<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานนี้เดือดร้อนกันหลายพรรค! &#039;ส.ว.เสรี&#039; เสนอแก้รธน.ให้มีแค่ส.ส.เขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสวุฒิสภา(ส.ว.) แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า &amp;quot;หากจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอเสนอไว้ก่อนเลยว่า ในกาลข้างหน้า ขอให้มี ส.ส.เขต อย่างเดียวน่าจะได้ประโยชน์ มากกว่า เพราะจะทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะ ส.ส.ซีกฝ่ายค้าน มักออกมาพูดเสมอๆว่า. ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งก็มาตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีการทำประชามติมา ส.ส.พวกนี้ ก็ยังไม่ยอมรับ จึงไม่รู้ว่า ส.ส.กลุ่มนี้จะค่อนแคะไปทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านมาไม่กี่เดือนก็เอาแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่าพวกนี้นึกถึงประโยชน์ตัวเองก่อนชาวบ้าน แทนที่จะเอาเวลาไปดูแลทุกข์สุขของประชาชนก่อน ก็เอาแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ เป็นแต่ประโยชน์ส่วนตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องทำประชามติก่อน ต้องใช้เงิน 2-3 พันล้าน ซึ่งควรเอาเงินส่วนนี้ไปช่วยคนยากจนหรือไปเป็นสวัสดิการให้กับประชาชนจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรใช้รัฐธรรมนูญไปอีกสักระยะก่อน จะได้เห็นปัญหาอย่างแท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ามาอ้างว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นความต้องการของประชาชน เพราะผมก็ไปถามชาวบ้านเหมือนกัน ส่วนใหญ่เขาบอกขอให้แก้ปัญหาปากท้องก่อนทั้งนั้น/
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49874</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐธรรมนูญฉบับปี2560, ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, ส.ส.ระบบเขต, เสรี สุวรรณภานนท์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a5833e0e7b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ขอนแก่น วอนคนไทยรอชมฝีมือ ครม.“ประยุทธ์” ชุดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ &amp;nbsp;7 ก.ค.2562 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งตั้งอยู่ริม ถ.ศรีจันทร์ ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายเอกราช &amp;nbsp;ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกลุ่มเพื่อนเอกราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี นั้นเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทุกคนต้องให้โอกาสนายกรัฐมนตรี ในการจัดตั้ง ครม.และบริหารประเทศเพื่อให้ทุกอย่างนั้นเดินหน้าต่อไปได้ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่ม ส.ส.อีสานพรรคพลังประชารัฐ นั้นพอใจหรือไม่ยอมรับว่าไม่พอใจเพราะจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาหลายๆพรรคลงพื้นที่เพื่อแนะนำนโยบายมาตลอดว่าจะทำอะไร แต่ของเรานั้นเงียบซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดพลาดอะไรเพราะพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็นพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น ตามที่หลายคนนั้นได้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อกลุม ส.ส.อีสานแม้จะไม่พอใจแต่เราก็จะต้องให้โอกาส เพื่อที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้มันไปได้ ถ้าเอาความไม่พอใจ แล้วเราไม่ร่วมเลยก็คงไม่ใช่ ดังนั้นการจัด ครม.ชุดใหม่นี้ นั้นจะให้พอใจทุกคนก็คงไม่ถูกแต่ถ้าในโอกาสต่อไปมีการปรับ ครม. เราก็คงจะมีโอกาสที่จะแก้ไขอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ซึ่ง ส.ส.ของเราได้มีโอกาสนำเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่า พื้นที่ภาคอีสานตอนบนนั้นยังคงมีช่องโหว่ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้รับปัญหาไปแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกราช กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ว่าที่รัฐมนตรีทุกตำแหน่งจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคนั้น ทุกคนเหมาะสมในทุกตำแหน่ง ถ้าจะบอกว่าไม่ใช่เลยก็คงไม่ถูก เราต้องให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนจัดทำโผ ครม. เมื่อนายกรัฐมนตรีจัด ครม.มาแล้ว ทุกคนก็ต้องยอมรับ จึงขอให้ทุกคนนั้นให้โอกาส ครม.ชุดใหม่นี้ทาน และให้โอกาสพิสูจน์ฝีมือ ถ้าพิสูจน์ฝีมือแล้วไม่ได้ก็ต้องรู้ตัวเองและควรที่จะพิจารณาตัวเองอย่างไร &amp;nbsp;เพราะนี้คือระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนนั้นมีโอกาสเข้าไปทำงาน เมื่อทำงานแล้วคุณทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย &amp;nbsp;ในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับไปหากทำไม่ได้คุณก็ต้องถอยออกมาให้คนอื่นทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; สำคัญที่สุดคือการที่ไม่อยากให้ ครม.