<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่พับแผนยึดหอศิลป์!สภากรุงเทพฯยำมูลนิธิฯ-ผุด11กรรมการศึกษาการดำเนินงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย. 61 - ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 9) ประจำปี พ.ศ. 2561 โดยมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาส ภาสสัทธา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญการศึกษาการดำเนินงานของหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การดำเนินงานของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและมีผลสัมฤทธิ์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่สี่แยกปทุมวัน เป็นที่รองรับการแสดงออกทางผลงานและเก็บรักษาผลงานตลอดจนเป็นที่รวมกลุ่มศิลปิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมแก่เด็กเยาวชนและผู้สนใจในศิลปะ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะเยาวชนที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งสามารถแสวงหาความรู้ และได้แสดงออกด้านศิลปะตามที่ตนถนัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาส กล่าวว่าอย่างไรก็ตามเมื่อแรกเริ่มดำเนินการ กรุงเทพมหานครมีแนวคิดให้หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครบริหารงานโดยไม่ยึดติดรูปแบบระบบราชการ จึงใช้การบริหารงานโดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าไปใช้บริการทั้งในและนอกเวลาราชการ และให้มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยใช้งบประมาณกรุงเทพมหานครสนับสนุนเท่าที่จำเป็นภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและมูลนิธิหอศิลป์ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่การบริหารงานของหอศิลป์ฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกรุงเทพมหานครปีละหลายสิบล้านบาทผ่านทางสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โดยสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งการบริหารจัดการดังกล่าวขององค์กรภายนอกยังไม่มีความชัดเจนถึงการใช้จ่ายงบประมาณของหอศิลป์ฯ ว่าคุ่มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร ทำให้สภากรุงเทพมหานครไม่อาจพิจารณาถึงปัจจัยอันจะนำไปสู่การให้ความเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณของหอศิลป์ฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แท้จริง ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเห็นว่าควรมีการศึกษาการดำเนินงานของหอศิลป์ฯให้เกิดผลสัมฤทธิ์แท้จริง ให้เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างชัดเจน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.โกจนาท จุณณะภาต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไปใช้ประโยชน์ในทางอื่น ซึ่งกรุงเทพมหานครมหานครเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณและมีมูลนิธิหอศิลป์ฯเป็นผู้บริหารจัดการ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหอศิลป์ฯ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนงบประมาณแก่หอศิลป์ และไม่เก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมูลนิธิหอศิลป์ฯจะต้องทำการบริหารจัดการใหม่ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ต้องรับการสนับสนุนงบประมาณจากกทม.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ โกมลศุภกิจ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจะได้รับเงินสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครปีละประมาณ 40 ล้านบาท อย่างน้อย 3-4 โครงการ รวมค่าน้ำและค่าไฟ อีกทั้งยังมีการใช้เงินในงบประมาณนี้ส่วนหนึ่ง จ่ายเป็นค่าเดินทางให้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานกรุงเทพมหานครกว่า 50% ซึ่งการจ่ายเงินให้กับหน่วยงานภายนอกที่ไม่ใช่หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ระบุว่า ในกรณีจําเป็นกรุงเทพมหานครอาจมอบให้เอกชนกระทํากิจการซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการหรือค่าตอบแทน ที่เกี่ยวข้องแทน กรุงเทพมหานครได้แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเสียก่อน ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 ผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตามนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โดยหลักการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อสร้างจากภาษีประชาชน ในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูง(Prime area) ถึง 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และการให้ผู้ใดใช้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชนหรือองค์กรต่างๆ ก็เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเช่นกัน ซึ่งการของบประมาณในปี 2554 ถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้อนุมัติงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกรุงเทพมหานครตระหนักดีว่า เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีของประชาชน จึงต้องทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เมื่อพิจารณาดูแล้วมีความไม่ชัดเจน และกฎหมายที่ใช้ในการบริการจัดการทรัพย์สินไม่สอดคล้องกับฉบับปัจจุบัน นอกจากนี้ตามข้อตกลงในข้อ 10 ระบุว่า ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามผู้ให้สิทธิ ผู้ให้สิทธิสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายชดเชยใดๆจากผู้ให้สิทธิทั้งสิ้น และในสัญญานี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้มีสิทธิให้เงินสนับสนุนแต่อย่างใด ซึ่งมูลนิธิหอศิลป์ฯ ต้องดำเนิการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เกิดรายได้ขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องศึกษาให้ครอบคลุมอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบกับญัตติฯ ดังกล่าว และให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณา จำนวน 11&amp;nbsp;คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร 4 &amp;nbsp;คน และฝ่ายนิติบัญญัติ 7 คน กำหนดพิจารณาศึกษาภายในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., สก., สภากรุงเทพมหานคร, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, หอศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e6ee05b54e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
