน. เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้แก้หมวดพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิษณุ เครืองาม? รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กรณีร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในการตั้ง ส.ส.ร. มายกร่าง หรือจัดทำ รธน.ฉบับใหม่นั้นสามารถทำได้หรือไม่ ว่าก็อยู่ที่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ประธานสภาฯ ก็รออยู่ ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้มีหนังสือสอบถามไปนานแล้วว่าเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 จะเข้าวาระ 3 ซึ่งต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วัน ทางสภาคิดว่าจะเปิดสภาสมัยประชุมวิสามัญได้เมื่อไหร่ จะได้มาขอออกพระราชกฤษฎีกา เพราะรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย และคิดว่าจะเปิดกี่วัน เพราะเราไม่รู้ว่าเปิดแล้วจะมีภารกิจทำอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่รู้คือเปิดเพื่อโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แต่ได้ยินพูดๆ กันว่าไม่พอ จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และมีบางคนบอกว่าไหนๆ ก็เปิดแล้ว ประมวลกฎหมายยาเสพติดก็เสร็จแล้ว และต้องเข้าที่ประชุมร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ?การเปิดครั้งนี้เป็นการเปิดเพื่อประชุมร่วมอยู่แล้ว ควรจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาด้วยเลย โดยอาจจะพิจารณาทั้ง 3 เรื่อง 3 วาระไปเลย ซึ่งได้ถามไปแล้วว่ามีหรือไม่ จริงหรือไม่ จะได้รู้ว่าเปิดแล้วจะต้องปิดเร็วหรือไม่ เพราะเวลาทูลเกล้าฯ ถวายจะต้องมีทั้งฉบับเปิดหนึ่งฉบับและฉบับปิดอีกหนึ่งฉบับ แต่ทางสภายังไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวมา คงอยากจะรอฟังคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผลการพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลเกี่ยวข้องกับการพิจารณาวาระ 3 หรือไม่ นายวิษณุแจงว่า ปกติจะไม่เกี่ยวกัน แต่อาจจะเกี่ยวกันได้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอะไรที่เกี่ยวข้องกัน เช่น ถ้าศาลสั่งว่าทำได้ก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าศาลสั่งว่าทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องประชุมในวาระ 3 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ดังนั้นที่ประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญกันมาทั้งหมดจะเป็นศูนย์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ สิ่งที่ทำไปแล้วก็ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ความจริงมันก็ใช้ได้ เพียงแต่ว่ามันจะทำต่อไปไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ยืนยันว่าหมวด 1 หมวด 2 ไม่แตะต้องใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า วันนี้ยังจะต้องยืนยันอีกหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.ว่า ส่วนตัวจะเป็นหนึ่งเสียงที่ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแตะหมวด 1 และ 2 ที่ ส.ว.ห้ามแก้ไข และมั่นใจว่า จะมี ส.ว.เกิน 84 เสียง ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เช่นเดียวกับตน เห็นได้จากการลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2564 ในมาตรา 256/13 เรื่องการห้าม ส.ส.ร.แก้ไขหมวด 1และ 2 ที่ ส.ว.พยายามให้เพิ่มเติมข้อความว่า ให้รวมถึงการห้ามส.ส.ร.แก้ไขเนื้อหาอีก 38 มาตราที่เกี่ยวกับสถาบันเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญวาระ 2 ด้วย แต่ปรากฏว่าที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 349 ต่อ 200 ไม่ให้เพิ่มเติมถ้อยคำตามที่ ส.ว.ต้องการลงไป แสดงให้เห็นว่า ส.ส.ยังมีเจตนาให้แตะการแก้หมวด 1 และ 2 ได้ เพราะ 349 เสียง ไม่ใช่มีแค่เสียงฝ่ายค้าน แต่ยังมีเสียงพรรคร่วมรัฐบาลร่วมอยู่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ว.หลายคนเห็นตรงกันว่า ควรโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ส่วนจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดชุมนุมใหญ่ของม็อบราษฎรตามมาหรือไม่นั้น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บ้านเมืองจะขึ้นอยู่กับม็อบไม่ได้ ถ้าไปยอมตามม็อบกดดัน แล้วถ้าตนขนม็อบมาบ้าง ต้องทำตามตนหรือไม่ ถ้า ส.ว.ปล่อยร่างรัฐ ธรรมนูญผ่านวาระ 3 ได้ การประท้วงจะไม่สิ้นสุด อีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญและปกป้องสถาบันต้องออกมา กลายเป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ยิ่งปล่อยไปความขัดแย้งยิ่งรุนแรง ส.