<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.จัดมหกรรมการศึกษาไทย “Education in Thailand”ผ่านระบบออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ก.ย.64-สกศ.จัดมหกรรมการศึกษาไทย &amp;ldquo;Education in Thailand&amp;rdquo;ผ่านระบบออนไลน์ เชิญ &amp;ldquo;ตรีนุช &amp;ndash; คุณหญิงกัลยา &amp;ndash; กนกวรรณ&amp;rdquo; ร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาไทยหลังโควิด ด้าน &amp;ldquo;สุวิทย์&amp;rdquo;ชู 7 ประเด็นต้องทำ ขณะที่องคมนตรี &amp;ldquo;หมอเกษม&amp;rdquo;ย้ำต้องไม่ลืมสร้างความเป็นไทยยั่งยืน

ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - สกศ.จัดประชุมมหกรรมการศึกษาไทย &amp;ldquo;Education in Thailand&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Cisco Webex meeting และ ถ่ายทอดสดบน Facebook และ YouTube ของ สกศ. โดยมีนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช , นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และนายสุวิทย์&amp;nbsp; เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อดีตรมว.อว.) ร่วมเปิดการประชุม มอบนโยบาย และปาฐกถาพิเศษ

โดยนางสาวตรีนุช กล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2565 ตอนหนึ่งว่า สกศ.ถือเป็นองค์กรสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศ ซึ่งตนขอให้ สกศ.ประเมินผลการดำเนินงานของแผนปฏิรูปการศึกษา 5 ปีที่ผ่านมา และการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ 11 เรื่อง การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และ 12 เรื่องการพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อนำผลมาใช้ขับเคลื่อนการศึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขณะเดียวกัน สำหรับนโยบายการจัดการศึกษาทั้ง 12 ข้อ และ นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) อีก 7 ด้าน ของตนนั้น มีเป้าหมายหลักสำคัญครอบคลุม 4 เรื่องหลัก คือ การพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาโดย Big Data ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง และการสร้างอาชีพสร้างคนให้เหมาะกับงานและตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิต และการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง จึงเป็นโจทย์สำคัญให้ สกศ.เตรียมข้อมูล และแนวทาง ที่จะช่วยสนับสนุนองคาพยพ การจัดการศึกษาของ ศธ. เช่น การเตรียมความพร้อม การเปิดภาคเรียน หรือการจัดการเรียนการสอนที่ต้องจัดหลังจากนี้ การประเมินและวัดผลผู้เรียนอย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ด้านคุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2565 ตนมีนโยบายที่อยากให้ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ Coding for All คนไทยต้องเรียนรู้ Coding โดย ศธ. จะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายการเรียนรู้ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันเราอบรมครูของ ศธ.ได้มากกว่า 300,000 คนแล้ว มีการปรับการเรียนรู้ สเต็มศึกษา (STEM) เป็น STEAM โดยเพิ่มเรื่องของ Arts หรือ คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ซึ่งเป็นต้นทุนของคนไทย เข้าไปผสานกับการเรียนสะเต็มศึกษา และเดินหน้าดำเนินโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เพื่อให้คนไทยทุกช่วงชั้นได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพ ถือเป็นการขยายโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ด้านนางกนกวรรณ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน 2 ปีนี้ ได้บอกอะไรกับศธ. และประชาชนมากมาย ว่า มิติการจัดการศึกษาจะไม่ได้มองแต่การศึกษาในระบบเท่านั้น แต่ต้องมองถึงการศึกษานอกระบบ และการศึกษาเอกชนด้วย ซึ่งจากการลงพื้นห่างไกล ทำให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น จำเป็นที่ ศธ.ต้องร่วมกับทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ทุกมิติ ต้องสร้างเด็กให้เป็นนวัตกรน้อย&amp;nbsp; เป็นนักคิด และนักปฏิบัติ&amp;nbsp; การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความสำคัญอย่างมาก การศึกษานอกระบบจะต้องไม่ใช่เน้นแต่การเรียนแบบการศึกษาพื้นฐานเท่านั้น ต้องให้บริการประชาชนที่เข้ามาอย่างหลากหลายรูปแบบ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในเรื่องการศึกษาเอกชน เราจะต้องทำให้เรื่องค่าใช้จ่ายรายหัวให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อ สะท้อนภาพแห่งความเป็นจริงในการลงทุนทางการศึกษา และดูแลให้โรงเรียนเอกชนได้รับการพัฒนา ผู้ปกครองก็มีความสุข นักเรียนก็มีความสุข

