<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนมวุ่นปิดรวด 3 ตลาด เจอเคสเสี่ยงแม่ค้าขายผัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 คืบหน้า กรณีหญิงสาวอายุ 20 ปี อาชีพแม่ค้าขายผักในตลาดสดทั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนมและสกลนคร ติดเชื้อโควิดจากหลานชายวัย 7 ขวบที่เดินทางมากับครอบครัวจากพื้นที่สีแดงเข้มเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม โดยผู้ปกครองเข้ารายงานตัวตามมาตรการป้องกันป้องกันการแพร่ระบาดที่ทางจังหวัดนครพนมกำหนดทุกอย่าง และรับการตรวจค้นหาเชื้อพบว่าเป็นบวก ส่วนเด็กตรวจเบื้องต้นผลเป็นลบ และจะต้องกักตัว Local Quarantine (LQ) : สถานกักกันโรคท้องที่ ซึ่งใช้สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดเป็นเวลา 14 วัน แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ปรากฏว่าคุณยายซึ่งมีอาชีพขายผักอยู่ตลาดสด อบต.บ้านผึ้ง ที่ตั้งอยู่บ้านนาโพธิ์หมู่ 12 ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน 22 (สกลนคร-นครพนม) ได้รับตัวเด็กมาจากศูนย์ OTOP ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม กลับดูแลที่บ้านพักอยู่บ้านนามน หมู่ 6 ต.บ้านผึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กระทั่งวันที่ 19 สิงหาคมเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างตรวจ RT-PCR มีผลออกมาเป็นบวก จึงนำบุคคลในครอบครัวและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ ประมาณ 9 รายตรวจค้นหาเชิงรุก ซึ่งหญิงสาวแม่ค้าขายผักรายนี้มีศักดิ์เป็นนาสาวของเด็กก็พลอยได้รับเชื้อโควิดด้วย จึงเป็นสาเหตุให้ทางจังหวัดนครพนม มีคำสั่งปิดตลาดถาวร ตลาดโชคอำนวย และตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม(บางส่วน) เนื่องด้วยตลาดทั้ง 3 แห่งมีพื้นที่ติดกัน นอกจากนี้ก็ได้สั่งปิดตลาดสด อบต.บ้านผึ้ง บ้านนาโพธิ์หมู่ 12 และล็อกดาวน์บ้านนามนหมู่ 6 ต.บ้านผึ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 22-24 สิงหาคม
ทั้งนี้ เบื้องต้นหลังสำรวจว่ามีผู้เข้าข่ายเสี่ยงโซนตลาดโชคอำนวย 70 แผง เป็นผู้ค้าจำนวน 200 คน และโซนตลาดถาวร 107 แผง ผู้ค้าจำนวน 400 คน สำหรับลูกค้าผู้มาจับจ่ายซื้อของวันเวลาดังกล่าวยังไม่ทราบการประเมินจำนวน ทางเทศบาลเมืองนครพนมจึงแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าขาย-ลูกค้าผู้มาซื้อของตลาดเช้า 15-19 สิงหาคม &amp;nbsp;ไปรายงานตัวศูนย์ชั่วคราว ร.ร.เทศบาล 4(รัตนโกสินทร์ 200 ปี) ตั้งแต่ 22-24 สิงหาคม เวลา 9.00-12.00 น. &amp;nbsp;โดยถือบัตรประชาชนมาด้วย &amp;nbsp;ส่วนตลาดสดบ้านนาโพธิ์มีกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นผู้ค้าในตลาด 54 คน และกลุ่มเสี่ยงเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านนามน ต.บ้านผึ้ง รวม 24 คนจาก 10 หลังคาเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับบ้านผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด วันที่ 22 สิงหาคม 2564 หลังมีการประชาสัมพันธ์ก็มีพ่อค้าแม่ค้ารวมทั้งลูกค้าที่เข้าไปจับจ่ายซื้อของในตลาด ช่วงระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม ประมาณ 500 ราย ต่างทยอยกันมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ โดยมีนายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสาวรัชนี เต็มอุดม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ด้านส่งเสริมพัฒนา และ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เข้ารับการตรวจในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114124</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, สกลนคร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121de7129743.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว! &#039;ธนาธร&#039; ปลุกชาวสกลฯ 20 ธันวาออกมาแสดงพลัง เราจะไม่ยอมถูกกดขี่อีกต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 -&amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปเยือนจังหวัดสกลนคร เพื่อรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ) พร้อมด้วย นายณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัครนายก อบจ. สกลนคร เบอร์ 3 ในนามคณะก้าวหน้า และทีมผู้สมัคร ส.อบจ. ร่วมด้วยอย่างคับคั่ง โดยในช่วงเช้าได้ขึ้นปราศรัยที่ตลาดดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีปราศรัยว่า จังหวัดสกลนครไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำการรัฐประหารเมื่อ ปี 2557 สิ่งที่ คสช.ได้ทำนั่นคือ หยุดไม่ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะเขากลัวประชาชน ที่จะมาเป็นผู้เลือกตัวแทนของตนเองเข้าไปบริหารงบประมาณ และนอกจากนี้ จังหวัดสกลนคร ยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่แย่ที่สุดด้านความโปร่งใส จากการจัดอันดับของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) โดยเปรียบเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดสกลนครมีงบประมาณของ อบจ. ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท ในหนึ่งวาระคือ 4 ปี รวมแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท ตนอยากให้ประชาชนเลือกคนที่ไว้ใจมาบริหารภาษีของพี่น้องประชาชนชาวสกลนคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และผมอยากขอโอกาสให้คุณณรงเดช อุฬารกุล เข้าไปบริหาร เพราะมั่นใจด้วยความเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ที่ดี และที่สำคัญ ผมมั่นใจว่าคุณณรงเดชไม่ใช่งูเห่าอย่างแน่นอน แต่หากท่านคิดว่าคุณณรงเดชไม่เหมาะสม ท่านก็รณรงค์ให้เลือกคนอื่น นี่คือความสวยงามของวิถีประชาธิปไตย คนทุกคนต่างมีความคิดที่แตกต่างหลากหลาย เราไม่สามารถบังคับความคิดใครได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการออกไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ใช้การเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์ ออกไปกำหนดอนาคตของท่านเอง 20 ธันวาคมนี้ ออกไปแสดงพลังให้ผู้มีอำนาจได้เห็นว่า เราจะไม่ยอมถูกกดขี่อีกต่อไป&amp;quot; นายธนาธร กล่าว.&lt;/p&gt;


	เริ่มแล้ว!ประชุมสภาฯชำเรารธน. ก้าวไกลเปิดฉากเอาใจ3นิ้ว
	ไทยภักดีมีฉุน &amp;#39;การุณ-สส.เพื่อไทย&amp;#39; ปูดม็อบต้านแก้รธน.จ้างมาหัวละ 500 บาท
	&amp;#39;สามสี&amp;#39; ชู 5 ข้อไม่จำเป็นต้องแก้รธน. สถาบันฯก็พัฒนาไปสู่การปฏิรูปอยู่แล้ว
	3 นิ้วสูงวัย ด่าลั่น&amp;nbsp;
	ชัดเจน &amp;#39;ครูเป็ด&amp;#39; ยกเวที AF เตือนสติฮีโร่ 3 นิ้ว
	สส.อมรัตน์ ถ่ายคลิป โพสต์เอง ถูกตะโกนด่า อีเจี๊ยบ อีควาย
	ผบ.ทร. ส่งเรือ 20 ลำ พร้อมอพยพ ส.ส.-ส.ว.
	นอกสภาระอุแล้ว! นักการเมือง-ฝ่ายปชต. ขู่บังคับพรรคเพื่อไทย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84101</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สกลนคร, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb36afc5b898.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปิยบุตร&#039; ลุย &#039;สกลนคร&#039; คืนสังเวียนปราศรัย ชวนเขย่าท้องถิ่นเปลี่ยนประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 - คณะก้าวหน้าเปิดเผยว่า เมื่อ 6 พ.ย. ที่ผ่านมาน ที่จังหวัดสกลนคร &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นายณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สกลนคร โดยนายปิยบุตร ขึ้นปราศรัยว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 9 เดือน ที่ตนได้กลับมาปราศรัยหาเสียงอีกครั้งที่จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่สมัยที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ การส่งคนชิงตำแหน่งนายก อบจ. ในนามคณะก้าวหน้าวันนี้เกิดขึ้นมาได้ ต้องย้อนความกลับไปถึงพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีหนึ่งในนโยบายธงคือการกระจายอำนาจ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เอาอำนาจคืนกลับมาให้ท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้น เราตั้งใจว่ามีเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไหร่เราจะลงสมัครให้ครบทุกจังหวัด แต่เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คนมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ไป พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี หลายคนเสียใจและเสียดายโอกาสรวมถึงคะแนนที่กาให้เรา แต่ถ้าเราหยุดเพียงเพราะเขายุบพรรคและตัดสิทธิ นั่นแปลว่าเรายอมแพ้และจะแพ้เขาไปตลอดดกาล &amp;nbsp;เราจึงเงยหน้าขึ้นมาใหม่ ยืนตัวตรงขึ้นมาใหม่ ก่อตั้งเป็นคณะก้าวหน้าขึ้นมา และคณะก้าวหน้าจะรับภารกิจของพรรคอนาคใหม่เดิมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งหมดทุกระดับ โดยรอบนี้เราจะเริ่มต้นก่อนที่จะรับ อบจ. เราส่ง 41 จังหวัด จากทั้งหมด 76 จังหวัด และจังหวัดหนึ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากก็คือสกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่ประกาศตัวว่าจะส่งคนชิงนายก อบจ.และ ส.อบจ.เป็นที่แรกๆ ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ และเมื่อมาเป็นคณะก้าวหน้าสกลคร ก็ยังคงยืนหยัดประกาศส่งคนชิงนายก อบจ.และ ส.อบจ.ไปกับเรา ทุกคนได้เห็นวิสัยทัศน์ของนายณรงเดชแล้ว มีการแกะงบประมาณออกมาเป็นนโยบายครบถ้วนแล้ว ถ้าทุกคนร่วมกันกาให้ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เรียกว่าพร้อมทำงานทันที &amp;nbsp;เราให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ หลายคนยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นกันแล้ว เราไม่ได้เลือกกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลายครั้งเรารู้สึกเป็นเรื่องไกลตัว รู้สึกว่าเลือกแล้วไม่เปลี่ยนแปลง จึงทำให้หลายคนอาจจะละเลยไปบ้าง นี่จึงเป็นเหตุให้คณะก้าวหน้ามีความมุ่งมั่น ที่ต้องการจะเปลี่ยนการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นแบบใหม่&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวถึงแนวทางการทำงานด้วยว่า &amp;nbsp;1. เราจะแข่งขันในสนามเลือกตั้งโดยอาศัยนโยบาย ข้อมูล เราจะไม่แข่งกันที่อิทธิพล หรือวงศ์วานว่านเครือของใคร เรายืนยันที่จะแข่งด้วยนโยบาย เป็นจุดเด่นที่สุดที่จะมาขายกับประชาชน เรามีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงสกลนคร ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทำให้เป็นการเมืองของคนสกลนครทุกคน เข้ามามีส่วนร่วมได้หมด ใครอยากเป็นผู้สมัครในนามคณะก้าวหน้า ไม่ต้องเป็นเครือข่ายอิทธิพลใหญ่โต ขอเพียงมีอุดมการณ์แบบเดียวกัน ต้องการเปลี่ยนจังหวัดให้ดีขึ้น มีวิสัยทัศน์พัฒนาบ้านเกิด ต่อต้านเผด็จการไปกับเรา ผู้สมัครของเราจึงเป็นคนธรรมดาที่เจอกันได้ทุกวัน และเรายังเปิดโอกาศให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาลงสมัครกับเรา แม้เป็นที่น่าเสียดายว่าอายุของ นายก อบจ.ตามกฎหมายถูกจำกัดไว้ที่ 35 ปีขึ้นไป แต่เราก็มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเติมเต็มเป็นทีม ส.อบจ.ของเราอย่างคับคั่งในทุกพื้นที่ และที่สำคัญ คือนโยบายการทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม ประชาชนทุกคนจ่ายภาษีมากมายที่นำไปสู่งบประมาณในระดับท้องถิ่น แต่ไม่เคยได้มีโอกาสกำหนดว่าจะเอาภาษีไปทำโครงการอะไรบ้าง แต่คณะก้าวหน้ามีวิสัยทัศน์ที่ต่างไปจากนั้น คือเราต้องการให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดงบประมาณ ว่าในแต่ละพื้นที่ประชาชนต้องการให้เอาไปใช้ในเรื่องไหนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต่อสู้โดยไม่ซื้อสิทธิขายเสียง เราพิสูจน์มาแล้วในวันที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ เราไม่ใช้เครือข่ายอิทธิพลและกลไกรัฐ เราได้มา 6.3 ล้านคะแนน เป็นการเขย่าการเมืองไทยในระดับชาติ ว่าการทำการเมืองแบบไม่มีอิทธิพล กลไกรัฐ ไม่มีการซื้อเสียง สามารถประสบความสำเร็จในการเมืองไทยได้ และครั้งนี้เราก็ยังคงยืนยันที่จะใช้วิธีการแบบเดิมในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวอีกว่า การเมืองท้องถิ่นแบบใหม่ครั้งนี้มีความสำคัญ เราแปลกใจว่าเหตุใดในเมื่อช่วงต้นเดือนมีวันหยุดยาวหลายวัน ที่ประชาชนที่ไปทำงานต่างเมืองจะกลับมาบ้าน และมาใช้สิทธิเลือกตั้งไปพร้อมกันได้ แต่ทำไมถึงให้ไปเลือกวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ดังนั้นถ้าพี่น้องเห็นความสำคัญของการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้ เราต้องช่วยกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ให้มากที่สุด เพราะมีความสำคัญอยู่ &amp;nbsp;3 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp;เราเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2555 นี่จึงเป็นการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งแรกในรอบ 8 ปี นี่คือการเลือกตั้งที่เราจะสามารถกำหนดชีวิตของเราใหม่ได้ ถ้าเลือกแบบเดิมเราก็จะได้แบบเดิม ถ้าเลือกแบบใหม่เราก็จะได้ทีมบริหารในสกลนครในแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ถ้าได้ทีมบริหารที่จะมาทำการเมืองแบบใหม่ให้สกลนคร จะส่งผลต่อการกระจายอำนาจในระดับประเทศ เพราะที่ผ่านมาการกระจายอำนาจถูกโยงไปกับการทุจริต แต่ถ้าเราชนะแล้วเข้าไปทำการเมืองแบบใหม่ได้ ทำการเมืองแบบใสสะอาด ทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ เราจะยุติข้ออ้างในการหวงอำนาจไว้ที่ส่วนกลางได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การเลือกตั้งท้องถิ่นแม้จะเลือกกันในจังหวัด แต่ก็สะท้อนถึงการเมืองระดับชาติด้วย การเลือกตั้งทุกระดับคือสามารถเป็นพลังในการแสดงออก ว่าเราพอใจหรือไม่พอใจกับการบริหารประเทศในปัจจุบัน คณะก้าวหน้ามีจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ เราสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก คืนอำนาจสู่ประชาชน ทวงคืนประชาธิปไตย ยุติระบอบ คสช.ที่สืบทอดอำนาจผ่านกลไกรัฐธรรมนูญมา ขณะนี้มีการชุมนุมเกิดขึ้นทั่วประเทศไทยทั่วทุกจังหวัด แสดงออกถึงความไม่พอใจ ถ้าวันที่ 20 ธันวาคมประชาชนออกมาเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าให้ถล่มทลาย นั่นจะเป็นสัญญาณส่งไปที่รัฐบาล ว่าคนสกลนครสนับสนุนคณะก้าวหน้า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.ได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่สกลนคร เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่บ้านของท่าน เปลี่ยนการเมืองไทยไปด้วยกัน เปลี่ยนท้องถิ่นไทยไปด้วยกัน เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน เราเขย่าการเมืองระดับชาติมาเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ธันวาคมปีนี้ขออีกรอบ เขย่าท้องถิ่นไทย เขย่าสกลนคร เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83055</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ปิยบุตร, สกลนคร, เลือกตั้งท้องถิ่น, เลือกตั้งอบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa60a552723e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผ้าขาวม้าเต็มเอว &#039;ทอน&#039; ลุยสกลนคร พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.63 - ที่ จ.