<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาฯเขียนบทความ&#039;กกต.ไม่ควรส่งปัญหาส.ส.หลุดตำแหน่งไปให้ศาลรธน.วินิจฉัย&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64-นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ออกบทความเรื่อง &amp;quot;กกต. ไม่ควรส่งปัญหา สส. หลุดจากตำแหน่งในคดี กปปส. ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;quot; ระบุว่า 1) หลังจากศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เป็นจำเลย 39 คน เสร็จเมื่อเย็นวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ของจำเลย 8 คน ไปให้ศาลอุทธรณ์สั่งในคืนเดียวกัน และมีการอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ในเช้าวันเสาร์ที่ 26 เดือนเดียวกัน ทำให้จำเลย 8 คนดังกล่าวถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพรวม 2 วัน จึงมีปัญหว่า สมาชิกภาพของ สส. 2 คน ในคดีนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ปัญหานี้มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย 2.1 ฝ่ายแรกเห็นว่า ยังไม่สิ้นสุดลง โดยให้เหตุผลว่า (ก) เป็นเพียงกระบวนการควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างรอคำสั่งของศาลเท่านั้น ซึ่งปกติก็จะมีการควบคุมไว้ที่ชั้นล่างของศาล แต่เนื่องจากในวันนั้นหมดเวลาราชการจึงต้องเปลี่ยนที่ควบคุมไปเป็นเรือนจำ กรณีจึงไม่พ้นจากตำแหน่ง ส.ส ถ้าถูกจำคุกเพียง 1 ชั่วโมงแล้วต้องขาดคุณสมบัติความเป็นส.ส. จนนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ จะทำให้รัฐเกิดความเสียหายจากการต้องเสียเงินหลายสิบล้านบาทสำหรับการจัดการเลือกตั้งซ่อม (ข) จำเลยไม่ได้ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกอันจะทำให้สมาชิกภาพต้องสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(13) (ค) รัฐธรรมนูมาตรา 125 วรรคแรกบัญญัติว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ในวันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2564 อยู่ในระหว่างสมัยประชุมของรัฐสภา ดังนั้นการที่ศาลอาญาออกหมายขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาส่งตัวนายถาวรไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ .....จึงเป็นการกระทำที่ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ย่อมใช้บังคับไม่ได้ จึงต้องถือว่าไม่มีการออกหมายขังนายถาวร และนายถาวรไม่ได้ถูกคุมขังโดยหมายของศาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (6) .....ดังนั้นสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายถาวรจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 98(6) .....กล่าวโดยสรุปคือนายถาวร เสนเนียม ยังมีฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ฝ่ายหลังเห็นว่า สิ้นสุดลงแล้ว โดยให้เหตุผลว่า (ก) คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยดังกล่าว โดยไม่รอการลงโทษ ศาลออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา (แบบพิมพ์ 51 ตรี (สีเหลือง)) ดังนั้น แม้จำเลยจะถูกขังหรือจำคุกเพียง 1 วัน ก็เข้าข่ายถูกคุมขังโดยหมายของศาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(6) สมาชิกภาพ ส.ส.ของจำเลยดังกล่าวจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว
อนึ่ง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของ สส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 มีทั้งหมด 13 ข้อ แต่ละข้อย่อมเป็นเอกเทศต่อกัน มาตรา 101(13) เป็นกรณีต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้ไม่ได้ติดคุกจริง เพราะมีการรอการลงโทษ สมาชิกภาพก็ต้องสิ้นสุดลง โดยมีข้อยกเว้นที่ไม่สิ้นสุดลงอยู่ 3 กรณี คือ กระทำโดยประมาท &amp;nbsp;ความผิดลหุโทษ และความผิดฐานหมิ่นประมาท คดีนี้ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 101(13) แต่เป็นกรณีที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัว สส. ในระหว่างสมัยประชุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคหนึ่ง เป็นข้อห้ามที่จะสอบสวนในฐานะที่ สส. ผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา (แต่เจ้าพนักงานมีอำนาจจับในขณะที่ สส. กระทำความผิด) ไม่ได้ใช้กับการพิจารณาคดีของศาล ซึ่งเป็นกรณีตามวรรคสี่ของมาตรานี้ ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีนั้นในสมัยประชุมได้ในกรณีที่ไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา และเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก สส. ผู้นั้น โดยยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลก็มีอำนาจออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกาได้ ไม่ได้ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแต่ประการใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) เทียบเคียงกับคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้องของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สส. พรรคเพื่อไทย จึงถือว่าเข้าข่ายถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลแล้ว ดังนั้น สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายนวัธย่อมสิ้นสุดลง (ค) สอดคล้องกับคำพิพากษาปกครองสูงสุดที่ อ. 2162/2559 ที่วินิจฉัยว่า แม้ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ในวันเดียวกัน แต่ศาลแขวงก็มีคำสั่งให้ส่งคำร้องของผู้ฟ้องคดีไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาสั่ง โดยมิได้มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวผู้ฟ้องคดี และมีหมายลงวันที่ 18 กันยายน 2555 จำคุกผู้ฟ้องคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยผู้ฟ้องคดีชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลแขวงจึงมีหมายลงวันที่ 19 กันยายน 2555 ปล่อยตัวผู้ฟ้องคดีก็ตาม กรณีถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 45(4) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แล้ว สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีจึงสิ้นสุดลงตามนัยมาตรา 47 ตรี วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 47 ทวิ (3) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แม้จะเป็นการถูกคุมขังเพียง 1 วัน และต่อมาผู้ฟ้องคดีจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ก็ไม่ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีซึ่งสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายกลับฟื้นคืนมาได้แต่ประการใด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีสิ้นสุดลง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ผู้เขียนมีความเห็นว่า สมาชิกภาพของ สส. 2 คน ในคดี กปปส. (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายถาวร เสนเนียม) ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยเหตุผลตามข้อ 2.2 แล้ว รัฐพึงจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง และประธานสภาผู้แทนราษฎรพึงประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เลื่อนขึ้นมาเป็น สส. แทนตำแหน่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อที่ว่างลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) กกต. ควรส่งปัญหา สส. หลุดจากตำแหน่งในคดี กปปส. ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่
ผู้เขียนเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ. 2560 มาตรา 21 การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจของ กกต. ต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 215 วรรคสอง คดีนี้ปัญหาเกี่ยวกับสมาชิกภาพของ สส. สิ้นสุดลง เพราะเหตุที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลมีคำตอบที่ชัดเจนและตกผลึกแล้ว กกต. จึงควรใช้ความกล้าหาญดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดสงขลาแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่ควรส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94508</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายวัส ติงสมิตร, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.หลุดตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b4da13a2cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
