<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนทันยาฮู&#039; สั่งห้าม ส.ส.หญิงเดโมแครตคู่ปรับ &#039;ทรัมป์&#039; เข้าอิสราเอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล สนองความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสั่งห้าม ส.ส.หญิงมุสลิมจากพรรคเดโมแครต 2 คนที่เป็นคู่ปรับของทรัมป์เดินทางเข้าประเทศ อ้างทั้งคู่สนับสนุนการบอยคอตอิสราเอล แต่ภายหลังเปลี่ยนใจให้ ส.ส.หนึ่งในนี้มาเยี่ยมญาติชาวปาเลสไตน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อิลฮาน โอมาร์ (ซ้าย) และราชิดา ทลาอิบ สอง ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมกล่าวว่า ผู้นำอิสราเอลยืนกรานว่า การตัดสินใจของเขาที่ไม่อนุญาตให้อิลฮาน โอมาร์ และราชิดา ทลาอิบ สอง ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครต เดินทางเข้าอิสราเอลนั้นเป็นความจำเป็น เนื่องจากเธอทั้งสองมีจุดมุ่งหมายทำร้ายอิสราเอลและยุยงปลุกปั่นการต่อต้านอิสราเอลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนทันยาฮูอ้างถึงกฎหมายฉบับปี 2560 ที่ห้ามชาวต่างชาติที่สนับสนุนการคว่ำบาตรอิสราเอลเดินทางเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอมาร์และทลาอิบเป็น ส.ส.หญิง 2 คนแรกในสภาคองเกรสที่เป็นมุสลิม โดยโอมาร์นั้นมีเชื้อสายโซมาเลีย เธอติดตามครอบครัวอพยพเข้าสหรัฐตอนยังเด็ก ส่วนทลาลิบมีเชื้อสายปาเลสไตน์ มุฟเตีย ทลาอิบ ย่าของเธอที่มีอายุ 85 ปีใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ทั้งคู่มีแผนเดินทางมาอิสราเอลสุดสัปดาห์นี้ เพื่อเดินทางเข้าดินแดนปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่อิสราเอลจะประกาศห้ามทั้งคู่เข้าประเทศ ญาติๆ ของทลาอิบที่หมู่บ้านเบตอูร์อัลโฟกาในเขตยึดครองเวสต์แบงก์กล่าวกันว่า พวกเขากำลังเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับเธอ เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขากำลังพิจารณาคำร้องด้านมนุษยธรรมของทลาอิบที่ขอไปเยี่ยมครอบครัวของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันศุกร์ อาร์เยห์ เดรี รัฐมนตรีมหาดไทยของอิสราเอล ตัดสินใจอนุญาตให้ทลาอิบไปเยี่ยมคุณย่ามุฟเตียได้ หลังจากเธอให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเคารพเงื่อนไขของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศผลตัดสินใจของรัฐบาลอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีนั้นมีออกมาคล้อยหลังเสียงเรียกร้องของทรัมป์ ที่ต้องการให้อิสราเอลห้าม ส.ส.หญิงคู่นี้เข้าประเทศ โดยทรัมป์ทวีตว่า การปล่อยให้โอมาร์และทลาอิบไปอิสราเอลจะเป็นการแสดงความอ่อนแออย่างยิ่ง &amp;quot;พวกหล่อนเกลียดอิสราเอลและชาวยิวทุกคน และไม่มีคำพูดหรือการกระทำใดที่จะเปลี่ยนความคิดพวกหล่อนได้&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอมาร์, ทลาอิบ พร้อมด้วย อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ และอยานา เพรสลีย์ เป็นกลุ่ม ส.ส.หญิงผิวสี 4 คน ที่ทรัมป์เคยไล่ส่งพวกเธอกลับประเทศบ้านเกิด อ้างว่าพวกเธอรักศัตรูของอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43581</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชิดา ทลาอิบ, ส.ส.