<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ปัดร่วมมือศาลไอซีซีสอบสงครามยาเสพติดฆ่าตายเป็นเบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทนายความของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยืนยันผู้นำฟิลิปปินส์จะไม่ให้ความร่วมมือกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่เปิดการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อการทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ที่เชื่อว่าอาจมีคนเสียชีวิตถึง 30,000 ราย และอาจเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากทนายความของประธานาธิบดีดูเตร์เตมีออกมาภายหลังคณะตุลาการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในกรุงเฮก เห็นชอบเมื่อวันพุธที่ 15 กันยายน ให้มีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อสงครามยาเสพติดของรัฐบาลดูเตร์เต ที่ไอซีซีระบุว่าคล้ายกับการโจมตีพลเรือนอย่างผิดกฎหมายและเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัลวาดอร์ ปาเนโล หัวหน้าที่ปรึกษาด้านกฎหมายของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวกับสถานีวิทยุ DZBB ยืนยันว่า ดูเตร์เตจะไม่ให้ความร่วมมือกับไอซีซี เพราะฟิลิปปินส์ถอนตัวจากภาคีธรรมนูญกรุงโรมแล้ว ไอซีซีจึงไม่มีอำนาจศาลในฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้สมาชิกของไอซีซีรายใดเข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูลและหลักฐานที่ฟิลิปปินส์ พวกเขาจะถูกห้ามเข้าประเทศ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปาเนโลเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีดูเตร์เตนำฟิลิปปินส์ถอนตัวออกจากภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศหลังจากศาลนี้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ แต่ไอซีซียืนกรานว่า ไอซีซีมีอำนาจศาลในการพิจารณาคดีอาญาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นรัฐภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ด้วยคำมั่นระหว่างการหาเสียงว่าจะกำจัดปัญหายาเสพติดในฟิลิปปินส์ เขาออกคำสั่งอย่างเปิดเผยให้ตำรวจฆ่าผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดได้ หากชีวิตของเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการฟิลิปปินส์ล่าสุดระบุว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 6,181 คนในปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดมากกว่า 200,000 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 แต่ในเอกสารที่อัยการของไอซีซียื่นต่อศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ประเมินไว้ว่า มีคนเสียชีวิตในสงครามยาเสพติด 12,000-30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ผู้นี้กล่าวโจมตีศาลอาชญากรรมสงครามถาวรที่มีอยู่เพียงศาลเดียวของโลกครั้งแล้วครั้งเล่า และประกาศกร้าวว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของศาลแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ดูเตร์เตไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อคำประกาศของไอซีซี เพราะเขาเคยกล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ยอมตายดีกว่าเผชิญหน้ากับผู้พิพากษาต่างชาติ หากมีการร้องเรียน ก็ต้องให้ศาลฟิลิปปินส์ตัดสิน เพราะศาลของฟิลิปปินส์ยังทำงานได้ และศาลไอซีซีไม่มีอำนาจศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อต้นปีนี้ ผู้พิพากษาระดับสูงของฟิลิปปินส์เคยตัดสินว่า ไอซีซีสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำการของรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมในช่วงเวลาก่อนหน้าที่ฟิลิปปินส์จะถอนตัวจากภาคีกรุงโรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสงครามยาเสพติด การสอบสวนของไอซีซียังจะครอบคลุมข้อกล่าวหาการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรมที่เขตดาเวา ระหว่างปี 2554-2559 สมัยที่ดูเตร์เตเป็นนายกเทศมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม