<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5วันเซ่น323ศพยึดรถเมาขับหมื่นคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 5 วันอันตรายสงกรานต์เซ่น 323 ศพ เจ็บ 3,140 ราย เกิดอุบัติเหตุ 3,001 ครั้ง โคราชยังครองแชมป์ตายมากสุด คสช.ยึดรถเมาแล้วขับกว่าหมื่นคัน ดำเนินคดี 1.8 แสนคน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สั่งทุกฝ่ายเข้มบังคับกฎหมายจราจรต่อเนื่องทั้งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายดำรง ลิมาภิรักษ์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 15 เม.ย.61 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; เกิดอุบัติเหตุ 552 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 69 ราย ผู้บาดเจ็บ 589 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.03 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.72 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.53 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ &amp;nbsp;65.04 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.86 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.05 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 32.61 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 23.25 ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,354 คน &amp;nbsp;เรียกตรวจยานพาหนะ 886,202 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 178,191 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,488 ราย ไม่มีใบขับขี่ 46,094 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (20 ครั้ง) &amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี (6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (27 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (11-15 เม.ย.61) เกิดอุบัติเหตุ 3,001 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 323 ราย &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บ 3,140 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง สตูล &amp;nbsp;สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ &amp;nbsp;(119 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (19 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (136 คน) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 11-15 เม.ย.61 รายงานสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี มีจำนวน 1,281 ราย &amp;nbsp;ซึ่งลดลงร้อยละ 15.55 (เทียบกับปี 2560 จำนวน 1,517 ราย) และจากการเจาะเลือดส่งตรวจแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต พบว่ามีผู้ขับขี่ถูกเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจแอลกอฮอล์ 1,578 ราย ที่ทราบผลตรวจแล้ว 301 ราย เกินกฎหมายกำหนด 161 ราย ในจำนวนนี้พบว่าเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ทั้งหมด 304 ราย ทราบผลแล้ว 98 ราย มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้กำชับไปยังสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั่วประเทศเเละเขตเมือง ให้เฝ้าระวังและตรวจจับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้งสถานที่ห้ามขาย ห้ามดื่ม การขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และในช่วงเวลาห้ามขายอย่างเข้มข้น รวมถึงร่วมทำงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตั้งด่านชุมชนเพื่อลดการบาดเจ็บและสกัดกั้น หวังลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15 เม.ย. 61 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 52,698 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,999 &amp;nbsp;ราย จำเป็นต้องยึดไว้ 2,069 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 41,443 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 38,956 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 3,544 ราย &amp;nbsp;ยึดรถยนต์ 814 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 24,936 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา (11-15 เม.ย.61) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการความปลอดภัย ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 10,099 คัน (รถจักรยานยนต์ 7,372 คัน และรถยนต์ 2,727 คัน) และดำเนินคดีผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 113,450 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 69,898 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลดำเนินคดีเมาแล้วขับช่วงเทศกาสสงกรานต์ว่า วันที่ 15 เม.ย.ซึ่งเป็นวันที่ห้าของ 7 วันอันตราย คดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ อยู่ที่ 3,460 คดี โดยแบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา &amp;nbsp;3,456 คดี และขับรถประมาท 4 คดี สำหรับยอดสะสม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-15 เม.ย.ที่ผ่านมา มีคดีทั้งหมดจำนวน 6,707 คดี แยกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,541 คดี หรือ 97.5%, ขับรถประมาท 21 คดี &amp;nbsp;หรือ 0.31%, แข่งรถหรือขับซิ่ง 2 คดี หรือ 0.02%, ขับเสพ 143 คดี หรือ 2.13%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมคุมประพฤติได้ติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ (กำไลข้อเท้า EM) ผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับ นับตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามคำสั่งศาลรวม 37 ราย ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.เป็นเวลา 15 วัน นอกจากนี้ผู้กระทำผิดดังกล่าวยังมีเงื่อนไขการคุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างจิตสำนึกและให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและสังคม อาทิ ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจที่จุดตรวจค้นหรือจุดบริการประชาชน ทำความสะอาดบริเวณจุดตรวจค้น รวมทั้งบริการช่วยเหลือประชาชน คนชรา ผู้พิการ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ณ ศูนย์อำนวยการร่วมฯ สถานีขนส่ง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แสดงความขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมกันทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยของสังคม รวมถึงการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ ที่รัฐกำหนด เป็นผลให้วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เต็มไปด้วยความสุขทั่วหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรได้ย้ำกับทุกส่วนราชการ ขอให้คงเข้มบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่องจริงจังตลอดทั้งปี เพื่อร่วมสร้างวินัยจราจรในสำนึกและหน้าที่ของทุกคน &amp;nbsp; และขอให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติเหตุในทุกพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์และแยกแยะ สำหรับการบริหารจัดการและกำหนดมาตรการต่างๆ ให้ครอบคลุมกับปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในภาพรวมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกัน เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของประชาชนในแต่ละปีให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย ออกแถลงการณ์เรื่องความปลอดภัยทางถนนช่วงสงกรานต์ 2561 ฉบับที่สอง โดยระบุว่าเนื่องจากมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 5 วันอันตรายเป็นจำนวนมากถึง 323 ราย มากกว่าในช่วงสงกรานต์ปีที่แล้วถึง 18 ราย ในฐานะอดีตรองผู้อำนวยการ ศปถ.และอดีต รมช.คมนาคม ขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลเข้ามาบัญชาการดำเนินการของ ศปถ.เพื่อสั่งการอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาเหลืออยู่แค่ 2 วันโดยด่วน ขอให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่และตามเส้นทางช่วยกันดูแลป้องกันกรณีการหลับในเป็นพิเศษ และขอให้ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับช่วยกันดูแลตนเองและครอบครัวตลอดจนบุคคลอื่นๆ ที่ใช้ถนนร่วมกันด้วยความระมัดระวัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7232</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 วันอันตราย, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, นายดำรง ลิมาภิรักษ์, นายประสาร มหาลี้ตระกูล, บิ๊กป้อม, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สงกรานต์เซ่น 323 ศพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4b645c428c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
