<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามกฎหมาย คดีสลาย นปช.ปี 2553  “ธาริต-ดีเอสไอ” ปะทะ “มาร์ค-เทือก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสียงบ่นของประชาชนคนเสื้อแดง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กระหึ่มโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำคุก &amp;ldquo;ธาริต เพ็งดิษฐ์&amp;rdquo; อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) &amp;nbsp;กับพวกพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คนละ 2 ปี เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2563 ในคดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;ldquo;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;rdquo; อดีตรองนายกฯ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง &amp;ldquo;ธาริต&amp;rdquo; กับพวกเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกับเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากเมื่อเดือน ก.ค.2554-13 ธ.ค.2555 &amp;ldquo;ธาริต-ดีเอสไอ&amp;rdquo; ได้สรุปสำนวนดำเนินคดี &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ. ให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าสลายการชุมนุม นปช. เมื่อปี 2553 ซึ่งมีการใช้กระสุนจริง จนทำให้มีประชาชนทั้งแนวร่วม นปช., เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนทั่วไปที่ถูกลูกหลง บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อคำพิพากษานี้ออกมา เสียงบ่นของคนเสื้อแดงจึงตามมาทำนองว่า &amp;ldquo;คนทำคดีดันติดคุก ส่วนคนยิงประชาชนลอยนวล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ถ้าอ่านรายละเอียดและสืบย้อนเรื่องนี้ไปมากกว่าการบ่น จะพบว่ามันคือการต่อสู้ในประเด็นข้อกฎหมายเป็นหลักใหญ่ ระหว่างฝ่าย &amp;ldquo;ธาริต-ดีเอสไอ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; ยาวนานเป็นมหากาพย์ หรือจะเรียกว่าเป็น &amp;ldquo;สงครามกฎหมาย&amp;rdquo; ของคนสองขั้วนี้ที่มีต่อคดีสลายการชุมนุม นปช.ก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีที่มีการกล่าวหา &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม นปช.นั้น แยกออกเป็น 2 ทาง ทางหนึ่ง คือข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีการกล่าวหาทั้งสองร่วมกับ &amp;ldquo;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา&amp;rdquo; ในฐานะผู้บัญชาทหารบก (ผบ.ทบ.) ขณะเกิดเหตุนั้น เรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติตีตกข้อกล่าวหานี้ตามคำแถลงเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2558 แม้ภายหลังแกนนำ นปช.จะเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ป.ป.ช. ก็ยืนยันไม่รื้อคดีตามคำแถลงเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางที่สอง อันเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามกฎหมายนี้ คือข้อหาร่วมกันก่อ หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำ หรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งดีเอสไอเป็นผู้ทำคดีกล่าวหา &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; สรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นผู้ฟ้องต่อศาลอาญา ในคดีหมายเลขดำ อ.4552/2556 และ อ.1375/2557 โดยทั้งสองได้ต่อสู้คดีด้วยการขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายก่อน เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจสอบสวนของดีเอสไอ แต่เป็นอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้สู้กันถึง 3 ชั้นศาลในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ไม่ได้ลงไปในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมเลย ปรากฏว่าฝ่าย &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; สู้ชนะทั้ง 3 ชั้นศาล ตามคำสั่งศาลฎีกาเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2560 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ว่าการที่ดีเอสไอสอบสวนไม่เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 หมายความว่าต้องให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ทำคดีสลายการชุมนุม นปช. ในส่วนที่ฟ้อง &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ดีเอสไอทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องไม่จบแค่นั้น &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; จึงเอาคืน ด้วยการฟ้องกลับ &amp;ldquo;ธาริต-พนักงานสอบสวนดีเอสไอ 3 ราย&amp;rdquo; ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ และเจตนากลั่นแกล้งฯ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.310/2556 นี้นั่นเอง ซึ่งในคำพิพากษาศาลชั้นต้นของคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2561 ได้พิพากษาให้ยกฟ้อง คือ &amp;ldquo;ธาริต&amp;rdquo; กับพวก เป็นฝ่ายชนะคดีไปในชั้นต้นยกแรก โดยศาลให้เหตุผลเป็นความเห็นที่แตกต่างทางข้อกฎหมาย พวกจำเลยไม่ได้ใช้ดุลพินิจตามลำพัง พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจส่ง ป.ป.ช. และคดีวิสามัญฆาตกรรมเป็นดุลพินิจอัยการสูงสุดฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ล่าสุดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 5 มี.ค.2563 ให้เหตุผลแย้งศาลชั้นต้น ยืนยันว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.อย่างชัดเจน จำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์จากการแจ้งข้อหาตรงกันข้ามกับความเห็นเดิม ที่เคยส่งสำนวนเห็นควรฟ้อง นปช.ข้อหาก่อการร้าย และ &amp;quot;ธาริต&amp;ldquo; ได้รับการต่ออายุวาระการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี จากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จึงเชื่อว่าเป็นการเอาใจรัฐบาลใหม่ พิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ชั้นนี้ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์-สุเทพ&amp;rdquo; เป็นฝ่ายชนะคดีในยกที่สอง ส่วน &amp;ldquo;ธาริต&amp;rdquo; กับพวก ก็ได้ยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป ที่จะเป็น Final Round ของมหากาพย์สงครามกฎหมายนี้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น คนทำคดีอย่าง &amp;ldquo;ธาริต&amp;rdquo; และพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะติดคุกหรือไม่ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งจะติดคุกหรือรอดก็เป็นผลจากการต่อสู้ในทางกฎหมาย ขณะที่คนทำคดีตัวจริงเสียงจริง ที่มีอำนาจทำแล้วไม่ผิดกฎหมายอย่าง ป.ป.ช.กลับไม่สั่งฟ้อง ไม่รื้อฟื้นคดีสลายการชุมนุม นปช.มาพิจารณาอีก ทั้งยังรวมถึงกรณี &amp;ldquo;ดีเอสไอ-อัยการ&amp;rdquo; ไม่รู้ตัวตนผู้ก่อเหตุในขณะปฏิบัติการ ไม่สามารถสั่งฟ้องผู้ก่อเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ได้ ทำให้คำกล่าวว่า &amp;ldquo;คนยิงประชาชนลอยนวล&amp;rdquo; จะมีน้ำหนักอยู่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชาติสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ธาริต เพ็งดิษฐ์, นายชาติสังคม, สงครามกฎหมาย คดีสลาย นปช.ปี 2553  “ธาริต-ดีเอสไอ” ปะทะ “มาร์ค-เทือก”, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e607023126e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