ดูเตร์เตประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปีหน้า เนื่องจากรัฐธรรมนูญจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้สมัยเดียว นักวิจารณ์กล่าวกันว่า ดูเตร์เตกังวลว่าอาจโดนตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญา แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงว่ารองประธานาธิบดีจะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, สงครามยาเสพติด, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e8b9a0bfb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ยันไม่ให้ความร่วมมือศาลไอซีซีสอบสวนสงครามยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์จะไม่ให้ความร่วมมือกับศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในการสอบสวนสงครามยาเสพติดของเขา ที่ถูกระบุว่าคร่าชีวิตคนหลายพันหรืออาจถึงหลายหมื่น โดยยืนกรานเมื่อวันอังคารว่าไอซีซีไม่มีอำนาจศาลในฟิลิปปินส์ ซึ่งถอนตัวออกมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน กล่าวว่า คำประกาศเปิดการสอบสวนการทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์โดยฟาตู เบนซูดา อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หรือ 1 วันก่อนหน้าที่เธอจะพ้นจากตำแหน่ง ระบุว่าอัยการไอซีซีได้ร้องขอต่อศาลอาชญากรรมสงครามถาวรเพียงแห่งเดียวของโลกแห่งนี้ ให้อำนาจการสอบสวนคำกล่าวหาว่าตำรวจฟิลิปปินส์ฆ่าพลเรือนหลายพันหรืออาจหลายหมื่นคนอย่างผิดกฎหมาย ระหว่างปี 2559-2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อปี 2559 ด้วยคำมั่นสัญญาระหว่างการหาเสียงว่าจะกำจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศ เขาออกคำสั่งอย่างเปิดเผยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฆ่าผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดได้หากชีวิตของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงเมื่อวันอังคาร แฮร์รี โรเก โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีดูเตร์เตจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของไอซีซีจนกว่าเขาจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เขายังย้ำเหตุผลเดิมด้วยว่า ไอซีซีไม่มีอำนาจตัดสินคดีในฟิลิปปินส์เพราะฟิลิปปินส์ถอนตัวจากตุลาการระหว่างประเทศแห่งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ฟิลิปปินส์ถอนตัวจากไอซีซีเมื่อปี 2562 ภายหลังศาลแห่งนี้เปิดการตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ แต่เบนซูดากล่าวว่า ไอซีซียังคงสามารถสอบสวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นระหว่างที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นสมาชิกของไอซีซีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนซูดากล่าวว่า ข้อมูลที่มีบ่งชี้ว่า สมาชิกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ และบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมการกระทำกับพวกเขา ได้สังหารพลเรือนหลายพันคนถึงหลายหมื่นคนอย่างผิดกฎหมายภายในช่วงเวลาที่สอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเกปฏิเสธคำกล่าวของอัยการผู้นี้ โดยบอกว่า การกล่าวว่าระบบยุติธรรมของประเทศนี้ใช้การไม่ได้นั้นถือเป็นการดูถูกชาวฟิลิปปินส์ทุกคน &amp;quot;เราจะถูกเปรียบเทียบกับประเทศอย่างดาร์ฟูร์ พื้นที่ที่ไม่มีรัฐบาลทำงานอยู่ ซึ่งไม่ถูกต้อง&amp;quot; เขาย้อน &amp;quot;หากมีการฆ่าเกิดขึ้น ก็เป็นการใช้ความรุนแรงและใช้กำลังอย่างเหมาะสม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามยาเสพติดเป็นความริเริ่มด้านนโยบายสร้างชื่อของดูเตร์เต เขาปกป้องนโยบายนี้อย่างดุดัน โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์จากพวกผู้นำและสถาบันตะวันตกที่เขาบอกว่าไม่มีความใส่ใจฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการระบุว่า มีคนโดนฆ่าตายมากกว่า 6,000 คนในปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดมากกว่า 200,000 ครั้งนับแต่เดือนกรกฎาคม 