<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กเพื่อไทย’หนุนแนวคิดผู้ว่าแบงก์ชาติกู้1ล้านล.แต่ต้องไม่ใช่นายกฯประยุทธ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปีนี้ขยายตัวได้ 7.5% แม้จะดูเหมือนว่าจะดี แต่ความจริงคือปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ทรุดหนักติดลบหนักที่สุดโดยติดลบถึง -12.2% การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้ จึงมีความสำคัญมาก แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้เท่าที่ควร หลังจากที่ไตรมาสแรกติดลบไปแล้วถึง -2.6% ดังนั้นเศรษฐกิจไทยในปี 2564 นี้ยังคงมีโอกาสที่จะติดลบอยู่ เพราะในไตรมาส 3 นี้ยังคงจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการล็อกดาวน์ และอาจต้องล็อกดาวน์ยาวไปถึงไตรมาส 4 เลยก็ได้ ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคได้เตือนไว้ก่อนหน้าแล้ว แม้สภาพัฒน์จะคาดการณ์ว่าอาจจะขยายได้ 0.7-1.2% &amp;nbsp;แต่ ในภาคเอกชน นักวิชาการ ตลอดจนนักลงทุนต่างประเทศ เห็นว่ามีโอกาสจะติดลบได้สูง โดยคณะกรรมร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดเศรษฐกิจไทยจะติดลบได้ถึง -1.5% และนักลงทุนต่างประเทศ 70 % คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ อีกทั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดเศรษฐกิจไทยจะติดลบ - 2% และอาจติดลบถึง - &amp;nbsp;4% ได้ถ้ายังต้องล็อกดาวน์ต่อไป ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยจะต้องติดลบสองปีติดกัน หลังจากที่ปีที่แล้วที่ติดลบ -6.1% จะทำให้ประชาชนมีความลำบากอย่างมาก ธุรกิจจะเจ๊งและล้มละลายกันมาก คนตกงานจะพุ่งสูง คนจะฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจกันมาก ถ้าไม่ตายด้วยไวรัสโควิดเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความล้มเหลวในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ทั้งความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด ความผิดพลาดในการบริหารวัคซีน ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจมาตลอด 7 ปี โดยต้องเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจหลายชุดแต่ก็ไม่ดีขึ้น จะส่งผลให้ประเทศไทยเสื่อมถอยและล้มเหลวจนกลายเป็นประเทศที่จะฟื้นตัวช้าที่สุดจากการจัดอันดับของสื่อหลักญี่ปุ่น นิเคอิ เอเชีย โดยปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ยังตอบไม่ได้เลยว่า จะต้องล็อกดาวน์อีกกี่เดือน วัคซีนคุณภาพจะมาเมื่อไหร่ เศรษฐกิจจะทรุดหนักขนาดไหน ประชาชนจะทนอยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้อย่างไร เหมือนประเทศไทยไม่มีทิศทาง และไม่มีผู้นำแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับตัวเองว่าหมดสภาพการนำประเทศนี้แล้ว ทุกอย่างมีแต่จะแย่ลง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎาระบุต่อว่า ล่าสุดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) &amp;nbsp;ได้ออกมาเสนอให้รัฐบาลกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดมานานกว่า 1 ปี โดยประชาชนขาดรายได้ไปกว่า 2.6 ล้านล้านบาท และหนี้ครัวเรือนได้พุ่งขึ้นสูง ทั้งนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับแนวคิดว่าควรจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เช่นนี้ แต่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะใช้เงินดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ได้ เมื่อพิจารณาย้อนหลัง จากการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลย พล.อ.ประยุทธ์ยังติดวิธีคิดเดิมๆ ที่ บริหารด้วยการโดนด่า ถูกด่าก่อนถึงจะคิดทำ โดยไม่มีการคิดและวางแผนล่วงหน้า บริหารแบบรอวันเจ๊ง แบบปล่อยให้ประเทศและประชาชนเป็นไปตามยถากรรม ไม่มีทิศทางและขาดวิสัยทัศน์ และไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญของเรื่องที่ทำได้เลย กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่นำไปซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพเข้ามาฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง จนเกิดการระบาดรอบใหม่ ทำให้คนเจ็บคนตาย และ เศรษฐกิจพังพินาศ ขนาดทุกอย่างเละเทะแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ รมว. กลาโหม ยังปล่อยให้กองทัพเรือเสนอซื้อเรือดำน้ำเข้ามาได้ แม้ต่อมาจะถอนเรื่องออกไปก็ตาม แค่เรื่องเท่านี้ก็พอรู้ได้แล้วว่า ถ้าให้พลล.