<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; ซัด &#039;บิ๊กตู่&#039; เมินแก้ปัญหาเกษตร ราคาตกต่ำ ข้าวเปลือก 1 กก.ซื้อมาม่าได้ห่อเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่เคยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด &amp;nbsp;ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาไปกับการไล่ล่ากลุ่มที่เห็นต่าง กำจัดนักการเมืองฝั่งตรงข้าม&amp;nbsp;หาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด พี่น้องเกษตรกรถูกละเลยมากที่สุด รายได้ของพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาโดยตลอดยิ่งทำ ยิ่งจน ยิ่งทำ ยิ่งเจ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องมาจากต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ยและค่าแรงที่สูงขึ้น เกษตรกรช้ำใจมาก เพราะราคาข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม แลกมาม่าได้เพียงห่อเดียว เกษตรกรต้องแบกรับภาระอย่างหนักมากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลมีอำนาจแต่ไม่เคยทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพขายได้ราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะโกหกประชาชน และไม่เคยทำตามคำพูดที่เคยประกาศไว้ในช่วงการเลือกตั้งได้เลย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐบาล ประกาศยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน ยางพารา 65 บาท/กิโลกรัม อ้อย 1,000 บาท/ตัน ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง 3 บาท/กิโลกรัม สุดท้ายแล้วไม่สามารถทำได้และไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยถึงนโยบายช่วงการหาเสียงทีผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ไม่เคยพูดถึงการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างมีแนวทางที่ชัดเจน แต่พล.อ.ประยุทธ์ เก่งในการเผาผลาญงบประมาณของประเทศชาติ&amp;nbsp;ใช้เงินไม่ถูกที่ ไม่ถูกจุด เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ท่านนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนเลย แต่งบประมาณต่างๆในภาคการเกษตรใช้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ทำไมไม่นำมาดูแลพี่น้องเกษตรกร&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114246</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102383ce732d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; ข้องใจรัฐบาลมีแผนเก็บวัคซีน 5,000 โดส เพื่อการวิจัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประเทศไทยได้รับบริจาควัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดี จากสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.5 ล้านโดส โดยในขั้นต้นรัฐบาล ประกาศว่าต้องการให้นำมาฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบสาธารณสุขของไทย รวมทั้งกระจายไปสู่ประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากรับการบริจาคมาแล้ว รัฐบาลกลับไม่ทำตามเจตนารมย์ ที่เคยประกาศไว้ มีการตั้งเงื่อนไขว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องเข้าเกณฑ์ที่รัฐกำหนดจึงสามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้มองว่ารัฐบาลพยายามที่จะลดจำนวนวัคซีนทีจะฉีดให้กลุ่มนักรบด่านหน้า จากเดิมบอกว่าจะฉีดให้ 700,000 โดสสุดท้ายจะเหลือเพียงไม่ถึง 400,000 โดส เพราะเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นและต้องการนำวัคซีนที่เหลือไปทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีแผนในการเก็บวัคซีนจำนวน 5,000 โดส อ้างว่าเพื่อการวิจัย เป็นเรื่องทีน่าประหลาดใจมาก เพราะวัคซีนที่ได้รับมา ผ่านการวิจัยมาจากนานาชาติแล้ว รัฐบาลต้องการรัฐบาลเก็บวัคซีน 5,000 โดสนี้ให้กลุ่มไหน ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่า ทั้งเจ้าสัวใกล้ชิดรัฐบาล นายทหารใหญ่ อาจจะได้ประโยชน์จากวัคซีนที่ได้รับบริจาคมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่คนในรัฐบาลออกมากล่าวหาว่า ประชาชนที่เสียชีวิตมีการจัดฉากแกล้งตาย การออกมากล่าวหาประชาชนว่าแกล้งป่วยแกล้งตาย น่าสลดใจในความคิดของคนในรัฐบาลนี้มากและเป็นความคิดที่อำมหิตมาก ทั้งๆที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีการตรวจเชิงรุกจริงตัวเลขผู้ติดเชื้อจะสูงกว่านี้ มาตรการล็อคดาวน์ที่ออกมาล้มเหลวไม่เป็นท่า รัฐบาลยิ่งล็อคดาวน์ประชาชนยิ่งติดเชื้อเพิ่ม แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแก้โควิดล้มเหลว ทำได้เพียงดีแต่พูดไปวันๆ &amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112061</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงคราม กิจเลิศไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608383d5d38cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; อัดประยุทธ์แก้ปัญหาแบบตาบอดคลำช้าง