<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียวิตก ออสซี่ต่อเรือดำน้ำนิวเคลียร์ปลุกแข่งขันด้านอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยืนกรานไม่นำพาปฏิกิริยาโกรธเกรี้ยวของจีนต่อข้อตกลง AUKUS ที่จะทำให้ออสเตรเลียมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ลั่นต้องปกป้องหลักกฎหมายในน่านฟ้าและน่านน้ำสากล ด้านอินโดนีเซียหวั่นยืนอยู่กลางเขาควาย ชี้ข้อตกลงเรือดำน้ำก่อความวิตกด้านการแข่งขันอาวุธในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศความริเริ่มด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับออสเตรเลียและอังกฤษ ที่สหรัฐและอังกฤษจะช่วยออสเตรเลียต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อตกลงความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ หรือ AUKUS ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธที่่ผ่านมา รวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ที่จะทำให้สหรัฐและอังกฤษถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย, ความร่วมมือด้านการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญหาประดิษฐ์, เทคโนโลยีควอนตัม และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจต่อการทำความตกลงฉบับนี้ โดยเฉพาะแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำของออสเตรเลีย ว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของภูมิภาคแบบ &amp;quot;ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง&amp;quot; พร้อมกับตั้งคำถามถึงพันธสัญญาของออสเตรเลียต่อการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ และเตือนพันธมิตรจากโลกตะวันตกทั้งสองว่าเสี่ยงที่จะ &amp;quot;ยิงเท้าตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายนว่า นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ 2GB ในวันเดียวกันว่า จีนเองก็มีโครงการสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่สำคัญมาก &amp;quot;พวกเขามีสิทธิทุกอย่างที่จะตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของชาติในการจัดการด้านการป้องกันประเทศของพวกเขา และแน่นอนว่า ออสเตรเลียและทุกประเทศก็มีสิทธิเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันยังให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกหลายสำนักในวันเดียวกัน ยืนกรานว่ารัฐบาลของเขากำลังตอบสนองต่อพลวัตที่กำลังเปลี่ยนไปในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีข้อขัดแย้งและการแข่งขันด้านดินแดนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับสถานีเซเวนว่า ออสเตรเลียตระหนักดีถึงขีดความสามารถด้านเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของจีนและการลงทุนทางทหารที่เพิ่มขึ้น และออสเตรเลียสนใจจะทำให้แน่ใจว่า น่านน้ำสากลจะเป็นน่านน้ำสากลเสมอ และน่านฟ้าสากลก็ยังเป็นน่านฟ้าสากลต่อไป และหลักนิติธรรมจะถูกนำมาใช้อย่างเท่าเทียมในทุกหนแห่ง ออสเตรเลียต้องการให้แน่ใจว่าจะไม่มี &amp;quot;เขตห้ามเข้า&amp;quot; ในพื้นที่ที่กฎหมายระหว่างประเทศบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจีนที่ไม่พอใจอย่างยิ่งแล้ว ข้อตกลงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์กับสหรัฐและอังกฤษ ก็ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสโกรธแค้นที่โดนออสเตรเลียฉีกสัญญาเรือดำน้ำมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ฌ็อง-อีฟส์ เลอ ดริยอง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสถึงกับเรียกว่าเป็นการแทงข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันอ้างว่า ข้อตกลง AUKUS ที่ใช้เวลาหารือ 18 เดือน ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้นำญี่ปุ่น, อินเดีย, สิงคโปร์, นิวซีแลนด์, ฟิจิ และปาปัวนิวกินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า อินโดนีเซียคำนึงถึงการตัดสินใจเรื่องเรือดำน้ำของออสเตรเลียด้วยความระมัดระวัง แต่อินโดนีเซียมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแข่งขันด้านอาวุธอย่างต่อเนื่องและการแสดงอำนาจอิทธิพลในภูมิภาคนี้ พร้อมกับเรียกร้องออสเตรเลียยึดมั่นต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับวิทยุเอบีซีเมื่อวันศุกร์ มอร์ริสันกล่าวว่า รัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศของอินโดนีเซียได้รับแจ้งเกี่ยวกับแผนของออสเตรเลียแล้ว และเขาตั้งใจจะพูดคุยกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่นานมานี้มีความตึงเครียดมากขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิครอบครองเกือบทั้งหมดโดยอ้างแผนที่เส้นประ 9 เส้นที่นานาชาติไม่ยอมรับ และจีนยังได้วางกำลังทางทหาร รวมถึงมิสไซล์ต่อต้านเรือและมิสไซล์ชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศบนเกาะเทียมที่สร้างขึ้นในพื้นที่พิพาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี กองทัพเรืออินโดนีเซียกล่าวว่า ได้เพิ่มการลาดตระเวนในน่านน้ำรอบหมู่เกาะนาทูนาสัปดาห์นี้ หลังจากตรวจพบเรือของจีนและสหรัฐในน่านน้ำของอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮนดรี ประธานสหพันธ์ประมงนาทูนา เผยว่า ชาวประมงพบเห็นเรือจีน 6 ลำ รวมถึงเรือรบหลายลำ ในน่านน้ำนาทูนาสัปดาห์นี้ และยังเห็นเรือของสหรัฐเป็นประจำด้วย &amp;quot;เรากังวลว่าจะตกอยู่กลางสงคราม และทำให้ไม่ปลอดภัยที่พวกเราจะออกหาปลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนไม่ได้อ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะนาทูนา แต่อ้างว่าจีนมีสิทธิทำประมงในน่านน้ำของจีนที่อยู่ภายใต้แผนที่เส้นประ 9 เส้น โดยไม่นำพาคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเมื่อปี 2559 ที่ปฏิเสธการอ้างสิทธิของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117039</URL_LINK>