หญิงเดโมแครต, ห้ามเข้าประเทศ, อิลฮาน โอมาร์, อิสราเอล, เบนจามิน เนทันยาฮู, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5683e187d51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐผ่านมติประณาม &#039;ทรัมป์&#039; เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเมื่อวันอังคาร ผ่านข้อมติในเชิงสัญลักษณ์ประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;เหยียดผิว&amp;quot; จากการทวีตขับไล่ ส.ส.หญิงหน้าใหม่ต่างสีผิวพรรคเดโมแครต 4 คนให้กลับไปประเทศบ้านเกิดของพวกเธอ แต่ทรัมป์ยังยืนกรานไม่ได้เหยียดผิวสักหน่อย โพลชี้รีพับลิกันหนุนทรัมป์เพิ่มขึ้น 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอม มาลินาวสกี ส.ส.นิวเจอร์ซีย์พรรคเดโมแครตที่เกิดในโปแลนด์ แถลงข่าวพร้อมกับ ส.ส.ร่วมพรรคเกี่ยวกับผลมติประณามทรัมป์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า การลงมติของสภาล่างเมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม มี ส.ส.รีพับลิกัน&amp;nbsp; 4 คน และ ส.ส.อิสระ 1 คนเห็นด้วยกับพรรคเดโมแครตทั้ง 235 คน ลงมติประณามทรัมป์ที่แสดงทัศนะเหยียดเชื้อชาติสีผิว ที่เพิ่มความกลัวและความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันที่เป็นพลเมืองใหม่และคนต่างสีผิว จากการทวีตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์บอกให้กลุ่ม ส.ส.ผิวสีเดโมแครตหัวก้าวหน้า &amp;quot;กลับไป&amp;quot; ยังประเทศของพวกเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้ยังประณามคำกล่าวของทรัมป์ที่เรียกผู้อพยพเข้าเมืองและผู้ขอลี้ภัยว่าเป็น &amp;quot;ผู้รุกราน&amp;quot; และวิจารณ์ที่เขาบอกว่า สมาชิกคองเกรสที่เป็นผู้อพยพเข้าเมือง (หรือเพื่อนสมาชิกของเราที่ถูกทึกทักผิดๆ ว่าเป็นผู้อพยพเข้าเมือง) ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคองเกรสหรือเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หญิง 4 คนที่โดนทรัมป์พาดพิงนั้นล้วนมีสัญชาติอเมริกัน โดยอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ มาจากครอบครัวฮิสปานิกหรือประชากรที่พูดสเปน, ราชิดา ทาลิบ มีเชื้อสายปาเลสไตน์, อยานา เพรสลีย์ เป็นแอฟริกันอเมริกัน และคนสุดท้าย อิลฮาน โอมาร์ เกิดในโซมาเลียแต่ครอบครัวพามาลี้ภัยในสหรัฐตั้งแต่วัยเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่งของสหรัฐ แต่ในวุฒิสภาพรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ ทำให้ข้อมตินี้ไม่น่าจะถูกส่งให้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ยังคงยืนกรานทัศนะของเขา โดยในวันอังคารเขายังทวีตด้วยท่าทีเดิมว่า &amp;quot;ประเทศของเราเสรี งดงาม และประสบความสำเร็จมาก พวกคุณเกลียดประเทศของเรา หรือหากคุณไม่มีความสุขที่นี่ ก็ออกไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐที่มีประวัติกล่าวคำพูดเอาใจคนอเมริกันผิวขาวที่คลางแคลงต่อคนต่างสีผิว ยังโจมตีการลงมติที่ว่านี้ด้วยว่าเป็นการหลอกลวงให้ตายใจของพวกเดโมแครต และเรียกร้องรีพับลิกันอย่าได้ &amp;quot;แสดงความอ่อนแอและตกหลุมพราง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทวีตพวกนั้นไม่ได้เหยียดผิว ผมไม่มีกระดูกเหยียดผิวอยู่ในตัว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวและว่า การลงมติคราวนี้ควรเป็นการโหวตเรื่องภาษาและถ้อยแถลงที่หยาบคายและคำโกหกที่ออกจากปากของ ส.ส.