2559 แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนประเมินกันว่าจำนวนผู้ที่โดนฆ่าตายมากกว่าตัวเลขนี้หลายเท่า ผู้ต้องสงสัยหลายรายถูกขึ้นบัญชีเฝ้าจับตายาเสพติดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และถูกตำรวจบุกตรวจค้นบ้าน อันนำไปสู่สถานการณ์ที่บางครั้งจบลงด้วยการโดนเจ้าหน้าที่ยิงตายโดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต, ฟาตู เบนซูดา, ฟิลิปปินส์, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, สงครามยาเสพติด, อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8726aea7b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธน.คู่ปรับ &#039;ดูเตร์เต&#039; รับข้อเสนอร่วมคุมสงครามยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แถลงยอมรับข้อเสนอของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่ต้องการให้เธอดำรงตำแหน่งประธานร่วมในสงครามปราบปรามยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รองประธานาธิบดีเลนี โรเบรโด และประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ร่วมพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 / Twitter @lenirobredo&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีดูเตร์เตเสนอให้โรเบรโดรับตำแหน่งประธานร่วมของคณะกรรมการรับผิดชอบในการควบคุมการปราบปรามยาเสพติด แม้ที่ผ่านมารองประธานาธิบดีผู้นี้ ซึ่งชนะการเลือกตั้งแยกต่างหากจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี มักจะวิจารณ์สงครามยาเสพติดตามนโยบายของดูเตร์เต ที่คร่าชีวิตคนแล้วกว่า 5,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบรโดแถลงเมื่อวันพุธที่ 6 พฤศจิกายนว่า แม้จะรู้สึกสงสัยต่อแรงจูงใจที่ดูเตร์เตเสนอให้เธอรับตำแหน่งนี้ แต่เธอก็พร้อมรับตำแหน่ง เพราะต้องการเข้ามาแก้ไขการปราบปรามยาเสพติดที่เป็นอยู่ เพื่อหยุดการสังหารผู้บริสุทธิ์และนำเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าประธานาธิบดีคิดว่าเมื่อเธอรับตำแหน่งนี้แล้วจะนิ่งเงียบ เขาคิดผิดแล้ว การรับตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรต้องเสียถ้าได้ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างน้อยหนึ่งราย หลักการและหัวใจของเธอบอกว่าควรจะลองดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายวิจารณ์ดูเตร์เตตั้งข้อสงสัยที่ดูเตร์เตเสนอตำแหน่งนี้ให้รองประธานาธิบดี ส.ว.ลิลา เด ลิมา บอกว่าเป็นกับดักโง่ๆ ของดูเตร์เตที่ต้องการสร้างเรื่อง เพื่อโยนข้อกล่าวหาของความล้มเหลวในการปราบปรามยาเสพติดไปให้ใครสักคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ว.โรนัลด์ เดลา โรซา อดีตตำรวจที่เคยเป็นผู้บัญชาการสงครามยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า ถึงเวลาที่โรเบรโดจะได้ฉายแสง เขาจะภาวนาให้เธอประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัลวาดอร์ ปาเนโร โฆษกของดูเตร์เตออกมาปฏิเสธเมื่อวันอังคารว่าการเสนอตำแหน่งนี้ให้รองประธานาธิบดีไม่ได้เป็นความพยายามลากโรเบรโดมาติดหล่มสงครามยาเสพติด แต่เป็นโอกาสที่เธอจะได้แสดงผลงาน เหมือนเป็นบันไดสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49711</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, รองประธานาธิบดี, สงครามยาเสพติด, เลนี โรเบรโด, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2cc91f279f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุนฆ่าหมู่อเมริกัน 9 ศพ &#039;ทรัมป์&#039; ยุเม็กซิโกเปิดศึกแก๊งค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ความช่วยเหลือทางการเม็กซิโกตามล่าฆาตกรที่ฆ่าหมู่หญิงและเด็กชาวอเมริกันที่นับถือนิกายมอร์มอน 9 ศพเมื่อวันจันทร์ ระบุสหรัฐพร้อมสนับสนุนเม็กซิโกทำ &amp;quot;สงคราม&amp;quot; กับแก๊งค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกครอบครัวเลอบารอนดูสภาพซากรถไหม้เกรียม