<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039; จวก &#039;สกลธี&#039; ปล่อยเทศกิจทำตัวเป็นโจรในเครื่องแบบ ยึดอุปกรณ์หากินลุงขายไอศกรีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - เวลา 13.40 น.นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปของลุงคนหนึ่งปั่นสามล้อขายไอศกรีม จากนั้นมีเจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวน 4-5 คน เข้ามา พร้อมกับยึดของเป็นกระป๋องบางอย่าง พร้อมกับขึ้นรถออกไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถพูดคุย ตักเตือน แจ้งเหตุผลให้กับพ่อค้าทราบว่า เพราะอะไรถึงไม่สามารถค้าขายบริเวณนี้ได้ ไม่ใช่มาทำพฤติกรรมกับคนสูงอายุเช่นนี้ พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้คือคนหาเช้ากินค่ำ คุณเป็นเจ้าหน้าที่มีเงินเดือนประจำ ไม่ได้ลำบากเหมือนพวกเขา อย่ามาหากินบนความทุกข์ของประชาชน ในบางครั้งสามารถใช้หลักนิติธรรมบ้าง หากตักเตือนแล้วยังฝ่าฝืน ก็พอเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจเที่ยวยึดอุปกรณ์ค้าขายของเขา ลำพังทุกวันนี้ทำมาหากินก็ลำบากอยู่แล้ว อย่าถึงกับต้องให้เขาไปกู้หนี้ยืมสิ้นมาเสียค่าปรับอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยด่วน เพราะพื้นที่ กทม.ประสบกับปัญหาพวกนี้มาหลายปีแล้ว เนื่องจากผู้ว่าทำงานไม่ยึดโยงกับประชาชน ได้ตำแหน่งมาเพราะการแต่งตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือ กรรมที่อยู่ประชาชน มีพวกข้าราชการนอกรีต ทำตัวเป็นขยะสังคม เอาชุดเครื่องแบบเที่ยวหากิน รีดไถประชาชน ตนไม่ทราบว่า ผู้ว่าฯกทม.ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ ทำไมถึงไม่มีการจัดการ กว้างล้างคนพวกนี้ไปบ้าง คณะบริหารชุดนี้อยู่มานานแล้ว ควรพ้นจากตำแหน่งได้แล้ว ประชาชนเขาเอือมระอากับการทำหน้าที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของสำนักงานเทศกิจ ที่ขึ้นตรงกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม.ไม่ทราบว่า ท่านได้รับรายงานในเรื่องทำนองนี้บ้างหรือไม่ ว่าลูกน้องในการดูแลของท่าน หลายคนทำตัวเป็นโจรในเครื่องแบบ เพราะเท่าที่ผมติดตามข่าวมา ยังไม่เคยเห็นท่านออกมาชี้แจงในเรื่องเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเทศกิจเรียกรับผลประโยชน์จากพ่อค้า แม่ค้า เรียกเก็บค่าที่จอดรถตามตลาดนัดหลายต่อหลายแห่ง หรือท่านทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่รู้เห็นเป็นใจ เพื่อให้ขยะสังคมพวกนี้มาเอาเปรียบประชาชนใช่หรือไม่&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ ยังกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา พอมีเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้น ผู้บริหาร กทม.ก็จะอ้างว่า ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด แต่ครั้งนี้มีภาพเสียงชัดเจน เป็นข้อยืนยันว่ามีเทศกิจที่หาประโยชน์ใส่ตัวอยู่ พวกท่านจะเอาผิดข้าราชการนอกคอกพวกนี้อย่างไง นี้คือสิ่งที่ประชาชนต้องการความชัดเจน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และนายสกลธี ต้องออกมาตอบคำถามนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสิระ เปิดเผยว่า ตนจะเชิญผู้บริหาร กทม.ทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่า รองผู้ว่า รวมถึงผอ.เขตในพื้นที่เกิดเรื่องมาชี้แจงในกรรมาธิการ เพราะกรณีนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่ประชาชนมาร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117101</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกลธี ภัททิยกุล, สิระ เจนจาคะ, เทศกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612716ce7c73f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผู้ว่าฯสกุลธี ลั่น &#039;ชุมพล-พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล&#039; ไม่ว่าจะสถานะไหนเพื่อนกันตลอดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - ภายหลัง นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์, นายอิสสระ สมชัย , นายถาวร เสนเนียม , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ, เรือตรีแซมดิน &amp;nbsp;เลิศบุศย์ ถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. หนึ่งในจำเลยคดี กปปส. ชุดแรกที่ศาลอาญายกฟ้องเมื่อ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2562 ได้โพสต์รูปภาพร่วม นายชุมพล จุลใส ,นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งทั้ง 3 พ้นที่ความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี พร้อมโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ไม่ว่าจะสถานะไหนเพื่อนกันตลอดไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94404</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ชุมพล จุลใส, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, สกลธี ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_603993e102b12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดใจรอ! ถนนข้าวสารโฉมใหม่ หลังปรับภูมิทัศน์สวยงามน่าเดินเป็นแบบอย่างในย่านอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63 - นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ภาพการปรับปรุงถนนข้าวสาร พร้อมข้อความระบุว่า ใกล้เสร็จละครับถนนข้าวสารโฉมใหม่ ภายใต้วิกฤติก็ยังมีเรื่องดีๆครับ ช่วงนี้ถนนข้าวสารอาจจะเงียบเหงาจากนักท่องเที่ยวเพราะการระบาดของโควิด 19 แต่ก็ทำให้การปรับปรุงภูมิทัศน์ของถนนข้าวสารเร่งทำได้เร็วขึ้น ภายในสิ้นเดือนนี้ก็จะเรียบร้อยสมบูรณ์ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เคยเรียนครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้โจทย์กรุงเทพมหานครมาว่าอยากให้ปรับภูมิทัศน์จุดท่องเที่ยวสำคัญให้สวยงามเลยเลือกนำร่องที่ถนนข้าวสารครับ เราเห็นต่างประเทศทำถนนที่ทั้งคนทั้งรถใช้ร่วมกันและคงทนสวยงามเลยมาปรับใช้ที่นี่โดยได้ปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปรับผิวถนนเป็นระดับเดียวกันทั้งเส้นเดิมมีทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง โดยเพิ่มคอนกรีตเสริมเหล็กให้แข็งแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปูพื้นถนนทั้งหมดด้วยหินแกรนิตพ่นไฟหนากว่า 1 นิ้วแบ่ง 2 สีช่องจราจรกับช่องคนเดิน ตรงจุดนี้น่าจะเป็นถนนที่ทั้งให้รถวิ่งและคนเดินแห่งแรกในประเทศที่ใช้หินสเปคแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;รางระบายน้ำและฝาสแตนเลสยาว 800 ม. ทั้ง 2 ฝั่งถนน ซึ่งทำให้การระบายน้ำดีขึ้นและทำความสะอาดง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เสาสแตนเลสตลอดถนนกั้นทางเดินรถและคนโดยสามารถเก็บแนบกับพื้นได้เวลาต้องการลานจัดกิจกรรมแบบยาวต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอทำแบบนี้ก็จะจัดกลุ่มผู้ค้าใหม่ได้โดยให้มาชิดกับแนวเสา ซึ่งเดิมมักจะมีปัญหากับร้านห้องแถวเพราะมักจะไปวางขวางหน้าร้านบังลูกค้าร้านเรือนแถว และจะปรับรูปแบบรถเข็นให้เป็นแบบเรียบร้อยสวยงาม 3-4 แบบขึ้นอยู่กับว่าขายอะไร เช่น อาหาร เสื้อผ้า งานฝีมือ ฯลฯ โดยทางประชาคมผู้ค้าจะออกแบบและให้ทางกรุงเทพมหานครเห็นชอบก่อน รวมถึงอาจจะพิจารณาร่วมกับทางตำรวจนครบาลปิดถนนหลัง 18.00 น. เพื่อเป็นถนนคนเดินเต็มรูปแบบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเฟสที่ 2 จะทำแบบเดียวกันที่ถนนไกรสีห์ แต่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวและจุดนั่งพักผ่อนให้ดูสบายๆ มากขึ้นครับและถ้าผลตอบรับดีอีก 2 ถนนที่เหลือในละแวกนี้คือ ถนนรามบุตรีและถนนตานี ก็จะทำเช่นเดียวกันครับ ก็หวังว่าถ้าทำครบทุกถนนแถวนี้จะเป็นจุดสวยงามน่าเดิน เปลี่ยนรูปแบบถนนข้าวสารจากที่เคยเป็นให้เป็นจุดตัวอย่างในย่านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ถนนข้าวสาร 2020 #เสร็จแล้วไปเดินกันนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนข้าวสาร, ถนนข้าวสารโฉมใหม่, ปรับปรุงภูมิทัศน์, สกลธี ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd34411b5f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกลธี&#039; ยันกทม.