<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;เตือนประชาชนระวังถูกหลอกโอนเงินแลกเงินดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีมีการแอบอ้างว่าจะการใช้สกุลเงินดิจิทัลใหม่ทั่วโลก รวมทั้งจะมีการยกหนี้ในระบบสถาบันการเงินและแลกเปลี่ยนเงินฝากในระบบสถาบันการเงินเป็นสกุลเงินดิจิทัล ว่า กระทรวงการคลังยืนยันว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง และขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่าโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่มีการแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งอย่าส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างโดยมีเจตนาหลอกลวงหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว โดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คลังยังชี้แจงถึงกรณีที่มีมิจฉาชีพเผยแพร่ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นการออกใบกระจายเงินพิเศษ จ่ายเงินให้รายชื่อละหลักล้านบาท ปลอดภาษี ล้างหนี้ให้ โดยกล่าวอ้างและปลอมแปลงหลักฐานว่าได้รับรองจากคลังและ ธปท.รวมถึงกล่าวอ้างว่าธนาคารโลกจะมีการปรับปรุงระบบการเงินโลก มีประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมตัวกันอย่างลับ ๆ เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบหรือกองทุนที่เรียกว่า Gesara โดยโน้มน้าวให้ประชาชนมาร่วมลงทุน ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาครัฐไม่เคยดำเนินงานใดเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือกองทุนในลักษณะนี้ ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ ขณะนี้คลังอยู่ระหว่างการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพผู้กระทำผิดและขอให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อรวบรวมหลักฐานและแจ้งความเอาผิดเครือข่ายดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, สกุลเงินดิจิทัล, เตือนระวังถูกหลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d9368830d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยประสิทธิ์ดอดแจงบิตคอยน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บูม&amp;quot; ดารา-นายแบบยืนกรานปฏิเสธร่วมกับพี่ตุ๋นค้าบิตคอยน์เกือบ 800 ล้าน ลิ้มรสห้องขังกองปราบฯ ก่อนถูกส่งฝากขัง ศาลให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ เผยคำร้องฝากขังระบุผู้กระทำผิดนอกจาก 3 พี่น้องแล้วยังมีเจ้าพ่อวงการหุ้นกับเพื่อนนักธุรกิจลวงชาวฟินแลนด์ร่วมลงทุน &amp;quot;ไมตรี&amp;quot; แย้มเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 5-6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ดาราและนายแบบ ซึ่งถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีรายงานว่า ถูกพนักงานสอบสวนสอบปากคำอย่างหนัก แต่ดาราหนุ่มยังยืนยันว่ามิได้กระทำผิดดังที่มีผู้เสียหายชาวต่างชาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกตนเองและครอบครัวหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เสียหาย 797 ล้านบาท โดยศาลออกหมายจับนายจิรัชพิสิทธิ์ พร้อมนายปริญญา จารวิจิต และนางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาว ในข้อหาเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการสอบปากคำ ตำรวจได้คุมขังนายจิรัชพิสิษฐ์ไว้ที่กองปราบฯ กระทั่งเช้าจึงมีเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่งพากันไปเยี่ยม และรีบเดินทางกลับเมื่อบรรดาสื่อมวลชนไปติดตามข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยว่า นางสาวสุพิชย์ฌาได้ประสานผ่านคนกลางมาเพื่อขอเข้ามอบตัว &amp;nbsp;แต่ไม่ระบุวัน เวลา สถานที่มอบตัว และยังไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งนี้ เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีกประมาณ 5-6 คน ที่รับเงินจากการฉ้อโกงเข้าหมุนเวียนในบัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมหรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็นลักษณะแอบอ้างว่าบริษัทตัวเองอยู่ในเครือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ ที่เข้ามาพบตน ชี้แจงอ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้เช่นเดียวกัน แต่จากการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลที่เชื่อได้ว่านายประสิทธิ์อาจจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และจากการตรวจสอบ 3 บริษัท ที่มีการเปิดทั้งในประเทศไทยและเกาะฮ่องกง ยังพบว่านายปริญญา พี่ชายนายจิรัชพิสิษฐ์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว โดยทะเบียนการค้าทั้ง 3 บริษัท พบว่ามีคนในตระกูลจารวิจิตเข้าร่วมด้วยและบางบริษัทมีการแอบอ้างกับผู้เสียหายโดยไม่มีตัวตนจริง นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวอีกหลายบริษัท ซึ่งตำรวจกองปราบฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ทั้งนี้ นายปริญญาเคยมีประวัติถูกออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา ถือเป็นคนดังในวงการหุ้นและเป็นเจ้าของฉายาซีอีโอหมื่นล้าน เคยติด 1 ใน 5 ของซีอีโอที่ได้รับเงินเดือนสูงที่สุดในประเทศไทยจากการจัดอันดับในปี พ.