<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039; เผย สคบ.ลุยตรวจถั่งเช่าอวดสรรพคุณเกินจริง หากยังโฆษณาต้องถูกดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่โฆษณาเกินจริง ว่า เรื่องผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าเป็นประเด็นสำคัญของสังคม ที่นายกฯ ได้มอบหมาย สคบ.ไปตรวจสอบ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน (29&amp;nbsp;ม.ค.) ทางผู้แทนคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ระบุว่าได้มีการวิจัยทางเช่าที่มีสองชนิด โดยเฉพาะที่ขายในประเทศไทยจะมีผลกระทบต่อไตและสภาพร่างกายอย่างไร เพราะมีผลออกมาพอสมควรแล้ว ซึ่งเป็นผลไม่เชิงดี ถ้าใครได้รับผลกระทบทาง สคบ.สามารถเป็นตัวแทนเรียกร้องหรือเยียวยาค่าเสียหายได้เท่านั้น ขณะนี้เรากำลังบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริงจนส่งผลกระทบต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังสามารถโฆษณาขายถั่งเช่าอยู่ได้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไม่สามารถขายได้ หากใครโฆษณาอยู่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เพราะการที่จะโฆษณาได้ต้องขออนุญาตที่ อย. และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องเป็นผู้ควบคุมเรื่องการออกอากาศ ต้องมีการขออนุญาตก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถั่งเช่า, สคบ., อนุชา นาคาศัย, โฆษณาเกินจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013e2cac604f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039;เจรจาสายการบินโลว์คอสยอมคืนเงินเต็มจำนวนสำหรับตั๋วที่ซื้อก่อน 21ก.พ. หลังจากนั้นให้เลื่อนถึง15ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค​ (สคบ.) ว่า ได้ยื่นเจรจากับสายการบินต่างประเทศและสายการบินโลว์คอสในไทยทุกสายการบินเพื่อหาทางช่วยเหลือในกรณีที่มีประชาชนคนไทยที่ซื้อตั๋วเครื่องบินแต่ไม่สามารถเดินไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้ ว่า &amp;nbsp;บุคคลใดที่ซื้อตั๋วก่อนวันที่ 21ก.พ.​ โดยทุกสายการบินยินดีคืนเงินให้ &amp;nbsp;แต่หากซื้อตั๋วหลังวันที่ 21 ก.พ.​นั้น​ สามารถเลื่อนไฟต์บิน ไปได้ถึงวันที่ 15 ธ.ค.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวที่มีกำหนดเกณฑ์การคืนเงินอยู่แล้ว เช่น หากยกเลิกก่อน​ 30​ วัน​ จะได้เงินคืนทั้งหมด​ แต่ถ้ายกเลิกก่อนเดินทาง​ 15​ วัน ก็จะได้เงินคืนเพียงร้อยละ 50เท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58751</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนตั๋ว, นายเทวัญ ลิปตพัลล, สคบ., สายการบินต้นทุนต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e06a55ed3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>75 ร้านซวยแล้ว!พี่ศรีฯร้อง&#039;สคบ.&#039;สอบเอาเปรียบผู้บริโภคไม่จัดหาภาชนะรองรับแทนถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ สคบ. ให้ดำเนินการสอบเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ออกมาณรงค์และนำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยสิ้นเชิง ในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่กว่า 75 บริษัท อาทิ ห้างเซลทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส ฯลฯ ที่งดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวดังกล่าว กลับมิได้มีการเตรียมการหาภาชนะอื่นใดมาใช้ทดแทนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อที่จะได้ลดต้นทุนด้านการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการลูกค้าลง แถมมีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสในการโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของร้านค้าที่จะต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรีมิใช่มาขูดรีดเอากับลูกค้า และดูเหมือนภาครัฐก็เพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ สคบ. เพื่อให้ดำเนินการ 3 ประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)สั่งมห้ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั้ง 75 บริษัท จัดหาภาชนะที่ใช้ทดแทนถุงพลาสติกมาให้บริการลูกค้าโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ หากทำไม่ได้ให้ลดราคาสินค้าลงตามสัดส่วนต้นทุนพลาสติกที่ได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามข้อ 1) ข้างต้นให้ใช้อำนาจตามมาตรา 39 พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ในการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคดังกล่าว และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ให้เสนอความเห็นค่อ ครม.เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ สคบ.ตาม ม.61 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.10 (1) (7) (9) ซึ่งจะต้องดำเนินการและมีคำตอบภายใน 90 วันตามที่กฎหมายบัญญัติ หาก สคบ.นิ่งเฉยสมาคมฯจะนำความขึ้นฟ้องร้อง สคบ.ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงพลาสติก, ผู้บริโภค, ศรีสุวรรณ จรรยา, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12e76ea0a26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้องสคบ.สอบเอกชนเอาเปรียบไม่จัดหาภาชนะรองรับแทนถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 ม.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมมือกับเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ออกมาณรงค์และนำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยสิ้นเชิง ในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่กว่า 43 ภาคี อาทิ ห้างเซลทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส ฯลฯ โดยเริ่มอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์ไปทุกวงการอยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวดังกล่าว กลับมิได้มีการเตรียมการหาภาชนะอื่นใดมาใช้ทดแทนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ดังกล่าวแต่อย่างใด แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อที่จะได้ลดต้นทุนด้านการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการลูกค้าลง แถมมีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสในการโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของร้านค้าที่จะต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรี มิใช่มาขูดรีดเอากับลูกค้า และดูเหมือนภาครัฐก็เพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการเอาเปรียบและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ทั้งนี้แม้การรณรงค์การแบนถุงพลาสติกเป็นสิ่งที่สังคมไทยส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่การที่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ จะฉวยโอกาสในการลดต้นทุนในการบริการโดยไม่แจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการซื้อสิ้นค้าในร้านของตน โดยไม่มีการจัดเตรียมภาชนะอื่นใดที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมาให้บริการทดแทน เป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคในการจัดเตรียมภาชนะไปใส่สินค้าเอง แม้จะมีประชาชนจำนวนมากนำกระถัง ถุงผ้า ถุงปุ๋ย เข่ง กะละมัง ตะกร้า ฯลฯ ไปเตรียมใส่สินค้า โดยถ่ายรูปนำมาแชร์กันในโซเชียลมีเดียอย่างสนุกสนานนั้น แต่ก็เป็นเพียงกระแสวูบวาปชั่วพักชั่วครู่ของคนไทยบางกลุ่มเท่านั้น หากแต่ในระยะยาวรัฐบาล และห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อจะต้องจัดหาภาชนะบรรจุสินค้าทดแทนมาให้บริการผู้บริโภคจึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ให้ใช้อำนาจตาม ม.4 ประกอบ ม.10(1)(9) ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ในการกำหนดมาตรการอย่างใด ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคดังกล่าวโดยเร็ว โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 6 ม.ค. 2563 เวลา 13.30 น. ณ.สำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภค ชั้น 5 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53828</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดใช้ถุงพลาสติก, ศรีสุวรรณ จรรยา, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b6271a76c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรง.ยาลดความอ้วนเตรียมพบ&#039;รองผบ.ตร.&#039;ให้ข้อมูลตร.ปคบ.เรียกรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ก.ค.62- พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวตำรวจยศ พ.ต.ท. สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) รับผลประโยชน์จากบริษัท ดี.ดี.คอสเมด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทืและโรงงานผลิตยาลดความอ้วนผิดกฎหมายว่า ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นางวสภัสสร สุลำนาจ อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของ และมีหมอเดียร์ เภสัชกรเจ้าของคลินิกซึ่งเป็นลูกสาวของนางวสภัสสร ที่ลอบนำยาที่มีส่วนผสมสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายออกจำหน่าย จะเดินทางมาพบตนเองในฐานะผู้เสียหายคดีถูกเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน เพื่อมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอเวลาให้ตนได้ดำเนินการตรวจสอบก่อน ซึ่งขอยืนยันหากพบข้าราชการเรียกรับสินบนจริงจะต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปคบ., พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา, ยาลดความอ้วน, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22aba1d4a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เม จีระนันท์’ยื่น 3 หน่วยงานไทย ช่วยสู้ศึกศัลยกรรมเกาหลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายจาการบินไปทำศัลยกรรมหน้าอกที่ประเทศเกาหลี ผ่านเอเจนซี่คนไทย อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส เม-จีระนันท์ กิจประสาน ที่มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด &amp;nbsp;อาการปางตาย มีโอกาสรอดแค่ 10 เปอร์เซ็น ก็ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของเธอเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆ ที่อยากทำศัลยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนอกจากนี้ทางเม จีระนันท์ และครอบครัว ก็ได้เรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลที่เกาหลีแสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนี้ &amp;nbsp;ให้ชดเชยค่าเสียหายซึ่งมีตัวเลขเกิดขึ้น 2 ครั้ง&amp;nbsp; โดยเม จีระนันท์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมเพื่อชี้แจงในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายในนครั้งนี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนนะคะ ในเรื่องของการเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหาย มีตัวเลขเกิดขึ้น 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งแรก ประมาณเดือน ก.พ. 61 ตอนที่เมยังรักษาตัวอยู่รพ.ไทยแห่งที่ 2 คุณแม่ของเม ได้ไปพบตัวแทนของ รพ.Grand และตัวแทนคุณอุ้ม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเรียกร้องค่าเสียหายไปจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่คุณแม่เรียกร้องไป จากความรู้สึก และสภาพของเมในเวลานั้น ที่เสมือนคนทุพพลภาพ หน้าอกของเมแบนราบ เป็นไม้กระดาน มีบาดแผลขนาดใหญ่ บริเวณรักแร้ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเป็นแผลติดเชื้อ และถูกผ่าซ้ำที่บริเวณเดิมถึง 4 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในระยะยาว จะสามารถแก้ไขตกแต่งแผลให้ดีขึ้นได้ แต่คุณหมอก็บอกว่าไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม 100% และปัญหาหนักที่เมเป็นคือ แขนและไหล่ติดเป็นผังผืด ไม่สามารถยกแขนขึ้นได้ ต้องใช้เวลาทำกายภาพระยะยาว ซึ่งก็ยังบอกไม่ได้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน และจะหายเป็นปกติ 100% มั๊ย แต่ได้มีการประเมินกันว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปอดของเมก็มีปัญหา คือ ปอดแฟบ ต้องทำกายภาพในส่วนปอด ซึ่งก็ทำให้เมเสียใจมาก เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถกลับมาร้องเพลงได้อีกหรือไม่ &amp;nbsp;ยังไม่นับ การสูญเสียรายได้จากธุรกิจ เมไม่สามารถทำงานได้ นับตั้งแต่เจ็บป่วยสาหัส ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเวลาอีกกี่เดือน กี่ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตอนนั้น คุณแม่ประเมินจากสภาพที่เมเป็น และคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาตัว อย่างน้อยอีก 1 ปี และไม่รู้ว่าเมจะกลับมาทำงานได้เหมือนเดิมมั๊ย จะกลับมาร้องเพลงได้มั้ย จะใช้ชีวิตให้ปกติยังไง คุณแม่คิดไปถึง การมีคู่ครอง ว่าจะมีคนยอมรับเมที่เมเป็นแบบนี้ได้ไหม คุณแม่นอนร้องไห้ทุกคืนที่รพ. แม่ได้แต่โทษตัวเอง ว่าแม่ผิดเองที่พาเมไปทำ แม่ผิดเอง (นี่คือสภาพแม่เมในตอนนั้น)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถึงแม้ว่าเมจะหาย แต่สภาพร่างกายของเม ก็ไม่มีวันเหมือนเดิม ยังไม่รวมถึงสภาพจิตใจของเมและคุณแม่ ที่เงินเท่าไรก็คงไม่สามารถเยียวยาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ซึ่งทางรพ.แกรนด์ ได้ตอบกลับมาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางโรงพยาบาลขออนุญาติให้คำตอบคุณเมค่ะ&amp;nbsp; เบื้องต้นทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับคุณเมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ค่ะ &amp;nbsp;ทางโรงพยาบาลพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ขอให้คำตอบคุณเมตามนี้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่ทางรพ.ปรึกษาหารือมา เกี่ยวกับตัวอย่างคำพิพากษาและเคสต่าง ๆ ที่ผ่านมาในเกาหลี โดยปกติทางรพ. (รพ.อื่นที่เคยมีเหตุการณ์ที่คล้ายกัน) โดยจะออกให้คุณลูกค้าโดยเฉลี่ย 15-20 ล้านวอน รวมทั้ง ค่าปลอบขวัญ ค่ารักษาที่ผ่านมาและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตามกฏหมายเกาหลีค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ทางโรงพยาบาลมองในแง่มนุษยธรรม ทางโรงพยาบาลจะเสนอให้ตามจำนวนนี้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1. ค่าผ่าตัดหน้าอก 14.7ล้านวอน (***ประมาณ 440,000 บาท)
2. ค่าชดเชย 40 ล้านวอน ( 2 เท่าของตัวอย่างคำพิพากษาในกฏหมายเกาหลี) (***ประมาณ 1,200,000 บาท)
3. ค่ารักษาที่คุณเมได้รับการรักษาที่ผ่านมาในไทย 28 ล้านวอน (ทางรพ.จ่ายที่โรงพยาบาลนครธนและโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เรียบร้อยแล้วโดยตรง) (***ประมาณ 840,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากรวมจำนวนเงิน ตาม 3 ข้อเสนอดังกล่าว ทางโรงพยาบาลชดเชยให้คุณเมประมาณ 82 ล้านวอน (***ประมาณ 2,460,000 บาท) ซึ่งคิดเป็น 4 เท่าของตัวอย่างคำพิพากษาในกฏหมายเกาหลีค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;(อันนี้เมเอาอัตราแลกเปลี่ยน 0.03 คูณตัวเลขเงินวอนที่เค้าแจ้งมา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมได้ปฏิเสธข้อตกลงนี้ และยังยืนยันตัวเลขเดิม คือ 60 ล้านบาท คุณอุ้ม ได้บอกว่าจะนำกลับไปแจ้งทางรพ.ให้พิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp; แต่ยังไม่ทันที่เมจะได้รับคำตอบจากทางรพ.แกรนด์ คุณแม่ได้ส่งข้อความไปบอกคุณอุ้มว่า ไม่ขอเจรจาหรือฟังคำตอบจากทางแกรนด์อีกต่อไป คุณอุ้มจึงบอกว่า ต่อไปนี้อุ้มคงไม่ต้องประสานงานอะไรต่อ และให้เมติดต่อกับทางรพ.โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนั้น เมก็ไม่ได้ติดต่อไปยัง รพ.Grand หรือคุณอุ้มอีกเลย และทาง รพ.Grand และคุณอุ้มเอง ก็ไม่เคยติดต่อกลับ ถามไถ่ หรือดูแลรับผิดชอบเม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการรักษา follow up ทำกายภาพ ภายหลังที่ออกจากรพ.