ภายหลังโดนซุ่มโจมตีในเมืองบาวิสเปของเม็กซิโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีโหดร้ายสร้างความสะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนชนบทระหว่างรัฐโซโนราและรัฐชีวาวาของเม็กซิโกซึ่งมีชายแดนติดกับสหรัฐ กลุ่มมือปืนซุ่มโจมตีขบวนรถของสมาชิกในครอบครัวเลอบารอน ที่เป็นตระกูลชาวมอร์มอนอพยพจากสหรัฐมาตั้งถิ่นฐานในเม็กซิโกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 มีผู้หญิง 3 คน และเด็ก 6 คน ที่รวมถึงคู่แฝด ถูกกราดยิงเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด รถยนต์ของพวกเขาเต็มไปด้วยรูกระสุน คันหนึ่งมีสภาพไหม้เกรียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีเด็กบาดเจ็บ 6 ราย โดย 2 รายอาการสาหัส คนหนึ่งอายุ 3 เดือนถูกพบบาดเจ็บโดยร่างของแม่เด็กนอนทับอยู่ เด็กหลายคนที่รอดชีวิตเดินเท้าหลายกิโลเมตรเพื่อขอความช่วยเหลือ คนหนึ่งอายุ 8 ขวบสูญหาย 24 ชั่วโมงจนมีชาวบ้านพบห่างไปหลายกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลฟองโซ ดูราโซ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงของเม็กซิโก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ครอบครัวนี้น่าจะตกเป็นเป้าหมายด้วยความเข้าใจผิด หรือไม่ก็หลุดเข้าไปในการต่อสู้ระหว่างแก๊งคู่อริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตว่า หากเม็กซิโกต้องการหรือร้องขอความช่วยเหลือเพื่อกวาดล้างปิศาจพวกนี้ สหรัฐก็พร้อม, เต็มใจ และสามารถ เข้าไปช่วยและสามารถทำงานนี้ได้อย่างรวดเร็วและเห็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยกย่องประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโกด้วย ที่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับการค้ายาเสพติดเป็นอันดับแรก แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่า พวกแก๊งค้ายาเหล่านี้ใหญ่โตและทรงอิทธิพลมากเหลือเกินจนถึงขั้นที่ต้องใช้กองทัพเพื่อโค่นกองทัพ &amp;quot;นี่เป็นเวลาที่เม็กซิโก ด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐ จะต้องเปิดสงครามกับแก๊งค้ายาและกวาดล้างพวกนี้ให้หมดไปจนปฐพี&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโอบราดอร์กล่าวว่า เขายอมรับความร่วมมือที่จำเป็นทุกด้านจากสหรัฐ เพื่อคืนความยุติธรรมแก่เหยื่อเหล่านี้ ซึ่งอาศัยอยู่ในแผ่นดินเม็กซิโกโดยถือสองสัญชาติ แต่ผู้นำประชานิยมฝ่ายซ้ายซึ่งประกาศยุติสงครามยาเสพติดไปแล้ว บอกว่าเขาไม่คิดจะทำสงครามครั้งใหม่อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49708</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ศพ, ฆ่าหมู่อเมริกัน, มอร์มอน, สงครามยาเสพติด, เม็กซิโก, แก๊งค้ายา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2cc5fb7ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.ฟิลิปปินส์ลาออก เซ่นครหา &#039;ยาของกลาง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสการ์ อัลบายัลเด ผู้บัญชาการตำรวจฟิลิปปินส์ที่ดูแลสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ ภายหลังถูกกล่าวหาปกป้องลูกน้องที่นำยาเสพติดของกลางที่ยึดได้ออกขายต่อในตลาดมืดเมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต (ขวา) ตรวจกำลังพลตำรวจ พร้อมกับออสการ์ อัลบายัลเด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่ออสการ์ อัลบายัลเด&amp;nbsp; ถูกกล่าวหานั้นจะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนหน้าที่เขาจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่เรื่องอื้อฉาวนี้ก็ทำให้การทำสงครามยาเสพติดที่เป็นผลงานชิ้นเอกของดูเตร์เตนับแต่กลางปี 2559 ตกเป็นเป้าวิจารณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกของอัลบายัลเดเป็นผลต่อเนื่องจากการไต่สวนของวุฒิสภาไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ที่อดีตตำรวจ 2 คนกล่าวหาเขาว่าพัวพันปฏิบัติการจับยาเสพติดที่จังหวัดปัมปังกาเมื่อปี 2556 ที่อัลบายันเดเป็นผู้บังคับการ ครั้งนั้นตำรวจ 13 นายถูกกล่าวหาว่าขโมยยาของกลางที่ยึดไว้ได้ประมาณ 160 กิโลกรัม ไปขายต่อในตลาดมืด อดีตตำรวจคนหนึ่งกล่าวว่า