<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ชี้มูล&#039;เกษม กลั่นยิ่ง&#039;2กระทง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;รายข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า กรณีนายเกษม กลั่นยิ่ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จากวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ให้เป็น 6 ปี โดยมีเจตนาเพื่อรองรับกรณีที่ตนเองจะพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ให้เป็นประธาน ช.พ.ค. โดยที่ไม่ให้เหตุผลรายละเอียดในการขยายเวลาดังกล่าว &amp;nbsp;มีเจตนาชัดเจนในการเอื้อตนเองไปเป็นประธาน จึงมีมติชี้มูลความผิดนายเกษม ตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และกระทำความผิดต่อตำแหน่ง ตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลนายเกษม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธาน ช.พ.ค.เมื่อปี 2546 กรณีเซ็นอนุมัตินำเงินกองทุน ช.พ.ค. 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจาก บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน โดยจากหลักฐานพบว่ามีการโอนเงินให้บริษัทก่อนทั้งที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นการดำเนินการภายหลังกรรมการกองทุน ช.พ.ค.อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาดังกล่าว และต่อมายังมีหลักฐานพบว่าเพิกถอนตั๋วสัญญาใช้เงิน มาสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับกรรมการกองทุน ช.พ.ค. โดยมีความผิดตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106547</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเกษม กลั่นยิ่ง, ป.ป.ช., สกสค., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe491cf1d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!พี่ศรีเตรียมนำพนักงาน สกสค.961ชีวิตร้องศาลระงับเลิกจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ประกาศคำสั่งเลิกจ้างพนักงานจำนวน 961 คนจากทั้งหมด 1,035 ราย โดยมีผลเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ลงนามโดยนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 15 ปี และเพื่อเป็นการปรับปรุงอัตรากำลัง และผลประโยชน์ตอบแทนขององค์กรนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งการเลิกจ้างดังกล่าว เป็นการเลือกปฏิบัติของคณะกรรมการ สกสค. และไม่มีธรรมาภิบาลของผู้บริหาร ซึ่งภาวะการขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากนักการเมืองที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ใน สกสค.ทั้งสิ้น โดยใช้อำนาจในการบริหารในการนำงานพิมพ์ของ สกสค.ไปว่าจ้างเอกชนให้พิมพ์แทน ทำให้ สกสค.ไม่มีงานพิมพ์ เกิดภาวะการขาดทุน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ สกสค.ต่างมีผลประกอบการทำกำไรให้กับองค์กรมาอย่างต่อเนื่องปีๆ หนึ่งนับพันล้านบาท ซึ่งจากนี้ไปหาก สกสค.ไม่ได้พิมพ์หนังสือเรียนเอง ก็จะทำให้ราคาหนังสือเรียนของนักเรียนมีราคาแพงขึ้นแน่นอน นอกจากนั้นเป็นที่สังเกตว่าที่ดินขององค์การค้าของ สกสค.ที่ลาดพร้าวกว่า 49 ไร่ ซึ่งอยู่ในทำเลทองใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า กำลังเป็นที่หมายปองของมหาเศรษฐีในลำดับต้นๆของประเทศที่อาจจะเข้ามาขอเช่าเพื่อนำมาพัฒนาเป็นศูนย์การค้าได้ จึงส่งนอมินีเข้ามาทำลายองค์การค้า สกสค.ให้เกิดภาวการณ์ขาดทุน จะได้ใช้เป็นเหตุอ้างในการปล่อยเช่าที่ดินดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานของ สกสค.ที่ลูกคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าด้วยการบริหารบุคคลของพนักงานเจ้าหน้าที่และลูกจ้างองค์การค้าของ สกสค.พ.ศ.2554 จึงได้มาร้องเรียนต่อสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เพื่อขอให้ช่วยเป็นธุระในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยขอให้ศาลสั่งระงับคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเสีย
ทั้งนี้สมาคมฯและพนักงานขององค์การค้า สกสค.จะร่วมกันเดินทางไปยื่นฟ้อง ผอ.องค์การค้า สกสค. ต่อศาลปกครองกลาง ในวันพฤหัสที่ 30 ก.ค.63 เวลา 10.00 น. พร้อมกับมีคำขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวพนักงาน สกสค.ทั้ง 961 คนที่จะถูกเลิกจ้างในวันที่ 1 ส.ค.63 นี้ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72771</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, ศาลปกครอง, สกสค., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20cc183f83f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถพล&#039;เผยยอดหนี้องค์การค้าของสกสค.ลดวูบ ปีหน้าปฏิรูปองค์กรจะยืนและเดินได้ตามปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62- &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบหนี้ขององค์การค้าของ สกสค.ล่าสุด พบว่าหนี้สินลดลงไปจากเดิมมาก เหลือเพียงหนี้ค้างชำระค่ากระดาษจำนวนกว่า 100 ล้านบาทเท่านั้น และตนยังได้สอบถามทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์การค้าของ สกสค.ต่างยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่สามารถทยอยชำระหนี้ตามปกติได้ เพราะหลังจากนี้ตัวแทนร้านค้าที่รับหนังสือเรียนขององค์การค้าของ สกสค. ไปจำหน่ายก็กำลังจะทยอยจ่ายเงินให้กับองค์การค้าฯแล้ว โดยในปีหน้าหากองค์การค้าของ สกสค.รีบปฏิรูปองค์กร โดยเฉพาะในเรื่องกำลังคน รวมไปถึงการปรับลดหน่วยงานที่ไม่สร้างกำไรลง ลดรายจ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็นลง ก็เชื่อว่าองค์การค้าของ สกสค.จะยืนและเดินได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยหลักที่ทำให้ผมมั่นใจในเรื่องนี้ก็ คือ จากข้อมูลขององค์การค้าของ สกสค. ที่ขณะนี้ได้ปรับลดพนักงานลงเป็นจำนวนมาก และในเดือน กันยายนนี้ ก็จะมีพนักงานเกษียณอายุอีกถึง 60 คน นอกจากนี้ผมยังมอบให้องค์การค้าของ สกสค.ไปจัดทำแผนที่ลดกำลังคนประเภทลูกจ้างที่ไม่จำเป็นลงไปอีก รวมไปถึงหน่วยผลิตยิบย่อยทั้งหลาย เช่น ผลิตเสื้อผ้า สื่ออุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งร้านศึกษาภัณฑ์ทั้งหลายที่ไม่มีจุดคุ้มทุน สิ่งเหล่านี้จะต้องไปปรับรูปแบบเพื่อให้มีกำไรให้ได้ และดูแล้วเรื่องนี้ทางองค์การค้าฯก็สามารถตอบสนองออกมาได้ดี&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ สกสค.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงาน สกสค.ได้เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาลในหมวดของเงินเดือนและค่าจ้างให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ขององค์การค้าของ สกสค. ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ซึ่งล่าสุดได้ผ่านความเห็นชอบของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เสนอเรื่องให้สำนักงบประมาณได้พิจารณาแล้ว และหากพนักงานและเจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค.ได้รับการดูแลเงินเดือนด้วยงบประมาณแผ่นดินแล้ว องค์การค้าของ สกสค. ก็จะขยับเดินไปข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในเรื่องเงินเดือนพนักงานและเจ้าหน้าที่นั้นถือว่าหนักมาก ตกเดือนละกว่า 40 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันคนองค์การค้าของ สกสค.ก็ต้องทำใจด้วยว่าเมื่อรับเงินเดือนจากงบประมาณของรัฐแล้วการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้มข้นขึ้น คงไม่ปล่อยให้บริหารงานเหมือนดังเช่นที่ผ่านมาอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องการผลิตและงานพิมพ์นั้น ตนได้มอบนโยบายให้องค์การค้าของ สกสค. ไปว่า หากแท่นพิมพ์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ชำรุด แต่การซ่อมนั้นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากก็ควรชะลอไปก่อน เพราะขณะนี้องค์การค้าของ สกสค.ระหว่างการฟื้นตัว แล้วให้ใช้วิธีแบ่งงานให้คนนอกเอาไปช่วยผลิต เพราะมีต้นทุนถูกกว่าที่ทำเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30747</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอรรถพล ตรึกตรอง, ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, สกสค., หนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c654a95028e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค.เร่งหาทางหนีทีไล่สางหนี้ตั้งบอร์ดจัดซื้ออีกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12rพ.ย.61-บอร์ดสกสค. &amp;nbsp;เร่งสางปัญหาหนี้สิน องค์การค้าฯ เหตุครบกำหนดชำระ &amp;nbsp;โดยขอผ่อนผันเจ้าหนี้ สพฐ. สสวท. และสำนักงานปลัดศธ. ออกไปก่อน พร้อมกับเตรียมตั้งคณะกรรมการ กำหนดนโยบายการจัดซื้อสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ของ ศธ. &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; เป็นประธาน หวังแก้ปัญหาระยะยาวขององค์การค้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ขององค์การค้าของ สกสค. ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายและแต่ละแนวความคิด ก็เป็นที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ตกผลึกอย่างชัดเจน เพราะงานเร่งด่วนก็คือเราต้องแก้ไขปัญหาหนี้สินขององค์การค้าของ สกสค.ให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องหนี้เฉพาะหน้าวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้องค์การค้าของ สกสค. มีเจ้าหนี้ที่มีกำหนดใกล้จะต้องชำระหนี้อยู่ประมาณ 3 ราย คือ สพฐ. สำนักงานปลัด ศธ. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งตนเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ไปว่าช่วยขอพักชำระหนี้ ไปก่อนในส่วนที่เจ้าหนี้เป็นหน่วยงานภาครัฐ โดย สสวท. นพ.ธีระเกียรติ ได้มอบนายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้าของ สกสค. ไปเจรจา แต่ในส่วนของ สพฐ.จะขอให้ รมว.ศธ. ตรวจสอบรายละเอียด หากพักชำระหนี้ได้ ก็ให้พักชำระหนี้ไปก่อน โดยหนี้ในส่วนของสพฐ.มีประมาณ 30 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าลิขสิทธิ์แบบเรียน&amp;nbsp;
ส่วนการชำระหนี้ภาพรวมต่างๆขององค์การค้าของ สกสค. นั้นได้มีการหารือกันว่า จะให้องค์การค้าของ สกสค.และสกสค.มาดูรายละเอียดเพื่อจัดทำแผนว่า หนี้ส่วนใดถึงกำหนดการชำระที่ต้องชำระก่อน ขณะเดียวกันยังได้มีการขออนุมัติจากที่ประชุมในการขอบริหารจัดการเรื่องที่ดิน 2 ไร่ย่านลาดพร้าว กทม. โดยขอปรับลดราคาประเมินลง &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามราคาประเมินตามท้องตลาด เพราะราคาเดิมที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูง &amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีผู้เสนอการประมูลราคาเข้ามา ส่วนแนวทางอื่นๆ เช่น หนังสือที่ค้างสต๊อกอยู่ในคลังสินค้านั้น จะพิจาณาส่วนลดพิเศษเฉพาะหนังสือค้างสต๊อก ประมาณ 175 ล้านบาท ตามราคาปก &amp;nbsp;ซึ่งจะจัดเป็นออพชั่นพิเศษให้แก่ร้านค้าตัวแทนที่จะดำเนินการเร็วๆนี้เป็นราคาพิเศษไป เพื่อลดล้างสต๊อกให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องการผลิตสื่อและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ สสวท.ให้องค์การค้าของ สกสค.ผลิตที่จัดอยู่ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนและกำหนดวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ โดยวิธีการคัดเลือกและเฉพาะเจาะจง ซึ่งตรงนี้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ขององการค้าฯ ที่ผลิตสามารถให้หน่วยงานสั่งซื้อได้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ &amp;nbsp; โดยไม่จำกัดวงเงินแต่กฎกระทรวงฉบับนี้ไปกำหดว่า &amp;nbsp;ถ้าเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงได้ไม่เกิน 130,000 บาท แต่ สพฐ.จัดสรรเรื่องนี้โดยให้มีการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ e-bidding ทั้งหมด ซึ่งประเด็นนี้ รมว.ศธ.ได้เห็นชอบในหลักการให้มีการกลับไปทบทวนแล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ปัญหาที่ผ่านมาองค์การค้าฯได้งานพิมพ์จากส่วนราชการ ศธ.ค่อนข้างน้อย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ รมว.ศธ.นั่งหัวโต๊ะเองพิจาณางบประมาณของแต่ละแท่งว่างบประมาณในส่วนไหนที่จ้างองค์การค้าพิมพ์ได้ก็ต้องจ้างก้อน โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะจ้างองค์การค้าของ สกสค.