บำรุงราษฎร์ อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมได้มาคิดไตร่ตรองดูแล้ว หากเมนิ่งเฉย ไม่ดำเนินการใดใด ทั้งเอเจนท์ และรพ.Grand ซึ่งยังคงไม่ได้รับผิดชอบ กับสิ่งที่เค้าได้ทำให้เมบาดเจ็บปางตายเกือบถึงแก่ชีวิต เมไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้วซึ่งไม่อาจแก้ไขอะไรให้กลับมาเป็นดังเดิมได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมจึงได้ปรึกษาทนายความ อาจารย์วันชัย สอนสิริ จึงมีความเห็นว่า ควรดำเนินการเบื้องต้น โดยการทำหนังสือโนติส ไปยัง 4 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ รพ.Grand , คุณหมอลี เซ ฮวาน ,คุณอุ้ม เอเจนท์ และ KTOP Clinic เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย ***จำนวน 20 ล้านบาท *** ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสม &amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดใด จากทางรพ.Grand และคุณอุ้ม จนมาถึงวันนี้ มีเพียงแค่ KTOP Clinic ที่ได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า KTOP ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดในเรื่องนี้ เพราะการผ่าตัดเกิดขึ้นที่เกาหลี ดังนั้นการเรียกร้องใดใด ให้เมไปเรียกร้องรพ.แกรนด์ ที่เกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่เมบอกว่า เมไม่ขอรับฟังคำตอบ หรือไม่ต้องการเจรจารับข้อเสนอของรพ.Grand จำนวน 1.2 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่า พวกคุณจะไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่คุณเกือบทำให้เมเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัสปางตาย การที่คุณแม่เรียกร้องไป 60 ล้าน ก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่นึกไม่ถึงว่าคุณจะดูถูก เห็นชีวิตเมไม่มีค่าขนาดนี้ สิ่งที่คุณทำ เมรู้สึกเหมือนคุณโยนเงิน 1.2 ล้านบาท แล้วบอกว่า ผมให้คุณเท่านี้ จะรับก็รับ ไม่รับก็ไปฟ้องเอาที่เกาหลี ผมเห็นแก่มนุษยธรรมแล้วนะ นี่เป็นตัวเลขที่มากกว่าคำพิพากษากรณีเทียบเคียงของศาลเกาหลี ถึง 4 เท่า โดยรวมเอา ค่าทำหน้าอก และค่ารักษาพยาบาลในไทยทั้ง 2 แห่งมารวมไว้ด้วย เมรับไม่ได้ค่ะ จึงปฏิเสธไม่ขอรับไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมมีอาชีพทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ไม่ได้รับจ้างติดเชื้อในกระแสเลือด และอยากได้เงิน ถึงขนาดลงทุนเสี่ยงชีวิตเสี่ยงตายแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นเป็นเวลาหลายเดือน คุณก็เงียบ ไม่มีการติดตามถามไถ่ รับผิดชอบใดใดอีกเลย ทั้งๆ ที่พวกคุณก็รู้ว่า เมยังต้องรักษาตัวอีกต่อเนื่องในระยะยาว แล้วจะให้เมทำยังไง? เงียบ นิ่ง หดอยู่ในกระดอง ก้มหน้ารับชะตากรรมงั้นหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกคุณก็ยิ่งได้ใจ เดินหน้าทำธุรกิจ ขนคนไทยและเงินไปทำศัลยกรรมที่ รพ.ของคุณเป็นจำนวนมากทุกเดือน โดยไม่เหลียวแลคนที่ได้รับความเสียหาย ทุกข์ทรมานใจจากคุณเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ทนายของเม จะมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไปเพื่อเปิดให้มีการเจรจาขึ้นอีกครั้ง พวกคุณก็ไม่มีแม้จะตอบกลับใดใด ทั้งรพ.Grand ,คุณหมอลี เซ ฮวาน และคุณอุ้ม เอเจนท์ &amp;nbsp;มีเพียง KTOP Clinic ที่ตอบกลับมาว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ การผ่าตัดเกิดขึ้นที่เกาหลี เมต้องไปดำเนินการทางกฎหมายกับรพ.Grand ที่เกาหลีเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมจึงตัดสินใจที่จะฟ้องต่อสังคม และยกเอากรณีของเม เป็นอุทาหรณ์ และจะดำเนินการทางกฎหมายเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป หากบทเรียนความเจ็บปวดของเมในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ป้องกันไม่ให้ใครที่อาจโชคร้าย ได้รับความเสียหายแบบเมได้บ้าง แม้เมจะไม่ได้เงินจำนวนใดใดก็ตาม อย่างน้อยเมก็ยังรู้สึกว่าชีวิตของเมมีค่า ไม่ใช่อย่างที่รพ.Grand และคุณอุ้ม เอเจนท์ ได้กระทำกับเมมาโดยตลอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และงานนี้เมื่อยังหาขอสรุปไม่ได้ ทางเม จีระนันท์ ก็ได้เดินหน้าต่อ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความแจ้งต่อพี่ๆ สื่อมวลชน ใจความว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สวัสดีค่ะ พี่ๆนักข่าว &amp;nbsp;น้องเม จีระนันท์ กิจประสาน นะคะ พรุ่งนี้ เมจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้น 3 หน่วยงาน เพื่อขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบ และดำเนินการ ดังนี้ กำหนดการ วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม 2561
1.&amp;nbsp; ยื่นหนังสือถึง แพทยสภา เวลา 10.00 น.