ศ. 2551&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.45 น. พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้ควบคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม เดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-21 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานบุคคลเกี่ยวข้องการทำธุรกรรมอีก 10 ปาก และรอเอกสารทางการเงินของพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับรอผลตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือจาก สตช. ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนก็ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ (Mr. aarni Otava Saarimaa) ชาวฟินแลนด์ ซึ่งประกอบธุรกิจซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ผู้เสียหาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของผู้ต้องหา กับพวก กรณีที่ได้ร่วมกันหลอกลวงเอาเงินของนายอาร์นีไปโดยทุจริต จำนวน 797,408,454.33 บาท สืบเนื่องจากต้นเดือน มิ.ย.2560 นายอาร์นี และ น.ส.ชนนิกานต์ แก้วสาสี นักธุรกิจ ซึ่งรู้จักกับนายปริญญา, นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และนายปัณณ์ฉัตร ชยุตธนา ทั้ง 3 คนเป็นนักธุรกิจ ได้ชักชวนให้นายอาร์นีและ น.ส.ชนนิกานต์ ร่วมลงทุน โดยติดต่อผ่านนายปริญญา พี่ชายผู้ต้องหา ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ กระทั่งมีการนัดหมายพูดคุยเจรจาธุรกิจกัน โดยกลุ่มของนายปริญญาได้นำเสนอธุรกิจหลากหลายรูปแบบให้นายอาร์นี ผู้เสียหาย พิจารณา และพวกของนายปริญญาอีก 3 คน ก็ยังพูดชักจูงใจให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนในบริษัทที่กลุ่มเพื่อนของนายปริญญาเป็นกรรมการ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ร่วมลงทุนเป็นเงิน 92,692,200 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาต้นเดือน ส.ค.2560 นายปริญญากับพวกยังได้ชักชวนผู้เสียหายลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิทัล (dragon coin หรือ DRG) อีกเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มีผู้ถือหุ้น 4 คน คือ นายปริญญา พี่ชายผู้ต้องหา, นายประสิทธิ์, นายชาคริส อาห์มัด และนายอาร์นี ผู้เสียหาย ซึ่งแต่ละคนจะต้องลงเงินคนละ 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อโอนไปที่บริษัทในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า โดยนายปริญญา พี่ชายผู้ต้องหาอ้างว่าเงินลงทุนในส่วนของผู้เสียหายสามารถโอนเป็นเหรียญบิตคอยน์ ผ่านกระเป๋าเงิน E-Wallet ได้ ตามข้อตกลงในสัญญาซื้อขายเหรียญโทเคน ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2560 ระหว่างผู้เสียหายกับนายชาคริส หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงเริ่มโอนเงินบิตคอยน์เข้ากระเป๋าเงิน E- Wallet ของนายปริญญากับพวก ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.-5 ก.ย.2560 รวม 2,958.75948993 เหรียญบิต คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 440,007,281.33 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายชาคริสยังได้ชักชวนผู้เสียหายไปซื้อหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยอีกด้วย โดยเสนอแผนธุรกิจว่าผู้เสียหายสามารถซื้อหุ้นได้สูงสุด 500 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินจำนวน 250 ล้านบาท โดยเสนอให้ผู้เสียหายชำระเป็นเงินบิตคอยน์ได้ แล้วต่อมาวันที่ 14 ก.ย.-30 ธ.ค.2560 ผู้เสียหายก็ได้โอนเงินเหรียญบิต จำนวน 1,355.55701963 เหรียญบิต คิดเป็นมูลค่า 264,780,973 บาท แต่หลังจากนั้น นายปริญญาพี่ชายผู้ต้องหากับพวกได้นำเหรียญบิตคอยน์ที่ได้รับโอนมาจากผู้เสียหาย ทยอยขายออกไปแล้วถอนเงินออกจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ไปเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ของกลุ่มพี่ชายผู้ต้องหารวม 7 ราย ประกอบด้วย นายชาคริส อาห์มัด 2 บัญชี จำนวน 162,994,510 บาท, นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของผู้ต้องหา 1 บัญชี จำนวน 111,938,265 บาท, นายจิรัชพิสิษฐ์ ผู้ต้องหา 1 บัญชี เป็นเงิน 21,687,603 บาท กับพี่น้องตระกูลจารวิจิต อีก 