ว.จึงปล่อยผ่านไม่ได้ ยืนยันอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด&amp;rdquo; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า ดูแนวโน้มการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้ว น่าจะมีเสียง ส.ว.เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียงค่อนข้างแน่ โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 ทั้งเรื่องจำนวนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ส.ว.เสนอไปให้ใช้เสียงที่ประชุมรัฐสภา 2 ใน 3 และกรณีการขอให้เพิ่มข้อความ ห้าม ส.ส.ร.แก้ไข 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ปรากฏว่าสิ่งที่ ส.ว.เสนอไปแพ้โหวตทั้งหมด ทำให้ ส.ว.เห็นตรงกันว่าจะไม่โหวตผ่านวาระ 3 แต่ทั้งนี้คงต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 มี.ค. ก่อนว่าจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ หากศาลระบุว่าแก้ไม่ได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชน, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายธงชาติ รัตนวิชา พรรคประชาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอส่งบันทึกถ้อยคำและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐเผยว่า พรรคฝ่ายค้านเห็นว่าศาลได้มีการขอความเห็นจากนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำนวน 4 คน ดังนั้น เพื่อเป็นการเปิดรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย จึงได้ขอส่งบันทึกถ้อยคำเป็นข้อมูลต่อศาลรวม 7 หน้า เพื่อยืนยันว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) บัญญัติไว้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม คิดว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะทันต่อการที่สภาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าหากการตั้งสมาชิกสภาร่างไม่สามารถเป็นไปได้จะทำอย่างไร เพราะเราคาดหวังไว้ว่ารัฐสภาน่าจะผ่านวาระ 3 ได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเรียกร้อง รัฐสภาที่เป็นตัวแทนของประชาชนจะเห็นด้วยกับการผ่านวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า เราเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่าสภามีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราได้ โดยมีข้อจำกัดเพียงห้ามแก้ไขแล้วไปกระทบต่อระบอบการปกครองและรูปแบบของรัฐมิได้ ดังนั้นการแก้ไขโดยให้มี ส.ส.ร. จึงอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กระบวนการก็ยังอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้ให้ความเห็นในบันทึกที่ส่งศาลในวันนี้ การเสนอแก้ไขในลักษณะที่กระทำอยู่สามารถทำได้ และเป็นอำนาจของรัฐสภา และในอดีตตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ก็มีการทำในลักษณะนี้ จนนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. และมีรัฐธรรมนูญ 2540 จึงยืนยันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ารัฐสภามีอำนาจ ไม่เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f9a35258b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเค้าล้มกระดานรื้อรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นเสี่ยงล้มกระดาน แก้รัฐธรรมนูญ! เปิดเอกสารลับ&amp;nbsp; หนังสือศาลรัฐธรรมนูญถาม 4 พยานปากเอก 9 ตุลาการ อยากรู้ แก้ 256 ตั้ง ส.ส.ร.ได้หรือไม่ &amp;quot;อุดม&amp;quot; อดีต กรธ.ตอบชัดทำไม่ได้ เพราะเท่ากับเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน&amp;nbsp; ฝ่ายค้านปูด ศาลนัดลงมติ 10 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาว่า หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้เสร็จสิ้นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. และต้องพักไว้ 15 วัน เพื่อรอประชุมร่วมรัฐสภาลงมติเห็นชอบในวาระสาม ที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ ที่จะประชุมสมัยวิสามัญฯ หลังปิดสภา 1 มี.ค. ท่ามกลางการถูกจับตามองว่าการแก้ไข รธน.ดังกล่าวสุดท้ายอาจเสี่ยงล้มกระดาน โดนเซตซีโรหมด หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเรื่องการแก้มาตรา 256 ดังกล่าวที่สมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ส.พลังประชารัฐและ ส.ว.เข้าชื่อกันเสนอญัตติเป็นคำร้องให้ศาลวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องดังกล่าว นายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับปี 2560 ที่เป็น 1 ใน 4 บุคคลตามรายชื่อที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทำหนังสือความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ศาลส่งไปสอบถามโดยให้ส่งกลับมาภายในไม่เกิน 3 มี.