<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสซี่แหย่หนวดมังกร ระงับส่งผู้ร้ายข้ามแดน-ขยายวีซ่าคนฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลียตอบโต้ที่จีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมาใช้กับฮ่องกง ประกาศระงับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และขยายวีซ่าแก่พลเมืองฮ่องกงในออสเตรเลียเป็น 5 ปี เปิดทางสำหรับการขอพำนักถาวร จีนยัวะออสเตรเลียละเมิดหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน แถลงข่าวที่กรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 ว่ากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่จีนบังคับใช้ในฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ขั้นพื้นฐานสำหรับเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของจีน และออสเตรเลียกำลังปรับเปลี่ยนกฎหมายและโครงการคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย ที่ออสเตรเลียถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบและเขตอำนาจศาลของตน เพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวว่า รัฐบาลของเขาตัดสินใจระงับสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง และจะขยายวีซ่าแก่ชาวฮ่องกง 10,000 คน ทั้งนักศึกษาและแรงงานที่อยู่ในออสเตรเลียอยู่แล้วด้วยวีซ่าชั่วคราว ให้สามารถอยู่และทำงานที่นี่ได้ 5 ปี และสามารถยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวรได้หลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ออสเตรเลียยังเสนอออกวีซ่า 5 ปีและโอกาสการขอสถานะผู้พำนักถาวรแก่นักศึกษาฮ่องกงที่ต้องการขอวีซ่าในอนาคต และผู้ประกอบการหรือแรงงานมีทักษะชาวฮ่องกงที่ต้องการย้ายมาอยู่ออสเตรเลียในอนาคตข้างหน้า แต่มอร์ริสันกล่าวว่า เขาไม่คิดว่าชาวฮ่องกงจะแห่ยื่นขอวีซ่าใหม่กันจำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากการจำกัดการเดินทางเพราะการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของมอร์ริสันคล้ายกับมาตรการที่ออสเตรเลียใช้ตอบโต้การปราบปรามนักศึกษาและประชาชนจีนที่จัตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2532 คราวนั้นออสเตรเลียเสนอให้ที่พักพิงแก่นักศึกษาจีนในออสเตรเลียี่ส 42,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยประณามมาตรการของออสเตรเลียล่าสุดนี้ว่า ละเมิด &amp;quot;หลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;quot; และจีนขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการโต้ตอบเพิ่มเติม ออสเตรเลียจะต้องรับผลที่ตามมาทั้งหมด &amp;quot;ความพยายามใดๆ เพื่อกดขี่จีนจะไม่ประสบความสำเร็จ&amp;quot; จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จีนใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าบางอย่างจากออสเตรเลียและกีดขวางการค้าในสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญอื่นๆ เพื่อเอาคืนที่ออสเตรเลียใช้มาตรการตอบโต้ที่จีนแทรกแซงกิจการภายในประเทศ ไม่นานมานี้ออสเตรเลียยังทำให้จีนโกรธยิ่งขึ้นด้วยการเรียกร้องให้สอบสวนต้นกำเนิดการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน มาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย จัดการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศในกลุ่มไฟฟ์อายส์ ซึ่งรวมถึงอังกฤษ, สหรัฐ, นิวซีแลนด์ และแคนาดา เกี่ยวกับฮ่องกงและกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นิวซีแลนด์ก็กำลังทบทวนความสัมพันธ์กับฮ่องกง ซึ่งรวมถึงเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน, การควบคุมการส่งออกสินค้าเชิงยุทธศาสตร์และออกคำแนะนำด้านการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ออสเตรเลียเพิ่งปรับปรุงคำแนะนำพลเมืองของตนราว 100,000 คนในฮ่องกงให้ทบทวนถึงความจำเป็นที่ต้องอยู่ในฮ่องกง หากพวกเขาวิตกเรื่องกฎหมายฉบับนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายวีซ่า, จีน, สกอต มอร์ริสัน, สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f0710826d407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯออสซี่ขอโทษ โดนสับเที่ยวฮาวายทิ้งวิกฤติไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดนวิจารณ์อย่างหนักในประเทศ ภายหลังพาครอบครัวไปพักร้อนที่ฮาวาย