<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกุลธรโอดเป็นผู้บริสุทธิ์ ทวงบุญคุณช่วยจับโจร!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สกุลธร&amp;rdquo; ร่อนเอกสารแจง ย้ำเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมทวงบุญคุณเป็นพยาน-มอบหลักฐานเพื่อช่วยปกป้องชื่อเสียงสำนักทรัพย์สินฯ แต่กลับถูก &amp;ldquo;ณฐพร&amp;rdquo; ที่ไม่เกี่ยวข้องคดีฟ้องแบบไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ได้ส่งหนังสือชี้แจงกรณีเข้าพบเจ้าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 กรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่บริษัทเอกชนและเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ได้สิทธิ์เช่าที่ดินย่านชิดลมโดยไม่ต้องผ่านการประมูล
โดยเนื้อหาเอกสารระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกเพื่อแสดงความเป็นบริสุทธิ์ใจ โดยผู้ที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีนี้คือ ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เสียหายหรือเกี่ยวข้องกับคดีที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันในความสุจริตใจว่า ตลอดเวลาการทำงาน การติดต่อประสานงานกับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทุกขั้นตอนได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเสมอ แต่กลับปรากฏว่ามีการปลอมแปลงเอกสารตอบกลับมายังบริษัทของผม เพื่อหลอกลวงให้ผมจ่ายเงินให้ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเป็นไปตามสัญญาของ Project Consultancy ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ผม และสำนักงานทรัพย์สินฯ ตามที่ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกุลธรชี้แจงอีกว่า การที่สำนักงานทรัพย์สินฯ สามารถนำตัวบุคคลที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ มาลงโทษได้ เนื่องจากตนเองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ว่าขอให้ช่วยปกป้องชื่อเสียงของสำนักงานทรัพย์สินฯ จึงส่งมอบเอกสารที่ได้รับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จึงทราบว่ามีการแอบอ้างปลอมเอกสาร และสามารถนำตัวบุคคลที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารมาลงโทษได้ โดยเมื่อมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ก็ยังได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนให้ช่วยให้ปากคำในฐานะพยาน เพื่อดำเนินคดีบุคคลที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ แต่ในช่วงนั้นได้เดินทางไปต่างประเทศ จึงได้ประสานให้บุคคลที่เกี่ยวข้องและร่วมงานไปดำเนินการแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้ให้ความร่วมมือมาตั้งแต่แรก เพื่อให้ทางการนำตัวบุคคลที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ มาลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอยืนยันว่า ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ คำตัดสินของศาลที่ผู้กล่าวหานำมาประกอบในการแจ้งความดำเนินคดีผม เป็นคำตัดสินของจำเลยที่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ เพื่อมาหลอกเอาเงินจากผม และที่ผมให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีจนนำตัวผู้แอบอ้างปลอมเอกสารมารับโทษได้ ก็เพราะผมหวังดี ไม่อยากให้ชื่อเสียงของสำนักงานทรัพย์สินฯ เสียหาย และไม่อยากเห็นบุคคลอื่นโดนหลอกลวงเอาเงินเช่นเดียวกับผมอีก การกล่าวหาว่าผมเป็นผู้กระทำความผิดในคดีนี้จึงไม่เป็นธรรมกับผมอย่างยิ่ง ผมหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมแก่ผม และช่วยปกป้องชื่อเสียงของผมต่อไป&amp;rdquo; นายสกุลธรระบุในช่วงท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณฐพร โตประยูร, ทวงบุญคุณช่วยจับโจร, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_60269727f0c3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘น้องทอน’ติดสินบนช่วยราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สกุลธร&amp;rdquo; เข้าพบตำรวจกองปราบฯ ตามหมายเรียกคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน 20 ล้านเพื่อเช่าที่ดินที่สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ชี้ความผิดสำเร็จแล้ว หาก กก.บริษัทมีส่วนรู้เห็น &amp;quot;สมพร-ธนาธร&amp;quot; อาจถูกดำเนินคดีด้วย ผบก.ป.