สกลนคร เมื่อวานนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย ไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางไปในพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนชาวสกลนคร ร่วมรับฟังปัญหา และชูวิสัยทัศน์เปลี่ยนประเทศผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยการสนับสนุนให้ประชาชนร่วมสร้างเมืองแบบที่ตนเองต้องการผ่านการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งถกเข้มถึงแนวนโยบายฉบับคณะก้าวหน้า ร่วมกับทีมผู้สมัคร อบจ.สกลนคร ซึ่งนำทีมโดย ณรงเดช อุฬางกูล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. และคณะ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่แก่พี่น้องประชาชนในจังหวัด เช่น กรณีการพัฒนาหนองหาร พื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย เพื่อยกระดับแนวทางการพัฒนาเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาของจังหวัดสกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการการแสดงวิสัยทัศน์นโยบายที่จะใช้สำหรับพัฒนาจังหวัด ณรงคเดช กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดสกลนคร คือ จังหวัดสกลนครไม่สามารถเป็นเมืองที่สร้างงานและเป็นสถานที่สำหรับสร้างความก้าวหน้าได้ และเมื่อไม่มีงานพี่น้องชาวสกลนครก็จำเป็นจะต้องหันไปค้าแรงงานราคาถูก และสร้างความเจริญกับจังหวัดอื่น ขณะเดียวกันสกลนครก็มีลักษณะไม่ต่างจากเมืองพี่เลี้ยงเด็กและรับภาระการดูแลผู้ใหญ่ แต่ขาดกำลังแรงงานในการพัฒนาบ้านเกิดตนเอง ตนเห็นว่า อบจ. สกลนคร ควรจะมีบทบาทสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงเมือง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการศึกษา ลงทุนด้านการท่องเที่ยวและบริหารจัดการภายในจังหวัดก็จะสามารถช่วยสร้างความเจริญให้กับคนในท้องที่ได้ในที่สุด และรวมถึงการยกระดับด้านการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธนาธร เสนอว่า อยากให้ยึดเอาจุดเด่นของนโยบายการพัฒนาของคณะก้าวหน้าเข้าร่วมด้วย เช่น ความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูล การมีส่วนร่วมของคนในท้องที่ พร้อมทั้งแนะนำให้มีการพัฒนาระบบ เช่น การพัฒนาเว็บไซต์ อบจ. ที่ใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในการเสนอนโยบาย รวมทั้งยังสามารถติดตามการทำงานของ อบจ.ได้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79367</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะก้าวหน้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สกลนคร, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77e1013034d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10พระราชทานถุงยังชีพ ปชช.รอบเขตพระราชฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ในหลวง-พระราชินี ทรงห่วงใยประชาชน พระราชทานถุงยังชีพแก่ชาวบ้านรอบเขตพระราชฐาน ที่สกลนคร เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานห้องคลีนรูมสำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยแบบแรงดันลบแก่ 5 โรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย ทรงให้ความสำคัญและทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชนรอบเขตพระราชฐานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนในชุมชนรอบเขตพระราชฐานต่างจังหวัด ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานพัฒนา ภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (สนภ.3 นทพ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาพระราชทาน เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนบริเวณรอบพระราชฐานพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ อาทิ ชุมชนบ้านภูพิงค์ หมู่ที่ 12 และประชาชนชุมชนดอยปุย หมู่ที่ 9 ต.สุเทพ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสกลนคร เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนรอบเขตพระราชฐานพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ อาทิ ชุมชนบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 2, ชุมชนบ้านนกเค้า หมู่ที่ 10, ชุมชนบ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 8, ตำบลห้วยยางและชุมชนบ้านคงสมบูรณ์ หมู่ที่ 10 ตำบลพังกว้าง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนชุมชนรอบเขตพระราชฐานพระราชวังบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จำนวน 3 ชุมชน อาทิ ชุมชนวัดกำแพง หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน และที่จังหวัดนราธิวาส เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนรอบเขตพระราชฐานพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อาทิ ชุมชนบ้านบางมะนาว หมู่ที่ 1 ชุมชนบ้านเปล &amp;nbsp;และชุมชนบ้านเขาตันหยง หมู่ที่ 4 ชุมชนบ้านบางมะนาว ตำบลกะลุวอเหนือ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ทรงห่วงใยและทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น และ พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผบ.มทบ.23 นำหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมประกอบพิธีรับมอบรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบภาพดิจิตอล (Mobile x-ray) พระราชทาน ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำหรับการใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสุขภาพให้กับผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ และทัณฑสถานในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์ และ จ.มหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์เผยว่า รถเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบภาพดิจิตอล พระราชทานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะประจำการที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็น รพ.แม่ข่ายของเขตสุขภาพที่ 7 ที่จะออกให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์ และ จ.มหาสารคาม ตามแผนการดำเนินงานที่ รพ.กำหนด ซึ่งรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบภาพดิจิตอลพระราชทานคันนี้จะเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และสามารถตรวจสุขภาพให้กับผู้ต้องขังในการเอกซเรย์ปอดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบดิจิตอลที่ทันสมัย
พระราชทานห้องคลีนรูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานที่ปรึกษา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการโครงการฯ ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยทรงมองเห็นว่าแม้จะเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองและต้องมารับโทษในเรือนจำ แต่บุคคลเหล่านี้เป็นประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งที่องค์พระประมุขของชาติใส่พระทัยดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเท่าเทียมในเรื่องการแพทย์และสาธารณสุข&amp;quot; ผวจ.ขอนแก่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ ) เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนาใช้งบประมาณจากกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นคือ ห้องคัดกรอง และห้องตรวจเชื้อ พระราชทานแก่โรงพยาบาล 4 แห่ง หุ่นยนต์ปิ่นโต และกระจก ระบบสื่อสารทางไกล จำนวน 73 ชุด เพื่อพระราชทานแก่โรงพยาบาล 73 แห่งในต่างจังหวัด ซึ่งอุปกรณ์ที่พระราชทานนี้จะช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากความเสี่ยงในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมาได้พระราชทานพระราชานุมัติเพิ่มเติมให้ใช้เงินจากกองทุนดันกล่าว จัดซื้อห้องคลีนรูมสำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยแบบแรงดันลบ (negative pressure) ห้องคลีนรูมนี้เป็นห้องตรวจคัดกรองเชื้อแบบความดันลบเคลื่อนที่ ออกแบบและจัดสร้างโดยสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวัสดุหน้าที่พิเศษขั้นสูง (COE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกับบริษัท อีคิว เทคเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งห้องนี้จะสามารถจัดการอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อจากผู้ป่วย ไม่ให้ออกไปนอกห้อง และบำบัดอากาศจนปราศจากเชื้อ ทั้งยังลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้ป่วยรายอื่นและบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนา ประสานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการจัดสร้างและติดตั้งห้องคลีนรูมสำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยแบบแรงดันลบ พระราชทานแก่โรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลสุรินทร์, โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลอุดรธานี, โรงพยาบาลชัยภูมิ และโรงพยาบาลโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ โดยบริจาคเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนากองทุนชัยพัฒนา สู้ภัยโควิด 19 เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านช่องทางธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสวนจิตรลดา บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 067-300487-3 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-2447-8585-8 ต่อ 109, 121 และ 259