พิมพ์ไดอารีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวีระกุล กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาวเราจะมีการแก้ไขปัญหาระดับคณะกรรมการกำหนดนโยบายการจัดซื้อสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนของ ศธ.โดยมี รมว.ศธ. เป็นประธาน ซึ่งจะประกอบไปด้วย ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. เข้ามาช่วยพิจารณาการจัดซื้อสื่อ ที่เหมาะสมสำหรับกระทรวง ดังนั้น จึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวขององค์การค้าของ สกสค.ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21831</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอรรถพล ตรึกตรอง, ปัญหาหนี้สินสกสค., สกสค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd6fcb107d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกโฉม&quot;ศึกษาภัณฑ์&quot; ดึงเอกชนร่วมทุน หาช่องธุรกิจในเครือทำเงินเพิ่ม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
30ต.ค.61- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค. ว่า ในที่ประชุมองค์การค้าของ สกสค. ได้เสนอร่างแผนการพัฒนาองค์การค้าของ สกสค.ซึ่งแผนดังกล่าวมีความชัดเจน และจะมีการดำเนินการในหลายเรื่อง เช่น การผลิตสื่อการเรียนการสอน ตราสัญลักษณ์ลูกเสือ เป็นต้น และที่ประชุมยังได้การจัดตั้งคณะกรรมการการกำหนดเรื่องสื่อการเรียนการสอนในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งหมด เพราะตามกฎหมายหน่วยงานของรัฐจะต้องใช้ หรือซื้อของจากหน่วยงานรัฐก่อน &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนโฉมศึกษาภัณฑ์ &amp;nbsp;โดยคาดจะเอาภาคเอกชนเข้ามาร่วม แต่จะเป็นการร่วมในลักษณะร่วมทุน หรือจะดำเนินการอย่างไรนั้น องค์การค้าของ สกสค.จะต้องไปศึกษาในเรื่องนี้ และ สกสค. ยังมีข้อเสนอให้สถานพยาบาลของ สกสค. เปิดคลินิกนอกเวลา เพื่อเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งทาง สกสค.จะไปศึกษารายละเอียด ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้นพ.โสภณ นภาธร ผู้ช่วย รมว.ศธ.เข้ามาช่วยดูแลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล &amp;nbsp;ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ สกสค. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทางองค์การค้าของ สกสค. ไปจัดทำแผนอัตรากำลังพนักงานให้มีความชัดเจน เพราะขณะนี้มีพนักงานค่อนข้างมาก โดยต้องมีการไปศึกษาถึงเรื่องค่าจ้าง เงินเดือนว่าจะมีวิธีการถ่ายโอนอย่างไรได้บ้าง อาจจะไปขอตั้งเป็นงบประมาณมาช่วยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;รวมถึงเรื่องการว่าจ้างลูกจ้างรายปี ลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ได้มีการต่อสัญญาให้แก่พนักงานเกือบ 300 คน &amp;nbsp;ครบทุกคนแล้ว โดยสัญญามีผลไปจนถึงเดือนกันยายน 2562 &amp;nbsp;และเป็นการต่อสัญญาเพียงปีเดียวไม่มีการผูกพันไปปีอื่นๆ ส่วนในปีหน้าคงต้องดูว่าจะพิจารณาอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จะไม่มีการปลดพนักงาน แต่เมื่อถึงเวลาครบตามสัญญา ก็ต้องสงวนอัตราหรืออาจจะไม่จ้างต่อ เพราะจำนวนพนักงานที่มีอยู่เยอะมาก เช่น ดูแลด้านการตลาด ฝ่ายเดียวมีประมาณ 500 กว่าคน หรือบางแผนก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างพนักงานแบบรายปี หรือแบบชั่วคราว ดังนั้นโดยโครงสร้างเท่าที่ดูในขณะนี้ กลายเป็นจ้างเจ้าหน้าที่มาบริการเจ้าหน้าที่ค่อนข้างมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงเอกชนร่วมทุนศึกษาภัณฑ์, บอร์ดองค์การค้าคุรุสภา, สกสค., เล็งปรับลดพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd6fcb107d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;แนะทางรอด องค์การค้า แปลงทรัพย์สิน ที่ดินแปลงสวยเป็นทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ต.ค.61-รมว.ศธ.