<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. สกัดโควิดแจ้งปรับลดเที่ยววิ่งรถ เริ่ม 28 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27เม.ย.64 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศ เรื่อง &amp;ldquo;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 &amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง พิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถ ในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้ง ปรับลดการให้บริการ ในช่วงเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งในส่วนของการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถกะสว่าง ขสมก. ได้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ขสมก. จึงเตรียมปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว และเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขสมก. จะปรับลดจำนวนเที่ยววิ่ง เฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการลดลง ส่วนเส้นทางที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่าเดิม จะไม่มีการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งแต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้ด้านพนักงานประจำรถ 1. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้งก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร หากตรวจพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่และให้รีบไปพบแพทย์ทันที2. กำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารและ3. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร &amp;nbsp;ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับด้านรถโดยสารประจำทาง1. เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน2. ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายใน รถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น3. กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนภายในรถโดยสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
4. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo;บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือน ผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการ มีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์และ5. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo;บริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านผู้ใช้บริการ1. ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา &amp;nbsp;ขณะใช้บริการรถโดยสาร2. ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น3. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกนQR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท &amp;nbsp;ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็คอิน &amp;ndash; เช็คเอาท์ โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
4. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; เพื่อตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19และลงทะเบียน 5. ขอความร่วมมือนั่งบนเบาะที่กำหนด (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และยืนบนจุดที่กำหนด หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป6. ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด และ 7. ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต-เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโมบายแบงก์กิ้ง &amp;nbsp;เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขบวนเที่ยวรถ, สกัดโควิด, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60818088ab1c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดโทษหนักสกัดโควิด บิ๊กตู่ยกระดับคุมเข้มสูงสุดยอดติดเชื้อพุ่งเฉียดหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ระดับสูงสุด สั่งเข้มงวดเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ควบคุม 5 จังหวัดสกัดการระบาด เร่งหาต้นตอขบวนการแพร่เชื้อโรคมาลงโทษ ขู่เอาผิดผู้ติดเชื้อจงใจปกปิดข้อมูล &amp;quot;ศบค.&amp;quot; พบติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 365 ราย ยอดสะสมใกล้หมื่นคนแล้ว เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ฟันธง รพ.สนามจังหวัดใครจังหวัดมัน &amp;quot;ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร&amp;quot; อาการดีขึ้น &amp;quot;ตาก&amp;quot; ผวา! 4 หญิงไทยติดโควิดลอบข้ามชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 17) ระบุตอนหนึ่งว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังนี้ 1.การยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และผู้ดูแลรับผิดชอบสถานที่ กิจกรรม หรือกิจการต่างๆ ดำเนินการเพื่อให้ผู้ใช้บริการ ผู้เดินทาง และประชาชนทั่วไปปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ด้วยการรักษาระยะห่าง การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย การล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ&amp;quot; และ &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; ตลอดจนยอมรับการกักกันตัวตามระยะเวลาในสถานที่ที่กำหนด หากอยู่ในข่ายที่ต้องรับการกักกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะของประชาชนในการเดินทางเข้า-ออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ จ.จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร เพื่อสกัดและยับยั้งการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยให้ตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มข้น และให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวติดตั้งและใช้ระบบแอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ&amp;quot;&amp;nbsp; นอกจากนี้บุคคลที่ประสงค์จะเดินทางออกนอกพื้นที่ดังกล่าว ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นโดยแสดงบัตรประชาชนหรือบัตรแสดงตนอื่นๆ ควบคู่กับเอกสารรับรองความจำเป็นที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เว้นแต่เป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทยกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค รัฐบาลมีเจตจำนงที่ชัดเจนและเด็ดขาดในการปราบปรามและลงโทษพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งบุคคลใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานต่างประเทศโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบ การคัดกรองโรค และการกักกันตัวตามมาตรการทางสาธารณสุข รวมทั้งการปล่อยปละละเลย เอื้ออำนวย หรือสมรู้ร่วมคิดให้มีการเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นต้นตอของการระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อนจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเร่งตรวจสอบเพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามขั้นตอนกฎหมาย และแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับดูแลการดำเนินการดังกล่าว และเสนอมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีกต่อไป &amp;nbsp;