ภูเก็ตพบผู้ป่วยเพิ่ม 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดต่างๆ นั้น ยังคงพบประปรายในบางจังหวัด เช่นที่จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-21 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 196 ราย (รายใหม่ 3 ราย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 150 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 17 ราย) จำหน่าย 1 ราย (จำหน่าย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 45 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 4 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 3,113 ราย (รายใหม่ 75 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 82 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 37 ราย กลับบ้านแล้ว 3,031 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่ากังวลคือที่จังหวัดสงขลา หลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา ปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดาติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 ราย และแม้ว่าทางสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้ออกมาระบุว่าทั้งสองนายไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 18-21 เมษายนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ล่าสุดในวันนี้ ได้มีการกักตัวเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 70 คน เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ในจำนวนนี้กักตัวอยู่ที่โรงแรมเอ็มโซโฮ ที่บ้านด่านนอกชายแดนไทยมาเลเซีย 10 คน ส่วนที่เหลือให้กักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอีก 3 คนที่ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และอยู่ระหว่างรอการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงทำงานกันตามปรกติเพื่อคัดกรองคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งในวันนี้ยังคงทยอยเดินทางเข้ามาเป็นวันที่ 5 และมีจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเดินทางเข้ามาจำนวน 110 คนโดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการคัดกรองสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นกรรมการและหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง (ศปม.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจด่านพรมแดนสะเดาและจุดตรวจโควิดหน่วยบริการตำรวจทางหลวงพรุพ้อ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ว่าได้มีการปิดด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลาชั่วคราวแล้วยาวไปจนถึงวันที่ 29 เมษายน เพื่อทำความสะอาดด่าน ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียให้เปลี่ยนไปใช้ด่านปาดังเบซาร์แทนชั่วคราว และจะกลับมาเปิดด่านพรมแดนสะเดาอีกหรือไม่นั้นต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดยะลา ที่ 49/2563 ลว.20 เมษายน 2563 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่รระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการให้จำหน่ายอาหารในเดือนรอมฎอน จำนวน 6 ข้อ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้ผู้ขายสามารถจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มได้เฉพาะหน้าร้านของตัวเอง 2.ห้ามใช้บาทวิถีจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในลักษณะหาบเร่แผงลอยโดยเด็ดขาด 3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดสถานที่จำหน่าย จัดระเบียบให้ผู้ขายอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยให้แต่ละผู้ขายเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร และจัดการลงทะเบียนผู้ขาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สามารถจำหน่ายได้เฉพาะอาหารสำเร็จรูป หรือเครื่องดื่มเท่านั้น (ห้ามขายสินค้าประเภทอื่นๆ) 5.สำหรับสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้จำหน่ายได้ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. และ 6.ขอความร่วมมือแต่ละครอบครัวในการออกไปซื้ออาหารไม่เกินครอบครัวละ 2 คน และห้ามมิให้นำบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบออกไปซื้อหาอาหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพฯ, นราธิวาส, พระนครศรีอยุธยา, พระราชทานถุงยังชีพ, พระราชทานห้องคลีนรูม, ร.10, รอบเขตพระราชฐาน, สกลนคร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้องคลีนรูม, เชียงใหม่, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea0447969d22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าครามสกล”ความงดงามตามวิถีไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในบรรยากาศช่วงเดือนเมษายน อันเป็นวันสำคัญสำหรับครอบครัวคนไทย ซึ่งแม้ว่าปีนี้อาจจะไม่ได้เดินทางไปมาหาสู่กัน แต่เชื่อว่าหลายคนก็คงอยากหาของขวัญ ของฝากแทนใจเพื่อมอบให้บุคคลอันเป็นที่รัก เป็นการรำลึกถึงกัน โดยเฉพาะของขวัญจากผ้าไทย ซึ่งดูแล้วเข้ากันกับเทศกาลสงกรานต์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
การทอผ้าย้อมคราม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นเมืองที่โชคดี เพราะมีความอุดมสมบูรณ์จากสิ่งที่เป็นทรัพย์ในดิน เป็นสินในน้ำ แต่ละพื้นที่นอกจากมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ไปสัมผัส ยังมีอาหารการกินพื้นถิ่น และของที่ระลึก ซึ่งล้วนแต่มีการสรรค์สร้างขึ้นมาโดยใช้อัตลักษณ์ของท้องถิ่นร่วมผสมผสาน อย่างเช่น เรื่องราวของผ้าย้อมคราม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