2 คน จำนวน 146,309,884 บาท (3 บัญชี) และจำนวน 140,184,665 บาท (1 บัญชี), นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ โอนเข้า 2 บัญชี เป็นเงิน 66,542,948 บาท และนายชัชวาล ฉัตราติชาต จำนวน 2 บัญชี เป็นเงิน 96,125,883 บาท สรุปยอดเงินรวมทุกบัญชีทั้งสิ้น 745,783,761 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลังจากโอนเงินบิตคอยน์ให้กลุ่มนายปริญญาแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้เสียหายก็ไม่ได้รับหุ้น รวมทั้งไม่เคยได้รับเชิญการประชุมผู้ถือหุ้นหรือเงินปันผลจากบริษัทแต่อย่างใด อีกทั้งการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจสร้างสกุลเงินดิจิทัลในชื่อ dragon coin หรือ DRG ก็ไม่มีการลงทุนทางธุรกิจจริง ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้ น.ส.ชนนิกานต์แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีนายปริญญากับพวกตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงได้มีหนังสือรายงานความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ไปยังเลขาธิการสำนักงาน ปปง. ขอให้ตรวจสอบพิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน กระทั่ง ปปง.สรุปรายงานแจ้งว่านายปริญญา พี่ชายของผู้ต้องหา, นายจิรัชพิสิษฐ์ ผู้ต้องหา และกลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินจากการกระทำความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้โอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไปมาระหว่างกันหลายครั้ง แล้วนำเงินไปเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นฯ ในการทำผิด ซึ่งนายปริญญา พี่ชายของผู้ต้องหา และผู้ต้องหา ได้นำเงินนั้นไปจดทะเบียนซื้อฝาก-ขายที่ดินรวม 14 แปลง มูลค่ากว่า 176,220,000 บาท เหตุเกิดที่แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม., แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน, แขวงจอมพล เขตจตุจักร, แขวง-เขตห้วยขวาง กทม., จ.นนทบุรี, จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามติดตามจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ ผู้ต้องหานี้ ได้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา และแจ้งข้อกล่าวหาทราบแล้ว ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ญาติของนายจิรัชพิสิษฐ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมคำร้องประกอบการพิจารณาของศาลระบุเหตุผลว่า ผู้ต้องหาทำงานเป็นนักแสดง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ซึ่งขณะถูกจับกุมก็กำลังทำงานถ่ายแบบ จึงขอความเมตตาจากศาลให้ปล่อยชั่วคราวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งข้อหาและการกระทำของผู้ต้องหาตามคำร้องชั้นฝากขังแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาไม่มีส่วนร่วมเจรจากับผู้เสียหายให้มาลงทุน อีกทั้งยังจับกุมผู้ต้องหาในที่สาธารณะ โดยไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ในชั้นนี้จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ตีราคาประกัน 2 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล กรรมการบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล dragon coin นั้น บริษัทขอชี้แจงว่าทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล รวมทั้งการฟอกเงินหรือการฉ้อโกงใดๆ อย่างใดทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า หากประชาชนถูกชักชวนให้ลงทุนในไอซีโอ หรือซื้อโทเคนดิจิทัลในช่วงนี้ ขอให้ทราบว่า ในปัจจุบันยังไม่มีผู้ออกไอซีโอรายใดได้รับการอนุญาต รวมทั้งยังไม่มีผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ( ICO portal) ที่ได้รับการยอมรับจาก ก.ล.ต. ซึ่งในอนาคตเมื่อมีผู้ออกไอซีโอ หรือ ICO portal ที่เป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ก.ล.ต. จะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. ต่อไป ส่วนกรณีที่ถูกชักชวนให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยมีผู้แสดงตนเป็นตัวกลาง ไม่ว่าจะในฐานะศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ก.ล.ต.ขอให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ติดต่อชักชวนบนเว็บไซต์ ก.ล.ต.ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15161</URL_LINK>
                <HASHTAG>797 ล้านบาท, บิตคอยน์, บูม จารวิจิต, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, สกุลเงินดิจิทัล, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6da0d6768b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 23:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ขาดกม.เงินดิจิทัล  ‘วิษณุ’มีคำตอบสุดท้าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กำกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล (คริปโตเคอเรนซี) และการกำกับดูแลเรื่องการระดมทุนด้วยเงินดิจิทัล (ไอซีโอ) จะมีการพิจารณาเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันอังคารที่ 13 มีนาคมหรือไม่นั้น นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนดูภาพรวมของกฎหมายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเสนอร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวให้ ครม. พิจารณาเป็นความลับ โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมสรุปรายละเอียดกันอยู่ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับร่าง พ.ร.ก.การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อต้องการให้มีกฎระเบียบออกมากำกับดูแลเรื่องเงินดิจิทัลอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากขณะนี้มีภาคธุรกิจสนใจระดมทุนกันมาก และนักลงทุนรายย่อยก็สนใจจำนวนมาก ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกกฎหมายออกมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุมเงินดิจิทัล, พรก., พระราชกำหนด, วิษณุ เครืองาม, สกุลเงินดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa69592bdb7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังสั่ง “กรุงไทย” นำร่องระงับบัญชีซื้อ-ขายเงินดิจิทัล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเตรียมสั่ง &amp;ldquo;กรุงไทย&amp;rdquo; ระงับการทำธุรกรรมซื้อ-ขายเงินดิจิทัล หลัง ธปท. ขอความร่วมมือแข็งขัน หวังเป็นตัวอย่างที่ดีกับธนาคารทั้งหมด แจงสิ้นเดือนสรุปแนวทางกำกับดูแลคริปโตเคอเรนซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ. 60-นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน บมจ.ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เตรียมหารือและสั่งการให้ฝ่ายบริหารของธนาคารหยุดทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) ของตลาด Tdax ผ่านระบบบัญชีของธนาคาร เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ให้หยุดการดำเนินการธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแนวทางการกำกับดูแลคริปโตเคอเรนซี กับการระดมสินทรัยพ์ด้วยเงินดิจิทัล &amp;nbsp;(ICO) นั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในสิ้นเดือน ก.พ. 2561 โดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ต้องดูแลกำกับการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี และ ICO ในตลาดหลักทรัพย์ โดยทาง ก.ล.ต. จะต้องเป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด เช่น ใครจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต้องมาจดทะเบียน ขอออกใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อเป็นแนวทางในการกำกับดูแลและควบคุมได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ Tdax ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ถูกธนาคารกรุงเทพระงับการทำธุรกรรมผ่านบัญชีของธนาคาร แต่ยืนยันว่าไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี เพราะยังมี 3 ธนาคารพาณิชย์ให้ทำธุรกรรมดังกล่าวอยู่ คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3899</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICO, KTB, กระทรวงการคลัง, กรุงไทย, คริปโตเคอเรนซี่, สกุลเงินดิจิทัล, สมชัย สัจจพงษ์, เงินดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64aa312e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สต็อกเรดาร์ประกาศขายเงินดิจิทัล 400 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สต็อกเรดาร์ ประกาศระดมทุนไอซีโอ ภายใต้ชื่อ คาร์บอเนียม จำนวน 12 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 400 ล้านบาท ด้านบลจ.ไทยพาณิชย์แย้มสนใจลงทุนในคริปโตแอสเสท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชาติ ก่อตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สต็อกเรดาร์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น สต๊อกเรดาร์ สำหรับวิเคราะห์และติดตามราคาหุ้น เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ภายใต้ชื่อ คาร์บอเนียม โทเคน จำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 400 ล้านบาท คิดเป็น 120 ล้านโทเคน เสนอขายหน่วยละ 0.10 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณโทเคนละ 3.30 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เงินที่ระดมทุนจะนำไปใช้พัฒนาระบบโซเชียล เทรดดิ้ง ผ่านคอยน์เรดาร์ ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลตามการซื้อขายของผู้เชี้ยวชาญด้านเทรดดิ้งโดยอัตโนมัติ และคิดค่าธรรมเนียมในการติดตามเมื่อได้กำไรในอัตรา 10% โดยจะเสนอขายวันที่ 22 มี.