ยกระดับป้องกันโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงหน่วยงานด้านความมั่นคง (ศปม.) และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ปฏิบัติการกวดขัน สอดส่อง และเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง และการเปิดให้มีการมั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายทั้งทางวินัยและทางอาญา รวมถึงให้รัฐบาลสนับสนุนการมีส่วนร่วมตรวจสอบของภาคประชาชน หากพบเห็นการกระทำหรือการปล่อยปละละเว้นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายและส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรง สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่นายกรัฐมนตรีผ่าน ศบค. ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.โทษผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทาง หรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ด้วย ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ในประเทศไทยรายวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 365 ราย ในจำนวนนี้เป็นการผู้ติดเชื้อในประเทศ 250 ราย การค้นหาเชิงรุกในแรงงานต่างด้าว 99 ราย อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 9,331 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้จะครบหมื่นรายแล้ว จึงขอให้ช่วยกัน เพราะไม่ต้องการเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 63 ปี เป็นชาว จ.พระนครศรีอยุธยา อาชีพขับรถรับส่งแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เข้ารักษาที่โรงพยาบาลสมุทสาคร ออกซิเจนในเลือดต่ำ ปอดอักเสบ และตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากนั้นวันที่ 30 ธ.ค. มีอาการหอบมากขึ้น หายใจลำบาก ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และย้ายไปยังห้องไอซียู วันที่ 31 ธ.ค.อาการไม่ดีขึ้น มีอาการไตวาย จึงต้องฟอกเลือดทุกวัน จนกระทั่งวันที่ 5 ม.ค. หัวใจหยุดเต้น อวัยวะภายในหลายส่วนล้มเหลว ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 66 ราย ทั้งนี้ อัตราการเสียชีวิตในประเทศไทย อยู่ที่ 1-2%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 250 ราย มีประวัติไปสถานที่เสี่ยง มีอาชีพเสี่ยง และสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 215 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 35 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 86,832,019 ราย เสียชีวิตสะสม 1,875,451 ราย และมีภาพที่น่าตกใจคือ ที่เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีภาพที่ต้องประเมินผู้ป่วยหากคิดว่าใครไม่สามารถช่วยชีวิตได้ก็ไม่ให้นำส่งโรงพยาบาล ปล่อยให้เสียชีวิตที่บ้าน ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นที่สหรัฐ เนื่องจากมีการติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้ทรัพยากรในการรักษาไม่เพียงพอ ก็ขอภาวนาให้คนที่อยู่ในสหรัฐ บรรเทาสถานการณ์ลงได้ และขอให้อย่ามาเกิดกับเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือศูนย์อีโอซี (EOC) ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการวิเคราะห์เรื่องการกระจายตัวในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร พบพื้นที่ดังกล่าวมีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก มีโรงงานในพื้นที่กว่า 11,467 แห่ง ทำให้เราต้องเร่งเข้าไปตรวจในพื้นที่โรงงาน เพื่อเข้าไปดูให้มั่นใจ ไม่ให้เป็นที่แพร่ระบาดเชื้อโรค และนอกจากโรงงานแล้วยังเข้าไปตรวจทั้งตลาดและที่พักเพื่อวางแผนเชิงรุกให้การตรวจครอบคลุมทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีแล้วทั้งสิ้น 2 แห่ง ส่วนที่มีข่าวว่าจังหวัดข้างเคียงคัดค้านการตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จาก จ.สมุทรสาครนั้น อยากจะบอกว่ายังมีข่าวดีๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งคนในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร พร้อมจะให้ใช้พื้นที่ส่วนตัวของตัวเองตั้งโรงพยาบาลสนามดูแลคนสมุทรสาครจำนวน 4-6 พื้นที่ หลังจากนี้ สธ.ต้องมองข้ามไปวันข้างหน้า ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะมีสูง เราต้องเตรียมพื้นที่ไว้ล่วงหน้า จึงต้องวางแผนไว้ก่อน เพราะการตั้งโรงพยาบาลสนามต้องใช้เวลา เบื้องต้นเราจะใช้โรงพยาบาลสนามของจังหวัดนั้นๆ เพื่อดูแลคนของจังหวัดตัวเอง&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สธ.คาดยอดติดเชื้อเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความแตกต่างระหว่างพื้นที่ควบคุมสูงสุดกับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ที่ประกอบด้วย สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงเจตนาในการแยกคืออะไร เพราะไม่อยากใช้คำว่าล็อกดาวน์ใช่หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ควบคุมสูงสุดมีทั้งสิ้น 28 จังหวัด มีมาตรการที่ทั้ง 28 จังหวัดต้องดำเนินการคือ คนที่เข้าพื้นที่ต้องรับการตรวจอุณหภูมิ สังเกตอาการ และต้องรับการตรวจว่ามีแอปพลิเคชันหมอชนะหรือไม่ รวมถึงสอบถามเหตุผลความจำเป็นในการเดินทาง โดยเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการปิดแหล่งที่อาจแพร่เชื้อ เช่น บ่อน ร้านอาหาร แต่ไม่ทำให้เกิดการชัตดาวน์ ล็อกดาวน์ ไม่มีเคอร์ฟิว ไม่ปิดการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มี 5 จังหวัดคือ มีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ต้องแสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใครจะเดินทางเข้าพื้นที่หรือไปไหนมาไหนในพื้นที่ต้องแสดงหลักฐาน พ่อค้าแม่ค้าจะขายอาหารก็ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบก่อน ผู้คนในพื้นที่อาจจะต้องลำบากกันสักหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเหล่านี้จะใช้ถึงวันที่ 1 ก.พ. ใครที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเดินทางก็ขอให้ชะลอไว้ก่อน แต่ถ้าตัวเลขต่างๆ แสดงถึงความน่ากลัว และพุ่งขึ้นในทิศทางที่ชัน เราคงไม่ต้องรอถึงวันที่ 1 ก.พ.อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่าคงต้องดูสถานการณ์เป็นรายวัน ถ้าไม่ดีก็ต้องเข้มงวด อาจจะมีคำว่าเข้มงวดสูงสุดหรืออีกหลายๆ เข้มขึ้นมา&amp;quot; โฆษก ศบค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวง?สาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การสอบสวนโรคคลัสเตอร์บ่อนพนัน จ.ระยอง พบการติดเชื้อมากกว่าครึ่งหนึ่ง 225 ราย จากทั้งหมด 423 ราย มีประวัติเข้าไปในบ่อนพนัน รองลงมาพบการติดเชื้อในตลาดต่างๆ นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อกระจายไปหลายจังหวัด จุดใหญ่อยู่ใน จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ก่อนที่เชื้อจะแพร่สู่ผู้สัมผัสอื่นๆ ได้แก่ สมาชิกในครอบครัว ฟิตเนส โต๊ะสนุ้ก ร้านอาหาร และบ่อนไก่ ส่วนกรณีคลัสเตอร์บ่อนไก่ จ.อ่างทอง พบผู้ติดเชื้อรวม 76 ราย ตรวจพบเพิ่มขึ้น 28 ราย จากวันที่ 5 ม.ค.64 โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดใน จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อนไก่ และผู้ติดเชื้อขยายไปยังจังหวัดข้างเคียงอีก 6 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อยุธยา ลพบุรี มีผู้ติดเชื้อจังหวัดละ 4 ราย สุพรรณบุรีและขอนแก่น มีผู้ติดเชื้อจังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี มีผู้ติดเชื้อ 1 ราย แม้จะเป็นการเดินทางเข้ามาในบ่อนไก่เพียงช่วงสั้นๆ หรือเข้ามาแค่วันเดียวก็ต้องเฝ้าระวัง กักกันตัวเอง 14 วัน สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่น หากมีอาการให้สงสัยว่าติดเชื้อรีบไปพบแพทย์ด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า การสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อกลุ่มแรก จำนวน 38 ราย พบผู้ติดเชื้อมีทั้งอายุน้อย วัยกลางคน 45-54 ปี และผู้สูงอายุ ที่ชื่นชอบในกีฬาชนไก่ โดยกลุ่มผู้สูงอายุถือว่ามีความเสี่ยงสูง หากได้รับเชื้ออาจป่วยรุนแรง เข้ารับการรักษาช้าอาจเสียชีวิตได้ และยังต้องเฝ้าระวังเด็กเล็กที่อาจติดเชื้อจากผู้ปกครอง นอกจากนี้ในบ่อนไก่ พบผู้ป่วยเพศชายจะมากกว่าเพศหญิงถึง 5 เท่า โดย 1 ใน 3 ติดเชื้อแบบมีอาการ และ 2 ใน 3 ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการสอบสวนโรคที่สามารถค้นหาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว ทำให้มีความปลอดภัยในการควบคุมโรค จึงขอให้ผู้มีประวัติไปบ่อนพนันทั่วประเทศ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลการสอบสวนโรคการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในสถานบันเทิงและร้านอาหารย่านปิ่นเกล้า ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 105 ราย เพิ่มขึ้น 23 ราย โดยผู้ติดเชื้อมีทั้งลูกค้าและพนักงาน สาเหตุจากการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่สวมหน้ากากขณะดื่มหรือกินอาหาร โดยพบว่าลูกค้าเริ่มป่วยก่อน แนะนำเชื้อมาแพร่ให้พนักงาน ต่อมาลูกค้าและพนักงานมีโอกาสแพร่เชื้อไปมาระหว่างกัน ขณะที่นักร้องทำงานมากกว่า 1 แห่ง มีโอกาสนำเชื้อไปแพร่ในวงกว้าง เช่นเดียวกับลูกค้าที่มาใช้บริการในสถานบันเทิงมากกว่า 1 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่มีการติดเชื้อกระจายไปใน 56 จังหวัด หลายจังหวัดพบผู้ติดเชื้อจากพื้นที่อื่นและไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม แต่ยังต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจมีผู้ได้รับเชื้อแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการ ดังนั้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะยังมีการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มขึ้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;quot; ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
บิ๊กป้อมแก้ปม รพ.สนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.โอภาส? การ?ย์?กวิน?พงศ์ ?อธิบดี?กรมควบคุมโรค ชี้แจงกรณีโซเชียล?มีเดียแชร์มีโรงงานบริษัท พัทยาฟู้ด ประเทศไทย? จำกัด ซึ่งอยู่ในสมุทรสาคร พบผู้ป่วย?ติดเชื้อ 900 คนว่า เป็นตัวเลขที่ได้ระบุไปแล้วเมื่อวันที่ 4-5 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่ใช่วันนี้ โดยวิธีการจัดการกับคนงานที่ติดเชื้อ?นั้นจะทำคล้ายกับตลาดกลาง?กุ้ง คือไม่ให้คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นออกนอกพื้นที่ จากนั้นจะตั้งโรงพยาบาล?สนามไปดูแล และคัดแยกผู้ป่วย โดยขณะนี้ตลาดกลางกุ้งได้คัดแยกผู้ป่วยออกแล้ว คาดว่าจะจัดเป็นโซนปลอดภัย?ได้อีกไม่นานไม่เกิน 1-2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงงานดังกล่าวต้องขอชื่นชมว่าให้ความร่วมมือดีมาก เตรียมจัดพื้นที่ภายในโรงงานใหม่ มีการตั้งโรงพยาบาล?สนามในบริเวณนั้น คนติดเชื้อก็จะได้รับการดูแล ส่วนคนงานที่เหลือจะอยู่ในโรงงาน และมีการตรวจเป็นระยะเพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ และทำความสะอาด ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อจะไม่มีการเล็ดลอด?ไปสู่ชุมชน นอกจากมีความกังวลว่าผลิตภัณฑ์?อาหารกระป๋อง?แปรรูป?จากโรงงานดังกล่าวจะสามารถบริโภคได้หรือไม่ ย้ำว่าวิธีการ?ผลิต?จะมีการฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ทั้งการใช้ความร้อนที่สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ และการบรรจุที่ได้รับ?มาตรฐาน?&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี น.ส.กุลวลี นพอมรบดี&amp;nbsp; ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. นำประชาชนมาคัดค้านการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามในพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ว่า เวลานี้เราต้องดูว่าใช้พื้นที่ไหน และพยายามจะไม่ออกจากพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และก็ควรจะเป็นพื้นที่จังหวัดใครจังหวัดมันในการดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จ.สมุทรสาครกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเอาพื้นที่ตรงไหนจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งต้องมีความเหมาะสม&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ ส่งมอบโรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พื้นที่เกล็ดแก้ว ซึ่งในอยู่ความรับผิดชอบของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นผู้รับมอบที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พื้นที่เกล็ดแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 กองทัพเรือได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารฝึกของศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พื้นที่เกล็ดแก้ว ใช้อาคารฝึกที่ 13-16 สำหรับเป็นที่พักผู้ป่วย และอาคารฝึกที่ 2 เป็นอาคารอำนวยการสำหรับเจ้าหน้าที่ สามารถรองรับผู้ป่วยได้รวม 320 เตียง&amp;quot; โฆษก ทร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล นายพิทักษ์ โยทา ตัวแทนสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้ผ่อนผันให้ร้านนวด ร้านสปา เปิดบริการได้หลังกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งให้ปิดสถานที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยยืนยันที่ผ่านมาร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านสปา ได้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง จำกัดผู้ใช้บริการ และไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกสั่งปิด และให้เปิดเป็นกลุ่มสุดท้าย