หน้ากากอนามัยผ้าทอ ร้านครามสกล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
ตุ๊กตาหมีคราม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
หมวกแก๊ปผ้าทอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผ้าย้อมคราม&amp;rdquo; นับเป็นของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมายาวนาน เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า &amp;ldquo;ผ้าผิวสวย&amp;rdquo;&amp;nbsp; เหตุผลที่มีชื่อนี้เพราะเป็นผ้าที่ผ่านการย้อมด้วยกระบวนการแบบพื้นบ้านโบราณ ไร้สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ใส่แล้วทำให้รู้สึกเย็นสบาย ขณะที่แพทย์พื้นบ้านโบราณยังเชื่อว่า กลิ่นหอมของผ้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การทำผ้าย้อมคราม ถือเป็นหัตถกรรมเกษตร เพราะนอกจากต้องใช้ฝีไม้ลายมือในการทอผ้า ยังต้องให้ความสำคัญกับการปลูกคราม หากเราได้เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านหลายๆ แห่งในจังหวัดสกลนคร ที่ทำอาชีพทอผ้าย้อมคราม นอกจากจะได้เห็นกระบวนการทำผ้าย้อมครามแล้ว ก็จะเห็นการปลูกคราม ความมหัศจรรย์ของการย้อมผ้าคราม คือ&amp;nbsp; กระบวนการเกิดสี ที่แปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยแวดล้อมทางวิทยาศาสตร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับวิธีการหลักๆ ของการย้อมคราม โดยทั่วไปคือการใช้ครามจากสีที่ได้จากธรรมชาติในท้องถิ่น ส่วนผสมหลักเป็นใบคราม และน้ำคั่งหรือน้ำขี้เถ้า จากนั้นนำผ้าฝ้ายสีขาวจุ่มลงไปจะได้ผ้าสีเขียว และเมื่อบิดน้ำออกผ้าจะกลายเป็นสีคราม ย้อมอย่างน้อย 3 น้ำเพื่อให้สีครามซึมเข้าไปในเนื้อผ้าจนกว่าจะได้สีอ่อน หรือแก่ตามต้องการ ในการย้อมสามารถย้อมได้ทั้งผืน หรือย้อมเฉพาะบางส่วน โดยใช้เชือกฟางมามัดตรงส่วนที่ไม่ต้องการให้สีติดก่อนจะนำไปย้อมในน้ำคราม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่นำมาผ้าไปย้อมแล้วจะนำมาตากให้แห้ง ก่อนจะนำไปม้วนเก็บให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ฝ้ายติดกันก่อนจะนำไปทอต่อไป สามารถนำไปทอเป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าซิ่น หรือผ้าสำหรับตัดเสื้อก็ได้ ผ้าที่ได้ใส่แล้วเย็นสบาย กลิ่นหอมที่ได้จากการย้อมสีธรรมชาติ สีสวยคงทน นับเป็นภูมิปัญญาไทยอย่างหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
ผ้าพันคอเส้นใยฝ้ายย้อมครามทอมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในแต่ละร้าน หรือแต่ละกลุ่มอาจมีเทคนิคเพิ่มเติมตามประสบการณ์ของผู้ทำ&amp;nbsp;สำหรับผ้าคราม ในจังหวัดสกลนคร มีผู้ผลิตอยู่หลายแห่ง แต่ที่ขึ้นชื่อเป็นของดีประจำถิ่น ต้องยกให้ที่บ้านโนนเรือสามัคคี ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร หนึ่งในชุมชนที่มีชื่อเสียงที่สุดเรื่องผ้าย้อมคราม ภายใต้การนำของ แม่วารี ไชยตะมาตย์ มีการรวมกลุ่มแม่บ้านประมาณ 60 หลังคาเรือน เป็นชาติพันธุ์ภูไท หรือผู้ไทและไทญ้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะทอผ้าใช้ในครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กลุ่มบ้านโนนเรือเริ่มรวมตัวกันเพื่อหารายได้เสริมมาตั้งแต่ปี 2537 ช่วงแรกเน้นเรื่องการทำขนม แต่ขายได้ไม่ดีนัก ภายหลังจึงนำองค์ความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่ตนเองมีอยู่ คือ การทอผ้า ประกอบกับประธานกลุ่มคือแม่วารี มีทักษะฝีมือในการทอผ้า จึงได้สอนสมาชิกกลุ่มให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการย้อม ไปจนถึงขั้นตอนการทอ และเริ่มทอผ้าฝ้ายย้อมครามอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ.2547 จนประสบความสำเร็จและได้รับการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี 2549 ได้รับความสนใจและการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าคนกลางทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาดูงานของสถาบันการศึกษาและสถาบันอื่นๆ มาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
ผ้านุ่งใยไผ่ ทอมือ ร้านครามสกล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ผลงานของกลุ่มแม่บ้านบ้านโนนเรือ มีรางวัลต่างๆ&amp;nbsp; รับรองมากมาย อาทิ รางวัลผ้าย้อมคราม ประเภทแปรรูปกระเป๋า เมื่อปี พ.ศ.2537, รางวัลสุดยอดผ้าย้อมครามประเภทผ้ามัดหมี่ลายสร้างสรรค์ ปี พ.ศ.2537, รางวัลชมเชยในการประกวดผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ประเภทผ้าปูโต๊ะอาหาร เมื่อปี พ.ศ.2537, รางวัลชนะเลิศที่ 1 ในการประกวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหาร ผ้าฝ้ายทอมือประเภทผ้าทอลายจากโครงสร้างผ้าและมีตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ.2537, รางวัลชนะเลิศการประกวดผ้าฝ้ายคลุมไหล่ งานวันเกษตรภาคอีสาน เมื่อปี พ.