2.&amp;nbsp; ยื่นหนังสือถึง สบส. เวลา 11.00 - 12.00 น.
3.&amp;nbsp; ยื่นหนังสือถึง สคบ. เวลา 14.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงขอเรียนเชิญพี่ๆ นักข่าว มาเพื่อทำการเผยแพร่ต่อสาธารณะ เป็นกระบอกเสียง และขอความช่วยเหลือจากพี่ๆ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ may_aprilandmay&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14534</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ, พิษศัลยกรรม, ฟ้องร้อง, สคบ., สบส., อาจารย์วันชัย สอนสิริ, เม จีระนันท์, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c751701dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้&#039;อย.-สคบ.&#039;ต้องปรับตัวด่วน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561 - ดร.นพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำเผยผลสำรวจ เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อความไม่ปลอดภัยใน เครื่องสำอาง อาหาร และยา กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,037 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 63.3% ไม่ทราบว่า สามารถตรวจสอบเลของค์การอาหารและยา (อย.) ได้ด้วยตนเอง ในขณะที่ 36.7% ทราบ โดยตรวจสอบผ่านเว็บ อย. สายด่วน อย. เว็บค้นหาทั่วไป และ แอพพลิเคชั่นนอกจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งน่าเป็นห่วง คือ ส่วนใหญ่หรือ 73.9% ไม่ทราบว่าสามารถตรวจสอบเลข จดแจ้ง เครื่องสำอางได้ ด้วยตนเอง ในขณะที่ 26.1% ทราบ โดยตรวจสอบผ่าน เว็บ อย. ฉลาก สายด่วน อย. แอพพลิเคชั่น และเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือ 91.9% พอใจการทำงานของตำรวจที่จับกุมดำเนินคดี ขบวนการ สวมเลข อย. ได้ ในขณะที่ 8.1% ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ช่องทางที่เคยพบเห็นโฆษณา เครื่องสำอางผ่านสื่อต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 83.6% พบเห็นผ่านทาง เฟซบุ๊ก รองลงมาคือ 51.6% พบเห็นผ่านทาง ทีวี &amp;nbsp;33.8% พบเห็นผ่านทางไลน์ ในขณะที่ 26.4% พบเห็นผ่านทางสิ่งพิมพ์ &amp;nbsp;20.9% ผ่านทางการบอกต่อ และ 7.8% ผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ทั่วไป ทวิตเตอร์ &amp;nbsp;ยูทูป และอินสตาแกรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึง แหล่งที่เชื่อมั่นในการซื้อ สินค้า เครื่องสำอาง พบว่า เกินครึ่งหรือ 55.9% เชื่อมั่น เชื่อถือ บริษัท ชื่อสินค้า รองลงมาคือ 36.2% เชื่อคนรู้จักแนะนำ 22% เชื่อ คำโฆษณา 15.5% เชื่อดารา คนดัง และ 11.6% เชื่ออื่นๆ เช่น จากผู้เชี่ยวชาญ ดู คอมเมนท์ต่างๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า สารประกอบที่ใช้ในการผลิตและส่วนผสม ดูจากมาตรฐานการรับรอง และคนรู้จักที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ หน่วยงานที่ ประชาชนต้องการให้เร่งแก้ไข ปัญหาความไม่ปลอดภัยของประชาชนในการซื้อ เครื่องสำอาง อาหาร และ ยา พบว่า อันดับแรก ส่วนใหญ่ 78.3% ได้แก่ อย. รองลงมาคือ 72.4% ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และส่วนใหญ่เช่นกัน หรือ 63.5% ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่ 35.2% ระบุตำรวจ และ 2.5% ระบุอื่นๆ เช่น สื่อมวลชน โรงเรียน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ผลสำรวจ, มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ, สคบ., องค์การอาหารและยา, อย., อาหาร}สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, เครื่องสำอาง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1c90c03235a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