                <HASHTAG>AUKUS, สกอตต์ มอร์ริสัน, ออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์, อินโดนีเซียวิตก, แข่งขันด้านอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614486f79f1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯออสเตรเลียขอโทษโครงการฉีดวัคซีนล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย กล่าวขอโทษที่โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ดำเนินไปอย่างล่าช้า ขณะที่รัฐนิวเซาท์เวลส์พบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 124 ราย เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบริการฉีดวัคซีนฟรีที่ศูนย์การแพทย์ในเมืองลาเคมบาของนครซิดนีย์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 (Jenny Evans/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียกำลังโดนกดดันอย่างหนักจากประชาชนที่โกรธเคือง ให้ปรับปรุงอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่เพิ่งฉีดไปได้แค่ราว 11% ของประชากรในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์เข้ารับวัคซีน เป็นอัตราต่ำที่สุดในบรรดาประเทศร่ำรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากหลายเดือนที่เขาคุยโวเรื่องการตอบสนองการระบาดของโควิด-19 ตาม &amp;ldquo;มาตรฐานทองคำ&amp;rdquo; ของเขา และยืนยันว่าโครงการฉีดวัคซีนไม่ใช่การแข่งขัน แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม เขายอมรับฟังคำวิจารณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงแคนเบอร์ราเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผมเสียใจที่เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายจำนวนผู้ที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ตามที่เราคาดหวังไว้เมื่อเริ่มต้นของปีนี้ ผมเป็นผู้รับผิดชอบโครงการฉีดวัคซีน และต้องรับผิดชอบต่อความท้าทายที่จะต้องเผชิญ บางสิ่งเราควบคุมได้ แต่บางสิ่งก็อยู่เหนือการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า ขณะนี้ออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้ประชาชนไม่ถึง 150,000 รายต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วประเทศอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลออสเตรเลียบอกว่าจะบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรผู้ใหญ่ทุกคนภายในสิ้นปีนี้ โดยวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นาหลายล้านโดสจะส่งมาถึงออสเตรเลียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกัน รัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมง 124 ราย เพิ่มจากเมื่อวันพุธที่พบผู้ติดเชื้อ 110 ราย รอยเตอร์รายงานว่าเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ในรอบ 16 เดือน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่พบที่นครซิดนีย์ เมืองเอกของรัฐแห่งนี้ที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์สัปดาห์ที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาดิส แบร์รีจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ คาดว่าจะพบจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่านี้อีก และจนกว่าเราจะมีประชากรที่รับวัคซีนครบโดสเพียงพอ เราจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่กับมาตรการเข้มงวดบางระดับ และขึ้นกับว่าเราจะชนะความร้ายแรงของการระบาดครั้งนี้ได้เร็วแค่ไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษต่อประชาชน, นายกฯออสเตรเลีย, สกอตต์ มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย, โครงการวัคซีนล่าช้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f95a920d429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หารือนายกฯออสเตรเลียก่อนร่วมเวทีจี20ย้ำความร่วมมือทุกมิติพร้อมเชิญเยือนไทยในรอบ21ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62-เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ห้อง NARA-NO-MA 1 โรงแรมฮิลตัน โอซากา ประเทศญี่ปุ่น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย ก่อนการเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำ G20 โดยภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี และยินดีที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำคำเชิญนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเยือนไทยในโอกาสที่สะดวก ซึ่งจะเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียครั้งแรกในรอบ 21 ปี ไทยและออสเตรเลียยินดีที่ตลอด 14 ปี ที่ผ่านมา ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึง 3.5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยและออสเตรเลียต่างกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเห็นว่ากรอบความร่วมมือ RCEP จะเป็นกลไลที่ช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ จึงต้องเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จ โดยออสเตรเลียยินดีช่วยขับเคลื่อนการเจรจาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ในฐานะประธานอาเซียน ไทยพร้อมร่วมมือกับ G20 โดยออสเตรเลียสามารถร่วมมือกับไทย ในฐานะสมาชิก G20 และประเทศคู่เจรจาที่สำคัญของอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 กรอบอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะสามารถต่อยอดสิ่งที่หารือในเวที G20 ให้มีความเป็นรูปธรรมได้ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านการทหารมายาวนาน โดยไทยพร้อมกระชับความร่วมมือกับออสเตรเลียอย่างรอบด้าน อาทิ ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย การเฝ้าระวังลัทธิสุดโต่งหัวรุนแรง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์ ขณะเดียวกัน ไทยยินดีที่ออสเตรเลียตอบรับเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา พร้อมหวังว่า ออสเตรเลียจะพิจารณาสนับสนุนโครงการเร่งด่วนภายใต้แผนแม่บท ACMECS ในสาขาที่ออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมาว่าประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะในการส่งเสริมยุทธศาสตร์ความยั่งยืนในทุกมิติ การสร้างหุ้นส่วนที่เป็นรูปธรรมกับภูมิภาคและประชาคมโลก อาเซียนมีการรับรองมุมมองของอาเซียนต่อแนวคิดอินโด-แปซิฟิก โดยเน้นความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และเป็นรูปธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยินดีพิจารณากิจกรรมที่สามารถร่วมมือกันได้ และอาจนำเสนอในที่ประชุมอาเซียนปลายปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำจี20, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สกอตต์ มอร์ริสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15998deb6d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