ศ.2537 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รวมทั้งได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 4 ดาว&amp;nbsp; ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย เมื่อปี พ.ศ.2522, ได้รับการคัดสรรการเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย เมื่อปี พ.ศ.2553 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจุบันทางกลุ่มยังผลิตสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในช่วงนี้ก็มีการผลิตผ้าปิดจมูก งานสีธรรมชาติเป็นผ้าฝ้ายทอมือออกมาจำหน่ายด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้า&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนนเรือสามัคคี (โฮมครามวารี) โทร.08-7232 9016 หรือเข้าชมสินค้าผ่านช่องทาง Facebook : ผ้าย้อมครามบ้านโนนเรือ สกลนคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตัวอย่างผ้าย้อมครามจาก &amp;ldquo;กลุ่มเบ้ภารผ้าย้อมคราม บ้านถ้ำเต่า สกลนคร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บ้านถ้ำเต่า อีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องผ้าย้อมครามเช่นกัน เป็นหมู่บ้านที่มีความเป็นมายาวนาน เนื่องจากมีการค้นพบเตาเผาเครื่องปั้นโบราณขนาดใหญ่คล้ายถ้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อบ้านถ้ำเตา ต่อมาแผลงเป็นบ้านถ้ำเต่า ที่นี่เป็นแหล่งปลูกครามและผลิตน้ำครามใหญ่ที่สุดในสกลนคร และมีการพัฒนาความรู้การทำผ้าย้อมคราม และต่อยอดการสร้างสรรค์ผ้าย้อมครามแบบใหม่ๆ ให้สอดรับกับยุคสมัย ในสถานการณ์ปกติสามารถชมการสาธิต การเข็นฝ้าย การย้อมฝ้าย ทดลองกิจกรรมทำผ้ามัดย้อมคราม เลือกซื้อสินค้าแปรรูปจากผ้าย้อมคราม เช่น เสื้อยืดมัดย้อมคราม เสื้อสำเร็จรูป ปลอกหมอน กระเป๋า ฯลฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้าย้อมครามบ้านโนนเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับช่วงนี้ ผู้สนใจผลิตภัณฑ์สามารถเข้าไปดูที่ Facebook : ผ้าย้อมครามบ้านถ้ำเต่า ซึ่งมีร้านและกลุ่มแยกออกไปอีก โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดการทอและลวดลายที่แตกต่างกันไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนคนที่ชอบงานผ้าครามประยุกต์เป็นแนวโมเดิร์น ต้องไปดูที่ &amp;rdquo;ร้านครามสกล&amp;quot; อยู่ที่ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยววิถีผ้าคราม และเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าครามสกลในหลากหลายมิติ ตามแฟชั่น ตามยุค ตามสมัย เป็นทั้งร้านจำหน่ายสินค้าอันหลากหลายจากผ้าครามที่ผลิตจากแหล่งที่ดีในสกลนคร เป็นผ้าย้อมครามธรรมชาติ และย้อมเปลือกไม้ธรรมชาติ เช่น ผ้าพันคอชิโบริ เสื้อยืดมัดย้อมคราม (เทคนิคดึงสี) เสื้อมัดย้อมครามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลวดลายเด่นของผ้าย้อมครามบ้านโนนเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปผ้าไทย ซึ่งเป็นผ้าที่ชาวบ้านในชุมชนทอมือด้วยความใส่ใจ ย้อมครามธรรมชาติ มาเป็นผ้ากากอนามัยจำหน่ายอีกด้วย ใช้สวมใส่เพื่อป้องกันเชื้อโรค กันฝุ่นมลพิษต่างๆ และป้องกันรังสี UV ผลิตในลักษณะงานแฮนด์เมดเพื่อช่วยให้ช่างตัดเย็บมีงานทำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจติดต่อผ่าน Line ID : @Kramsakon1 (ใส่เครื่องหมาย@ด้านหน้าด้วย) โทร.08-7227-4173 หรือติดตามผ่านเฟซบุ๊ก : ครามสกล-Kramsakon&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ผ้าย้อมครามในจังหวัดสกลนครมีแหล่งผลิตอีกหลายแห่ง ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าไปค้นหา Facebook โดยใช้คีย์เวิร์ดคำว่า ผ้าย้อมคราม สกลนคร จะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพิ่มเติมขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนมผ่านช่องทาง Facebook : ททท.สำนักงานนครพนม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63589</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ความงดงามตามวิถีไทย, จ.สกลนคร, ททท., ผ้าครามสกล, ผ้าย้อมคราม, มองเมือง, สกลนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9bd5ea6016a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวยหยด &#039;ช่อ&#039; เที่ยวงานแห่ปราสาทผึ้ง ใส่ชุดผ้าครามสาวภูไท อัตลักษณ์ชาวสกลนคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค 62 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์รูปภาพและข้อความลงในทวีตเตอร์ระบุว่า &amp;quot;เที่ยวงานแห่ปราสาทผึ้ง งานบุญใหญ่ของสกลนคร ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 100,000 คนต่อปี งานนี้เพลินตามาก เพราะผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ใส่ผ้าคราม อัตลักษณ์ของสกลนคร มาโชว์กันเต็มที่ ทีมอนาคตใหม่สกลนครเตรียมชุดผ้าครามแบบสาวภูไทไว้ให้ช่อ ใส่เดินเนียนๆกลมกลืนกับสาวสกลเลยค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, สกลนคร, แห่ปราสาทผึ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da41e5838e71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