ยันมีหลักฐานเพียงพอเอาผิดสุกลธรได้ หากบุคคลอื่นเกี่ยวข้องต้องถูกออกหมายเรียกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) วันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบตำรวจตามหมายเรียก หลังชุดสืบสวนกองปราบฯ สอบสวนขยายผลพบว่านายสกุลธรมีความผิดในการทุจริตการร่วมกับผู้ต้องหาที่ถูกพิพากษาไปก่อนหน้าในคดีติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาคดีทุจริตได้มีคำพิพากษาจำคุกนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหารับเงินสินบนเพื่อจัดหาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้กับนายสกุลธร ปัจจุบันได้ออกจากเรือนจำมาแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทั้งคู่ได้ให้การเป็นประโยชน์ ประกอบกับพนักงานสอบสวนมีคำพิพากษาซึ่งระบุชัดเจนว่า นายสกุลธรจ่ายเงินสินบนจำนวน 20 ล้านบาทเพื่อต้องการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านชิดลม ต่อมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วพบว่านายสกุลธรมีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็คเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ราย พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จึงได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากแนวทางการสอบสวนประกอบกับคำพิพากษาของศาลพบว่า การกระทำของนายสกุลธรสำเร็จไปแล้ว เพราะมีการจ่ายเงินสินบนไปแล้วจำนวน 20 ล้านบาท จึงมีความผิดตามกฎหมาย ทางกองปราบฯ กำลังพิจารณาข้อกฎหมายด้วยว่าการกระทำของนายสกุลธรนั้น กรรมการบริหารบริษัทคนอื่นๆ รู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะการกระทำของนายสกุลธรทำในนามบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด หากพบว่าเป็นความผิด กรรมการบริหารก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งรวมถึงนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของนายสกุลธรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม&amp;nbsp; ผบก.ป. ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อทำการสอบปากคำนายสกุลธรด้วยตัวเอง กล่าวถึงกรณีการออกหมายเรียกนายสกุลธรให้มารับทราบข้อกล่าวหากรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่บริษัทเอกชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สิทธิบริษัทนายสกุลธร เช่าที่ดินย่านชิดลมโดยไม่ต้องผ่านการประมูลว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเดียวคือ &amp;ldquo;ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน&amp;rdquo; ตามกฎหมายอาญา ม.144 หลังจากนี้อยู่ที่นายสกุลธรจะให้การหรือต่อสู้คดีอย่างไร ซึ่งตำรวจก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ยืนยันมีหลักฐานพอสมควรจึงออกหมายเรียกได้ ส่วนการออกหมายเรียกกรรมการบริหารของบริษัทรายอื่นๆ ที่มีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มาสอบปากคำในฐานะพยานด้วยหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ว่านายสกุลธรจะให้การอย่างไร และมีหลักฐานไปถึงใครบ้าง โดยขณะนี้ยังเป็นการออกหมายเรียกนายสกุลธรเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนบุคคลอื่นหากพบมีส่วนเกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิงถึง ก็จะต้องดำเนินการออกหมายเรียกด้วยเช่นกัน&amp;quot; พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามนานกว่า 4&amp;nbsp; ชั่วโมง นายสกุลธรเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไร เพราะสิ่งที่ทำเชื่อว่าทำถูกต้อง คือการช่วยเหลือราชการ ซึ่งวันนี้มาตามหมายเรียกโดยตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อีกทั้งไม่รู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นการส่วนตัว ส่วนรายละเอียดการให้การ นายสกุลธรไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า เบื้องต้นนายสกุลธรปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยจะขอทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงแล้วส่งกลับมาให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.บริษัทมีส่วนรู้เห็น, ที่ดินที่สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, บริษัทมีส่วนรู้เห็น, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_602530d441668.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืบคดีติดสินบน &#039;น้องธนาธร&#039; ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างพิลึก!ช่วยเหลือราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;11 ก.พ.64 &amp;nbsp;- ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชาย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบ ตำรวจตามหมายเรียกหลังชุดสืบสวนกองปราบสอบสวนขยายผลพบว่านายสกุลธร มีความผิดในการทุจริตการร่วมกับผู้ต้องหาที่ถูกพิพากษาไปก่อนหน้าในคดีติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามนานกว่า 4 &amp;nbsp; ชั่วโมง นายสกุลธร &amp;nbsp; เปิดเผยว่า วันนี้ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรเพราะสิ่งที่ทำเชื่อว่าทำถูกต้อง คือการช่วยเหลือราชการ ซึ่งวันนี้มาตามหมายเรียกโดยตนได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา อีกทั้งไม่รู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์ เป็นการส่วนตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายละเอียดการให้การ นายสกุลธรไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า เบื้องต้นนายสกุลธร ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยจะขอทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงแล้วส่งกลับมาให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตได้มีคำพิพากษาจำคุก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหารับเงินสินบนเพื่อจัดหาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินให้กับนายสกุลธร ปัจจุบันได้ออกจากเรือนจำมาแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยทั้งคู่ได้ให้การเป็นประโยชน์ ประกอบกับพนักงานสอบสวนมีคำพิพากษาซึ่งระบุชัดเจนว่า นายสกุลธร จ่ายเงินสินบนจำนวน 20 ล้านบาทเพื่อต้องการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์ ย่านชิดลม ต่อมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วพบว่านายสกุลธร มีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็คเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ราย พนักงานสอบสวนกองปราบจึงได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92753</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องชายธนาธร, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6025234c2ce47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกุลธร&#039; มอบตัวกองปราบฯ คดีติดสินบนเช่าที่ดินทรัพย์สินฯ ตร.เล็งเอาผิดเพิ่มกรรมการบริหารฯหากรู้เห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ก.พ.64 -&amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชาย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบ ตำรวจตามหมายเรียกหลังชุดสืบสวนกองปราบสอบสวนขยายผลพบว่านายสกุลธร มีความผิดในการทุจริตการร่วมกับผู้ต้องหาที่ถูกพิพากษาไปก่อนหน้าในคดีติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตได้มีคำพิพากษาจำคุก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหารับเงินสินบนเพื่อจัดหาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินให้กับนายสกุลธร ปัจจุบันได้ออกจากเรือนจำมาแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยทั้งคู่ได้ให้การเป็นประโยชน์ ประกอบกับพนักงานสอบสวนมีคำพิพากษาซึ่งระบุชัดเจนว่า นายสกุลธร จ่ายเงินสินบนจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาทเพื่อต้องการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัติย์ ย่านชิดลม ต่อมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วพบว่านายสกุลธร มีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็คเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย พนักงานสอบสวนกองปราบจึงได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวทางการสอบสวนประกอบกับคำพิพากษาของศาลพบว่า การกระทำของนายสกุลธรสำเร็จไปแล้วเพราะมีการจ่ายเงินสินบนไปแล้วจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาทจึงมีความผิดตามกฎหมาย ทางกองปราบกำลังพิจารณาข้อกฎหมายด้วยว่าการกระทำของนายสกุลธรนั้น กรรมการบริหารบริษัทคนอื่นๆ รู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะการกระทำของนายสกุลธรทำในนามบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด หากพบว่าเป็นความผิดกรรมการบริหารฯก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งรวมถึงนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของนายสกุลธรด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, คดีติดสินบน, ที่ดินทรัพย์สินฯ, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda186968600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039; ไล่บี้กองปราบแจง &#039;กมธ.กฎหมาย&#039; คืบหน้าคดีน้องธนาธรติดสินบน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.64 - ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงกรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp;20 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กมธ.กฎหมายฯได้พิจารณาข้อเท็จจริงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องประเด็นการได้สิทธิเช่าที่ดินระยะยาว บนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยไม่ผ่านกระบวนการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติตามที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการฯ เพื่อตรวจสอบนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด น้องของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการให้เงินจำนวน 20 ล้านบาทกับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อแลกกับการได้สิทธิเช่าที่ดินดังกล่าวระยะยาว โดยฝ่ายอัยการ มีนายวีรพล โมระกรานต์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต และนายประเสริฐ จรัญรัตนศรี อัยการผู้เชี่ยวชาญ เข้าชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า การประชุมเมื่อวานนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน จึงพิจารณาทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการ ซึ่งถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการ เราจะขอความเห็นที่ประชุมเพื่อไปประชุมนอกสถานที่ โดยจะไปประชุมที่กองปราบเองในเมื่อเชิญแล้วไม่มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนสงสัยในคดีนี้ว่า คนรวยจะทำอะไรให้รอดพ้นคุกก็ได้ใช่หรือไม่ แต่ขณะที่คนจนต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม จึงต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด ผมขอฝากถึงผู้การกองปราบว่าต้องทำคดีนี้ให้โปร่งใส หรืออยากจะเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ถ้าไม่มาหาผม เดี๋ยวเจอกันที่กองปราบ&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ ยังกล่าวต่อว่า ให้ประชาชนตีดสินถึงพฤติกรรมของนายธนาธร ที่เรียกร้องให้มีการปฎิรูปประเทศ แต่คนในครอบครัวกลับมีพฤติกรรมเช่นนี้ ตนคิดว่านายธนาธรควรกลับไปปฎิรูปครอบครัวตัวเองก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กองปราบ และ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ควรออกมาชี้แจงให้กับประชาชนรับทราบ เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน และมีพิรุธอีกหลายข้อที่ยังต้องการความกระจ่างชัด&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ทูตนริศโรจน์&amp;#39; ต่อจิ๊กซอว์ภาพขบวนการล้มเจ้า
	เกรียนคีย์บอร์ดบ้อท่า! ส่งจดหมาย กราบขอขมา &amp;#39;&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;
	นักการเมืองท้องถิ่นถามหาคุณภาพ &amp;#39;ส.ส.รังสิมันต์&amp;#39;
	&amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39;อบรม&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;อ่านรธน.ม.50 ด้วย
	ซัดเปรี้ยง &amp;#39;บีบีซี&amp;#39; เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย!
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;ตอกหน้าหงาย!ศาลเตี้ย3นิ้ว
	โธ่ 3 นิ้วพลิ้ว &amp;#39;อุ้มลวงโลก&amp;#39; ยึดหลักมนุษยธรรม
	&amp;#39;ดร.วรัชญ์&amp;#39; เสียดายศักยภาพคนรุ่นใหม่ตกหลุมกับดักความคิดเชิงลบต่อสถาบัน
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ขำกลิ้ง!แค่สงสัยเรื่องวัคซีนของรัฐบาล กลับถูกดำเนินคดี

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_600911a0c6ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2พยานสินบนยันรับเช็ค! ‘พี่ศรี’เล็งขยี้ปมเรือยอชต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุรกิจ-ประสิทธิ์&amp;quot; เปิดปากให้การยอมรับได้รับเช็คจากมือ &amp;quot;สกุลธร&amp;quot; จ่อเรียกบุคคลตามเส้นทางการเงินให้ปากคำ ขณะที่ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช.สอบปมเรือยอชต์หรูนักการเมืองชื่อ &amp;quot;ธ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินการตรวจสอบคดีทุจริตในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มเติม ในสำนวนที่ 2 ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เพราะเป็นผู้ให้เงินกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรกที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตัดสินจำคุก กระทั่งเมื่อสองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรกพ้นโทษออกมาจากเรือนจำแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ก็ได้มีการออกหมายเรียกให้ทั้งสองมาเข้าพบอีกครั้ง เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานในส่วนของคดีที่สองที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยหลังจากมีการออกหมายเรียกนายประสิทธิ์ ก็ได้ติดต่อเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา คงเหลือนายสุรกิจ ที่ยังอยู่ระหว่างการนัดหมายเข้าพบ ตามที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางนายสุรกิจได้เดินทางมาติดต่อเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นการมาติดต่อเข้าให้ปากคำก่อนกำหนดนัดหมายเดิม ที่จะเดินทางมาให้ปากคำในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งจากการสอบปากคำดังกล่าว แม้ว่านายสุรกิจเองนั้นจะไม่ยอมกล่าวลงลึกไปถึงรายละเอียดเชิงลึกทางคดีมากนัก แต่ก็มีคำให้การบางส่วนที่ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพอสมควร เพราะมีการยอมรับว่าเป็นผู้รับเช็คจากนายสกุลธร ก่อนส่งต่อเช็คดังกล่าวให้กับนายประสิทธิ์จริง ส่วนนายประสิทธิ์จะนำไปให้ใครต่อนั้น ยืนยันว่าไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับคำให้การของนายสุรกิจดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของนายประสิทธิ์ ที่ยอมรับว่ามีการรับเช็คต่อมาจากนายสุรกิจจริง ก่อนจะนำไปส่งต่อให้กับบุคคลอื่นตามพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบก่อนหน้านี้ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใครบ้าง ส่วนเงินสดที่ได้จากการทุจริตนั้น นายประสิทธิ์อ้างว่าจำไม่ได้ว่านำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินการของพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังจากนี้จะทำการออกหมายเรียกบุคคลที่มีหลักฐานว่าเป็นผู้รับเช็คดังกล่าวต่อจากนายประสิทธิ์มาเข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อสงสัย ส่วนกรณีจะมีการเชิญตัวนายสกุลธรมาเข้าพบหรือไม่ ยังไม่สามรถระบุแน่ชัดได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือยอชต์ชื่อ Silvretta เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ท่าจอดเรืออ่าวปอแกรนด์ มารีน่า ต.อ่าวปอ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สื่อได้รายงานว่าเจ้าของเรือดังกล่าวมีรายชื่อเป็นเจ้าของร่วมอยู่ 4 คน สองคนเป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย โดยทางสมาคมจะนำหลักฐานร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนว่ามีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของตนหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. 2561 ม.28 (3) ประกอบ ม.102 ม.111 วรรคสอง ม.114 หรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเข้าข่าย ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อวินิจฉัยเอาผิดตาม ม.167 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เจ้าของเรือสำราญดังกล่าวเป็นของนักการเมืองและเศรษฐีชื่อดังอักษรย่อ &amp;ldquo;ธ&amp;rdquo; อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องหรือเจ้าของเข้าแจ้งความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88015</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับเช็คจากมือ, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เส้นทางการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe607ec7e37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 พยานปากเอกล่องหน! หลังกองปราบเรียกสอบ คดีติดสินบนโยง &#039;น้องชายธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - จากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินการตรวจสอบคดีทุจริตในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มเติมในสำนวนที่ 2 ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า&amp;nbsp;เพราะเป็นผู้ให้เงินกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และ นายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรกที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตัดสินจำคุก ตามที่ได้เคยทีการนำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้า วันนี้ &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. ได้มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เป็นผู้รับผิดชอบดูแลสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งการดำเนินงานขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทยอยเรียกสอบปากคำพยานบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องทางคดี โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกนายประสิทธิ์ และนายสุรกิจ สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรกที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อต้นเดือนธันวาคม มาเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งมีกำหนดนัดพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในเวลา 09.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.63)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการส่งหมายเรียกไปตามที่อยู่ของนายประสิทธิ์ และ นายสุรกิจ หลายวันแล้วก็ตาม แต่จนถึงขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนเองก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทั้ง 2 คนแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปที่บ้านพักของทั้งสองคนตามที่แจ้งไว้ในทะเบียนราษฎร์ ก็ไม่พบทั้งสองคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จึงไม่สามารถบอกได้ว่าในวันพรุ่งนี้พยานบุคคลทั้งสองจะให้ความร่วมมือมาเข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดนัดหมายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นทางพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการออกหมายเรียกใหม่เป็นครั้งที่ 2 และหากยังไม่ยอมมาพบตามกำหนดอีก อาจจะมีการพิจารณาขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87173</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda186968600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