ค.นี้ ได้เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับไป แต่คงส่งกลับทันก่อน 3 มี.ค.นี้แน่นอน โดยความเห็นเรื่องมาตรา 256 ก่อนหน้านี้ได้เคยไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมาแทนรัฐธรรมนูญปัจจุบันทำไม่ได้ เพราะหากใช้วิธีการดังกล่าว ก็เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทิ้งไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจตนาของการเขียนมาตรา 256 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือเป็นเรื่องของการเขียนออกมาเพื่อให้เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา กับการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะอำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นคนละส่วนกัน เพราะสมาชิกรัฐสภาตอนนี้เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วเขามาคว่ำรัฐธรรมนูญเสียเอง เขาทำมันได้ยังไง มันไม่มีประเทศไหนทำ นอกจากฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;quot; อดีตกรรมการร่าง รธน.ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดมกล่าวต่อไปว่า หากจะทำแบบนั้นคือต้องการฉีกรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเอารัฐธรรมนูญส่งกลับคืนไปให้ประชาชนได้ไปพิจารณากันใหม่ เพราะประชาชนคือผู้ลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ผ่านการทำประชามติมา ถือเป็นตรรกะธรรมดา เพราะไม่มีใครเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อบอกว่าคุณมายกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนี้ได้ ไม่มีประเทศไหนทำกัน ยกเว้นแต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แต่สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ไม่มีที่ไหนในโลกเขาเขียนกันหรอกว่า เมื่อใดไม่ต้องการ ก็ให้ไปทำใหม่ ซึ่งทางที่เห็นว่าเป็นไปได้มากสุดหากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ ส่งไปให้ประชาชนเขาลงความเห็นกันก่อนจะแก้ไข อันเป็นหลักการที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วตอนปี 2555 ที่ตอนนั้นก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อจะตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลก็บอกว่าหากจะทำต้องไปทำประชามติก่อน เพราะทั้งรัฐธรรมนูญปี 2550 กับฉบับปัจจุบันมาจากหลักการเดียวกัน คือผ่านการทำประชามติ เพราะการแก้ไขรายมาตรา เพื่อจะให้ไปทำรัฐธรรมนูญใหม่ มันก็คือการฉีกรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดมกล่าวอีกว่า ที่บางฝ่ายแย้งว่ากระบวนการเวลานี้ที่แก้รายมาตราเพื่อไปตั้ง ส.ส.ร. เคยมีการทำมาแล้วตอนมีการแก้ไข รธน.ปี 2534 ที่มีการแก้ไขตอนปี 2539 ที่มีการตั้ง ส.ส.ร. โดยฝ่ายสนับสนุนการแก้ไข รธน.บอกว่าทำไมตอนปี 2539 ทำได้ แต่อย่างที่เห็นกันคือเวลานั้นปี 2539 ไม่มีคนค้าน แต่ตอนนี้มีทั้งคนค้าน และคนเห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. จนเป็นกรณีมีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งการที่ออกมาแสดงความเห็นแบบนี้ไม่ได้ค้านเพื่อจะให้ยืนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้อย่างเดียว แต่ค้านเพื่อบอกว่าหากจะแก้เพื่อร่างฉบับใหม่ ถ้าจะทำต้องไปถามประชาชน บางฝ่ายก็พยายามตะแบงว่า ที่กำลังทำอยู่ไม่ได้เป็นร่างทั้งฉบับ เพราะมีการบอกว่าจะไม่แตะหมวดหนึ่งและหมวดสองในรัฐธรรมนูญ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ต่างกัน เพราะการให้ ส.ส.ร.ไปร่าง รธน.ใหม่ มันก็คือการปรับใหม่หมด เพราะมันเชื่อมโยงกันไปหมด คนที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาพยายามจะไม่พูดถึงความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยอ้างว่าคนร่างไม่ได้มาจากประชาชน ซึ่งก็พูดกันไปเรื่อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งเอกสารหนังสือสอบถามประเด็นข้อกฎหมายไปยังบุคคล 4 ชื่อ เพื่อให้ส่งหนังสือส่งกลับมายังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 มี.ค.แล้ว เพื่อนำความเห็นมาประกอบการวินิจฉัยลงมติตัดสินคดีแก้ มาตรา 256 ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนแล้ว โดยทั้ง 4 คนที่ศาลขอความเห็นไป นอกจากนายอุดมแล้ว ก็มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ., นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า หนังสือที่ศาลสอบถามไปดังกล่าวมีเพียงไม่กี่คำถามเท่านั้น โดยประเด็นหลักก็คือสอบถามความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันสามารถแก้ไขเพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง ส.