อ.ประยุทธ์กู้มาอีกก็จะไม่เกิดประโยชน์ ประเทศไทยจะมีหนี้สาธารณะมากขึ้น แต่เศรษฐกิจจะไม่ฟื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์น่าจะต้องเริ่มต้นจากการลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นทั้งหมด งบทหาร การเกณฑ์ทหาร และ งบซื้ออาวุธ บ้างต้องลดและบ้างต้องยกเลิกไปเลย กล้าหรือไม่ ก่อนที่จะคิดกู้เพิ่ม &amp;nbsp;เริ่มฝึกใช้เงินให้มีประสิทธิภาพก่อนจะดีไหม ถ้าจะกู้มั่วๆแล้วถึงตอนนั้นจะไปขึ้นภาษีแวตเป็น 10% จะถูกประชาชนด่ากันทั้งเมือง และคงจะขึ้นภาษีแวตไม่ได้แน่ เพราะประชาชนจะไม่มีปัญญาจ่าย ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ว่าการ ธปท. ได้ศึกษาการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ก่อนที่จะแนะนำ เพราะแม้แนวคิดจะดี แต่ถ้าคนทำไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่เกิดประโยชน์ จะเสียหายเพิ่มขึ้นเปล่าๆ โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงได้รัฐบาลใหม่ที่มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหาร จึงควรจะเร่งกู้เพื่อเร่งแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในภาวะเช่นนี้ ประเทศต้องการผู้นำที่เชื่อถือได้ มีหลักคิดดี มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ที่จะนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตและพัฒนาต่อไปได้ ผู้นำที่พิสูจน์แล้วว่าไร้ความสามารถไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ และจะยิ่งเพิ่มปัญหา หมดเวลาสำหรับผู้นำที่หมดสภาพแล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องรู้ตัวเองได้แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท, คณะทำงานเศรษฐกิจ, นายกฤษฎา ตันเทิดทิตย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c6574215a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กเพื่อไทย’แสนรู้บอก‘บิ๊กตู่’ถูกด่าเยอะเลยลดเพดานกู้เหลือแค่5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ครบรอบ 7 ปีการปฏิวัติประเทศย่ำแย่ทุกด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบประมาณแล้ว 20.8 ล้านล้านบาท และจะใช้งบประมาณปี 2565 อีก 3.1 ล้านล้านบาท โดยจะกู้ชดเชยงบประมาณถึง 7 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีการกู้อีก 5 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งแต่แรกจะกู้ 7 แสนล้านบาท แต่พอถูกตำหนิจากทุกฝ่ายอย่างมากตามฉายาดีแต่กู้ จึงต้องลดลงมาเหลือ 5 แสนล้านบาท แต่ก็ยังมาก และการเก็บรายได้ปีนี้จะไม่ได้ตามคาดหมายอีกกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะทะลุ 9 ล้านล้านบาท และ ในปีนี้อย่างไรหนี้สาธารณะก็จะพุ่งทะลุเกิน 60% ของจีดีพี เพราะพล.อ.ประยุทธ์ รู้แต่จะกู้แต่ไม่รู้จักการหารายได้ หนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนหนี้ล้นได้ อีกทั้งหนี้ครัวเรือนก็พุ่งทะลุเกิน 90% แล้ว หนี้เสียธนาคารก็เพิ่มมากขึ้น โดยที่การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์มองไปทางไหนก็เห็นแต่หนี้เต็มไปหมด แต่ไม่เห็นทางออกของประเทศที่จะพัฒนาต่อไปได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;7 ปี ที่ผ่านมา เรื่องที่เสียดายที่สุดคือการเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ หากพรรคเพื่อไทยยังบริหารประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะสามารถพัฒนาประเทศได้ดีกว่านี้มาก โครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะได้พัฒนาในหลายด้าน โดยเฉพาะทางคมนาคม และการศึกษา โดยที่หนี้สาธารณะก็จะไม่เพิ่มมากขนาดนี้ และในฐานะที่เป็น ส.ส.