ขณะที่นพ.เกษม กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการศึกษาเพื่อความยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การจัดการศึกษาเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไหนจะเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนแค่ไหน เราจัดจัดการศึกษาไปทำไม ถ้าบ่อนทำลายความเป็นไทยไปทุกขณะ ซึ่งทุกประเทศมีเป้าหมายการศึกษา คือ ต้องการสร้างความยั่งยืน ในความเป็นอารยธรรม วัฒนธรรมของเขาเสมอ ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน เราต้องทำให้มีความยั่งยืนในความเป็นไทย-ครอบครัว-ชุมชน และความยั่งยืนขององค์กรทั้งรัฐและเอกชน ซึ่ง ศธ. และ อว.ต้องสนับสนุนดูแลภาพรวมของการศึกษา ขณะเดียวกัน สกศ. ถือเป็นหัวใจ เป็นมันสมอง และดูแลปรับปรุงการศึกษาให้ทันสมัยอยู่เสมอ ระบบการแนะแนวต้องทำให้เด็กมีเป้าหมายในชีวิต มีสัมมาอาชีวะ แนะแนวการเป็นคนดี ไม่ใช่แนะแนวจะต้องเรียนต่อในด้านใดเท่านั้น สิ่งที่ตนของฝาก ศธ. อว. และ สกศ. มี 5 เรื่อง คือ 1.เรื่องประวัติชนชาติไทย ต้องสืบสานให้ยั่งยืน 2.วิเคราะห์สังคมไทยในปัจจุบัน 3.นำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 ทั้ง 4 ด้าน ไปปฏิบัติ&amp;nbsp; 4.สานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 5.ศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ

ขณะที่นายสุวิทย์&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการศึกษาไทยหลังโควิด-19 ตอนหนึ่งว่า เราจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยเพื่อให้สอดรับกับพลวัตโลกหลังโควิด ใน 7 เรื่อง คือ 1.อยู่ในโลกที่ไม่ใช่ใบเดิม โดยปรับเปลี่ยนMindset ก่อนเปลี่ยนSkill-Set&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ท่องโลกกว้าง เรียนรู้เชิงประจักษ์ จาก My School is My World สู่&amp;nbsp; My World is My School 3.เติมเต็มศักยภาพ มุ่งสิ่งที่ชอบ ทำสิ่งที่ใช่&amp;nbsp; จาก Basic Academic Disciplines สู่ Personalized Education&amp;nbsp; 4. ผนึกกำลัง ร่วมรังสรรค์ จาก Teacher-Centric Education สู่ Teacher / Parent / Youth Partnership&amp;nbsp; 5. รับมือกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต จาก 3-Stage Life สู่ Multi-Stage Life&amp;nbsp; 6. เตรียมพร้อมสู่การเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ จาก On-Site / Online Education สู่ Hybrid Education และ 7. เสริมปัญญามนุษย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ จาก Human / Artificial Inteligences&amp;nbsp; สู่ Collaborative Intelligences&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, สกศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151bbcd77582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.เร่งวางรูปแบบนำ Big Data เชื่อจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนปฎิรูปเรียนรู้ด้วยดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ย.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวภายหลังการประชุมออนไลน์ร่วมกับคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล ว่า ในการประชุมมีข้อเสนอ เรื่องการพัฒนา Big data ด้านการศึกษา เพื่อเสนอต่อ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เนื่องจากสิ่งจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้คือ การนำ Big data มาใช้กับวงการศึกษา โดยรูปแบบที่นำเสนอก็คือรูปแบบที่ได้มีการศึกษามาแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์เรื่อง Big data ที่ได้ทำการศึกษา เพื่อนำมาเป็นต้นแบบโดยจะนำมาเชื่อมโยงกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.) อีกทั้ง Big data ยังเป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วน ( Quick Win) ของ ศธ. ที่ต้องการให้มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่อง Big data ของ ศธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการนำส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงกัน ทั้ง นโยบายของ รมว.ศธ. ข้อเสนอของคณะทำงานของสภาการศึกษา รวมถึงเชื่อมโยงไปที่ศูนย์เทคโนโลยีฯ เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้ตนยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความคืบหน้าการจัดทำ ร่างพระราชกฤษฎีกาสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา พ.ศ.....ว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการกฎหมายระดับรอง ซึ่งจะมีการพิจารณาประเด็นที่ปรับปรุงอีกครั้ง จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล เราเดินมาถูกทางแล้ว และจากที่มีการจัดการประชุมวิชาการทางการศึกษาระดับชาติ ได้มีการนำเสนองานวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบของ สกศ. ก็พบว่า วันแรกมีผู้เข้าร่วมมากถึง 2 แสนกว่าคน และวันที่สองมีผู้เข้าร่วมกว่า 1 แสนคน จากตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยผมมองว่าเรื่องนี้อาจยังไม่ใช่บทสรุปที่ดีที่สุด แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการศึกษา เพราะฉะนั้นเรื่องของ Big data จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115406</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., BIGDATA, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16a649b305f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมพงษ์&#039; แนะรร.เตรียมความพร้อมให้กับผู้ปกครองไว้ รองรับการเรียน  Onsite, Online ,On hand </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ส.ค.64- นายสมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ ล็อกดาวน์ ไม่ล็อกการเรียนรู้ ตนได้รับฟังการเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางเป้าหมายของโรงเรียนอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการวางเป้าหมายแบบที่ผู้บริหาร ครู ร่วมกันคิด คือ จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ การเผยแพร่วิสัยทัศน์ ให้เกิด แรงบันดาลใจ &amp;nbsp; หรือ Passion เพราะการเรียนออนไลน์ เป็นการการสร้างระบบการเรียนรู้ไปกับผู้ปกครอง ดังนั้นหากเราไม่แชร์วิสัยทัศน์และไม่สร้าง Passion ไปกับผู้ปกครองด้วย เรื่องการเหล่านี้จะถูกมองว่าเป็นภาระ แก่ผู้ปกครองทันที ซึ่งตนมองว่าโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้ปกครองให้การเรียนรู้ที่บ้านและโรงเรียนเชื่อมโยง และมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อบุตร หลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บทเรียนที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ โรงเรียนไม่จำเป็นต้องสั่งงาน หรือ ให้ใบงานจำนวนเยอะ แต่ขอให้เข้าใจว่าเรากำลังทำงานในโจทย์ที่มีความท้าทาย ซับซ้อน และมีเรื่องความแตกต่าง เพราะในอนาคตการเรียนรู้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไป จะเป็นการเรียนรู้ระหว่าง Onsite Online และ On hand ไม่ใช่มีเพียงรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง โรงเรียนจะกลายเป็นหน่วยงานกลาง ที่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร และนักเรียน มาร่วมกันออกแบบการเรียนรู้&amp;quot;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งที่ตนต้องการที่จะเน้นย้ำ อีกเรื่อง คือ เรื่องเป้าหมายชีวิต และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ตนทำงานร่วมกับเด็กยากจนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง เด็กกลุ่มนี้ไม่มีแรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิตไม่มี ดังนั้นหากผู้ปกครองรักบุตร หลาน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114248</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ล็อกดาวน์, #โควิด19, #โรงเรียนทั่วไป, การเรียนออนไลน์, ผู้ปกครอง, สกศ., สมพงษ์ จิตรระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed6261196483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ &#039;เร่งประกาศใช้พ.ร.บ.ปฐมวัย  เพื่อให้มีผลทางปฎิบัติ พร้อมดึง4กระทรวงหารือหาช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งแผนดังกล่าวอยู่ภายใต้ความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีสภาการศึกษา (สกศ.)เป็นเจ้าภาพในการจัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในลักษณะของการบูรณาการนั้น ขณะนี้ สกศ.ได้จัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และเมื่อเร็ว ๆนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สกศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กเล็ก เพื่อให้รับทราบว่า ครม.ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการวางแผนปฎิบัติการในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และให้จัดส่งแผนปฏิบัติการมาที่ สกศ.ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสกศ.จะได้ช่วยวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆว่ามีช่องโหว่อะไรหรือไม่ อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กส่วนใหญ่จะมีแผนและมาตรฐานในการดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมาช่วยกันดูว่ามีปัญหาหรือไม่ ต้องพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างไร เพื่อที่การทำงานพัฒนาเด็กจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน สกศ.จะจัดเวิร์คช็อปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะจาก 4 กระทรวงหลักคือ มท. ศธ. สธ.และพม. เพื่อมาคุยกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงานว่ามีปัญหาตรงจุดไหน มีช่องโหว่อะไรบ้าง รวมถึงดูตัวชี้วัดต่างๆร่วมกัน และการทำงานเป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กหรือไม่ หรือมียุทธศาสตร์ไหนบ้างที่หน่วยงานยังไม่ได้ทำจะได้เร่งทำ โดยคาดว่าจะจัดเวิร์คช็อปได้ช่วงเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใน พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19 ยังได้กำหนดไว้ว่า เมื่อ ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และต้องประกาศให้รับทราบทั่วกัน ดังนั้น รองนายกฯวิษณุ ขอให้ สกศ.ช่วยเร่งดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวด้วย ซึ่งทาง สกศ.ได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว และจะนำเสนอ นายวิษณุ ลงนามในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 จากนั้นจะไปสู่ขั้นตอนลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศให้ทุกคนได้รับทราบและปฎิบัติตามกฎหมายต่อไป &amp;rdquo;เลขาฯ สกศ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112850</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.ปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.เดินหน้าทำกม.ลูกคู่ขนาน พ.ร.บ.การศึกษาชาติ ถึงมีปรับแก้กฎหมายแม่ก็ไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