ออกนโยบายสกสค. นำทรัพย์สิน องค์การค้าสกสค. มาแปลงเป็นทุน เผยมีที่ดินย่านลาดพร้าว 47ไร่ มูลค่า 5พันล้าน &amp;nbsp;และทรัพย์สินอื่นๆอีก โดยรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน &amp;nbsp;&amp;quot;วีระกุล&amp;quot; เผยแผนเพิ่มรายได้ ร้านค้าศึกษาภัณฑ์ เล็งขยายเวลาเปิดบางแห่ง หวังเพิ่มยอดขาย ส่วนการลดรายจ่าย ชี้จำเป็นต้องลดการทำโอทีพนักงาน ลั่นปีหน้าต้องมีกำไรอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ขณะนี้องค์การค้าของ สกสค. จำเป็นที่จะต้องสร้างรายได้เพิ่ม โดยอาจจะต้องเปิดกิจการใหม่ เช่น อีบุค ขายของออนไลน์ และอาจจะต้องขยายเวลาในการเปิดร้านศึกษาภัณฑ์บางแห่ง โดยคงต้องดูทำเลด้วย เพราะจากข้อมูลปัจจุบันร้านศึกษาภัณฑ์ จำนวน 10 ร้าน มียอดขาย กว่า 600 ล้าน ขาดทุนเพียงแสนกว่าบาท ซึ่งเรื่องนี้ตนได้หารือและมอบการบ้านให้คณะผู้จัดการร้านศึกษาภัณฑ์ ไปดำเนินการทำแผนในการดูแลของแต่ละร้านมาหารือในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ก่อนที่จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. วันที่ 29 ตุลาคม โดยได้รายงานให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รับทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;และสำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินขององค์การค้าของ สกสค.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นคาดว่ามีทรัพย์สินมูลค่าไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท เช่น ราคาที่ดินบริเวณลาดพร้าว จำนวน 47 ไร่ มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทแล้ว องค์การค้าของ สกสค. มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน และรมว.ศธ.ก็ให้นโยบายว่า ให้แยกทรัพย์สินที่เป็นขององค์การค้าของ สกสค.ออกจาก สกสค.และนำมาแปรสภาพในเป็นทุน เพื่อจัดการแก้ปัญหาหนี้สินที่มีอยู่ โดยการจะแปรสภาพรูปแบบไหนนั้นจะต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการองค์การค้าฯ ด้วย ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องมีการประเมินทรัพย์สินตามหลักที่ถูกต้อง จากนั้นต้องนำเหตุผลความคุ้มค่ามาชี้แจงในคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค. ส่วนเรื่องที่สหภาพแรงงานองค์การค้าของ สกสค.จะเสนอให้ รมว.ศธ.ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดพิมพ์หนังสือล่าช้านั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนของการลดรายจ่ายนั้น ผอ.องค์การค้าฯ กล่าวว่า คิดว่าองค์การค้าของ สกสค.จำเป็นที่จะต้องลดการทำโอที แต่ถ้ามีการเปิดร้านศึกษาภัณฑ์ขาย 2 กะ สามารถทำได้เพราะเรามีคนอยู่แล้ว แต่ถ้าปิดแล้วอยู่เฉยๆก็จะยิ่งขาดทุน ดังนั้นจะเอาคนที่เราต้องจ่ายเงินเดือนอยู่แล้วมาเสริมกะแต่จะไม่ให้ทำโอที นอกจากนี้จะเดินหน้าส่งเสริมเรื่องการตลาด เพิ่มสินค้าร้านศึกษาภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยการเพิ่มช่องทางการฝากขายแต่จะไม่นำเงินสดไปซื้อของเข้ามา รวมถึงให้แต่ละพื้นที่สำรวจว่ามีสินค้าประเภทไหนบ้าง ที่ร้านศึกษาภัณฑ์ยังไม่เคยขาย และเป็นที่ต้องการของลูกค้า องค์การค้าของ สกสค.จะใช้งบฯบางส่วนมาตรงเพิ่มจุดนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมมีหน้าที่ทำให้ร้านศึกษาภัณฑ์ที่เคยขาดทุนได้กำไรในปีหน้า และทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะช่วย เชื่อมั่นว่าสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้และปีหน้าจะต้องมีกำไรอย่างแน่นอน &amp;quot;นายวีระกุลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20462</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีระกุล อริณยะนาค, สกสค., หมอธีแนะแปลงทรัพย์สินสกสค.เป็นทุน, ไม่ยุบศึกษาภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdba69c512a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันไม่&quot;ยุบ&quot;ศึกษาภัณฑ์ ผอ.องค์การค้าเผยเลือกสู้ต่อ ยึดโรงพิมพ์เป็นหัวหอก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;