ค.61 และเปิดขายจริง 22 เม.ย.61 และเมื่อปิดการขายอีก 3 เดือน จะนำเข้าซื้อขายในตลาดต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนระบบโซเชียล เทรดดิ้งคาดว่าจะสมบูรณ์แบบและเปิดให้บริการได้ในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อดีของระบบโซเชียล เทรดดิ้ง จะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ตามผู้นำ ทั้งซื้อและขายอย่างอัตโนมัติ และสามารถที่จะติดตามผู้นำ และเมื่อได้กำไรจะตัด 10% มาแบ่งผู้ที่เป็นต้นแบบในการลงทุน แต่หากขาดทุนก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยระบบนี้จะตอบโจทย์กับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายตามคนอื่น หากขาดทุนต้องรับความเสี่ยงเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า มีความสนใจที่จะลงทุนในไอซีโอที่เป็นสินทรัพย์ (คริปโตแอสเสท) หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกเกณฑ์ชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีความเชื่อมั่นในคริปโตเคอเรนซี่ ว่าตีมูลค่าพื้นฐานมาจากอะไร อีกทั้งราคาที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ส่งผลให้มีความเสี่ยงมากเกินไปต่อนักลงทุน ซึ่งต้องรอดูเกณฑ์ว่าก.ล.ต.จะทำอย่างไร และหากจะลงทุนจริง คาดว่าน่าจะเป็นการลงทุนในต่างประเทศมากกว่า เพราะในไทยยังมีผู้ออกไอซีโอจำนวนไม่มาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3702</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอเนียม, สกุลเงินดิจิทัล, สต็อกเรดาร์, โทเคน, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8eb5e6be957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังผงะ3โบรกขายเงินดิจิทัล  เร่งออกกฎคุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผงะ! 3 บริษัทหลักทรัพย์ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล มองเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน &amp;nbsp;&amp;quot;เจฟินคอยน์&amp;quot; ประเดิมตลาด ยอดจองทะลุ80%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ.2561&amp;nbsp;O นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการรายงานว่า ขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 3 แห่ง ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) ให้กับลูกค้า ซึ่งทั้ง 3 บริษัท ได้รายงานการซื้อขายดังกล่าวให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และยังเรียกร้องให้ กลต., ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบออกกฎระเบียบการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้ชัดเจนเพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บล.ทั้ง 3 แห่ง ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้กลับลูกค้า เพราะได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย บล. ดังกล่าวคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำได้เพราะไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการการกำกับดูแล เร่งออกกฎระเบียบให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เพื่อที่ บล. จะได้ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยมีการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดำเนินการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ออกหนังสือเตือนนักลงทุนมาตลอดว่าสกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่สกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย การลงทุนมีความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า การระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ของบริษัทที่เสนอขายพรีเซล เจฟิน คอยน์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 เป็นวันแรก &amp;nbsp;มีการยอดจองไปแล้ว 87.06 ล้านโทเคน จากที่เปิดเสนอขายจำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน &amp;nbsp;และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจจองซื้อเจฟิน คอยน์ ตามที่เสนอขายหมดอย่างแน่นอน โดยไอซีโอกำหนดเปิดขายเสนอขายวันแรก 14 ก.พ. &amp;ndash; 28 ก.พ. 61 นี้ และเปิดขายไอซีโอรอบจริง 1 มี.ค. &amp;ndash; 31 มี.