26 ก.ค.64-สกศ. ตั้งคณะกรรมการ 10 ชุด เดินหน้าร่างกฎหมายลูก พ.ร.บ.การศึกษาชาติ &amp;quot;อำนาจ&amp;quot; เผยเป็นการทำงานคู่ขนาน ไม่รอให้ พ.ร.บ.ศึกษาฯประกาศใช้ &amp;nbsp;ย้ำถ้ามีการปรับแก้ สามารถทำให้กฎหมายลูกล้อตามไปได้

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... อยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ซึ่งภายในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ระบุถึงกรณีที่มีการประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลูกต่างๆ ให้เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่มีการประกาศใช้ ในระยะเวลาภายใน 2 ปี หลังจากที่มีการประกาศ พ.ร.บ.การศึกษา ดังนั้น สกศ.จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณากฎหมายลูก จำนวน 10 ชุด เช่น คณะกรรมการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการ พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน คณะกรรมการ พ.ร.บ.การศึกษาพิเศษ เป็นต้น เพื่อที่จะให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ และยังเป็นการทำงานในลักษณะคู่ขนานไม่ใช่รอให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติประกาศก่อนจึงจะเริ่มดำเนินการ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้า

ทั้งนี้สำหรับกรรมการในแต่ละคณะนั้น จะเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น เข้ามาร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ สำหรับขั้นตอนเมื่อกฎหมายลูกต่างๆ ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้ว จะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นก่อนที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบต่อไป

&amp;quot;ส่วนกรณีที่มีการคัดค้านเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ นั้น เรื่องนี้ถือเป็นอำนาจของสภาฯ ในการพิจารณา ว่า กฎหมายเป็นของหน่วยงานใดจะมีการแก้ไขอย่างไร หรือ กฎหมายดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมยืนยัน ว่า จะไม่กระทบต่อการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลูกอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะมีการประกาศ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ในรูปแบบใด กฎหมายลูกต่างๆ ก็จะต้องมีการปรับให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การศึกษา ที่มีการประกาศออกมา&amp;quot;เลขาฯ สกศ.กล่าว