ทั้งที่กำลังเกิดวิกฤติไฟป่ารุนแรงในหลายรัฐชายฝั่งตะวันออก และล่าสุดมีอาสาสมัครดับไฟป่าเสียชีวิต 2 ราย เจ้าตัวต้องออกแถลงการณ์ขอโทษ รับปากจะรีบกลับให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมืองบาร์โกยืนดูไฟป่าขนาดใหญ่ที่กำลังเผาไหม้ห่างจากซิดนีย์ทางตะวันตกเฉียงใต้ 150 กม. เมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ สกอต มอร์ริสัน เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเมื่อชาวออสเตรเลียไม่พบเห็นเขาในช่วงยามที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติไฟป่าและคลื่นความร้อนที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดทำลายสถิติช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าเขาลากิจโดยไม่ประกาศเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ และมีข่าวลือว่าเขาพาครอบครัวไปพักร้อนที่ฮาวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดียของออสเตรเลียพากันติดแฮชแท็กถามผู้นำของตนพร้อมกับคำวิจารณ์อย่างโกรธแค้น เช่น #WhereIsScoMo และ #WhereTheBloodyHellAreYou สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อสำนักงานนายกรัฐมนตรีปฏิเสธจะยืนยันว่าเขาอยู่ที่ไหน เมื่อวันพฤหัสบดีผู้ประท้วงหลายร้อยคนไปชุมนุมที่หน้าบ้านของมอร์ริสันในนครซิดนีย์ บางคนชูป้ายถามว่า สโกโม (สกอต มอร์ริสัน) นายอยู่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลตัน ดรูรี ผู้นำสหภาพพนักงานดับเพลิง กล่าวถึงการหายหน้าไปของมอร์ริสันว่า ออสเตรเลียกำลังเผชิญภาวะรัฐบาลขาดผู้นำ ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอาย เขาอยู่ที่ไหนกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าออสเตรเลียในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเผาผลาญพื้นที่แล้วหลายล้านไร่ใน 3 รัฐของออสเตรเลียช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีบ้านเรือนถูกไฟเผาทำลายมากกว่า 800 หลัง และการเสียชีวิตของอาสาสมัครดับไฟป่า 2 รายล่าสุดทำให้จำนวนผู้สังเวยไฟป่าเพิ่มเป็น 8 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสาดับเพลิงวัย 32 และ 36 ที่เสียชีวิตล่าสุดกำลังเดินทางไปดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างควบคุมไม่ได้ทางใต้ของนครซิดนีย์เมื่อวันพฤหัสบดี แต่รถกระบะของพวกเขาโดนต้นไม้ล้มทับ พนักงานดับเพลิงอีก 3 คนบนรถคันนี้เอาชีวิตรอดได้โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังรายงานข่าวการเสียชีวิตของทั้งคู่ มอร์ริสันก็ออกแถลงการณ์ว่า เขาเสียใจอย่างยิ่งที่ทำให้ชาวออสเตรเลียจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าครั้งนี้ไม่พอใจที่เขาลาพักผ่อนไปท่องเที่ยววันหยุดพร้อมกับครอบครัวที่ฮาวาย เขาจะเดินทางกลับไปโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามอร์ริสันให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ 2 จีบี ว่าเขาวางแผนท่องเที่ยวทริปเพื่อเซอร์ไพรส์ลูกสาวที่ยังวัยเด็กทั้งสองของเขา ทดแทนแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะไปเที่ยวในเดือนมกราคม ซึ่งต้องยกเลิกเพราะเขามีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นและอินเดียอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางกลับประเทศของผู้นำออสเตรเลียเกิดควบคู่กับที่พนักงานดับเพลิงกำลังเตรียมรับมือกับอันตรายของไฟป่าระดับ &amp;quot;ทำลายล้าง&amp;quot; ซึ่งเป็นระดับรุนแรงที่สุด ในรัฐนิวเซาท์เวลส์วันเสาร์นี้ ภายหลังการพยากรณ์อากาศคาดว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกและเกิดกระแสลมรุนแรง เจ้าหน้าที่ทางการต้องเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ป่าให้อพยพล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ยังมีไฟป่ามากกว่า 200 จุดทั่วออสเตรเลีย โดย 70 จุดเป็นไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวเซาเวลส์ที่มีนครซิดนีย์เป็นเมืองหลวง เมื่อวันพฤหัสบดี กลาดิส แบร์จิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 7 วัน เพื่อมอบอำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายดับเพลิงในการควบคุมทรัพยากรภาครัฐ, ออกคำสั่งอพยพ, ปิดถนน และปิดสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียส และเมื่อวันพุธ อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.9 