ไม่นิ่งนอนใจ สั่งทุกเขตกำหนดจุดแจกของบริจาค ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่าง-คัดกรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภาพนี้เกิดเมื่อเช้าครับที่เขตดอนเมืองโดยมีผู้ใจบุญนำอาหารและของมาแจกพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ผลก็เป็นอย่างที่เห็นครับ คนมารอรับแจกกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและเบียดเสียดมาก ทำให้ความปรารถนาดีและเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมชาติอาจจะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 ได้ครับ ลองคิดดูว่า ถ้ามีคนที่เป็นพาหะไม่กี่คนมารอรับด้วย โอกาสในการแพร่เชื้อจะมากขนาดไหนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางกรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ พอทราบเรื่องก็ได้ประสานให้ผู้อำนวยการเขตดอนเมืองนำเจ้าหน้าที่ลงไปกำกับดูแลทำเรื่องการเว้นระยะและคัดกรองครับ ในการประชุมศูนย์โควิด 19 ของกทม.บ่ายวันนี้ได้นำเรื่องนี้มาพูดคุยกันครับ เพราะไม่ใช่จุดนี้จุดเดียวที่มีการนำของมาบริจาคให้พี่น้องประชาชนครับ หลายจุดเช่น สวนลุมพินี หัวลำโพง หมอชิต 2 และจุดอื่นๆ ก็มีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้ให้แต่ละเขตไปกำหนดจุดในการแจกครับแล้วจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป โดยในระหว่างนี้หรือถ้าหลังจากประกาศจุดแล้วใครไม่สะดวกแจกในจุดที่เตรียมไว้ ติดต่อสำนักงานเขตพื้นที่ได้เลยนะครับจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกให้ในการแจกจ่ายให้ปลอดภัยครับหรือจะประสานทางเขตลงไปในขุมชนเป้าหมายที่อยากลงไปแจกได้ครับผม #สนับสนุนคนทำดีทุกท่านครับแต่ต้องปลอดภัยด้วยนะครับ #อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เราจะผ่านไปด้วยกันครับ #ไม่มีใครผิดครับ แก้ไขปรับเปลี่ยนกันไปครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63462</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, การเว้นระยะห่างทางสังคม, บริจาคสิ่งของ, ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง, รองผู้ว่าฯกทม., วัดดอนเมือง, สกลธี ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99856b3d3a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออก 3 เทศกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ถึงความคืบหน้ากรณีมีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตคลองเตย ส่อว่าเรียกรับเงินผู้ค้าผลไม้รถเข็น เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า กทม.ได้ทำการสอบสวนเทศกิจทั้ง 3 นายนอกรอบ พบว่ามีมูลความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน โดยสัปดาห์หน้ากรรมการสอบวินัยที่ตั้งไว้แล้วจะสอบสวน เร่งสรุปผลและรายงานมาที่ตน เพื่อนำเรียนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ส่งต่อกันในโลกออนไลน์ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจกำลังเข้าจับกุมพ่อค้ารถเข็นขายผลไม้ที่บนทางเท้าสถานีรถไฟฟ้าอโศก แต่ปรากฏภาพพ่อค้าขายผลไม้คล้ายควักเงินในกระเป๋าแล้วเอาไปใส่ไว้ในถุง ก่อนจะยื่นให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเรียกรับเงินแลกกับการไม่ต้องถูกจับปรับหรือไม่ ต่อมากรุงเทพมหานครจึงสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเทศกิจทั้ง 3 นาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48031</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกลธี ภัททิยกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da467018c2b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4ล้านครั้งวิ่งทางเท้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผยแค่กันยายนเดือนเดียว พบจักรยานยนต์ขี่บนทางเท้ากว่า 4 ล้านคัน &amp;quot;สกลธี&amp;quot; เตรียมแจกใบเหลือง ใบแดงผู้รับผิดชอบปล่อยหาบเร่-จยย.