<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สขค.เข้มวิจัยแข่งขันการค้า ดัน&#039;ธุรกิจโลจิสติกส์&#039;สู่สากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;#39;สขค.&amp;#39; ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ ศึกษาวิจัยการแข่งขันทางการค้าในธุรกิจโลจิสติกส์ไทย หวังเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศาตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563 ว่าสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่และอภิปรายผลการศึกษาการประเมินการแข่งขันทางการค้าในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ (The Launching Event of Thailand&amp;rsquo;s Competition Assessment Reports) ภายใต้โครงการความร่วมมือ OECD &amp;ndash; ASEAN Competition Assessment &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดยมี ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (Dr. Sansern Samalapa, Vice Minister for Commerce) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการสาขาโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;rdquo; (TBC)&amp;nbsp; ร่วมด้วย H.E. Mr. Brian Davidson เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยมากล่าวเปิดงาน ดร.สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง อดีตรองเลขาธิการอาเซียนบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ &amp;ldquo;ความร่วมมือในภูมิภาคและการแข่งขันทางการค้าในมุมมองของอาเซียน (Regional Cooperation and Competition: ASEAN Focus)&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นในวันพุธที่ 16 ก.ย. 2563&amp;nbsp; ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;โดยจัดให้มีการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ ให้องค์กรกำกับดูแลการแข่งขันในประเทศสมาชิกอาเซียน องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางออนไลน์อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศาสตราจารย์สกนธ์&amp;nbsp; ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือ OECD &amp;ndash; ASEAN Competition Assessment ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอาเซียน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) และรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่มุ่งปฏิรูปกฎระเบียบและนโยบายด้านโลจิสติกส์ให้ส่งเสริมการแข่งขัน และยกระดับการแข่งขันระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ ด้วยการร่วมจัดทำรายงานการศึกษา 2 เรื่อง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.รายงานการศึกษาการประเมินกฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ของประเทศไทย (OECD Competition Assessment Reviews: Thailand &amp;ndash; Logistics Sector 2020) ซึ่งเป็นการศึกษาบริบทของการประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการประเมินกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องธุรกิจในสาขาโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า อาทิ การขนส่งสินค้า (Freight Transportation) ธุรกิจตัวกลางในการจัดส่งสินค้า (Freight Forwarding) การบริการขนส่งพัสดุย่อย (Small Package Delivery Services) การให้บริการคลังสินค้า (Warehousing Services) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.รายงานการศึกษาการประเมินความเป็นกลางทางการแข่งขันในธุรกิจขนส่งพัสดุย่อย (OECD Competitive Neutrality Reviews: Thailand - Small-Package Delivery Services) โดยจะมุ่งเน้นการศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความสำคัญและกรอบการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย รัฐวิสาหกิจและการแข่งขัน ภาพรวมของธุรกิจการขนส่งพัสดุย่อยของประเทศไทย และการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในธุรกิจขนส่งพัสดุย่อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา สขค. ได้ร่วมดำเนินการจัดทำรายงานกับคณะทำงาน OECD อย่างใกล้ชิดด้วยการให้ข้อมูล และข้อคิดเห็น รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสาขาโลจิสติกส์เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และความเห็นต่อการศึกษาเพื่อจัดทำรายงานทั้งสองฉบับ พร้อมทั้งประมวลและวิเคราะห์ข้อมูล และนำส่งให้คณะทำงาน OECD ดำเนินการจัดทำรายงานต่อไป และในปัจจุบันรายงานข้างต้นทั้ง 2 ฉบับ ได้ถูกจัดทำขึ้นเสร็จสิ้นเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;quot;กิจกรรมข้างต้นนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การเสริมสร้างความตระหนักรู้และเผยแพร่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของผลการศึกษาให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เกิดความเข้าใจ และให้ความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการกำหนดนโยบายหรือกฎระเบียบในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ที่ส่งเสริมการแข่งขัน อันเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และยกระดับการแข่งขันระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการการแข่งขันทางการค้าในระดับสากล&amp;rdquo; ศาตราจารย์สกนธ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77709</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.), ดร.สรรเสริญ สมะลาภา, ธุรกิจโลจิสติกส์, สกนธ์ วรัญญูวัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f62da0d26719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังแจ่มแจ๋ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2561 มีสัญญาณดีทุกตัว ทั้งราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การเพิ่มกำลังการผลิตที่จะส่งผลดีต่อการจ้างงาน ส่งผลให้การบริโภคเพิ่มขึ้น ด้านการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตทะลุเป้า 8% อาจทำได้ 9-10% เหตุมีการผ่อนคลายด้านแรงงาน บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนสงครามการค้า กระทบไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจที่กระทรวงพาณิชย์ติดตามดูแลอยู่มีแนวโน้มดีขึ้นทุกตัว โดยราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะยังคงมีราคาดีขึ้น แม้ว่าบางตัวจะมีปัญหาด้านราคาบ้าง แต่ในภาพรวมคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม พบว่า มีการเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน ส่งผลให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้เกษตรกรและแรงงานที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในด้านการบริโภค มีสัญญาณการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้ของภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น และอัตราการจ้างงานที่ขยายตัวสูงขึ้น และยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยลดค่าครองชีพ ทำให้ผู้มีบัตรมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อ เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ล่าสุดถึงเดือนมิ.ย.2561 เพิ่มขึ้น 1.38% โดยเงินเฟ้อไม่ได้เป็นแรงกดดัน เนื่องจากราคาสินค้ายังเป็นปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในด้านการลงทุน ขยายตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และความเชื่อมั่นผู้ประกอบการดีขึ้น และสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก วัสดุก่อสร้าง ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ และภาครัฐเอง ก็มีการเร่งขับเคลื่อนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นชัดเจนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการส่งออก คาดว่า จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ช่วง 5 เดือนของปี 2561 ส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 11.6% โดยทั้งปีน่าจะขยายตัวเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8% โดยอาจจะทำได้ 9-10% แต่ประเมินเบื้องต้นที่ 9% เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรตลาดโลกที่สูงขึ้น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และมีการผ่อนคลายแรงกดดัน โดยเฉพาะการปรับลด TIP Report มาเป็น Tier 2 ทำให้แรงกดดันด้านแรงงงานลดลง และยังมีผลดีจากเงินบาทที่อ่อนค่า ที่จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น ส่วนสงครามการค้าที่เกิดขึ้น แม้จะมีผลกระทบ แต่ประเมินแล้ว มีไม่มาก และกระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีมาตรการรองรับแล้ว โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ทดแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การจ้างงาน, ราคาสินค้าเกษตร, สกนธ์ วรัญญูวัฒนา, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b96dd66e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
