<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตจีนเล่าเรื่องที่มา กฎหมายความมั่นคงฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย &amp;ldquo;หยางซิน&amp;rdquo; มาร่วมคุยใน Suthichai Live เมื่อสัปดาห์ก่อนประเด็นเรื่องกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงที่เพิ่มผ่านสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ที่ปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ และยุโรปหลายชาติ รวมถึงแคนาดาและออสเตรเลียออกแถลงการณ์ร่วมวิพากษ์ว่านี่เป็นความพยายามของจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะ &amp;ldquo;กลืน&amp;rdquo; ฮ่องกง และจะทำให้เกาะแห่งนี้หมดความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ บอกว่า การที่ออกกฎหมายฉบับนี้จะทำให้หลักการ &amp;ldquo;หนึ่งประเทศสองระบบ&amp;rdquo; กลายเป็น &amp;ldquo;หนึ่งประเทศหนึ่งระบบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ จะยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้าและการลงทุนของฮ่องกงที่สหรัฐฯ มอบให้เกาะแห่งนี้มายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตหยางซินแย้งว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เกือบทุกประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เองมีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติทั้งสิ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ มีกฎหมายทำนองนี้หลายสิบฉบับ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 9/11&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฮ่องกงไม่เคยมีกฎหมายสำหรับดูแลความมั่นคงแห่งชาติ เพราะตามกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) ของฮ่องกงนั้น ได้มอบหมายอำนาจจากรัฐบาลกลางให้เขตปกครองพิเศษฮ่องกงตรากฎหมายเองว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่หลังจากฮ่องกงได้คืนสู่มาตุภูมิ 23 ปีแล้วก็ไม่มีกฎหมายทำนองนี้ จริงๆ แล้วรัฐบาลกลางมีความอดทนและให้การเคารพต่อรัฐบาลท้องถิ่นของฮ่องกง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่าเราต้องรีบมีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ...เพราะตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ใช่มีแต่การประท้วงธรรมดา แต่มีคนไปเผาธงชาติจีน มีคนเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนให้ฮ่องกงเป็นเอกราช และได้บุกเข้าไปในที่ทำการของสำนักงานผู้แทนรัฐบาลกลางประจำฮ่องกง และได้เข้าไปในที่ทำการของสภานิติบัญญัติของฮ่องกงและทำลายตราแผ่นดินจีนด้วย แสดงว่าเป็นการท้าทายหลักการหนึ่งประเทศสองระบบ และสร้างความเสียหายให้กับความมั่นคงของจีน จึงต้องมีการตั้งกฎใหม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามว่ามีคนวิจารณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้ละเมิดหลักการ &amp;ldquo;หนึ่งประเทศสองระบบ&amp;rdquo; ใช่หรือไม่ ท่านทูตหยางซินตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่ครับ ถ้าอ่านกฎหมายตามตัวอักษรจะทราบว่าในโลกนี้คงไม่มีประเทศไหนนอกจากประเทศจีนที่อยากเห็นความสำเร็จของฮ่องกงภายใต้หนึ่งประเทศสองระบบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตเล่าย้อนประวัติศาสตร์ถึง &amp;ldquo;สงครามฝิ่น&amp;rdquo; ในปี 1840 ระหว่างอังกฤษกับจีนในยุคราชวงศ์ชิง จีนแพ้ ทำให้มีการลงนามสนธิสัญญานานกิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในเงื่อนไขคือจีนยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นอีก 20 กว่าปี เกิดสงครามรอบสอง อังกฤษกับฝรั่งเศสรบกับจีน