องศาเซลเซียส เป็นสถิติใหม่ของประเทศ ทำลายสถิติเดิมของเมื่อวันอังคารซึ่งอยู่ที่ 40.9 องศา ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนมกราคม 2556 นั้นอยู่ที่ 40.3 องศา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52935</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษ, นายกฯ ออสเตรเลีย, พักร้อน, สกอต มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย, เที่ยวฮาวาย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd2c6a72d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสซี่สอบสวนแผนการจีน ซื้อตัวผู้สมัคร ส.ส.เป็นสายลับในสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานด้านข่าวกรองออสเตรเลียยอมรับว่ากำลังสอบสวนแผนการที่เชื่อว่าสายลับจีนพยายามซื้อตัวนักธุรกิจรายหนึ่งเพื่อส่งเขาสมัครเป็นสมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่เป็นสายลับให้จีน แต่ชายคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการ &amp;quot;ซิกซ์ตีมินิตส์&amp;quot; ทางสถานีไนน์ของออสเตรเลีย ออกอากาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เปิดโปงคำกล่าวหาที่ว่า สายลับของจีนหลายคนเคยเสนอให้เงิน 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แก่ ปัว &amp;quot;นิค&amp;quot; จ้าว ชายชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน เพื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาออสเตรเลียในกรุงเมลเบิร์น และทำหน้าที่สายลับจีนในรัฐสภา แต่พ่อค้ารถหรูวัย 32 ปีรายนี้นำเรื่องไปเปิดเผยต่อองค์กรข่าวกรองความมั่นคงออสเตรเลีย (เอเอสไอโอ) เมื่อปีที่แล้ว เขาถูกพบเป็นศพในห้องพักโมเตลเมื่อเดือนมีนาคม โดยตำรวจไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ นายกฯ สกอต มอร์ริสัน กล่าวว่า คำกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับจ้าว ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเสรีนิยมของเขาด้วย นั้นรบกวนจิตใจและน่าขุ่นเคืองอย่างยิ่ง ออสเตรเลียไม่ได้ไร้เดียงสาต่อภัยคุกคาม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของเขาจึงทำให้กฎหมายเข้มงวดขึ้น และเพิ่มทรัพยากรในด้านนี้เพื่อความมั่นใจว่าออสเตรเลียอยู่ในสภาพการณ์ที่ดีที่สุดในการรับมือกับภัยคุกคามใดๆ ที่มีเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ ไมค์ เบอร์เจสส์ ผู้อำนวยการเอเอสไอโอ ทำในสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นมากนัก ด้วยการออกแถลงการณ์ยอมรับว่าหน่วยงานกำลังสอบสวนเรื่องราวนี้อย่างแข็งขัน กิจกรรมปรปักษ์ของหน่วยข่าวกรองต่างชาติยังคงเป็นภัยคุกคามต่อออสเตรเลียและต่อความมั่นคงของประเทศนี้ อย่างไรก็ดี เขาปฏิเสธจะกล่าวถึงการเสียชีวิตของจ้าว เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ปฏิเสธคำกล่าวหาว่าเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ และย้อนว่า นักการเมือง, องค์กรและสื่อของออสเตรเลียแต่งเรื่องสายลับจีนขึ้นอีก บางพวกในออสเตรเลียมาถึงจุดที่ตื่นตูมกับการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดโปงเรื่องนี้มีออกมาไม่กี่วันหลังจากมีรายงานว่า หวัง &amp;quot;วิลเลียม&amp;quot; ลี่เชียง สายลับจีนแปรพักตร์ เผยตัวตนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหารอาวุโสของจีนหลายคนในฮ่องกง และเผยรายละเอียดวิธีการจ่ายเงินและปฏิบัติการในฮ่องกง, ไต้หวันและออสเตรเลีย แต่รัฐบาลจีนพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของหวัง โดยอ้างว่าเขาเป็นคนโกงที่ตกงานและเป็นผู้ร้ายหนีคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51099</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซื้อตัวผู้สมัคร, ส.ส.