นั้นทิ้งพื้นที่ในการที่จะขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐต่อไปในจุดที่เป็นจุดอ่อน หรือจุดที่ขาดโอกาสในการที่จะเข้าไปบริหาร ดังนั้นโอกาสในการตั้งรัฐบาลชุดแรกตามระบอบประชาธิปไตยทุกคนต้องให้เกียรตินายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับกติกาที่ผู้นำสูงสุดของประเทศนั้นตัดสินใจ ถ้าหากพิสูจน์ฝีมือตามที่ได้รับมอบหมายไปแล้ว ท่านต้องพิจารณาตัวเองสำหรับคนที่ได้รับมอบอำนาจไป อย่างไรก็ตามสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ในพื้นที่นั้นวันนี้ยังไม่มีปัญหา ซึ่งก็ยังคงไม่บอกว่ามีปัญหาหรือเจอปัญหาใดๆ ซึ่งในอนาคตนั้นผมไม่ทราบ แต่วันนี้นั้นไม่มีปัญหาอะไรในการทำงานร่วมในของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและว่าที่รัฐมนตรี เพราะ ส.ส.อีสานของพรรคพลังประชารัฐทุกคนเคารพและให้เกียรตินายกรัฐมนตรีที่จะขับเคลื่อนประเทศเพื่อนำไปสู่การพัฒนา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ชุดใหม่, พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, เอกราช  ช่างเหลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21abf79cea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>149 ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ เข้าทาง &quot;พปชร.” ดีลตั้ง รบ.-รอมติพรรค ปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุดท้ายแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ตัดสินใจใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ด้วยสูตรพรรคการเมืองที่แม้จะได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คนหรือ 71,000 คะแนน ก็ให้ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่งผลให้การประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของ กกต.เมื่อวันพุธที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีพรรคการเมือง ได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อรวมกันทั้งสิ้น 26 พรรค แยกเป็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรรคพลังประชารัฐ 18 คน, พรรคอนาคตใหม่ 50 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน, พรรคภูมิใจไทย 12 คน, พรรคเสรีรวมไทย 10 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน, พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน, พรรคชาติพัฒนา 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน, พรรคพลังชาติไทย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน หรือกว่า 7 หมื่นคะแนน ที่ได้รับการจัดสรร ส.ส. พรรคละ 1 คน มีทั้งสิ้น 11 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชานิยม พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทรักธรรม รวมหมดทั้งสิ้น 149 รายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลที่ออกมาทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของขั้วพลังประชารัฐกุมความได้เปรียบเหนือพรรคเพื่อไทยมากขึ้น หากสุดท้ายดีลการเจรจาต่อรองรวมเสียงตั้งรัฐบาลที่แกนนำพลังประชารัฐ รวมถึงระดับ พลเอก ในขั้วอำนาจ คสช. ได้ติดต่อทาบทามพรรคขนาดเล็กๆ ไว้หลายสัปดาห์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พลังท้องถิ่นไท ของชัชวาลย์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน ที่แนบแน่นกับสมคิด จาตุศรีพิทักษ์-พรรครักษ์ผืนป่าฯ ของดำรงค์ พิเดช อดีตสมาชิก สปช. สายบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และพรรคเล็กที่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละหนึ่งเก้าอี้ ทุกอย่างลงตัวตามที่ได้คุยกันไว้ แม้อาจจะมีบางพรรคแตกแถวไปบ้าง แต่หากดูจากจำนวน ส.ส.ระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ ที่พรรคการเมืองสายขั้วพลังประชารัฐ ซึ่งแกนนำพรรคและแกนนำ คสช.ไปดีลเอาไว้ ทั้งภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนา-รวมพลังประชาชาติไทย ผสมกับพรรคเล็กที่ได้ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละหนึ่งเก้าอี้ ย่อมทำให้แกนนำพลังประชารัฐและบิ๊กรัฐบาล คสช. มั่นใจมากขึ้นว่ารอเป็นรัฐบาลชัวร์แล้ว และน่าจะเอาชนะเพื่อไทยได้ตั้งแต่ยกแรกใน ศึกเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงเกือบๆ ปลายเดือน พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แน่นอนว่า การตัดสินใจของ กกต.