หญิงเดโมแครตกลุ่มนี้ ที่เขาเชื่อจริงๆ จากการกระทำของพวกเธอว่าพวกเธอเกลียดประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังเหน็บแนมนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เคยพยายามปรามและกันท่า ส.ส.หญิงสมัยแรกหัวเสรีนิยมก้าวหน้ากลุ่มนี้ไม่ให้ยึดโยงกับภาพพจน์ของเดโมแครต&amp;nbsp; โดยเขาบอกว่าเพโลซีพยายามผลักไสพวกเธอออกห่าง แต่ตอนนี้พวกเธอแต่งงานกับพรรคเดโมแครตไปตลอดกาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีกล่าวไว้ก่อนลงมติว่า สมาชิกคองเกรสทุกคนไม่ว่าจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ควรร่วมกันประณามทวีตเหยียดผิวของประธานาธิบดีคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเหมือนว่าความพยายามเรียกคะแนนจากฐานเสียงที่เป็นกลุ่มคนผิวขาวของทรัมป์สำหรับการเลือกตั้งปีหน้าจะได้ผล โพลของรอยเตอร์/อิปซอสที่สำรวจเมื่อวันจันทร์และอังคารพบว่า รีพับลิกันชื่นชอบทรัมป์เพิ่มขึ้น 5% โดยคะแนนรวมอยู่ที่ 72% แต่ความนิยมในภาพรวมของทรัมป์ยังเท่าเดิม โดยคนอเมริกันพอใจเขาเพียง 41%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประณามทรัมป์, ส.ส.หญิงเดโมแครต, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่างสหรัฐ, เหยียดผิว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f246c0398c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวก &#039;ทรัมป์&#039; เหยียด ส.ส.หญิงผิวสี ทวีตไล่กลับถิ่นเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเสียงประณามขรมว่า &amp;quot;เหยียดเชื้อชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;เกลียดคนต่างชาติ&amp;quot; เมื่อทวีตโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีหัวก้าวหน้าจากพรรคเดโมแครตหลายคน โดยบอกให้พวกเธอกลับไปประเทศบ้านเกิด แม้เกือบทั้งหมดจะเกิดในสหรัฐแต่มีเชื้อสายต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้อยคำที่ประธานาธิบดีสหรัฐผรุสวาทผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 ยังทำให้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง วิจารณ์ว่า &amp;quot;ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม กล่าวว่า ทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อเป้าหมายของเขา แต่พาดพิงถึง &amp;quot;สมาชิกคองเกรสสตรีพรรคเดโมแครตหัวก้าวหน้า&amp;quot; ซึ่งน่าจะหมายถึงกลุ่ม ส.ส.หญิงหน้าใหม่ที่ค่อนข้างอายุน้อย หัวเสรี และหลากเชื้อชาติ ได้แก่ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส.นิวยอร์ก, อิลฮาน โอมาร์ ส.ส.มินนิโซตา, ราชิดา ทาลิบ ส.ส.มิชิแกน และอยานา เพรสลีย์ ส.ส.แมสซาชูเซตส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตของทรัมป์กล่าวว่า แต่ดั้งเดิมคนเหล่านี้มาจากประเทศที่รัฐบาลพังพินาศอย่างสิ้นเชิง เป็นประเทศที่เลวร้ายที่สุด คอร์รัปชันที่สุด และไร้ความสามารถที่สุดในโลก ผู้หญิงกลุ่มนี้บอกกล่าวอย่างชั่วร้ายต่อประชาชนของสหรัฐ ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีอำนาจมากที่สุดบนปฐพีนี้ ว่ารัฐบาลของพวกเราควรบริหารอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ต่อมาทรัมป์ทวีตเจาะจงว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้เกลียดอิสราเอลอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งบ่งบอกว่าเขาน่าจะหมายถึงโอมาร์และทาลิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 5 ก.