ผู้ว่าฯ สมุทรสาครดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่ามีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อวันที่ 5 ม.ค. กลับมาใช้เครื่องช่วยหายใจ กลับมานอนคว่ำ ทำให้ระดับออกซิเจนตลอดวันดี วันนี้จะลองทดลองมานอนท่าหงาย เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานของปอด ที่ยังคงเหลือว่ากลับมาทำงานได้ดีแค่นี้ และวันนี้จะเริ่มเปลี่ยนมาให้อาหารทางสายยาง เพื่อให้กระเพาะอาหารกลับมาทำงานบีบตัวได้ตามปกติ จากเดิมที่ให้อาหารทางเส้นเลือด ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้อวัยวะต่างๆ กลับมาทำงานตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการไข้ไม่มีแล้ว ถือว่ามีแนวโน้มดีขึ้น ขณะนี้ผู้ว่าฯสมุทรสาครเข้ารับการรักษาตัวที่ศิริราชมานาน 1 สัปดาห์แล้ว หากอาการดีขึ้นต่อเนื่อง เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจเร็วๆ นี้ ส่วนการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ยังดำเนินการตามปกติ และไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อไวรัสในร่างกาย เพราะแรกเข้ารักษาอาการก็หนักแล้ว ปอดอักเสบเร็ว สะท้อนว่ามีเชื้อในร่างกายมากอยู่แล้ว ตอนนี้ห่วงการทำงานของปอดเท่านั้น ส่วนอาการของภริยาดีขึ้น วันนี้เข้าสู่การรักษาวันที่ 5 เตรียมหยุดยาฟาวิพิราเวียร์&amp;quot; คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จ.ตาก เพจหมอแม่สอด โพสต์ความเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรอบวันที่ผ่านมาระบุว่า พบกลุ่มสาวชาวไทยที่ไปประกอบอาชีพฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา จำนวน 4 ราย ลักลอบข้ามมาทางท่าธรรมชาติ มาตรวจที่โรงพยาบาลแม่สอด เพื่อขอใบรับรองตรวจโรคเพื่อเดินทางออกนอก จ.ตาก ปรากฏว่าทั้ง 4 รายพบเชื้อโควิด-19 โดย 3 ใน 4 คนพบซากเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการ ส่วนอีกรายค่อนข้างรุนแรง ถูกส่งเข้าห้องความดันลบทันที ส่วนอีก 3 รายที่พบซากเชื้อฝังอยู่ในร่างกาย ถูกส่งเข้า local quarantine กักตัว 14 วันเพื่อให้เชื้อหมดไปจึงจะปล่อยกลับบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สุรเวช การวัฒนาศิริกุล ผกก.สน.ภาษีเจริญ เซ็นหนังสือบันทึกข้อความถึง บก.น.9 แจ้งมีผู้ใต้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจยศ ร.ต.อ. ตำแหน่งรอง สว.จร. ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังเข้าไปตรวจหาเชื้อที่ รพ.เกษมราษฎร์บางแค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้สัมผัสใกล้ชิดกักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่าติดเชื้อมาจากภรรยา เนื่องจากภรรยาได้ไปเดินซื้อของที่ตลาดสดบางใหญ่ ซึ่งในขณะนี้เป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไทม์ไลน์ ร.ต.อ.ดังกล่าว วันที่ 24-25 ธ.ค. ไปตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี ด้วยรถยนต์ส่วนตัว และเดินทางไปประชุมที่สำนักงานเขต จากนั้นไปปฏิบัติหน้าที่จุดเพชรราชพฤกษ์ วันที่ 26 ธ.ค. พักผ่อนอยู่บ้าน, วันที่ 27-30 ธ.ค. ไปปฏิบัติหน้าที่ที่จุดเพชรราชพฤกษ์, วันที่ 31 ธ.ค. พักผ่อนอยู่บ้าน,&amp;nbsp; วันที่ 1 ม.ค. ไปปฏิบัติหน้าที่ที่จุดเพชรราชพฤกษ์, วันที่ 2 ม.ค. ตอนเย็นไปตลาดสดแถวบ้าน ตลาดกรุงนนท์ ย่านตลิ่งชัน, วันที่ 3 ธ.ค. พักผ่อนอยู่บ้าน, วันที่ 4 ม.ค. ไปตรวจหาเชื้อโควิด กระทั่งวันที่ 5 ม.ค. แพทย์แจ้งผลว่าติดเชื้อและให้มารักษาตัวที่ รพ.เกษมราษฎร์บางแค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89032</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ควบคุม 5 จังหวัด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19, มาตรการป้องกันโควิด-19, ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19, ยอดสะสมใกล้หมื่น, สกัดการระบาด, สกัดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5cb104ebd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.8หมื่นรับปีใหม่ คุมจร.-สกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ระดมตำรวจ 8 หมื่นนายดูแลการจราจรทั่วประเทศช่วงหยุดยาวปีใหม่ 29 ธ.ค.-4 ม.ค. ห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปวิ่งบนทางหลวง 7 สาย ตั้งจุดตรวจรวมทั้งความมั่นคง เมาขับและสกัดโควิด เตือนขายเหล้าให้เยาวชน-ถูกจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประชุมสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ เตรียมพร้อมปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ จำนวนกว่า 80,000 นาย ช่วงหยุดยาว ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เผยว่า แม้มีโควิด-19 แต่ก็เชื่อว่ายังมีผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมากเช่นเดิม ซึ่งคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 30-31 ธันวาคม จะมีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ หนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงการทำงานวันสุดท้าย และจะกลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงวันที่ 3 มกราคม 2564 หลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนนในปีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมอบโล่รางวัลแก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนโยบายด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ของ ตร.มีจุดเน้น ดังนี้ 1.การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมาก ได้จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร มีการตั้งจุดบริการตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และทางเลี่ยง รวมถึงการจัดการจราจรบริเวณทางร่วมทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดแวะพักรถที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรอยู่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง สายด่วนหมายเลข 1193 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไลน์ @highway1193 และในพื้นที่ กทม. สอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 เกี่ยวกับเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์เส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน มีดังนี้ 1.1 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสาย ระหว่าง 30 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564 เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 99 กม. ได้แก่ 1.