<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิญญัติ&#039;อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา34คุ้มหัวก๊วนยิงเลเซอร์ติงรัฐอย่าร้อนตัวเกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและเลขาธิการสมาพันธ์ นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวถึงกรณีมีบุคคลใช้แสงเลเซอร์ฉายข้อความตามหาความจริงเพื่อรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุม 2553 เป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 ให้การคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น &amp;nbsp;การจำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ &amp;nbsp;เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล &amp;nbsp;เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน ซึ่งตามที่ปรากฏข่าวว่ามีการใช้แสงเลเซอร์ฉายข้อความหรือภาพสื่อความหมายบนผนังกำแพงวัดปทุมวนารามนั้น หากมองด้วยความคิดที่ปกติปราศจากอคติใดๆ ก็จะเห็นว่า เป็นเรื่องของการแสดงออกทางความคิดเห็น คล้ายกับการแสดงนิทรรศการหรือการสื่อความหมายสะท้อนเรื่องราวต่างๆ อันเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ก็ควรจะต้องมีความระมัดระวังในการใช้งาน รวมถึงการป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์ จัดทางเดินของแสงให้เหมาะสม ไม่ให้เข้าตาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำว่าตามหาความจริง ก็เป็นคำที่มีความหมายธรรมดาตามตัวอักษร แต่มีคุณค่าและความสมบูรณ์อยู่ในตัว ความจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ใครๆ ก็ได้ที่จะแสวงหาความจริง เพราะความจริงเป็นธรรมชาติที่ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและต้องยอมรับกัน ข้อความที่ปรากฏนี้จึงไม่น่าจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในทางตรงกันข้าม หากมีการปิดบังความจริงหรือมีกระบวนการบิดเบือนความจริง เช่นนี้จึงเรื่องที่ควรต้องถูกประณามและประชาชนก็มีสิทธิในการแสดงออกหรือต่อต้านได้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะถือเป็นเสรีภาพในการแสดงออกอย่างหนึ่งที่ต้องไม่ถูกจำกัดจากการกระทำใดๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิญญัติกล่าวอีกว่า ส่วนการที่มีบางหน่วยงานออกมาแสดงความรู้สึกอ่อนไหวว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ยิงแสงเลเซอร์นั้น ตนมองในแง่ของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รัฐเองนั่นแหละที่กำลังแสดงออกที่ไม่เหมาะสม เพราะรัฐต้องเป็นที่พึ่งให้ประชาชนคนในสังคมและสร้างความน่าเชื่อถือไม่เลือกปฏิบัติ จะนำเอาความรู้สึกมาเป็นอารมณ์หรือเอาอำนาจมาใช้บังคับเกินความจำเป็นไม่ได้ เพียงแค่การใช้แสงเลเซอร์ยิงบนผนังเป็นข้อความและสื่อความหมายธรรมดาๆ ที่ไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐจนต้องออกมาแสดงอาการร้อนตัวร้อนใจเร็วไปหรือไม่ แม้แต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็มีเรื่องสำคัญมากมายที่มีการทำลายหลักการประชาธิปไตยหรือการทำให้เสียความยุติธรรมในสังคมเกิดขึ้น กลับน่าจะเป็นเรื่องที่รัฐต้องป้องกันและกำจัดการกระทำนั้นให้สิ้นไป แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร จะมามีปัญหาหยุมหยิมกับแสงเลเซอร์ที่แสดงข้อความเช่นนี้ ตนจึงเป็นห่วงว่าอาจจะทำให้เป็นปัญหาบานปลายไปอีก การจะเอาเรื่องกับประชาชนทุกเรื่อง ยิ่งจะสร้างความแตกแยกและทำให้ประชาชนหมดความศรัทธาอำนาจรัฐได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความจริงแล้วรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพความเห็น ต้องหนักแน่นเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นและการแสดงออกของประชาชนได้ อย่าอ่อนไหวเกินไป ทั้งนี้รัฐจะต้องคุ้มครองสิทธิเและเสรีภาพอย่างพอเหมาะพอควรสมเหตุสมผลตามความจำเป็น มิใช่จะหาวิธีขัดขวางสิทธิพื้นฐานหรือใช้อำนาจจนเกินสมควรแก่เหตุ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, วิญญัติ ชาติมนตรี, สกสส., สมาพันธ์ นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ, แสงเลเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daec9aa6db85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