ที่ใช้สูตรให้พรรคได้ต่ำกว่า 7 หมื่นคะแนน ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ทำให้เสียงของพลังประชารัฐและแนวร่วมบางส่วนก็หายไปเช่นกัน โดยเฉพาะ ซุป&amp;#39;ตาร์ ที่ก่อนหน้านี้มีชื่ออาจได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคแนวร่วมขั้วพลังประชารัฐ อย่าง มาดามเดียร์-วทันยา วงษ์โอภาสี ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 19 ของพลังประชารัฐเอง หรือ ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร ที่อยู่อันดับ 20 ของประชาธิปัตย์ อดเข้าสภาฯ จากสูตรของ กกต.  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทว่าผลทางการเมืองที่ได้มันคุ้มค่าและเข้าทางพลังประชารัฐมากกว่า เพราะทำให้พรรคแนวร่วมเพื่อไทย เสียงหายไปหลายเก้าอี้ โดยเฉพาะ อนาคตใหม่ ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โควตาปาร์ตี้ลิสต์หายไปจากเดิมที่เคยคาดการณ์กันไว้ร่วม 7 เก้าอี้ เช่นเดียวกับพรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากที่เคยคาดว่าจะได้ 11 ก็เหลือ 10 คน แต่ทำให้พรรคแนวร่วมของขั้วพลังประชารัฐทั้ง 11 พรรคเล็ก และพลังท้องถิ่นไท-รักษ์ผืนป่าฯ ได้เพิ่มมาพรรคละหนึ่งเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทุกอย่างจึง Open game ลงล็อก เข้าทางพลังประชารัฐมากกว่าฝ่ายขั้วเพื่อไทยในศึกชิงตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยเหตุนี้ แม้ กกต.จะประกาศรับรองผล-รายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปแล้ว แต่ฝ่ายขั้วเพื่อไทย-อนาคตใหม่ ไม่ยอมง่ายๆ ลูกติดพัน หวังเอาผิด กกต.และเตะสกัดการตั้งรัฐบาลของขั้วพลังประชารัฐยังจะมีตามมาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นได้จากปฏิกิริยาตอบโต้ทางการเมืองอย่างรวดเร็วของขั้วเพื่อไทย ที่ออกแถลงการณ์ทันทีในช่วงหัวค่ำวันที่ 8 พ.ค. หลัง กกต.รับรองรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยที่คัดค้านวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ กกต.ระบุตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวมา ของ กกต.ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.  การดำเนินการดังกล่าวของ กกต.เข้าข่ายเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจอันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และจะใช้ช่องทางดำเนินการตามกฎหมายต่อ กกต. ในทุกช่องทางที่จะทำได้ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ขู่ไปถึง กกต.ว่า หากพรรคการเมืองเสียหายโดยตรง มีว่าที่ ส.ส.แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. ก็สามารถอาศัยช่องทางตามกฎหมายฟ้องร้อง กกต.ได้ เพราะการที่ กกต.จะใช้สูตรพรรคได้ต่ำกว่า 71,000 คะแนนได้ ส.ส. ทำให้พรรคอนาคตใหม่เสียที่นั่ง ส.ส.ไปประมาณ 7-8 ที่นั่ง  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พรรคฝ่ายประชาธิปไตยก่อนหน้านี้รวมเสียง ส.ส.ได้เกิน 251 เสียง หากใช้สูตร 27 พรรค จะทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเหลือประมาณ 240 กว่าเสียง&amp;rdquo;ท่าทีเลขาธิการพรรค อนค.ที่เริ่มยอมรับสภาพการเตรียมเป็นพรรคฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปฏิกิริยาอาการของ เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ที่แม้จะยอมรับสภาพแล้วว่า โอกาสจะรวมเสียงเกิน 250 เสียง ยิ่งใกล้เปิดประชุมสภาฯ นัดแรก เพื่อเลือกประธานสภา โอกาสก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่ก็น่าจะพยายามเตะสกัดพลังประชารัฐให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้น แม้ กกต.จะปิดจ๊อบแรก รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ไปแล้ว แต่เรื่องคงไม่จบง่ายๆ ฝ่าย 7 เสือ กกต. นับจากนี้ ก็เตรียมตั้งป้อมเคลียร์การใช้อำนาจของตัวเองให้ดี หลังเพื่อไทย-อนาคตใหม่ยืนยันจะเดินหน้าเอาผิด กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่การตั้งรัฐบาล เมื่อทุกอย่างดูจะเข้าทางพลังประชารัฐ&amp;ndash;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการตั้งรัฐบาลและคัมแบ็กกลับมาเป็นนายกฯ กระนั้น การแถลงจับมือตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ หลังมั่นใจว่ารวมเสียงได้เกิน 250 เสียง คงต้องรอมติพรรคสีฟ้า-ประชาธิปัตย์ ที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะประชุมลงมติตัดสินใจเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ หลัง 15 พ.ค. ที่ได้ตัวหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรรค อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งดูแล้ว ความเป็นไปได้ที่ ปชป.จะแถลงร่วมรัฐบาล มีสูงกว่าที่จะไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35362</URL_LINK>
                <HASHTAG>149 ปาร์ตี้ลิสต์, กกต., กรองสถานการณ์, ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2f17e66d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
