<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดแผนยุมวลชนลงถนน เตือน‘ฮ่องกง’ต่างจากไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ขอคนไทยให้ความสำคัญประชุมอาเซียน อย่ามัวขัดแย้งกันเอง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คุมแผน รปภ.เข้ม ซ้อมรับมือฉุกเฉินทางบก-เรือ-อากาศ &amp;nbsp;&amp;quot;โฆษกกลาโหม&amp;quot; มั่นใจการเมืองไม่ปลุกม็อบลงถนน ชี้สถานการณ์ไทยต่างจากฮ่องกง เชื่อทุกปัญหามีกลไกสภาแก้ไข &amp;quot;พท.&amp;quot; วางเกมฝ่ายค้านทั้งใน-นอกสภา &amp;quot;อนค.&amp;quot; ชวน ปชช.จับตาศาล รธน.ตัดสินคดี 411 ส.ส.รัฐบาลถือหุ้นสื่อ 19 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนว่า ตนให้ความสำคัญ ทุกคนต้องสนใจเรื่องนี้ เพราะต้องร่วมมือกันทั้งหมด ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล สู่ความยั่งยืน นี่คืออนาคตของประเทศไทย การประชุมครั้งนี้จะมีข้อสรุปต่างๆ หลายประเด็นตามเสาหลักของอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม และวัฒนธรรม แต่วันนี้ต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจด้วย เพราะเศรษฐกิจกำลังมีปัญหา จึงต้องหารือกันในเวทีอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังมีการประชุมช่วงปลายปี ซึ่งตอนนี้เราเป็นประธานอาเซียนมา 6 เดือนแล้ว มีการประชุมมาหลายครั้ง รวมทั้งปีจะมี 180 การประชุม ทั้งระดับรัฐมนตรี ระดับผู้เกี่ยวข้อง ก็ไปหาข้อสรุปเพื่อนำมาหารือในการประชุมกลางปี ส่วนปลายปีก็จะทบทวนว่าผลที่ได้รับมาเป็นอย่างไรบ้าง จะสานต่อไปสู่การเป็นประธานอาเซียนของประเทศอื่นต่อไปในอนาคตอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คืออนาคตของเรา ศักยภาพเรามีเยอะแยะ ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ในประเทศ ต่างประเทศมันก็เดินไม่ได้ แล้วใครเสียประโยชน์ ก็คนไทย ประเทศไทยเสียประโยชน์ทั้งสิ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การประชุมอาเซียนจะมีผลต่อไปในการประชุมจี 20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ ซึ่งตนต้องไปร่วมประชุมในฐานะประธานอาเซียน เพื่อจะนำผลลัพธ์จากการประชุมอาเซียนไปขับเคลื่อนในการประชุมจี 20 ที่มีมูลค่าการค้าในโลกคิดเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รายงานเรื่องแผนการรักษาความปลอดภัย เตรียมไว้ทั้งทางบก ทางเรือ และอากาศ รวมถึงมีการซักซ้อมการปฏิบัติแล้ว หากเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมอาเซียนในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ ได้ดำเนินการจัดทำเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังได้รายงานด้วยว่าฝ่ายพิธีการที่ดูแลก็เตรียมการเรียบร้อย รวมถึงฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็เรียบร้อยแล้วเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่จะห่วงเรื่องการจราจรว่าอาจจะมีผลกระทบกับประชาชนที่ใช้จะใช้รถยนต์สัญจรไปมา&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความพยายามของกลุ่มการเมืองที่จะปลุกม็อบให้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนว่า ถ้าเป็นม็อบที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นความตื่นตัวของการมีส่วนร่วมของคนหลายกลุ่ม หลายวัย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง เราไม่ควรผลักไสให้ใครไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เพราะทุกคนก็รักประเทศชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีบางฝ่ายพยายามนำโมเดลการชุมนุมเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ฮ่องกง มาจุดกระแสในประเทศไทย พล.ท.คงชีพกล่าวว่า เงื่อนไขมีความแตกต่างกัน หากเราให้ข้อมูลครบถ้วนไม่บิดเบือน ด้วยใจเป็นกลาง ก็จะเข้าใจสังคมไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเสียหาย แต่เราห่วงว่าจะมาเคลื่อนไหวให้เป็นภาพลบกันเท่านั้นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าทุกพลังเป็นพลังบวก ถ้าได้หาจุดลงตัวและเข้าใจถึงความตั้งใจของทุกฝ่าย ทุกวัย จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไป เพราะการคิดต่างเป็นเรื่องปกติ แต่สุดท้ายต้องยึดกฎกติกาสังคมและกฎหมาย ไม่เช่นนั้นสังคมอยู่ไม่ได้ จะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลและกฎหมายไม่ได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายตั้งหลักให้ดี&amp;quot; พล.