อย่าเพ้อฝันจะเปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงเพ้อฝันว่าจะเปิดประเทศใน 120 วัน ในขณะที่คนในประเทศยังคงมีการติดเชื้อใหม่วันละหลักหมื่น เสียชีวิตร้อย หากนับรวมคนที่ได้รับการตรวจเชื้อแล้วพบว่าติดแต่ไม่มีโรงพยาบาลรองรับ เชื่อว่ายังมีผู้ป่วยมีอีกหลายหมื่นคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์ยังแก้ปัญหาแบบตาบอดคลำช้างแบบนี้ ถึงสิ้นปีนี้ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่ายังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังรอเตียงรักษาในโรงพยาบาล หรือเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์พักคอย หลายชุมชนมีประชาชนจำนวนมากเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการรักษา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมทั้งไม่สามารถที่จะไปต่อแถวเพื่อรับวัคซีนตามจุดที่รัฐบาลจัดให้ได้ เพราะไปไม่ไหว รัฐควรปรับแผนเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนเชิงรุกในชุมชน จะดีกว่าที่จะให้ประชาชนเดินทางไปที่ศูนย์ฉีดที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรที่จะเร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหา แต่กลับสั่งให้ทุกกระทรวงไล่แจ้งความจับประชาชน ใช้อำนาจเป็นกฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คนที่เขาออกมาเพราะเขาไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีปัญญาแก้ปัญหา หมายถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไม่เหลือแล้วในสายตาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแก้ปัญหาเฟคนิวส์ที่เกิดขึ้นดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาพูดความจริงกับประชาชน ไม่โกหกรายวัน เพราะไม่เกิดประโยชน์ หรือรัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นจึงไม่เคยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชน ดังนั้นถึงเวลานี้ประชาชนทั่วประเทศ ไม่เคยเห็นความจริงใจที่ออกมาจากพล.อ.ประยุทธ์ จึงเห็นพ้องกันว่า หมดเวลาพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว เพราะอยู่มา 7 ปี ไม่มีผลงานอะไร ประเทศตกต่ำลง แก้ปัญหาไม่เป็นจะอยู่ฉุดรั้งประเทศไปเพื่ออะไร&amp;quot; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111505</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102383ce732d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; วอน &#039;บิ๊กตู่&#039; อย่าอยู่สร้างหายนะให้ประเทศอีกเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด แม้รัฐบาลขยายระยะเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งออกมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นในหลายพื้นที่ แต่ผลที่ออกมาคือไม่สามารถหยุดการระบาดของเชื้อไวรัสได้ นับวันมีแต่รุนแรงขึ้นมีประชาชนติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักหมื่นทุกวัน ชัดเจนว่ารัฐบาลใช้แต่อำนาจ แต่ทำงานไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่กล้ามาทำงานในทำเนียบฯ แล้วประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวว่า การประกาศปิดกิจการของผู้ประกอบการหลากหลายอาชีพ ตามมาตรการรัฐบาลเป็นการทำลายมากกว่าสร้างสรรค์ รัฐบาลอ้างเพื่อควบคุมการระบาดแต่ในความเป็นจริงมันควบคุมไม่ได้ แต่รัฐได้ทำลายระบบเศรษฐกิจไทยลงอย่างย่อยยับที่สุด ทำคนตกงานหลายล้านคน ในขณะที่การชดเชยให้กับผู้ประกอบการและลูกจ้าง รัฐกลับใช้เวลานานมากกว่าจะชดเชยให้กับคนเหล่านี้ได้ แต่เวลาใช้อำนาจกลับสั่งปิดกิจการทันที ประชาชนมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ เก่งแต่อำนาจแต่ทำงานไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การที่บรรดาลิ่วล้อของพล.อ.ประยุทธ์ ออกมาฟ้องร้องประชาชนศิลปิน ดารา ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ด้วยข้อความต่างๆ สร้างความไม่พอใจให้พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลเป็นอย่างมาก ดังนั้นการออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ เป็นไปตามความต้องการของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะต้องการใช้กฎหมายปิดปากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ให้ออกมาพูด แม้รัฐบาลจะบริหารงานได้ห่วยแค่ไหน ไร้ความรับผิดชอบจนมีผู้ติดเชื้อนอนตายข้างถนน รัฐบาลกลับไม่รับผิดชอบชีวิตประชาชน หากเป็นแบบนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ พลเอกประยุทธ์ เก่งแต่ใช้อำนาจกับประชาชน แต่ไม่รับผิดชอบความเดือดร้อน และความตายประชาชน ควรออกไปได้แล้ว อย่าอยู่เพื่อสร้างความหายนะให้กับประเทศอีกเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110870</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, เพื่อชาติ, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60faaaea9d7a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039;ประกาศไม่รับพรบ.