มิตรภาพ : ต.ทับกวาง จ.สระบุรี กม.15-35 ระยะทาง 20 กม. 2.พหลโยธิน : ช่วง ต.หนองยาว จ.สระบุรี กม.99-106 ระยะทาง 7 กม. 3.เลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันตก : ต.ปากข้าวสาร จ.สระบุรี กม. 0-9 ระยะทาง 9 กม. 4.พหลโยธิน : กลางแดด-นครสวรรค์ตก จ.นครสวรรค์ กม.332-347 ระยะทาง 15 กม. 5.รังสิโยทัย : ปากน้ำโพ-บางม่วง จ.นครสวรรค์ กม. 0-7 ระยะทาง 7 กม. 6.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย : กบินทร์ฯ-นาดี กม.165-195 ระยะทาง 30 กม. และ 7.บุรีรัมย์-อรัญประเทศ : ตาพระยา-โนนแดง กม.70-81 ระยะทาง 11 กม. ในกรณีรถบรรทุกบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในถนนดังกล่าวข้างต้น สามารถขออนุญาตหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนั้นๆ เป็นกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่อง หรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย (ขาขึ้น 14 จุด ระหว่าง 28 ธันวาคม 2563-31 ธันวาคม 2564 และขาล่อง 17 จุด ระหว่าง 1-4 มกราคม 2564 ใช้เป็นช่องทางพิเศษเพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว (Reversible Lane) 1.3 มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นผิวจราจรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซ่อมแซม เพื่อลดการจราจรติดขัดสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การบังคับใช้กฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก และ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างจริงจัง และใช้มาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุหรือก่อนการกระทำผิด โดยเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครด่านชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการจัดทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่มีแนวโน้มกระทำผิด โดยเฉพาะเมาแล้วขับ และใช้มาตรการตักเตือนก่อนกระทำผิด ผ่านกลไกภาคีเครือข่ายในพื้นที่หรือด่านชุมชน หากพบยังฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมาย มีการบังคับใช้กฎหมายเรื่องเมาแล้วขับที่จุดตรวจความมั่นคง หรือจุดตรวจควบคุมโรคระบาด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจทุกนาย ต้องมีกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิตอลชนิดติดตัวหรือชนิดอื่นเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ปีนี้มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็จะมีการปรับด่านตรวจให้มีความครอบคลุมทั้งจุดตรวจความมั่นคง จุดตรวจแอลกอฮอล์ และจุดตรวจควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ให้เป็นจุดเดียวกัน โดยจะให้เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่จะมีการปรับรูปแบบการวัดเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย มีการสอบสวนขยายผล กรณีเด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะขยายผลดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้สุราแก่เด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และห้ามดื่ม-ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 12/2563 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระการประชุม 5 วาระ สำหรับวาระน่าสนใจ คือ การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1ต.ค.63) แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนในระดับ ส.6 และการรับรองการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณ (กรณีมีเหตุสงสัย) ให้กับข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ 2564 ให้แก่ประชาชน ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ชิ้น ประกอบด้วย โครงการฝากบ้าน 4.0, การตั้งด่านโปร่งใส, การชำระค่าปรับออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน, การนัดหมายแจ้งความออนไลน์, เรื่องหนี้สินตำรวจ เพราะหากตำรวจอยู่ดีมีสุขก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และสุดท้ายจะมอบองค์ความรู้ป้องกันภัยอาชญากรรมให้แก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมเปิดตัว &amp;quot;ตำรวจหนุ่มหล่อสาวสวย&amp;rdquo; เพื่อทำหน้าที่สื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เจเนอเรชันใหม่ (คล้ายเน็ตไอดอลตำรวจ) ซึ่งมีความสามารถ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายด้าน สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่เฉพาะกลุ่ม เช่น เป็นนักเทควันโดทีมชาติ, เป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน ก็จะมาเล่าหรือแชร์ประสบการณ์เรื่องชีวิตต่างแดนให้กลุ่มคนที่สนใจ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแนวคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธ.ค.63.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลการจราจรทั่วประเทศ, ดูแลการจราจรทั่วประเทศช่วงหยุดยาวปีใหม่, สกัดโควิด, หยุดยาวปีใหม่, เมาขับและสกัดโควิด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe48d02200d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สัมผัสโควิดทะลุ699ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนคุมเข้มลักลอบเข้าเมือง ขู่! พบ จนท.เอี่ยวฟันไม่ละเว้น ยันไม่ใช่การระบาดโควิดระลอก 2 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นยังควบคุมโรคได้ &amp;quot;ทหาร-ตร.&amp;quot; บุกรวบแก๊งลักลอบพาคนข้ามชายแดนแม่สาย &amp;quot;สธ.