อัลบายัลเดปกป้องตำรวจเหล่านี้ไม่ให้ถูกลงโทษไล่ออก ขณะที่อีกคนกล่าวหาว่าเขาได้เงินจากการขายยาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมอัลบายัลเด ซึ่งรับตำแหน่งนี้เมื่อเดือนเมษายน 2561 และจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 8 กันยายนนี้ ปฏิเสธคำกล่าวหาและยืนกรานไม่ลาออก แต่เมื่อวันจันทร์ เขาแถลงว่าการไต่สวนของวุฒิสภาและข้อเท็จจริงที่ว่าเขาถูกกล่าวหาพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวนี้ ทำให้เขาตัดสินใจลาออกเพื่อเปิดทางให้คนใหม่มารับตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลบายัลเดเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฟิลิปปินส์คนที่ 2 ในยุคของดูเตร์เตที่เปิดสงครามต่อต้านยาเสพติดอย่างนองเลือด ข้อมูลของตำรวจระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดโดนวิสามัญฆาตกรรมมากกว่า 6,700 คน เพราะขัดขืนการจับกุม แต่ยังมีคดีฆาตกรรมลึกลับอีกหลายพันรายที่ตำรวจอ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง นักวิจารณ์กล่าวกันด้วยว่าผู้ตายเป็นพ่อค้าและผู้ใช้ ในขณะที่พวกคนรวยและทรงอิทธิพล ตำรวจกลับไม่แตะต้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ฟิลิปปินส์, ยาของกลาง, ลาออก, สงครามยาเสพติด, ออสการ์ อัลบายัลเด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da466667350a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ถอนตัวจากศาลไอซีซีอย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ของฟิลิปปินส์มีผลอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 หรือ 1 ปีนับแต่รัฐบาลฟิลิปปินส์แจ้งถอนตัว เนื่องจากไม่พอใจที่ศาลแห่งนี้สอบสวนการฆ่าผิดกฎหมายในสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 ว่า ตามกฎของศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ การถอนตัวจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการภายใน 1 ปีนับแต่ฟิลิปปินส์แจ้งต่อองค์การสหประชาชาติว่าจะถอนตัวออกจากไอซีซี ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2545 และเป็นเพียงศาลเดียวในโลกที่ดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม การถอนตัวทำให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ 2 ต่อจากบุรุนดีเมื่อปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอริ คาเนโกะ โฆษกของยูเอ็น บอกกับเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า เลขาธิการยูเอ็นได้แจ้งประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วว่าการถอนตัวของฟิลิปปินส์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มีนาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์ตัดสินใจถอนตัวจากไอซีซีภายหลังศาลแห่งนี้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นเมื่อปี 2561 กรณีการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต ที่ทำให้มีผู้ต้องสงสัยถูกฆ่าตายหลายพันราย อย่างไรก็ดี ซัลวาดอร์ ปาเนโล โฆษกของดูเตร์เตอ้างว่า ฟิลิปปินส์ไม่เคยเข้าร่วมเป็นภาคีในธรรมนูญกรุงโรมที่วางรากฐานการดำเนินงานของศาลนี้ ซึ่งเท่ากับฟิลิปปินส์ไม่เคยให้การรับรองศาลนี้อย่างเป็นทางการเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศาลแห่งนี้กล่าวกันว่า การสอบสวนเบื้องต้นโดยฟาตู เบนซูดา อัยการไอซีซี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ถึงความเป็นไปได้ที่สงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์จะถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ นั้นจะเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎของไอซีซี คดีที่ถูกพิจารณาก่อนที่ชาติสมาชิกจะถอนตัวนั้นยังถือว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลแห่งนี้ กระนั้น ดูเตร์เตก็เคยยืนยันไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลของเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับไอซีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ภายหลังฟิลิปปินส์ถอนตัวจากไอซีซี คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติก็ควรเข้ามาสอบสวนการฆาตกรรมในสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเริ่มกวาดล้างยาเสพติดเมื่อกลางปี 2559 ตำรวจฟิลิปปินส์เผยว่า มีผู้ค้าหรือคนส่งยาที่ขัดขืนการจับกุมโดนวิสามัญฆาตกรรม 5,176 ราย แต่กลุ่มสิทธิระบุว่าตัวเลขจริงมากกว่านั้นอย่างน้อย 3 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัว, ฟิลิปปินส์, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, สงครามยาเสพติด, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8e57bb513b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 40 ปี ตำรวจปินส์ 3 นาย โหนสงครามยาเสพติดฆ่าเด็กวัย 17 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฟิลิปปินส์ตัดสินลงโทษตำรวจ 3 นาย รายละไม่ต่ำกว่า 40 ปี ฐานฆ่านักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปี โดยอ้างปราบปรามนักค้าระหว่างปฏิบัติการสงครามยาเสพติด แต่หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชี้ชัดตำรวจเจตนาฆ่าแล้วยัดปืนใส่มือเด็กหนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฟิลิปปินส์ชูภาพของคีอัน เดโลส ซานโตส ขณะร่วมประท้วงด้านนอกโรงพักต้นสังกัดของตำรวจ 3 นายนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ว่า คำพิพากษาของศาลเมืองคาลูกันในวันเดียวกันนี้เป็นคดีแรกที่เกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมระหว่างสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่ดำเนินมายาวนาน 29 เดือน และมีผู้ต้องสงสัยโดนตำรวจฆ่าตายแล้วเกือบ 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยประกาศไว้ว่า เขาจะอภัยโทษให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด แต่เหตุการณ์สังหารคีอัน เดลอส ซานโตส เด็กวัย 17 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ทำให้แม้แต่ดูเตร์เตก็กล่าวประณามและสั่งห้ามตำรวจเข้ายุ่งเกี่ยวกับการทำสงครามยาเสพติดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอ้างในเวลานั้นว่า ซานโตสเป็นเด็กเดินยาที่ยิงใส่ตำรวจระหว่างขัดขืนการจับกุม ทำให้ตำรวจต้องป้องกันตัว ศพของเขาถูกพบในตรอกมืดมิดสกปรกในกรุงมะนิลาโดยมือซ้ายถือปืน แต่ครอบครัวของซานโตสปฏิเสธคำกล่าวอ้างของตำรวจ นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดยังฟ้องว่าตำรวจเหล่านี้พาเด็กคนหนึ่งที่รูปร่างท่าทางเหมือนกับซานโตสเข้าไปในตรอกนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ให้การต่อศาลไว้ด้วยว่า ก่อนโดนยิงตาย เด็กชายคุกเข่าใช้สองมือป้องศีรษะและร้องขอชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมซานโตส (สวมเสื้อเหลือง) ถูกคุมตัวออกจากศาลเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาโรลดอลโฟ อาซูเซนา กล่าวว่า ทัศนคติที่ว่ายิงก่อน คิดทีหลัง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมศิวิไลซ์ การฆ่าคนหรือการฆาตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของผู้พิทักษ์กฎหมาย และความสงบสุขของประชาชนมิอาจตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสูญเสียชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของซานโตสพากันหลั่งน้ำตาเมื่อได้ยินคำตัดสินของศาลว่า ตำรวจ 3 นายนี้มีความผิดฐานฆาตกรรม และลงโทษจำคุกตำรวจ 3 นายนี้ คนละ 40 ปี ลอเรนซา แม่ของเขาซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านในต่างแดน กล่าวว่า เธอดีใจมาก เพราะคำตัดสินนี้พิสูจน์ว่าลูกชายของเธอบริสุทธิ์และไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซัลวาดอร์ ปาเนโล โฆษกของดูเตร์เตยินดีกับคำตัดสินนี้ และว่าคดีนี้เป็นการเจตนาฆ่า ซึ่งดูเตร์เตไม่ยอมให้เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรมวัยรุ่น, ตำรวจฟิลิปปินส์, ฟิลิปปินส์, วิสามัญฆาตกรรม, สงครามยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bfff90c46d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