งบปี65! ไร้ประโยชน์เมินวิกฤติชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล ไม่สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางการทหาร มากกว่าความมั่นคงทางด้านสาธารณสุข ทั้งๆ ที่หากประเทศมีความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็จะตามมา ดังนั้นรัฐบาลต้องตัดงบประมาณจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์มาซื้อเวชภัณฑ์ และวัคซีน เพื่อนำมาบริการประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า รัฐบาลต้องตีโจทย์ให้แตกว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นควรให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องฟังเสียงสะท้อนของประชาชนให้มากที่สุด และปรับงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ เชื่อว่าจะสามารถแก้วิกฤติประเทศได้ รัฐบาลควรเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง จะเป็นการจัดทำงบประมาณที่ดี จะช่วยให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤตไปได้ในที่สุด การจัดงบประมาณที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ คงไม่รับอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดหรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 พ.ศ. วงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท ด้วยกระดาษเพียง 4 แผ่น เป็นการดูถูกประชาชน เงินภาษีประชาชนแต่รัฐไม่บอกกับประชาชนว่าจะใช้เงินกู้ 7 แสนล้านอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าจะไม่ต่างจากเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน ที่อ้างว่าจะนำไปฟื้นฟูประเทศและช่วยผู้ประกอบการ ผลที่ออกมาคือความล้มเหลวของการใช้เงิน ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เข้าไม่ถึงเงินกู้ที่รัฐจะช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาคอร์รัปชันในการจัดการเงินกู้ การมาขอกู้เพิ่มหวั่นใจว่ารัฐบาลจะนำเงินกู้ไปหาประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ ตอนปี 57 หลังจากพลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจบริหารประเทศ บอกจะเข้ามาคืนความสุข ผ่านมา 7 ปี นอกจากการกู้เงินแล้ว 7 ปีประชาชนไม่เคยรู้สึกถึงความสุขเลย ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์หวังใช้อำนาจเพื่อปกป้องตัวเองไม่ได้เข้ามาเพื่อทำงานและคืนความสุขให้ประชาชน&amp;rdquo; นายสงคราม ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103969</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน7แสนล้าน, พรบ.งบปี65, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608383d5d38cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; แหวกโควิด จวกยับ &#039;ประยุทธ์&#039; ทำไทยวิกฤติ-ต้นตอปัญหาชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 2,070 ราย สูงสุดโดยมีผู้ป่วยสะสม 50,183 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 30,189 ราย ยังเหลือที่รักษาอยู่ 19,873 ราย แบ่งเป็นในโรงพยาบาล 15,642 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 4,231 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่มีอาการหนัก 352 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 ราย สะสม 121 รายการ แต่ทั้งนี้ยังมีผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์และยังรอที่จะหาเตียงในโรงพยาบาลหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เขตบางคอแหลม กทม.หญิงชรา 3 คน หรือ อาม่า 3 คน เป็นพี่น้องกัน ติดเชื้อโควิด- 19 กักตัวอยู่ที่บ้าน เพราะไม่มีเตียงรักษา อยู่มาหลายวัน อาการทรุดลง แต่ยังไม่มีรถพยาบาลมารับ จนทำให้ หญิงชรา 1 ใน 3 คนเสียชีวิตภายในบ้านพัก และผู้ป่วยหลายคนที่ออกมาร้องขอเตียงโรงพยาบาลผ่านสื่อโซเชี่ยล ถ้ารัฐบาลไม่รีบแก้ไข จะมีคนผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตที่บ้านเหมือนในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ดังเช่นที่อินเดีย อิตาลี หรือ ที่บราซิล ที่พบว่าตอนระบาดช่วงแรกๆมีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากมาก สถานการณ์ปัจจุบันคือการจะให้ทุกเคสแอดมิทในรพ. รพ.สนาม หรือ ฮอสพิเทล เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีอุปกรณ์ในการทำงาน ทั้งๆที่รัฐต้องทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อช่วยชีวิตประชาชน ดีที่สุดคือการหยุดจัดซื้ออาวุธ นำงบประมาณมาซื้อวัคซีน พัฒนาระบบสาธารณสุข เพื่อให้บริการประขาชน จะดีกว่าการซื้ออาวุธมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า กรณีที่ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ออกมาสะท้อนว่า วัคซีนโควิด บทสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย วิจารณ์การบริหารจัดการสถานการณ์โควิดของรัฐบาล โดยระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการระบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่าเรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ การบริหารจัดการวัคซีนที่ล้มเหลว รวมทั้งการจัดการหาเตียงให้ผู้ป่วยที่ล่าช้ายิ่ง สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริหารราชการผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง และไร้ประสิทธิภาพที่สุด การรวบอำนาจ ผูกขาดอำนาจไว้กับตัวเอง จึงเป็นแนวคิดที่ผิด อืดอาดล่าช้า คือการสะท้อนการไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาประเทศของพลเอกประยุทธ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การสื่อสารกับประชาชน ที่สับสน และยิ่งพูดยิ่งไม่รู้เรื่องยิ่งเห็นชัดว่าพลเอกประยุทธ์คืแอต้นตอของปัญหาชาติอย่างแท้จริง ดังนั้นการลาออกของพลเอกประยุทธ์คือทางรอดของประเทศไทย&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100519</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608383d5d38cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; เคาะแล้ว &#039;บุศริณธญ์ พี่สาวยงยุทธ&#039; นั่งหัวหน้าพรรคแทน &#039;สงคราม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - ที่ห้องประชุมคอนเวนชั่น ชั้น 6 ห้างอิมพิเรียลสำโรง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อชาติจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 มีวาระสำคัญเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายหลังนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมยุติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้มีมติเลือก นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายเทวกฤต พรหมมา อดีตผู้อำนวยการพรรค ขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค เพียงคนเดียว, นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นเลขาธิการพรรค, นายองอาจ คำทอง เป็นรองเลขาธิการพรรค, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง อดีตโฆษกพรรค เป็นรองเลขาธิการพรรค, น.ส.กิ่งดาว สุจริต เป็นเหรัญญิกพรรค, นางณัฏฐพิชา มีกองทรัพย์ เป็นนายทะเบียนพรรค, นายภูมิพัฒน์ บุตุธรรม เป็นผู้อำนวยการพรรค, นายกัมปนาท วงศ์หงษ์สกุล เป็นโฆษกพรรค, นายธีรพงษ์ เผ่ากา กับ ว่าที่ ร.ต.ณัฐชัย วิอังศุธร เป็นรองโฆษกพรรค ส่วนกรรมการบริหารพรรค มี น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ, น.ส.วิภาลักษณ์ เตชะภู และนายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตหัวหน้าพรรค เป็นประธานที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์พรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางบุศริณธญ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยถึงนโยบายว่า จะสานต่อนโยบายเรื่องของการออกโฉนดใบเดียว โดยหลังจากนี้จะออกพื้นที่ต่างจังหวัดตามสาขาพรรค เพื่อนำนโยบายของพรรคไปทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ขยายสู่ประชาชนให้เป็นรูปธรรม หากพรรคเพื่อชาติได้ทำงานเป็นฝ่ายรัฐบาลก็จะทำนโยบายให้เป็นรูปธรรม ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ยืนยันร่วมงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นอน เพราะอดีตหัวหน้าพรรคก็มีความแน่วแน่ในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรายืนเคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด ยืนหยัดอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงของพรรคเพื่อชาติในสภาที่แตกแถว ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นางบุศริณธญ์ กล่าวว่า ต้องขอโทษประชาชนที่เทคะแนนเสียงให้ เรามีเวลาน้อยในการสรรหาผู้สมัคร อนาคตเราจะออกต่างจังหวัดไปเยี่ยมสาขาพรรค เพื่อนำนโยบายพรรคเลือกคนประชาชนเลือกพรรค จะทำนโยบายให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และจะสรรหาคนที่จะทำงานให้กับพรรค รักในระบอบประชาธิปไตย ไม่ขายอุดมการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ เสริมว่า ที่ผ่านมาเรามีเวลาพบประชาชนน้อยไป ต่อไปเราจะเข้าถึงประชาชนมากขึ้น เชื่อว่าตอนนี้จะทำความเข้าใจให้ประชาชนได้มากขึ้น เพราะมีเวลา คัดสรรคนเตรียมเลือกตั้ง เชื่อว่าน่าจะได้ ส.ส.มากกว่านี้ และน่าจะได้ ส.ส.เขต ไม่ใช่แค่ปาร์ตี้ลิสต์ เชื่อมั่นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะทำได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางบุศริณธญ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติคนใหม่ มีชื่อเดิมว่า น.ส.บุษรินทร์ ติยะไพรัช ยังเคยเป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ว.เชียงราย, อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเป็นพี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98195</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์, พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60680c65ed528.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