พ. 2562 อิลฮาน โอมาร์ (ซ้าย) และราชิดา ทาลิบ มาฟังการแถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ ที่อาคารรัฐสภา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทาลิบเกิดที่ดีทรอยต์และเป็น ส.ส.อเมริกันคนแรกที่มีเชื้อสายปาเลสไตน์, โอมาร์เกิดที่โซมาเลีย ครอบครัวเธอพยพหนีสงครามมาขอลี้ภัยที่สหรัฐตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอเป็น ส.ส.มุสลิมผิวดำคนแรกของสหรัฐ, โอคาซิโอ-คอร์เตซ เกิดที่นิวยอร์กแต่มีเชื้อสายเปอร์โตริโก และเพรสลีย์ เกิดที่ซินซินเนติ เป็น ส.ส.หญิงแอฟริกันอเมริกันคนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสี่ตอกกลับทรัมป์ผ่านทางทวิตเตอร์เช่นกัน โดยทาลิบทวีตว่า เธอกำลังต่อสู้การคอร์รัปชันในประเทศ &amp;quot;ของเรา&amp;quot; เธอต่อสู้มันทุกวันกับรัฐบาลของทรัมป์ในฐานะที่เธอเป็น ส.ส. ส่วนโอมาร์ทวีตว่า ทรัมป์กระพือลัทธิชาตินิยมของคนผิวขาว เพราะเขาโกรธที่คนอย่างพวกเธอได้เป็นสมาชิกคองเกรสและต่อสู้กับวาระที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพรสลีย์ทวีตว่า นี่ก็คือการเหยียดเชื้อชาติสีผิว ส่วนพวกเราคือสิ่งที่เป็นประชาธิปไตย ด้านโอคาซิโอ-คอร์เตซทวีตว่า ทรัมป์โกรธเพราะเขารับไม่ได้ที่อเมริการวมคนอย่างพวกเธอไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วทรัมป์เคยเรียกเสียงประณามเมื่อเขากล่าวถึงประเทศในแอฟริกาด้วยคำหยาบคายว่า &amp;quot;ชิตโฮล&amp;quot; และกล่าวถึงผู้อพยพที่ &amp;quot;รุกราน&amp;quot; สหรัฐ ทรัมป์ยังเป็นหัวขบวนของพวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดเรื่องสถานที่เกิดของบารัค โอบามา ว่าไม่ได้เกิดบนดินแดนของสหรัฐ จึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยานา เพรสลีย์ (ขวาสุด) ให้การต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กรณีนโยบายของทรัมป์ที่พรากเด็กจากครอบครัวผู้อพยพ พร้อมกับราชิดา ทาลิบ (กลาง)และอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ (ซ้าย) เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกนนำเดโมแครตหลายคนดาหน้าออกมาโจมตีทรัมป์ด้วย รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับทรัมป์ในปีหน้า กล่าวว่า การเหยียดเชื้อชาติสีผิวและความเกลียดคนต่างชาติไม่มีที่ยืนในอเมริกา ส่วน ส.ว.คามาลา แฮร์ริส กล่าวว่า การเหยียดผิวของทรัมป์ไม่เป็นอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันจันทร์ ทรัมป์ยังไม่เลิกรา โดยทวีตโจมตี ส.ส.หญิงเดโมแครตอีกว่า เมื่อไหร่พวก ส.ส.นิยมซ้ายหัวรุนแรงจะขอโทษประเทศของเรา ขอโทษชาวอิสราเอล และขอโทษสำนักงานประธานาธิบดี จากการใช้ภาษาหยาบคายและพูดสิ่งแย่ๆ คนมากมายโกรธพวกเธอและพฤติกรรมน่าเกลียดน่ากลัวและน่าขยะแขยงของพวกเธอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชิดา ทาลิบ, ส.ส.หญิงเดโมแครต, อยานา เพรสลีย์, อิลฮาน โอมาร์, อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ, เหยียดเชื้อชาติ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไล่กลับบ้านเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c8bd721d5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