สายลับ, สกอต มอร์ริสัน, สายลับจีน, สายลับในสภา, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ออสซี่ห่วงการคุมเชิงทะเลจีนใต้ ยุชาติในภูมิภาคปกป้องอธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลียเยือนเวียดนาม &amp;quot;หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์&amp;quot; ของออสเตรเลีย แสดงความวิตกต่อความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ที่เรือจีนและเวียดนามคุมเชิงกันในน่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม ยุประเทศในภูมิภาคปกป้อง &amp;quot;เอกราชและอธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย (ซ้าย) ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมกับนายกฯ เหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ระหว่างพิธีต้อนรับที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ มอร์ริสันมาเยือนเวียดนามเป็นครั้งแรกนับแต่ออสเตรเลียและเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็น &amp;quot;หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์&amp;quot; กันอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกฯ เหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ที่กรุงฮานอยเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ผู้นำทั้งสองได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีความวิตกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับพัฒนาการที่มีความซับซ้อนในทะเลตะวันออกขณะนี้ และเห็นพ้องกันว่าจะร่วมมือกันรักษาสันติภาพ, เสถียรภาพ, ความมั่นคง, ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน&amp;quot; นายกฯ เวียดนามกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกฯ ออสเตรเลีย โดยเรียกชื่อทะเลจีนใต้ตามชื่อเรียกของเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสำรวจ ไห่หยางตี้จื้อ 8 ของจีน เข้ามาสำรวจทรัพยากรใต้ทะเลในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีซี) ของเวียดนามตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม โดยมาป้วนเปี้ยนใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีที่เป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกัน และเวียดนามมีโครงการน้ำมันและก๊าซหลายโครงการที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของเว็บไซต์มารีนแทรฟฟิกกล่าวว่า ในวันศุกร์ เรือไห่หยางตี้จื้อ 8 ยังคงสำรวจอยู่ในอีอีซี และมีเรือของทางการจีนอย่างน้อย 7 ลำตามคุ้มกัน โดยเรือของกองทัพเรือเวียดนามอย่างน้อย 2 ลำเฝ้าคุมเชิงอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ มอร์ริสันกล่าวว่า หลักแห่งกฎหมายระหว่างประเทศสมควรได้รับการธำรงไว้ในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าหลักแห่งเสรีภาพในการเดินเรือหรือเสรีภาพในการบิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศทั้งหลายได้รับโอกาสในการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะและอาณาเขตทางทะเลของประเทศนั้นๆ และสามารถดำเนินการได้โดยไม่ถูกยับยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจว่าทุกประเทศในภูมิภาคนี้สามารถมีความเชื่อมั่นในความเป็นเอกราชและอธิปไตยของตนเอง&amp;quot; มอร์ริสันซึ่งจะอยู่ในเวียดนามนาน 3 วัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐเพิ่งวิจารณ์จีนที่ส่งเรือสำรวจเข้าน่านน้ำเวียดนามว่าเป็นการเพิ่มระดับการข่มขู่ชาติผู้อ้างสิทธิ์ชาติอื่นๆ ไม่ให้พัฒนาทรัพยากรในทะเลจีนใต้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจีนใต้, ปกป้องอธิปไตย, สกอต มอร์ริสัน, หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์, ออสเตรเลีย, เวียดนาม, เหวียน ซวนฟุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fe8955bf69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียโดดร่วมภารกิจคุ้มครองเรือในช่องแคบฮอร์มุซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ประกาศนำออสเตรเลียเข้าร่วมภารกิจปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีสหรัฐเป็นผู้นำและมีอังกฤษกับบาห์เรนตกลงเข้าร่วมด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 เรือของหน่วยป้องกันชายฝั่งอิหร่านลาดตระเวนรอบเรือบรรทุกน้ำมันสเตนาอิมเพโรของอังกฤษ ที่ถูกอิหร่านยึดไว้และทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเมืองบันดาร์อับบาสของอิหร่าน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของผู้นำรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 แสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคงภายในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าพฤติการณ์ที่บั่นทอนความมั่นคงที่ว่านี้เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของออสเตรเลียในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันประกาศระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศว่า