ท.คงชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า ไม่กังวลช่วงรอยต่อที่ยังไม่มีรัฐบาล อาจมีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เพราะสังคมอยู่ในกรอบกฎหมาย นโยบายยังเป็นการสานต่อ ไม่ได้เป็นนโยบายที่สร้างผลทางลบกับใคร ยกเว้นไปกระทบกับผู้ที่เสียประโยชน์จริงๆ กลุ่มเหล่านั้นก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ภายใต้กรอบกติกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ากลุ่มเคลื่อนไหวหวังผลในการล้มรัฐบาลหลังจากไม่มี ม.44 ใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพกล่าวว่า ตนไม่ได้มองอย่างนั้น วันนี้มีกลไกสภา จึงอยู่ในกรอบของสภา ที่สามารถพูดคุยกันได้ เชื่อว่าการทำงานของพรรคการเมืองคงไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีความประสงค์จะเคลื่อนไหวมาเพื่อล้มรัฐบาลนอกสภา ก็ขอให้ใช้กลไกในสภาทำงานการเมืองให้เห็นว่าสมาชิกในสภาได้ปรับเปลี่ยนการทำงานการเมืองแบบใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค ประชุมร่วมกับ ส.ส. เพื่อวางแนวทางการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวระหว่างประชุมตอนหนึ่งว่า ทั้ง 7 พรรค 246 เสียง ยังจับมือกันเหนียวแน่น ยืนยันจะทำงานร่วมกันใน 2 เรื่องใหญ่ คือ 1.การแต่งตั้งวิปฝ่ายค้านจากทั้ง 7 พรรค อัตราส่วนจำนวน ส.ส. 10 คนต่อวิป 1 คน ซึ่งในส่วนของพรรค พท. มี 136 ส.ส. จะมีวิป 14 คน อนาคตใหม่ 8 คน เป็นต้น 2.การประชุมสภาที่จะมี 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เราไม่ได้มุ่งทำงานในสภาเพียงอย่างเดียว ยังมีการทำงานร่วมกับภาคประชาชน โดยการจัดตั้งคณะทำงานนอกสภาที่จะประสานการทำงานด้านวิชาการร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นข้อตกลงร่วมกันเห็นว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจะมีการทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป&amp;quot; เลขาฯ พรรค พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรค อนค. แถลงถึงการติดตามคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กรณีถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 98 (3) ที่ถูกส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เรากำลังติดตามบรรทัดฐานการพิจารณาของ 41 ส.ส. ซึ่งหากเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ที่ศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาและสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ภายใน 7 วัน ถ้ากรณีของ 41 ส.ส. ไปในทิศทางเดียวกัน ภายในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ก็ต้องมีคำสั่งเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า การเมืองเก่าใช้ช่องทางตามกฎหมายโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างที่เคยทำ ซึ่งอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สาระในใบบริคณห์สนธิ ฐานประกอบกิจการสื่อมาโจมตีกัน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายมีไว้เพื่อไม่ให้ ส.ส.ครอบงำสื่อ ไม่ใช่กำหนดอยู่ในแบบฟอร์ม แต่ไม่ได้ทำ ซึ่งกรณีนายภูเบศวร์นั้น ชัดเจนว่าทำเรื่องรับเหมาก่อสร้าง กรณีของนายธนาธรนั้น โอนหุ้นแล้ว แตกต่างกับกรณีของ 41 ส.ส. ที่ชัดเจนว่ายังคงถือหุ้นบริษัทตามที่กำหนดในใบบริคณห์สนธิ ทั้งที่เข้าทำหน้าที่ ส.ส.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การร้องเรียนทั้งหมดต้องการทำเพื่อให้ผู้มีอำนาจเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น และต้องการให้ประชาชนเห็นถึงบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีท่าทีอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอดูวันที่ 19 มิ.ย.นี้ว่าจะมีผลออกมาอย่างไร&amp;quot; รองโฆษกพรรค อนค.กล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้อมรับมือฉุกเฉิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, สกัดแผนยุมวลชนลงถนน, สถานการณ์ไทยต่างจากฮ่องกง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f344cff1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
