<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาลเปิดสัญญาสั่งซื้อ‘โมเดอร์นา’  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2564 - นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณกล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคาร 6 ก.ค. มีมติอนุมัติให้นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา เป็นวาระลับที่สุด โดยให้ความเห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม(อภ.) ทำความตกลงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาว่า ในฐานะประธานคณะ กมธ.ติดตามงบฯ ขอเรียกร้องรัฐบาลเปิดเผยสัญญาการสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นาต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งตัวเลขจำนวนยอดสั่งซื้อ ราคาต่อหน่วย ตลอดจนเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญา เรื่องนี้ไม่สมควรเป็นเรื่องลับที่สุด ประชาชนมีสิทธิที่จะต้องรู้ว่าจะมีวัคซีนเข้ามาเท่าไหร่ ราคาต้นทุนเท่าไหร่ ประชาชนจะต้องจ่ายเท่าไหร่สำหรับวัคซีนทางเลือก ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนต้องได้รับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลโดยรัฐอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ไทยอาจจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นในวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา จนต้องยอมควักเงินจ่ายค่าวัคซีนเอง ซึ่งมียอดจองวัคซีนโมเดอร์นาจนระบบล่มภายในไม่กี่นาที ปรากฎการณ์นี้หมายถึง ความไม่เชื่อถือในคุณภาพวัคซีน Sinovac ที่รัฐบาลกำลังโฆษณาชวนเชื่อว่า ฉีด 3 เข็มเทียบเท่ากับ Pfizer ทั้งๆ ที่อาจารย์แพทย์หลายท่านทักท้วงว่า ไม่สามารถต้านไวรัสกลายพันธุ์ได้ และแทนที่รัฐบาลโดยเฉพาะ ศบค.จะรีบจัดหาวัคซีนตัวใหม่ที่ผลิตโดยเทคโนโลยี mRNA ที่ยืนยันว่าต้านสายพันธุ์ใหม่ๆได้ กลับสั่งซื้อวัคซีนเกรด C เพิ่มมายัดเยียดให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประชุมลับในวาระพิจารณาทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา มีวาระซ่อนเร้น จึงขอให้ ศบค.เปิดเผยตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบราคาวัคซีนทุกตัวที่รัฐบาลสั่งซื้อทั้งหมด และเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชน&amp;quot; นายไชยากล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108930</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไชยา พรหมา, ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ, พรรคเพื่อไทย, วัคซีน, ส.ส.หนองบัวลำภู, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e54d1842cbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย ข้องใจ ปลัดมท. จัดหาวัคซีนเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ส.ส.หนองบัวลำภู และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท้วงหนังสือคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่มีถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเพื่อจัดหาวัคซีนให้กับพนักงานของบริษัทเอกชนรายหนึ่งทั่วประเทศเกือบ 7 หมื่นคนที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนทั้งที่ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนังสือดังกล่าว มีความเห็นว่า บริษัทเอกชนรายนั้นมีขีดความสามารถในการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้กับพนักงานของตนเองได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเบียดบังวัคซีนในส่วนที่จัดไว้เพื่อบริการประชาชนเลย &amp;nbsp;ถ้าหากกระทรวงมหาดไทยมีความปรารถนาดีจะสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาวัคซีนเพิ่มก็น่าจะจัดหาวัคซีนสำหรับกำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นด่านหน้าในพื้นที่ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มหาดไทยมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและกรุงเทพมหานครให้การสนับสนุนวัคซีนให้กับเอกชนรายใหญ่นั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและจะถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106944</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, จัดหาวัคซีน, ส.ส.หนองบัวลำภู, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60ceb8a4da901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยฟันธงประยุทธ์ ชิงยุบสภาฯแน่ จวกใช้งบ4.5หมื่นล้านสร้างฐานการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2564 นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น วงเงิน4.5หมื่นล้านบาท ที่ถูกมองจะเป็นการใช้งบประมาณสร้างฐานการเมืองในจังหวัดส.ส.ซีกรัฐบาล เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมืองว่า แม้จะติดสถานการณ์โควิด ประชุมกมธ.ไม่ได้ แต่กมธ.พยายามติดตามการใช้งบโครงการดังกล่าวอยู่ ทราบว่าแต่ละจังหวัดจะสรุปโครงการต่างๆของส่วนราชการต่างๆในวันที่26-29 เม.ย.นี้ เพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา เป็นห่วงว่า โครงการเหล่านี้อาจมีลักษณะเป็นโครงการเก่าที่เคยเสนอมาในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด วงเงิน 4แสนล้านบาท แต่ไม่ผ่านการอนุมัติอาจถูกนำเสนอกลับมาใหม่ โดยโยกมาอยู่ในงบฟื้นฟู 4.5หมื่นล้านบาทครั้งนี้แทน โดยเฉพาะหมวดโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ อาจมีการส่งสัญญาณเอื้อประโยชน์ให้กับจังหวัดส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อชิงความได้เปรียบ สร้างฐานเสียงทางการเมือง สอดรับกับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบให้รัฐมนตรีแต่ละคนใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวว่า กมธ.