ออสเตรเลียจะให้การสนับสนุนแบบ &amp;quot;พอประมาณ&amp;quot; ซึ่งรวมถึงการส่งเรือฟริเกต 1 ลำ, เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล พี8 โพไซดอน 1 ลำ และเจ้าหน้าที่สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินดา เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ออสเตรเลียจะส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปยังสำนักงานใหญ่ของปฏิบัติการนี้ที่บาห์เรน ซึ่งเมื่อวันอังคารเพิ่งประกาศเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคอ่าวฯ ที่สหรัฐเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหมหญิงผู้นี้กล่าวว่า เครื่องบิน พี8 โพไซดอน จะถูกส่งไปภูมิภาคนั้นภายในปีนี้โดยจะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนนาน 1 เดือน ส่วนเรือฟริเกตซึ่งมีลูกเรือ 170 นาย จะถูกส่งไปร่วมภารกิจนี้อย่างเร็วในเดือนมกราคมปีหน้า และจะปฏิบัติภารกิจนาน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจเข้าร่วมของออสเตรเลีย ต่อจากบาห์เรนและอังกฤษที่ประกาศร่วมปฏิบัติการนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เกิดภายหลังไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เรียกร้องต่อออสเตรเลียโดยตรงระหว่างมาเยือนออสเตรเลียเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกำลังดิ้นรนหาแนวร่วมในปฏิบัติการระหว่างประเทศเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซีย แต่หลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปไม่ร่วมมือด้วยเพราะไม่ต้องการถูกดึงเข้าวังวนความขัดแย้งกับอิหร่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ภารกิจคุ้มครองเรือ, สกอต มอร์ริสัน, สหรัฐ, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d3bb800ef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียยืนยัน ไม่ให้สหรัฐวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ยืนยันว่าจะไม่ให้สหรัฐวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลางในออสเตรเลีย หลังจากสหรัฐเผยแผนประจำการขีปนาวุธในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ (ซ้าย) และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ (กลาง) แถลงข่าวร่วมกับมาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย (ขวา)&amp;nbsp; และลินดา เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย (ไม่อยู่ในภาพ) ที่นครซิดนีย์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ มาร์ก เอสเปอร์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ มาประชุมหารือที่นครซิดนีย์ หลังจากนั้นออสเตรเลียและสหรัฐแถลงร่วมกันว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งในการต้านทานกิจกรรมของจีนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยทั้งสองชาติต่างกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่อิทธิพลของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการหารือ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐพูดถึงความหวังที่จะวางกำลังขีปนาวุธในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ทำไว้กับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี สกอต มอร์ริสัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองบริสเบน เมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ถึงเรื่องที่สหรัฐจะขอวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลางในออสเตรเลียว่า สหรัฐไม่ได้ร้องขอเรื่องนี้ ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ และหากสหรัฐร้องขอเรื่องนี้ในอนาคต ออสเตรเลียก็จะปฏิเสธ ขอยืนยันคำพูดของเขาได้ในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเร็วๆ นี้ ทั้งเรื่องสงครามการค้าและสิทธิในการเดินเรือทั้งในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน ทำให้ออสเตรเลียตกอยู่ในฐานะลำบากใจ เนื่องจากสหรัฐเป็นชาติพันธมิตรใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ขณะที่จีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนระบุว่าความพยายามของออสเตรเลียในการปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคียังไม่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียกังวลว่าจีนกำลังใช้ความช่วยเหลือจากต่างชาติเพื่อแผ่อิทธิพลเหนือชาติเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อต้องการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของชาติเหล่านั้น