&amp;quot; แถลง 10 สาวลอบเข้าไทยเจอโทษหนักแน่ เผยผู้สัมผัส 699 รายยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม &amp;quot;พิษณุโลก&amp;quot; ป่วนสั่งปิดโรงเรียน 8 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา, กัมพูชา, ลาว และมาเลเซีย เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนได้ติดตามการลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย หากพบมีการเดินทางเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีเจ้าหน้าที่ส่วนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบเข้าเมือง จะโดนดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าแนวทางป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของไทยยังมีความรัดกุม ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกในเรื่องที่มีบางกลุ่มที่ไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมกระทำผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้มีการกักตัว 14 วัน ซึ่งวันนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าคนไทยมีความต้องการจะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ใช่การระบาดระลอกที่ 2 ของประเทศ แต่เกิดจากบุคคลบางคนที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างมาก&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 10 คนที่มาจากการลักลอบเข้าเมืองว่า คนเหล่านี้ที่กลับเข้ามาในประเทศเพราะรู้ว่าตัวเองป่วย รู้ว่าฝั่งเมียนมาติดเชื้อมากแล้วกลับเข้ามาแทนที่จะพบแพทย์และแสดงตน แต่กลับมีหน้าไปเที่ยวโดยไร้ความรับผิดชอบ เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทำความเสียหายให้บ้านเมืองมหาศาล แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องตามล้างตามเช็ด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ภาพรวมยังควบคุมโรคได้ ติดตามหาผู้ป่วยได้ แต่ขอให้คนที่กลับมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็กแสดงสปิริตมาเลย ให้มารับการตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อให้ข้อมูลและขยายผลในการสอบสวนโรคต่อไป เพราะถ้าเป็นอย่างนี้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรของชาติมาก อย่ากังวล เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะไปดำเนินคดีหรือเอาพวกเขาเข้าคุก ไปก็เปลืองคุกเปล่าๆ ยิ่งมาแสดงตนยิ่งเป็นประโยชน์
รวบก๊วนพาคนข้ามชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยว แม้คนเหล่านี้จะทำการท่องเที่ยวในภาคเหนือเสียไปหมด เพราะคนพวกนี้ไม่มีน้ำยาที่จะทำลายบ้านเมือง แต่ขอให้คนอื่นๆ ไปเที่ยวและปฏิบัติตามมาตรการ สวมหน้ากากอนามัย เพราะเราต้องช่วยคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งผู้ประกอบการเองก็คาดหวังเรื่องของการท่องเที่ยวในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้อยู่ และอย่าให้เสียกำลังใจ ซึ่งหลังจากวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 ผมก็จะไปเที่ยว อาจจะไปที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย เพราะไม่ได้กลัวอะไร ใช้ชีวิตปกติตามมาตรการป้องกัน และอาจจะไปตรวจความพร้อมตามโรงพยาบาล โดยไม่มีคณะไปด้วย&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง จับกุมนายสมคิด นายหล้า และเด็กหญิงอีก 1 คน อายุราว 14-15 ปี ใกล้กับเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำสาย เขตชุมชนหัวฝาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มาดำเนินคดีในข้อหานำพาหรือสนับสนุนให้มีการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่จะเข้าไปจับกุม มีพลเมืองดีแจ้งว่าบุคคลทั้ง 3 มีพฤติกรรมไปรับคนที่ลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบจากภาพวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณใกล้เคียงจนพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจริง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ยอมรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงให้บุคคลทั้ง 3 กักตัวเองดูอาการอยู่ที่บ้านก่อน 14 วัน หลังจากนั้นจึงจะทำการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. 13 ราย โดย 7 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักกัน ส่วนอีก 6 รายคือคนที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย โดยข้ามมาจากท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทั้งหมดเป็นหญิงไทย ซึ่งมีการรายงานไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีผู้ติดเชื้อหลบหนีข้ามแดนจากเมียนมาเข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการกักตัวนั้น อยู่ในระบบการดูแลควบคุมป้องกันโรคทั้ง 10 ราย และสามารถระบุเส้นทางที่เกี่ยวข้องได้ มีการค้นหาผู้เสี่ยงสูงเสียงต่ำและเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคในสถานที่ปลอดภัย&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คนไทยลักลอบเข้าประเทศมาและตรวจเจอเชื้อโควิด-19 รวม 10 ราย อยู่ที่เชียงใหม่ 3 ราย, เชียงราย 3 ราย, กรุงเทพฯ 1 ราย, พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และพะเยา 1 รายนั้น ทั้งหมดจุดเริ่มต้นติดเชื้อมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนผู้สัมผัสทั้ง 10 รายที่ติดเชื้อมีทั้งหมด 699 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 ราย เท่าที่ตรวจขณะนี้ยังให้ผลเป็นลบ แต่จะตรวจสอบอีกครั้ง และกักตัวจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัว ส่วนผู้สัมผัสเสียงต่ำ 524 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างแยกกักตัวเพื่อคุมสังเกตอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้คุมเข้มตามแนวชายแดน สแกนทุกตารางนิ้ว และประสานไปยังฝั่งเมียนมาว่ามีคนไทยต้องการกลับเข้าประเทศกี่คน เพื่อให้เข้าสู่ระบบกักตัวเพื่อควบคุมป้องกันโรค ซึ่งได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ธ.ค. ว่ามี 150 ราย ที่แจ้งความประสงค์เข้ามา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอาจจะยังไม่นิ่ง นอกจากนี้สำหรับคนที่ลักลอบเข้ามาแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นมา ขอให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้การดูแลควบคุมป้องกันโรคต่อไป
พิษณุโลกผวาโควิดปิด 8 รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงถึงข้อสงสัยการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่าคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 มีปลัด สธ.เป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เป็นหน่วยงานหลักในการหาข้อมูลและความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่คนไทยไม่ช้ากว่าประเทศอื่น ตั้งเป้าให้ครอบคลุมร้อยละ 50 ของประชากร ซึ่งการลงนามร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า จะได้วัคซีนครอบคลุมประมาณร้อยละ 20 ของประชากรคือ 13 ล้านคน จำนวน 26 ล้านโดส ซึ่งเป็นการจองซื้อบนเงื่อนไขการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมาด้วย ส่วนการเจรจากับ COVAX Facility ขณะนี้ยังไม่มีการทำสัญญา อยู่ระหว่างการเจรจา ตั้งเป้าให้ได้วัคซีนครอบคลุมอีกร้อยละ 20 ของประชากร สำหรับร้อยละ 10 ของประชากรที่เหลือ จะพยายามประสานบริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังคงสนับสนุนผู้พัฒนาวัคซีนภายในประเทศไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสเสริมว่า การเตรียมความพร้อมการรณรงค์ให้วัคซีนโควิด-19 มี 6 ด้าน ได้แก่ 1.การเตรียมวัคซีนโควิด-19 เช่น การทำสัญญาซื้อขาย จัดทำของบประมาณ จัดซื้อวัคซีน พัฒนาระบบการเบิกจ่ายและบริหารวัคซีน การเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน และตรวจสอบคุณภาพ Lot Release 2.