ราชวงศ์ชิงก็พ่ายแพ้อีกรอบ มีการลงนามในสนธิสัญญาปักกิ่ง อังกฤษได้คาบสมุทรเกาลูน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดสงครามครั้งที่สาม อังกฤษเช่า New Territories ของฮ่องกง สัญญาเช่า 99 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนเห็นว่าเป็นสัญญาไม่ชอบธรรม ไม่ยอมรับ ตามกฎหมายระหว่างประเทศสนธิสัญญาใดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ลงนามภายใต้การคุกคาม ถือว่าเป็นสนธิสัญญาไม่เป็นธรรม จีนจึงเรียกคืนเกาะฮ่องกงทั้งหมดจากอังกฤษ...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนกับอังกฤษเริ่มเจรจากันในปี 1982 นายกฯ อังกฤษขณะนั้นคือ มาการ์เร็ต แทชเชอร์ ซึ่งได้เจรจากับเติ้ง เสี่ยวผิง และจีนยืนยันว่าเวลาการคืนเกาะฮ่องกงในปี 1997 ก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะเจรจาได้ อังกฤษต้องคืนฮ่องกงให้จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการเจรจาระหว่างสองประเทศในเรื่องนี้ถึง 22 รอบ ถึงวิธีการส่งเกาะฮ่องกงคืนให้จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษต่อรองว่าจะคืนเกาะฮ่องกงให้จีน แต่ขอให้อังกฤษปกครองต่อ จีนไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษขอให้จีนอย่าส่งทหารไปประจำฮ่องกง เติ้งก็ไม่ยอม ถือว่านั่นเป็นสิทธิตามหลักอธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนบอกว่ายังเคารพในความเป็นฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้าและการลงทุน จึงเป็นที่มาของหลักการ &amp;ldquo;หนึ่งประเทศสองระบบ&amp;rdquo; ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงนี้รัฐบาลกลางของจีนเคารพในการใช้ระบบทุนนิยมของฮ่องกงต่อไปอีก 50 ปี แต่ในเรื่องต่างประเทศและการทหารเป็นเรื่องของรัฐบาลกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจึงมีตัวแทนของรัฐบาลกลางด้านต่างประเทศและทหารที่ฮ่องกง&amp;rdquo; ท่านทูตเล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และความมั่นคงก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกลาง แต่รายละเอียดของการบริหารด้านความมั่นคง รัฐบาลกลางมอบให้คนฮ่องกงจัดการเองมาตลอด...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตบอกว่าคงมีคนอยู่เบื้องหลังคนฮ่องกงที่ไปปลุกระดมต่อต้านกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือข้อตกลงของสภาประชาชนแห่งชาติครั้งนี้ และอีกด้านหนึ่งคือกฎหมายฉบับใหม่ที่กำลังจะร่าง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกัน, ปราบปรามและหยุดยั้งกิจกรรมที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรง เช่น การกบฏหรือแบ่งแยกดินแดน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตหยางซินยืนยันว่า คนฮ่องกงทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใหม่นี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้แล้ว สิทธิและเสรีภาพของชาวฮ่องกงในการชุมนุม ประท้วง แสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อไม่เปลี่ยนเลย ไม่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ แต่มีคนมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้น่ากลัว คนฮ่องกงจะทำอะไรไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตเล่าว่าผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แคร์รี หล่ำ ได้เขียนข้อความเกี่ยวกับคำกล่าวของเติ้ง เสี่ยวผิง ตอนที่พบกับสมาชิกคณะกรรมการร่างกฎหมายพื้นฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ได้กล่าวไว้เมื่อ 40 กว่าปีก่อนว่า หลังจากฮ่องกงกลับคืนมาจีนแล้ว ถามว่าคนฮ่องกงจะสามารถด่าจีนได้ไหม ท่านเติ้งตอบว่าด่าได้...