ฝ่าฝืนระเบียบ โดนเด้งแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมนี้ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะลงพื้นที่ตรวจการแก้ไขปัญหาผู้ค้าขายตั้งแผงค้ารุกล้ำบนทางเท้าสาธารณะ และการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดระเบียบให้เรียบร้อย และประชาชนผู้ใช้ทางเท้าสาธารณะได้รับความปลอดภัย โดยนายสกลธีได้เดินทางไปตรวจ 4 เขต ได้แก่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพญาไท เขตปทุมวัน และเขตราชเทวี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก ปรากฏว่ายังพบผู้ฝ่าฝืนตั้งแผงค้า ทั้งรถเข็น รถกระบะ และฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธีเปิดเผยว่า เป็นการลงพื้นที่ตรวจทางเท้าประจำสัปดาห์กับเจ้าหน้าเทศกิจแบบไม่แจ้งสำนักงานเขตให้ทราบล่วงหน้า เพื่อเห็นสภาพปัญหาจริง ซึ่งหากพื้นที่ใดพบผู้กระทำผิดซ้ำซาก ในครั้งแรกจะให้ใบเหลือง ตักเตือน หากพบอีกจะให้ใบแดงเจ้าหน้าที่เขตผู้รับผิดชอบในพื้นที่นั้น เพื่อโยกย้าย หมุนเวียนไปรับผิดชอบเขตอื่นแทน เชื่อว่ามาตรการนี้คือคำตอบที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป หากเจ้าหน้าที่เข้มงวดและใช้กฎหมายที่มีอยู่เต็มประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาการขับขี่บนทางเท้า นายสกลธีกล่าวว่า จากการออกตรวจ พบว่าส่วนมากผู้ขับขี่ขาดวินัย การลงพื้นที่ในหลายเขต บางเขตเริ่มดีขึ้น แต่บางเขตยังพบการฝ่าฝืน หลังเจ้าหน้าที่ย้ายจุดจับ-ปรับ โดยยอดรายงานช่วง 2 เดือน หลังเพิ่มค่าปรับเป็น 2,000 บาท ระยะเวลาเพียง 5-10 นาที พบผู้ฝ่าฝืน 10-15 คัน รวมยอดเดือนกันยายน พบผู้ฝ่าฝืนกว่า 4 ล้านคัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กทม.เตรียมปรับภูมิทัศน์ถนนข้าวสารและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งกำลังทำแผนทีโออาร์หาผู้รับเหมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่คาดว่าจะเริ่มทำได้หลังเทศกาลสงกรานต์ปี 2563 เพราะอยู่ระหว่างผ่อนผันให้ผู้ค้าช่วงเวลา 16.00-24.00 น. โดยจะผ่อนผันให้เลยช่วงไฮซีซั่นไปก่อน ตามที่ผู้ค้าร้องขอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47169</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกลธี ภัททิยกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94a3a379461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำฟ้องคดีกบฏ&#039;กปปส.&#039; ถึงบางอ้อ!ทำไม&#039;4 ส.&#039;ได้ลุ้นระทึกก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.ค.62 - สืบเนื่องจากกรณีศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ห้องพิจารณา 711 นั้น ในคดีที่นักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปี และดร.เสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปี ทั้งหมดเป็นแนวร่วม กปปส. เป็นจำเลยที่ 1-4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 โดยจำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธ พร้อมตั้งทนายความสู้คดี ขณะที่จำเลยทั้งสี่ได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2556 จนถึงวันฟ้อง (เดือน พ.ค. 2557) ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ฟ้องกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและเกินกว่า 10 คนสมคบกันเป็นอั้งยี่-ซ่องโจร ซึ่งร่วมกันและแบ่งหน้าที่กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะบุคคลชื่อ &amp;ldquo;คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; หรือ กปปส. &amp;nbsp;ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตัวเป็นเลขาธิการ กปปส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยทั้งสี่เป็นสมาชิกและเป็นกรรมการผู้มีหน้าที่สั่งการ ร่วมกันปลุกระดม ยุยง ชักชวนให้ประชาชน เข้าร่วมการชุมนุมและร่วมกิจกรรมในการก่อความไม่สงบ มุ่งขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งดำเนินการคัดค้านและขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้มีนายกรัฐมนตรี และ ครม.ชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยปราศรัยชักชวนประชาชนให้ออกมาขับไล่รัฐบาล อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นกองกำลังทั้งที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ บุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ และมีการใช้กำลังขัดขวางต่อสู้ทำร้ายร่างกาย โดยวันที่ 16 ม.ค. 2557 เวลากลางคืน ได้มีการจัดตั้งสะสมกองกำลังอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกบฎ และประกาศรับสมัครชายฉกรรจ์ 500 คน เพื่อทำการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจับตัวรัฐมนตรีคนอื่นๆ บีบบังคำให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งจัดตั้งศาลประชาชนขึ้นพิจารณาลงโทษและริบยึดทรัพย์ อันเป็นการล้มล้างอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้วันที่ 13 ม.ค. - 2 มี.ค. 2557 จำเลย , นายสุเทพ พร้อมพวก ยังได้ปิด กทม. มีการตั้งเวทีปราศรัย 7 แห่ง ปิดกั้นการจราจรและได้ยึดครองไม่ให้ประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าว โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต รัฐบาลมอบหมายให้ศูนย์รักษาความสงบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) ออกคำสั่ง ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้จำเลยและพวก เลิกชุมนุมและบุกรุกสถานที่ราชการ หยุดปิดกั้นการจราจร แต่จำเลยกับพวกไม่เลิกกระทำการดังกล่าว &amp;nbsp;เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ขณะที่ท้ายคำฟ้องอัยการ ไม่ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุที่คดีของนายสนธิญาณ, นายสกลธี, นายสมบัติ และดร.เสรี ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า 4 ส. ถูกฟ้องคดีและนัดพิพากษาก่อนแกนนำและแนวร่วม กปปส. รายอื่นจนสร้างความแปลกใจได้นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค. 2557 คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำ-แนวร่วม กปปส. รวม 51 ราย โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถนำตัวส่งให้อัยการยื่นฟ้องได้เพียง 4 คนดังกล่าวชุดแรกก่อน ส่วนที่เหลือนั้นอัยการรอดีเอสไอส่งตัวผู้ต้องหา เพราะระหว่างนั้นยังติดช่วงการชุมนุมยังไม่สามารถนำตัวมาได้&amp;nbsp;จนเมื่อยุติการชุมนุมแล้ว เดือน ม.ค. 2558 แกนนำและแนวร่วม กปปส. ที่เหลือซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ ทยอยเดินทางเข้าพบอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อรายงานตัวตามขั้นตอน พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการในการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งอัยการพิจารณาแล้วก็คงยืนยันคำสั่งให้ฟ้องแกนนำ - แนวร่วม กปปส. ที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในปี 2561 - 2562 อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 จึงได้ทยอยฟ้องแกนนำ-แนวร่วม อีก รวม 32 ราย ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ปัจจุบันนี้คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญาได้สืบพยานโจทก์คดีกบฏ กปปส. ชุดหลักที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ร่วมเป็นจำเลย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่จำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย นอกจากนี้ ยังเหลือผู้ต้องหา กปปส. ที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, สกลธี ภัททิยกุล, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38385569a7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