18ต.ค.61-นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) . กล่าวถึงกรณี สกสค.ให้องค์การค้าของ สกสค.ไปสำรวจร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ทั่วประเทศ และหากร้านใดขาดทุนก็ให้ยุบและเหลือเฉพาะร้านค้าที่ทำกำไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระนั้น เรื่องนี้ทางนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายชัดเจน ว่าองค์การค้าของ สกสค. เป็นหน่วยงานที่มีประโยชน์ในการผยุงราคาแบบเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมเรื่องสื่อการศึกษาให้แก่สถานศึกษาทั่วประเทศ และทางพนักงานขององค์การค้าของ สกสค. ก็มีประสิทธิภาพในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าองค์การค้าของ สกสค. ประสบปัญหาหนี้สิน ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ มีทิศทางว่าจะชำระหนี้ที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;ส่วนการที่ทาง สกสค.ระบุว่าจะให้ยุบศึกษาภัณฑ์หากขาดทุนนั้น เป็นเพียงหนึ่งข้อเสนอให้ทางองค์การค้าของ สกสค. ตัดสินใจเลือก ซึ่งตนไม่ได้เลือกยุบศึกษาภัณฑ์ แต่เลือกตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรให้บุคลากรอาวุโสของศึกษาภัณฑ์กลับมาดูแล และทำรายได้ให้มากขึ้น &amp;nbsp;และทางองค์การค้าของ สกสค. จะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้อำนวยการสกสค.กล่าวว่าปัจจุบันบุคลากรในร้านศึกษาภัณฑ์ มีประมาณ 200 คน ซึ่งทุกคนจะไม่ถูกเลิกจ้าง &amp;nbsp;และองค์การค้าของ สกสค. จะพยายามเลี้ยงตัวเองให้ได้ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนช่วยกันทำงาน&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการขององค์การค้าของ สกสค.ในขณะนี้ คือการทำให้โรงพิมพ์จัดพิมพ์งานได้อย่างมีคุณภาพ เพราะหัวใจขององค์การค้าของ สกสค. คือการจัดพิมพ์แบบเรียน &amp;nbsp;ตอนนี้ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบแท่นพิมพ์ว่าต้องมีการซ่อมแซม หรือปรับปรุงอย่างไรบ้าง เพื่อให้อยู่ในสภาพที่สามารถพิมพ์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้น คาดว่าจะไม่ต้องซื้อแท่นพิมพ์ใหม่ และมีหลักคิดว่า ถ้าองค์การค้า. มีงานทำทั้งปี &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะต้องจ่ายค่าทำงานเพิ่มให้แก่พนักงาน &amp;nbsp;แต่จะทำให้พนักงานทำงานได้เต็มที่ &amp;nbsp;และองค์การค้าของ สกสค.ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานของพนักงาน ยังไงองค์การค้าของ สกสค.ก็ยังอยู่ได้ เพราะสิ่งที่จะได้รับและทำให้องค์การค้าของ สกสค.อยู่ได้ คือเรื่องคุณภาพของการจัดพิมพ์งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจ้างเด็กอายุ 18-20 ปี ด้วยเงินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้สามารถขายสินค้าได้ดีกว่าและจ่ายเงินเดือนน้อยกว่าบุคลากรอาวุโสก็จริง แต่จะให้บุคลากรอาวุโสออกไปทำหน้าที่อื่น ก็คงไม่ได้ เพราะบุคลากรทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และจากประสบการณ์ เงินเดือนสูงๆ ของบุคลากรอาวุโสเหล่านี้ เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและช่วยงานองค์การค้าของ สกสค. ได้อย่างดีอย่างแน่นอน &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนางภัทราบุญ ปัญญาสุขศิริ ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้า สกสค.) กล่าวถึงแผนการปฏิรูปองค์การค้าของ สกสค. ของนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ สกสค. ว่า ตนเชื่อมั่นว่า นายอรรถพล จะเข้ามาปฏิรูป สกสค.ได้จริง เพราะจากผลงานที่ผ่านมานายอรรถพล เต็มที่กับการทำงาน ทำอย่างจริงจังและจริงใจ &amp;nbsp;ส่วนนโยบายเรื่องการสำรวจร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ทั่วประเทศ หากร้านใดขาดทุน ก็ให้ยุบและเหลือไว้เฉพาะร้านที่ทำกำไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ แต่ทาง องค์การค้าของ สกสค. จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพราะจากข่าวสารที่ออกมา ส่งผลให้พนักงานและเจ้าหน้าที่หลายคน มีความกังวลใจ และในปัจจุบันพนักงาน เจ้าหน้าที่ ติดตามเรื่องราวต่างๆ ขององค์การค้าของ สกสค.ผ่านสื่อเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20229</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีระกุล อริณยะนาค, สกสค., อรรถพล ตรึกตรอง, ไม่ยุบศึกษาภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc875aedd45b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