การเตรียมสถานพยาบาล ทั้งอุปกรณ์สำหรับการฉีด ระบบลูกโซ่ความเย็น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และสำรวจกลุ่มเป้าหมายและลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการพิจารณากลุ่มเป้าหมายหลัก จะเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วเสี่ยงเสียชีวิตสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือกลุ่มที่มีโอกาสแพร่กระจายสูง โดยมีคณะกรรมการพิจารณา ไม่ขึ้นกับคนใดคนหนึ่งมาสั่งการได้ 3.สื่อสารประชาชนให้เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใดที่ควรรับวัคซีน ให้ความรู้ประชาชนเรื่องวัคซีนก่อนรับบริการ ประกาศรณรงค์ 4.การรณรงค์ฉีดวัคซีน 5.การติดตามผลการให้ และ 6.ติดตามอาการหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมาทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีโรงเรียนสั่งปิดการเรียนสอนจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย,โรงเรียนชุมชน 8 (ราษฎร์อุทิศ) อ.นครไทย, โรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา อ.เนินมะปราง, โรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ, โรงเรียนจ่านกร้อง, โรงเรียนพุทธชินราช และโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหยุดเรียน 2 วัน คือวันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ และเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp; 7 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ มีคุณครู 2 คนที่ไปเล่นดนตรีในผับชื่อดังของจังหวัดพิจิตร และหญิงสาว 25 ปีผู้ป่วยโควิด ได้ไปเที่ยวมา 2 คืน ขณะที่โรงเรียนนครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากพบว่าครูโรงเรียนนครไทยคนหนึ่งได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. โดยเครื่องบิน เที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยรายดังกล่าว ส่วนโรงเรียนบ้านหนองน้ำสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนนครไทยประมาณ 50 เมตร ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนเช่นกัน และโรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม อ.บางกระทุ่ม ได้ปิดเรียนเนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนลงความเห็นว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง จ.พิจิตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85910</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเข้มลักลอบเข้าเมือง, จังหวัดชายแดน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ลักลอบเข้าเมือง, สกัดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8ee1fb0fa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.ทบ.ผุดกำแพง3ชั้น สกัด‘โควิด’ลามจากพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ กำชับ ตร.-ทหารเพิ่มกำลังคุมเข้มชายแดนสกัดโควิดลามไทย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; วอนอย่าเห็นอามิสสินจ้างช่วยคนต่างด้าวหนีเข้าเมือง ได้ไม่คุ้มเสีย ยัน รพ.พร้อมรับมือ-อสม.จับตาสอดส่อง ศบค.ทบ.ชูแผนกำแพง 3 ชั้นป้องกัน สธ.เปิดไทม์ไลน์ชายเกาหลีติดเชื้อจากไทย เร่งไล่เช็กสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 46 ปี เดินทางจากประเทศอินเดียถึงไทยวันที่ 1 ก.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเข้าพักในสถานที่กักกัน (Alternative State Quarantine) ในกรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 6 ก.ย. ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,446 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,445 คน และผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 508 คน จำนวนผู้ป่วยรักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,284 คน และยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 104 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 58 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า Maehongson Premium Maehongson Brand สินค้าและบริการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้มาประชาสัมพันธ์การจัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมวัฒนธรรมร่วมใจ รวมไทยสร้างชาติ&amp;rdquo; ว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การค้าชายแดนมีความยากลำบาก กระทบต่อรายได้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราว ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรพัฒนาสินค้า ใช้การตลาดนำการผลิต เพื่อให้สินค้าจำหน่ายได้ สำหรับข้อเสนอที่จะให้เส้นทางบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนกลับมาเปิดอีกครั้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและประเมินความหนาแน่นของผู้โดยสารก่อนตัดสินใจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงการป้องกันแนวชายแดนภายหลังโควิด-19 ในประเทศเมียนมาระบาดหนักว่า ได้กำชับตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเพิ่มกำลังทั้งทหารตำรวจในบริเวณชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยได้เตรียมการอยู่แล้ว ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ช่วยกันป้องกันด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวลโควิด-19&amp;nbsp;ระบาดระลอก 2 ว่าเราต้องเข้าใจโรคโควิดว่าวิธีการป้องกันง่ายที่สุดคือการสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;และทำให้การแพร่เชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ&amp;nbsp;ลดลงไปด้วย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;ส่วนเรื่องโควิด แม้วันนี้ยังไม่มีวัคซีน แต่กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการควบคุมโรค&amp;nbsp;เฝ้าระวังและรักษา&amp;nbsp;ถ้ามีการติดเชื้อก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลจนไม่ทำอะไรเลย&amp;nbsp;เราต้องก้าวไปข้างหน้า&amp;nbsp;และประเทศไทยมีพรมแดนยาว ต้องเฝ้าระวังอย่าให้มีการลักลอบเข้าเมือง&amp;nbsp;ซึ่งทุกวันนี้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อสม.)&amp;nbsp;คอยสอดส่องดูแล&amp;nbsp;เราต้องการ์ดสูงไว้ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังตามด่านชายแดน
ล็อกดาวน์ไม่ใช่ทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ต้องระวังคือการลักลอบเข้าเมือง&amp;nbsp;ซึ่งฝ่ายความมั่นคงทำเต็มที่&amp;nbsp;ขอร้องประชาชนอย่าไปอำนวยความสะดวกพวกลักลอบเข้าเมืองอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;และหากติดเชื้อกับคนกลุ่มนี้จะอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างไร ไม่คุ้มหรอก&amp;nbsp;และที่สำคัญยังเป็นการทำร้ายประเทศ แล้วยังมีความผิดทางอาญาด้วย&amp;nbsp;อย่าเห็นแก่อามิสสินจ้างเพียงน้อยนิด เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล&amp;quot; นายอนุทินกล่าว และยืนยันว่า ในส่วนของโรงพยาบาลตามแนวชายแดนมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบทราบหรือยังว่าผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิดติดจากที่ใด&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า&amp;nbsp;เขาทำงานตรงนั้น ต่างชาติเยอะแยะไปหมด&amp;nbsp;แต่ต้องดูว่าเมื่อเขาติดแล้ว&amp;nbsp;เราเจอเขาหรือไม่&amp;nbsp;เมื่อเจอเราก็รีบไปควบคุมดูแลสอบสวนโรคไป&amp;nbsp;500-600 คนที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp;ส่วน ศบค.จะต้องทบทวนการเปิดสถานบันเทิงหรือไม่&amp;nbsp;คงจะต้องมีการพูดกัน&amp;nbsp;พวกดื่มสาบานแก้วเดียวกัน&amp;nbsp;กรีดเลือดกัน&amp;nbsp;ตอนนี้ต้องไม่มี&amp;nbsp;โดย ศบค.จะมีการประชุมกันเรื่อยๆ&amp;nbsp;วันนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องผับบาร์ และมีการปิดบางแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องปลายเหตุ&amp;nbsp;ต้นเหตุคือวินัยของเราที่อุตส่าห์สู้กันมา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;วันนี้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อกันภายใน&amp;nbsp;เพราะไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศและสัมผัสกับคนต่างประเทศ&amp;nbsp;แต่เราต้องสวมหน้ากากอนามัย และควรทำเช่นนี้ต่อไปจนกว่าจะมีวัคซีน&amp;nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควรต้องทบทวนมาตรการตรงนี้ อย่าให้วัวหายแล้วล้อมคอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากจะมีการเปิดผับต่อ&amp;nbsp;จะมีมาตรการอะไรที่เข้มข้นหรือไม่&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า&amp;nbsp;เราจะพยายาม และที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อประชาชนไม่เดือดร้อน มีการจ้างงาน&amp;nbsp;แต่ขอให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยอย่างรัดกุม&amp;nbsp;การจะมีอะไรนิดเดียวแล้วล็อกดาวน์ไม่ใช่ทางออก&amp;nbsp;เราต้องสู้กับเชื้อโรคโควิดโดยไม่ต้องล็อกดาวน์ไปจำกัดเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนโรคในกลุ่มเสี่ยงสัมผัสกับดีเจผู้ต้องขังที่ติดโควิด-19 ว่าสำนักอนามัย กทม.ได้จัดทีม SWAB เพื่อหาเชื้อและสอบสวนโรคผู้สัมผัสเสี่ยงทั้งในส่วนของร้านสามวันสองคืน สาขาพระราม 3, ร้าน first cafe ถนนข้าวสาร, คอนโดฯ ที่พักอาศัยย่านทุ่งครุ, ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานพิเศษกลางแล้ว เบื้องต้นผลการตรวจทางห้องแล็บปรากฏว่าผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม กทม.ได้ย้ายกลุ่มที่ใกล้ชิดและเสี่ยงสูงไปกักตัวใน Local Quarantine เพื่อติดตามและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่สัมผัสเสี่ยงต่ำให้กักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยจะมีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และ กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ทุกจุดแล้ว ส่วนสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่ง ยังคงสั่งปิดเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กองทัพบก (ผอ.ศบค.ทบ.) กล่าวถึงการป้องกันโควิด-19 ในช่วงแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศว่า มีความพยายามที่จะลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามา แต่ขณะนี้กองกำลังป้องกันชายแดนได้ปรับกำลังและเตรียมมาตรการต่างๆ ในเรื่องการลาดตระเวนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีความตื่นตัว คิดว่าระยะต่อจากนี้จะต้องดำเนินการมาตรการเข้มข้น เป็นอีกเวลายาวนาน
กำแพง 3 ชั้นสกัดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่สำคัญก็คือการป้องกันและการตระหนักรู้ของคนไทยเอง โดยเฉพาะนายจ้างหรือประชาชนพื้นที่ภายใน จะต้องช่วยกันสานพลังตรงนี้ว่าจะไม่พยายามให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ผ่านการคัดกรองโรคเข้ามาถึงพื้นที่ภายในได้ ส่วนคนที่มีหน้าที่ป้องกันก็ทำหน้าที่ป้องกันไป ส่วนประเทศต้นทางจะต้องสานความร่วมมือในการที่จะช่วยกันดูแล เป็นกำแพงสามชั้นจะเป็นสิ่งที่มั่นคงที่สุด ทั้งประเทศต้นทาง แนวชายแดนและคนภายในที่จะต้องตระหนักรู้และรับผิดชอบ&amp;quot; ผอ.ศบค.ทบ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบชายชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ว่าหลังจากได้รับรายงานแล้ว กรมควบคุมโรคได้ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศของประเทศเกาหลีใต้ทันทีเพื่อสอบสวนโรค และตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลรายดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้เดินทางจากไทยไปเกาหลีใต้ตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ดังกล่าวเป็นเพศชาย สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 54 ปี เดินทางจากประเทศไทยไปที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 4 ก.ย. โดยสายการบินโคเรียนแอร์ และเวลา 07.00-11.00 น. จากสนามบินนานาชาติอินชอน นั่งรถบัสไปศูนย์สุขภาพซงทัน ที่สำหรับตรวจผู้เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ศูนย์สุขภาพซงทันด้วยวิธี&amp;nbsp; RT-PCR จากนั้นก็ขึ้นรถพยาบาลไปที่บ้านเพื่อแยกกักตัว และในวันที่ 5 ก.ย.&amp;nbsp;ทราบผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 คือผลเป็นบวก ทำให้บุคคลดังกล่าวถูกย้ายตัวไปที่ศูนย์รักษาผู้ป่วยที่อันซ็อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติในประเทศไทย เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2563 และพักอาศัยอยู่ในเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย รวมถึงประวัติในการเดินทาง เช่น สถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เมืองทองธานี) สถานที่(ห้างสรรพสินค้า) และการใช้ระบบขนส่ง เป็นต้น ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรคของกรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการสอบสวนโรคและตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ โดยเร็ว หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76869</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนต่างด้าวหนีเข้าเมือง, คุมเข้มชายแดน, ศบค., สกัดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f578edb5e13a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