หนองคาย เรื่องที่เสียดายที่สุด คือโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อไปถึงจังหวัดหนองคาย ซึ่งจะพัฒนาจังหวัดหนองคายไปได้อีกมาก ทั้งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งหากได้มีการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก็จะเชื่อมต่อกับเส้นทาง ลาว-จีน ที่จะเสร็จในเดือนธันวาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการค้าที่จะเกิดขึ้น มูลค่าจากการท่องเที่ยวซึ่งหลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นี้ นักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีการใช้จ่ายเป็นอันดับ 1 ของไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ ที่ต้องการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ &amp;nbsp;ไปจนถึงการดึงเอานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศเอง ถือว่าเรากำลังเสียโอกาสจำนวนมหาศาล ซึ่งจากแผนการของรัฐบาลปัจจุบัน โครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2572 ซึ่งช้าไปถึง 9 ปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎากล่าวว่า อยากจะแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พัฒนาการค้าชายแดนให้มีการพัฒนาขึ้น โดยอยากให้ข้อมูลดังนี้ ด่านศุลกากรหนองคายระบุว่า ในปีงบประมาณ 2562 ด่านศุลกากรหนองคายมียอดมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกระหว่างไทยกับ สปป.ลาวรวม 64,910.74 ล้านบาท เทียบกับปีงบประมาณ 2561 ที่มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกรวม 60,474.070 ล้านบาท เพิ่มมากขึ้นถึง 4,436.67 ล้านบาท โดยแยกเป็นมูลค่าการส่งออก 55,326.684 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 ถึง 3,670.638 ล้านบาท และนำเข้าจาก สปป.ลาว 9,584.056 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 เพียง 766.032 ล้านบาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 มีมูลค่ารวม 60,474.070 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าส่งออก 51,656.046 ล้านบาท และนำเข้าจาก สปป.ลาว 8,818.024 ล้านบาท แต่ผลกระทบของโควิด-19 จากข้อมูลของด่านศุลกากรหนองคายยังพบอีกว่า หลังจากที่จังหวัดหนองคายและ สปป.ลาวได้ปิดจุดผ่อนปรนและจุดผ่านแดนชั่วคราว รวมไปถึงด่านท่าเรือหายโศกในเขตเทศบาลเมืองหนองคายมาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 ห้ามการผ่านเข้า-ออกทั้งรถทั้งคน รวมไปถึงห้ามขนส่งสินค้า ทำให้รถขนส่งสินค้าที่ผ่านเข้า-ออกด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20% และวันที่มีรถขนส่งสินค้ามากที่สุด คือ วันจันทร์และวันศุกร์ มีจำนวน 600-700 คัน ส่วนในวันธรรมดาจะมีจำนวน 30-400 คัน แต่ถึงแม้ตัวเลขรถขนส่งจะเพิ่มขึ้น แต่นั่นหมายความว่าธุรกิจ SME และร้านค้าที่เคยมีคนลาวข้ามมาซื้อของ ตอนนี้เท่ากับไม่มีเลย เพราะไม่สามารถข้ามได้ หลายรายต้องปิดตัวลง เพราะจ่ายค่าเช่าไม่ไหว บางรายต้องหาช่องทางอื่นในการเพิ่มรายได้เพื่อประคองจนกว่าสถาณการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้ และหันมาเร่งพัฒนาการค้าชายแดนทั้งหมดให้คล่องตัว ไม่ใช่แต่เฉพาะที่จังหวัดหนองคาย ก็จะช่วยพัฒนาและฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ และการค้าชายแดนในอนาคตจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการค้าขายระหว่างประเทศในอาเซียนด้วย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการค้าระหว่างกันถึง 40% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมุ่งเน้นนโยบายการค้าชายแดน และ การค้าระหว่างอาเซียนนี้เป็นนโยบายเศรษฐกิจหลักที่จะนำมาพัฒนาประเทศ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;7 ปีของการปฏิวัติ ข้อมูลข่าวสารเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลมีมากมาย &amp;nbsp;แต่ความเสียหายที่มากกว่าการทุจริตคอร์รัปชันคือ การเสียโอกาสของประเทศ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ที่ขาดความรู้ความสามารถและขาดวิสัยทัศน์ ได้ทำให้ประเทศไทยเสียดายและเสียโอกาสไปอย่างมาก และหากพลเอกประยุทธ์ยังคงดื้อรั้นที่จะบริหารประเทศอยู่ ประเทศไทยก็จะเสียโอกาสไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจะทำให้ประเทศไทยพัฒนารั้งท้ายในอาเซียนควบคู่ไปกับมินอ่องลาย เผด็จการทหารของประเทศเมียนมาร์ที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ติดต่อกันลับหลังตลอด จนทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยไม่ต่างจากประเทศเมียนมาร์และมีโอกาสที่จะพัฒนารั้งท้ายคู่กันถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ยอมวางมือ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้, นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbdc6d734e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