ส.ร.เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญปี 2560 รัฐสภามีอำนาจทำได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนคงมีความเห็นในข้อกฎหมายตามมาตรา 256 ไว้แล้วว่ารัฐสภามีอำนาจดังกล่าวหรือไม่ ที่เป็นประเด็นตามญัตติที่สมาชิกรัฐสภามีมติส่งคำร้องมาให้ศาลวินิจฉัย เพียงแต่ตุลาการคงต้องการนำความเห็นของทั้ง 4 คนที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและในอดีตมาพิจารณาประกอบการตัดสินคดี และการลงมติของที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ส่วนที่ฝ่ายค้านบอกว่าศาลจะมีการลงมติตัดสินคดีแก้ 256 ในสัปดาห์หน้าคือวันที่ 4 มี.ค. หลังได้รับหนังสือจากทั้ง 4 คนวันที่ 3 มี.ค.นั้น ในความเป็นจริงดูแล้วคงไม่น่าใช่ เพราะหากจะรับหนังสือจากทั้ง 4 คน วันที่ 3 มี.ค.แล้วตัดสินในวันรุ่งขึ้น จะทำคำวินิจฉัยคงไม่ทัน แต่น่าจะประชุมวันที่ 4 มี.ค. เพื่อดูเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วคุยกันว่าจะนัดลงมติตัดสินคดีนี้ในวันไหนมากกว่า แต่คาดว่าคงตัดสินคดีได้ก่อนการลงมติของรัฐสภาในวาระสามกลางเดือน มี.ค.&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือกรณีศาลพิจารณาคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่าที่ทราบกรณีดังกล่าวศาลจะพิจารณาในวันที่ 10 มี.ค. โดยฝ่ายค้านได้มีความเห็นโต้แย้งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยื่นผ่านประธานสภาฯ ในฐานะเป็นผู้ร้องให้ยื่นส่งต่อไปที่ศาลเพื่อประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องรอฟังคำวินิจฉัย ถ้าศาลพิจารณาไม่รับคำร้องการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเดินหน้าต่อ แต่ถ้าศาลระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เข้าใจว่านายไพบูลย์อยากให้ทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง จึงขอให้ติดตามการพิจารณา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรากังวลคือหากศาลระบุว่าแก้ไม่ได้ ก็จะทำให้กระบวนการที่ประชาชนต้องการล่าช้าออกไป&amp;rdquo; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวรัฐบาลจะชิงยุบสภาก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้น เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยใช้กติกาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม นายประเสริฐกล่าวว่า การยุบสภาต้องมีเหตุ แต่ตอนนี้กำลังมีการปรับคณะรัฐมนตรี แต่การปรับ ครม.จะพัฒนาไปสู่การยุบสภาได้หรือไม่ ต้องติดตามดูว่าจะไปได้ขนาดไหน แต่ถ้าจะมีการยุบสภาจริง จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปต่อไม่ได้ เพราะขาดองค์ประกอบ ส.ส. ซึ่งจะทำให้ต้องรอการเลือกตั้งใหม่ก่อน ที่ไม่เป็นผลดีกับประชาชน ยากที่ประชาชนจะรับได้ ถ้ายังไม่แก้ คนคงสับสน และมีปฏิกิริยาทางใดทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขที่ผ่านวาระ 2 คำสงวนคำแปรญัตติของตนและเพื่อน ส.ว.-ส.ส.พยายามต่อสู้แพ้ราบคาบในหลายประเด็น ซึ่งหมดหวังกับร่างแก้ไขนี้ แต่จะขอรอน้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ยื่นส่งไปและศาลท่านเมตตารับไว้วินิจฉัยแล้วดีกว่า ซึ่งเชื่อมั่นเองว่าน่าจะมีหวังมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวเช่นกันว่า ใครก็ตามที่ฉวยโอกาสยืมมือศาลรัฐธรรมนูญมาตีความเพื่อตัดอำนาจในมือของตนเอง สมควรลาออกจากสมาชิกรัฐสภา เพราะไม่ต้องการมีอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อสังคม เพียงเพราะต้องการสืบทอดอำนาจต่อไป เนื่องจากหากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจนำไปสู่การยกเลิกบทเฉพาะกาลที่สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีข่าวว่ารัฐบาลอาจเล่นละครหลอกลวงประชาชนโดยการขอแก้ไขเฉพาะรายมาตราที่ตนเองจะได้ประโยชน์โดยไม่ต้องมีการประชามติ แล้วจึงยุบสภาเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลได้ประโยชน์ ซึ่งคงเป็นเหมือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจใหม่ ไม่ต่างจากกติกาเดิมที่มี และจะนำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งไม่สิ้นสุด&amp;rdquo; เลขาธิการ ครป.แสดงความเห็น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94391</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกรัฐธรรมนูญ, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ, ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60390632583d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