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111121</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กฎหมายลูก พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เห็นชอบ 7 สาชาอาชีพ ประเทศต้องการเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ค.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ที่มี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบหลักสูตรการเรียนการสอน และหลักสูตรการฝึกอบรม ของสถานศึกษานำร่อง 8 วิทยาลัย และสถานประกอบการ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใน 7 สาขาอาชีพ ได้แก่ โลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานระบบราง , โลจิสติกส์และซัพพลายเชน , หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ,ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงาน และพลังงานทดแทน , อาหาร และเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ , และแม่พิมพ์ ซึ่งนอกจากปรับปรุงหลักสูตรแล้วจะมีการเติมประสบการณ์ของนักศึกษาในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีวุฒิการศึกษาและทักษะอาชีพที่แท้จริง ทันสมัยตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ โดยมีทั้งหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งนี้หากเรื่องใดที่เรียนมาแล้วก็เปิดให้เทียบโอนหน่วยกิตได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้สถานศึกษานำร่อง 8 วิทยาลัยที่เป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา หรือ CVM ของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คือ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี นำร่องสาขาโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี นำร่องสาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ นำร่องสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด นำร่องสาขาปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงาน และพลังงานทดแทน วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา นำร่องสาขาอาหาร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี นำร่องสาขาเกษตร วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี นำร่องสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม นำร่องสาขาแม่พิมพ์/เครื่องมือทางการแพทย์ จะต้องไปขับเคลื่อนต่อโดยปรับปรุงหลักสูตรของตนเองและขยายผลไปยังวิทยาลัยที่เป็นศูนย์ CVM อีก 17 แห่ง และศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ที่เป็น node 17 แห่ง ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง 42 สาขาวิชา/สาขางาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;การเชื่อมโยงหลักสูตรการเรียนการสอน กับ มาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาตินี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สกศ. กับ สอศ. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงหลักสูตรตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในสาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ภายใต้ &amp;lsquo;แผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 2565 &amp;rsquo; ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563
&amp;quot;เชื่อว่าแผนนี้จะสอดคล้องกับนโยบายของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ในการนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ &amp;nbsp;ซึ่ง สกศ.เปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา &amp;rdquo; เลขาฯ สกศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110596</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ, สกศ., อาชีพต้องการเร่งด่วน, อำนาจ วิชานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; วิษณุ&#039; มอบสกศ. ปรับยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้ยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ค.64- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิษณุ เครืองาม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 และการรายงานผลการติดตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยอภิปรายอย่างกว้างขวางถึงภาวะสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยที่จำเป็นต้องสร้างการบูรณาการกันทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้มอบหมายให้ สกศ.ปรับยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับดังกล่าวให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด เพื่อขจัดอุปสรรคต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยใช้กลไกขับเคลื่อนสำคัญภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ที่ต้องย้ำติดตามการดําเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติของหน่วยงานต้นสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแล พัฒนาและจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดําเนินงานตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับตัวชี้วัดอย่างละเอียด ในแต่ละยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเด็กปฐมวัย &amp;nbsp;พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ มาตรการขับเคลื่อน และการติดตามประเมินผล เพื่อลดความซ้ำซ้อนการบริหารงาน เพราะการพัฒนาเด็กไม่ได้มีแค่พัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ สติปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีทักษะการบริหารจัดการตนเองขั้นสูง (Executive Functions : EF) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเพิ่มเสาหลักการพัฒนาตัวตนในเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นกระบวนการความคิดระดับสูงของสมองส่วนหน้าที่มีความเกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเด็กปฐมวัย ผนวกเข้ากับแผนการขับเคลื่อนต่อเนื่องกันทุกกระทรวงในสถานการณ์โควิด จะทำให้ไม่ขาดตอนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.2561&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108825</URL_LINK>
                <HASHTAG>#แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc74dd419670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