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า การเสนอขาย เจฟิน คอยน์ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนว่ากลุ่มเจมาร์ทได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สนับสนุน แม้จะเป็นการระดมทุนในรูปแบบใหม่ของประเทศก็ตาม และมุ่งหวังให้ เจฟิน คอยน์ เป็นตัวอย่างแรกของการสร้างมาตรฐานที่ดีแก่บริษัทที่ต้องการระดมทุนแบบไอซีโอได้ตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต &amp;nbsp;กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่จะกำกับดูแลไอซีโอ จะมีความชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์นี้ ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่นั้น หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการควบคุมเฉพาะสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หากเป็นเอกชนมองว่าสามารถทำได้ เพราะขณะนี้ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ควบคุมดูแล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3130</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริปโตเคอเรนซี่, คลัง, บิตคอยน์, สกุลเงินดิจิทัล, เจฟินคอยน์, เจมาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ3โบรกขายเงินดิจิทัล  คลังเร่งคลอดกฎคุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผงะ! 3 บริษัทหลักทรัพย์ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล มองเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน &amp;nbsp;&amp;quot;เจฟินคอยน์&amp;quot; ประเดิมตลาด ยอดจองทะลุ80%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ. 2561 นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการรายงานว่า ขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 3 แห่ง ทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) ให้กับลูกค้า ซึ่งทั้ง 3 บริษัท ได้รายงานการซื้อขายดังกล่าวให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และยังเรียกร้องให้ กลต., ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบออกกฎระเบียบการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้ชัดเจนเพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บล.ทั้ง 3 แห่ง ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้กลับลูกค้า เพราะได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย บล. ดังกล่าวคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำได้เพราะไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการการกำกับดูแล เร่งออกกฎระเบียบให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เพื่อที่ บล. จะได้ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยมีการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดำเนินการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ออกหนังสือเตือนนักลงทุนมาตลอดว่าสกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่สกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย การลงทุนมีความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า การระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ของบริษัทที่เสนอขายพรีเซล เจฟิน คอยน์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 เป็นวันแรก &amp;nbsp;มีการยอดจองไปแล้ว 87.06 ล้านโทเคน จากที่เปิดเสนอขายจำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน &amp;nbsp;และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจจองซื้อเจฟิน คอยน์ ตามที่เสนอขายหมดอย่างแน่นอน โดยไอซีโอกำหนดเปิดขายเสนอขายวันแรก 14 ก.พ. &amp;ndash; 28 ก.พ. 61 นี้ และเปิดขายไอซีโอรอบจริง 1 มี.ค. &amp;ndash; 31 มี.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า การเสนอขาย เจฟิน คอยน์ ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนว่ากลุ่มเจมาร์ทได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สนับสนุน แม้จะเป็นการระดมทุนในรูปแบบใหม่ของประเทศก็ตาม และมุ่งหวังให้ เจฟิน คอยน์ เป็นตัวอย่างแรกของการสร้างมาตรฐานที่ดีแก่บริษัทที่ต้องการระดมทุนแบบไอซีโอได้ตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต &amp;nbsp;กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่จะกำกับดูแลไอซีโอ จะมีความชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์นี้ ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่นั้น หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการควบคุมเฉพาะสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หากเป็นเอกชนมองว่าสามารถทำได้ เพราะขณะนี้ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ควบคุมดูแล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., คริปโตเคอเรนซี่, คลัง, บล., บิตคอยน์, สกุลเงินดิจิทัล, เจฟินคอยน์, เจมาร์ท, โบรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