ออสเตรเลียซึ่งเป็นชาติที่มีบทบาทสำคัญในแปซิฟิกใต้มาก่อน สัญญาว่าจะให้เงิน 3,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในรูปแบบเงินช่วยเหลือและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับชาติหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อต่อต้านสิ่งที่สหรัฐเรียกว่าการทูตเงินกู้ของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธพิสัยกลาง, วางกำลังขีปนาวุธ, สกอต มอร์ริสัน, สหรัฐ, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d482e36652be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสซี่ยี้นายกฯ มอร์ริสัน แห่เข้าเว็บไซต์ ตม.นิวซีแลนด์สำรวจย้ายถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์เผยว่า นับแต่นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลียชนะการเลือกตั้งเหนือความคาดหมาย มีชาวออสเตรเลียเข้าเยี่ยมเว็บไซต์ของ ตม.นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นมาก แบบเดียวกับเมื่อครั้งโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หลังปราศรัยประกาศชัยชนะ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2562&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรครัฐบาลผสมเสรีนิยม-เนชันแนลของนายกฯ มอร์ริสัน เอาชนะพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้อย่างพลิกการทำนายของโพลทุกสำนัก ในการเลือกตั้งทั่วไปของออสเตรเลียเมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม อนาคตที่ชาวออสเตรเลียต้องอยู่กับรัฐบาลหัวอนุรักษนิยมต่อไปอีก 3 ปี ทำให้ชาวออสเตรเลียจำนวนหนึ่งมองหาที่พักพิงแห่งใหม่ โดยเฉพาะที่นิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ (ไอเอ็นแซด) เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม ว่ามีชาวออสเตรเลียเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อสำรวจเกี่ยวกับการย้ายถิ่นที่อยู่ เพิ่มขึ้น 12 เท่า ภายหลังรู้ผลการเลือกตั้ง หรือเพิ่มจาก 715 รายในสุดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เป็น 8,522 รายในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่สนใจถึงขั้นกรอกรายละเอียดเพื่อลงทะเบียนนั้นเพิ่มจาก 20 รายเป็น 512 รายจากช่วงเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกร็ก ฟอร์ซีธ ผู้จัดการไอเอ็นแซด ย้ำว่า คนเหล่านี้เป็นเพียงผู้ที่ให้ความสนใจย้ายถิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะย้ายมาอยู่ประเทศนี้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเมืองออสเตรเลียที่ต้องการอพยพมาอยู่นิวซีแลนด์ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า จึงเป็นเรื่องยากที่จะระบุชัดว่าคนเหล่านี้คิดเรื่องย้ายถิ่นจริงจังแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของไอเอ็นแซดก็เคยต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมมากขึ้นผิดปรกติหลังผลประชามติเบร็กซิตของอังกฤษเมื่อปี 2559 และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปลายปีเดียวกัน แต่ช่วง 2 ปีหลังมานี้จำนวนผู้สมัครจากอังกฤษและสหรัฐลดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีผลสำรวจอีกชิ้นที่สอบถามชาวออสเตรเลียว่าไว้วางใจนักการเมืองคนไหนมากที่สุด แต่ปรากฏว่าผู้ที่ชาวออสเตรเลียเชื่อมั่นมากที่สุดกลับเป็นนายกฯ จาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานด้วยว่า การที่มอร์ริสันและรัฐบาลอนุรักษนิยมของเขาชนะการเลือกตั้งทำให้อนาคตของผู้ขอลี้ภัยที่ออสเตรเลียส่งไปกักขังในค่ายที่เกาะมานุสและนาอูรูมืดมน แหล่งข่าวที่เป็นผู้ลี้ภัย, นักเคลื่อนไหวและตำรวจกล่าวว่า นับแต่มอร์ริสันชนะเลือกตั้ง มีผู้ลี้ภัยพยายามฆ่าตัวตายแล้วอย่างน้อย 4 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะเลือกตั้ง, นิวซีแลนด์, สกอต มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย, เว็บไซต์ ตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce40535c3b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