ไม่ขัดข้องในการใช้เม็ดเงินผ่านโครงการต่างๆไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาในพื้นที่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้ฝ่ายใด งบฟื้นฟู4.5หมื่นล้านบาทของกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ มองเป็นอื่นไม่ได้ว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ขณะนี้รัฐบาลถูกปัญหารุมเร้ามาก แก้ปัญหาโควิดล้มเหลว มีกระแสให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี อาจทำให้รัฐบาลตัดสินใจชิงยุบสภาแก้ปัญหา ภายหลังจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 ผ่านรัฐสภา และมีผลบังคับใช้ในเดือนต.ค.2564 &amp;nbsp;เป็นไปได้อาจยุบสภาเดือนพ.ย.-ธ.ค.2564 ให้จัดเลือกตั้งใหม่ โดยที่รัฐบาลยังมีความได้เปรียบเรื่องงบประมาณ และกติการัฐธรรมนูญฉบับเดิม ที่250ส.ว.ยังคงอยู่ ทำให้กลุ่มอำนาจเดิมยังมีความได้เปรียบในการฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ ตัวนายกฯอาจไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะคงกลับมาลำบาก แต่ก็ยังเป็นทีมในกลุ่มอำนาจเดิม ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร โดยส.ว.จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดตัวนายกฯใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100683</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ยุบสภา, ส.ส.หนองบัวลำภู, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60854a74bbdff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;วอน&#039;ทัพเรือ-รัฐบาล&#039;คิดให้รอบคอบซื้อเรือดำน้ำจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประชาชนเข้าใจดีในหน้าที่หลักของกองทัพเรือเพื่อป้องกันประเทศทางทะเล สำหรับการจัดหาอาวุธเพื่อป้องกันประเทศทางทะเลนั้นจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบในมิติต่างๆ ให้รอบคอบอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างซบเซามายาวนานและผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะจบสิ้นเมื่อใด ประชาชนตกอยู่ในสภาพทำมาหากินลำบาก ธุรกิจขยายกลางขนาดเล็กต้องปิดกิจการ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ &amp;nbsp;รัฐบาลต้องแบกรับภาระด้านงบประมาณที่ขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี อยากให้กองทัพเรือได้ทบทวนและเข้าใจต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นจริง ให้พิจารณาถึงความเหมาะสมกับสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวว่า ถ้าประเทศเรามีฐานะทางเศรษฐกิจดี มีเงินไม่จำกัดและสถานการณ์เอื้ออำนวย เราอยากซื้ออะไร มากน้อยแค่ไหนก็ทำได้ แต่ถ้าฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศไม่เอื้ออำนวย &amp;nbsp;การใช้จ่ายเงินเกินตัวอาจเป็นอันตรายต่อฐานะทางการเงินของประเทศ การซื้อเรือดำน้ำที่ต้องผูกพันงบประมาณหลายปี ย่อมส่งผลกระทบความต่อการบริหารงบประมาณของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะงบประมาณของกองทัพเรือเองซึ่งอาจกระทบต่อภารกิจอื่นของกองทัพเรือเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลและกองทัพเรือทบทวนและรับฟังข้อมูลรอบด้าน อย่ามองว่าเป็นการเสียหน้าหรือเป็นเรื่องโจมตีทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวอีกว่า อยากให้พิจาณาด้วยความรอบคอบถึงความคุ้มค่า เพราะการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนในครั้งนี้ อาจไม่เหมาะที่จะใช้งานในอ่าวไทย เพราะเรือต้องการความลึกที่ปลอดภัยในระดับ 50 เมตรขึ้นไป ในขณะที่พื้นที่อ่าวไทยมีความความลึกเฉลี่ยประมาณ 44 เมตรเท่านั้น และมีเนื้อที่ในส่วนที่เป็นเขตเศรษฐกิจน่านน้ำไทยประมาณ 2 แสนตารางกิโลเมตร (กรมทรัพยากรธรณี, 2555) ซึ่งเหลือพื้นที่แคบมากสำหรับการปฏิบัติการใต้น้ำ อีกทั้งเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่มีความลึกปลอดภัย (safe depth) ประมาณ 60 เมตรจะไม่สามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้ตั้งแต่ครึ่งอ่าวไทยตอนบน และถ้าจำเป็นที่ต้องจัดหาในอนาคต ควรเป็นเรือที่ปฏิบัติการใต้น้ำได้ทั่วทั้งอ่าวไทยและนอกอ่าวไทย ที่เรียกว่า เรือดำน้ำชายฝั่ง (coastal submarine) และเรือดำน้ำจิ๋ว (midget submarine) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและประหยัดงบประมาณกว่า รัฐบาลและกองทัพเรือ ไม่ควรอ้างถึงเรื่องความมั่นคงทางกองทัพอย่างเดียว หรือมองว่าประเทศอื่นเขามีและเราจะต้องมีตามเขา เพราะความจำเป็นของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน สถานการณ์ในวันนี้ควรชะลอการสั่งซื้อหรือยืดระยะเวลาออกไป ให้สถานะทางเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและโอกาสเอื้ออำนวยมากกว่านี้ จะเป็นผลดีสำหรับประเทศในภาพรวม อีกทั้งในโลกสมัยใหม่การสร้างดุลอำนาจทางการเมืองและทางการทหาร ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีอาวุธเหนือกว่าใคร แต่อยู่ที่การสร้างดุลอำนาจบนโต๊ะเจรจาทางการทูตมากกว่า จึงอยากให้รัฐบาลและกองทัพเรือรับฟังด้วยเหตุผลโดยปราศจากการมีอคติกับคนที่เห็นต่างในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.หนองบัวลำภู, สภาผู้แทนราษฎร, เรือดำน้ำ, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885450b470d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