เป็นเสรีภาพของเขา...แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เป็นขบวนการล้มล้างรัฐบาลกลางเท่านั้นเป็นพอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตยืนยันว่ากฎหมายฉบับใหม่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง 3 ประเด็น คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เรื่องความมั่นคงและการปกป้องอธิปไตย รวมถึงผลประโยชน์ของการพัฒนาของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นโยบายหนึ่งประเทศสองระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นโยบายของรัฐบาลจีนในการต่อต้านการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้ : จีนไม่อยากให้ไทยต้องลำบากใจ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68350</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สงครามฝิ่น, หยางซิน, เติ้ง เสี่ยวผิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.เอนก&#039;ร่ายยาวฮ่องกง: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ประท้วงมาหลายเดือนจะลงเองอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ส.ค.62-ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต โฟสต์ ข้อความผ่าน เพจเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เอนก เหล่าธรรมทัศน์ Anek Laothamatas เรื่อง ฮ่องกง: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามกันมาว่าฮ่องกงที่มีการประท้วงกันมาหลายเดือนนั้นจะลงเอย อย่างไร ? จีนจะปราบปรามแบบ &amp;ldquo;เทียนอันเหมิน&amp;rdquo; ไหม ? ฮ่องกงจะแยกตัวออกจากจีนไหม ? บางคำถามผมตอบได้ บางคำถามตอบไม่ได้ ขอเริ่มตอบว่าฮ่องกงนั้นเป็นรอยแผลแรกที่จักรวรรดิบริเตน หรือ อังกฤษ กรีดลงบนหัวใจคนจีนผู้รักชาติและภูมิใจในอารยธรรมอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮ่องกงนั้นประกอบด้วยสามเขตย่อย คือ เกาะฮ่องกง คาบสมุทรเกาลูน และอาณาบริเวณใหม่หรือ New Territory ที่อยู่เหนือเกาลูนลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะฮ่องกงเสียให้แก่อังกฤษปี 1842 ตรงกับรัชกาลที่ 4 ต้นเหตุมาจากเรื่องฝิ่น คืออังกฤษลักลอบส่งฝิ่น อันเป็นยาเสพติดร้ายแรง จำนวนมหาศาล เข้ามาขายในจีน ซึ่งผิดกฏหมายของจีนอย่างโจ่งแจ้ง อังกฤษซึ่งสอนเรื่องสิทธิมนุษยชนและการเคารพหลักนิติธรรมเอาเข้าจริง ต้องการแต่เงิน ไร้ยางอาย มองไม่เห็นว่าคนจีนที่ติดฝิ่นก็ล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์ และฝรั่งอีกชาติหนึ่ง คืออเมริกา ดินแดนเสรีประชาธิปไตย ก็ส่งฝิ่นจากตุรกีเข้าไปขายในจีนเป็นล่ำเป็นสันเช่นกัน เศรษฐีฝิ่นชาวอเมริกันที่ร่ำรวยมากคนหนึ่งก็คือปู่ทวดของประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี โรสเวลท์ นั่นเอง ตกปี 1839 รัฐบาลจีนทนเห็นคนเรือนล้านของตนติดฝิ่นงอมแงมต่อไปไม่ไหว จับกุมฝรั่งที่ลักลอบนำเข้าฝิ่น หรือขายฝิ่น อย่างเด็ดขาด เผาทำลายฝิ่นทิ้งมหาศาล เป็นเหตุนำมาสู่สงครามฝิ่นที่รบเกือบสามปี จบลงในปี 1842 ด้วยความพ่ายแพ้อย่างน่าอดสูของฝ่ายจีน หลังสงครามฝิ่นก็ยังนำเข้าและขายได้ต่อไป แถมจีนยังต้องยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษ และต้องยอมเปิดเมืองท่าให้ตะวันตกค้าอย่างเสรี ยอมทำสนธิสัญญาไม่เสมอภาค อธิบายได้ว่า คนอังกฤษหรือบริเตนที่ทำผิดในประเทศจีน จากนี้ไปไม่ต้องชำระความด้วยกฏหมายจีน ไม่ต้องไปขึ้นศาลจีน ซึ่งก็คล้ายกับสนธิสัญญาบาวริ่งที่อังกฤษบีบให้สยามเซ็นในปี 1885 ที่น่าสนใจคือ ก็เซอร์จอห์น บาวริ่ง ผู้ที่มาเซ็นกับสยามนั้น คือข้าหลวงเกาะฮ่องกงของบริเตนนั่นแหละ เราจึงเซ็นสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับฝรั่งหลังจีนราวสี่สิบปีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในปี 1860 จีนที่อ่อนปวกเปียกก็ถูกอังกฤษยึดเกาลูนไปรวมกับเกาะฮ่องกง และ ในปี 1898 ตรงกับรัชกาลที่ 5 จีนที่ยังตกต่ำลงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรมาหยุดยั้งไว้ได้ ก็จำต้องยก New Territory ให้กับอังกฤษไปอีก ตะวันตกทั้งหลายรุมกระหน่ำ &amp;ldquo;กินโต๊ะ&amp;rdquo; ประเทศเจียนอยู่เจียนไป ถูกยึดดินแดนนั้น เสียดินแดนนี้ ไปเรื่อยๆ และ ที่สำคัญที่สุด ตั้งแต่ ปี 1937 ญี่ปุ่น ชาติซึ่งเคยรับเอาศาสนาและอารยธรรมมาจากจีนมาเป็นพันปี ก็ก่อสงครามใหญ่และเข้ายึดดินแดนฝั่งตะวันออกของจีนไว้ได้หมด หากไม่มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นอย่างไม่มีวันยอมจำนน และรวมประเทศได้สำเร็จเมื่อปี 2492 ป่านนี้ฮ่องกงก็อาจตกเป็นของญี่ปุ่นหรือยังคงเป็นอาณานิคมของอังกฤษอยู่ คนฮ่องกงนั้นไม่เคยมีสิทธิในการเลือกตั้งตลอดเวลาอันยาวนานที่ฝรั่งปกครอง และ ผู้ว่าราชการ หรือข้าหลวงใหญ่ที่ปกครองฮ่องกงนั้น ส่งมาจากลอนดอนโดยไม่ต้องไถ่ถามว่าคนพื้นที่นั้นรู้จักไหม ชอบไหม รับได้ไหม การจลาจลหรือประท้วงหากเกิดขึ้น ก็จะถูกตำรวจอาณานิคมจัดการอย่างรวดเร็ว และบางครั้ง อย่างรุนแรง เสียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าแปลกใจที่ผู้ประท้วงรุ่นหนุ่มสาวในเวลานี้ ดูเหมือนจะไม่รู้ ไม่ซึมซับเอาเสียเลยว่าการเกิดขึ้นของอาณานิคมฮ่องกงนั้นคือความอัปยศของชาติจีน ยิ่งกว่านั้น พวกเขายกย่องบูชาความคิดและสถาบันของฝรั่งไม่ว่าอังกฤษหรืออเมริกา โดยไม่จำอดีตอันละโมภ ก้าวร้าว หยามเหยียด ของพวกเขา เสียเลย ความคิดฝรั่งนั้นว่าไปก็เหมือนกับเหรียญสองด้าน นี่ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ซึ่งเป็นด้านลบ และผมไม่แน่ใจว่าด้านไหนใหญ่กว่าด้านไหน ด้านไหนจริงกว่าด้านไหน และ ด้านไหนกำหนดด้านไหนกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตอบได้อย่างแน่ใจว่า จีนจะไม่มีวันยอมให้ใครก็ตาม ทำการนานสักเพียงใด ใช้วิธีการสุดพิศดารจะปานใด มาชักนำฮ่องกงให้แยกตัวออกไปเป็นอันขาด อย่าลืมว่าคนจีนจำนวนหลายล้านคนทั่วประเทศ ได้หลั่งเลือดพลีชีพตั้งแต่ปี 1911 จนถึง 1949 และ หลังจากนั้น ก็ยังทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างจนถึงปี 1984 จึงได้เห็นวันเวลาที่ฮ่องกงจะหวลคืนมา และต้องย้ำว่า ก็ด้วยความเพียรพยายามของเติ้งเสี่ยวผิงเป็นพิเศษนั่นเอง ที่ ทำให้อังกฤษต้องยอมคืนฮ่องกงทั้งสามเขตให้กลับสู่มาตุภูมิในปี 1997 ซึ่งเติ้งเสี่ยวผิงนั้นอยากอยู่จนได้เห็นฮ่องกงกลับคืนมา น่าเสียดาย ท่านถึงแก่อสัญกรรมไม่กี่เดือนก่อนที่ธงยูเนียนแจ๊คของบริเตนจะถูกเชิญลง และ ธงห้าดาวของจีนจะถูกเชิญขึ้นไปแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย ผมไม่อาจบอกได้ครับว่าจีนจะใช้หรือไม่ใช้ความรุนแรงมาสยบการประท้วงและการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจีนจะไม่ส่งกองทัพเข้ามาฮ่องกง จะไม่ใช้ความรุนแรงแบบ &amp;rdquo;เทียนอันเหมิน&amp;rdquo; มาเป็นคำตอบ บางครั้ง ความยืดเยื้อ ความอดกลั้น อาจจะเป็นการปูทางลงให้การเคลื่อนไหวยุติได้ หวังว่าจีนจะรอบคอบ ทำอะไรที่ควรทำ และไม่ทำอะไรที่ไม่ควรทำ ส่วนตัวแล้วผมอยากเห็นฮ่องกงกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีของคนไทยและคนทั้งโลกต่อไป ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ม็อบฮ่องกง, สงครามฝิ่น, เติ้ง เสียว ผิง, เทียนอันเหมิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab71958661c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
