<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาผ่านมติสกัด &#039;ทรัมป์&#039; เปิดสงครามอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.รีพับลิกัน 8 รายแตกแถวลงมติร่วมกับเดโมแครตเมื่อวันพฤหัสบดี ผ่านข้อมติจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศสงครามเชิงรุกกับอิหร่าน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทรัมป์อนุมัติส่งโดรนสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่านจนสถานการณ์เกือบบานปลายเป็นสงคราม แต่เชื่อว่าทรัมป์จะวีโตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ แถลงข่าวร่วมกับ ส.ว.ทิม เคน จากพรรคเดโมแครต ภายหลังวุฒิสภาโหวตผ่านข้อมติอำนาจการทำสงครามอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันทั้ง 8 รายที่แตกแถวนี้ล้วนเคยลงมติว่าทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน แต่ในการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี พวกเขากลับลงคะแนนเห็นชอบญัตติของ ส.ว.เดโมแครต ทำให้ญัตตินี้ผ่านเสียงข้างมากได้ด้วยคะแนน 55 เสียง ต่อ 45 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติฉบับนี้จะห้ามการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน เว้นแต่สภาคองเกรสจะลงมติให้ประกาศสงครามหรือให้ความเห็นชอบอำนาจพิเศษในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อย กล่าวภายหลังการลงมติว่า วุฒิสภาเพิ่งส่งสารชัดเจนถึงทรัมป์ว่า ส.ว.เสียงส่วนใหญ่จากทั้งสองพรรคไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีทำสงครามโดยปราศจากความเห็นชอบของคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากต่อไป เพื่อให้ลงมติ เดือนที่แล้วสภาล่างก็เคยผ่านข้อมติลักษณะเดียวกันแต่ด้วยคะแนนที่ไม่ถึง 2 ใน 3 โดยมีความเป็นไปได้ที่ข้อมติของสภาสูงฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนหลังจากนั้นคือการส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม แต่เชื่อแน่ว่าทรัมป์จะใช้อำนาจยับยั้ง ในแบบเดียวกับที่เขาเคยวีโตความพยายามของคองเกรสก่อนหน้านี้ ที่ต้องการบีบให้รัฐบาลยุติการสนับสนุนปฏิบัติการเชิงรุกของซาอุดีอาระเบียในเยเมน ซึ่งคองเกรสก็ไม่มีเสียงมากพอถึง 2 ใน 3 เพื่อหักล้างการวีโตของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงสหรัฐและอิรักว่า ช่วงเวลาไม่นานก่อนการลงมติที่กรุงวอชิงตันนั้น มีจรวดลูกหนึ่งโจมตีฐานทัพในอิรักที่มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับแต่จรวดโจมตีฐานทัพแห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ฆ่าทหารสัญญาจ้างชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 ราย ยังไม่มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตในการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตายของทหารสัญญาจ้างอเมริกันรายนี้จุดชนวนวิกฤติที่บานปลายในเวลาต่อมา เมื่อทรัมป์สั่งให้ส่งโดรนยิงจรวดโจมตีใกล้สนามบินแบกแดด สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 มกราคม อันนำไปสู่การตอบโต้ของอิหร่านด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการ เมื่อวันที่ 8 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม เคน ส.ว.เดโมแครต เป็นผู้เสนอญัตตินี้ภายหลังการสังหารสุไลมานี ด้วยความกังวลว่าสหรัฐจะกระโจนเข้าสู่สงครามตะวันออกกลางอีกรอบ โดยที่รัฐบาลไม่ถามความเห็นของสภาคองเกรส เคนอภิปรายในสภาว่า วัตถุประสงค์หลักของเขาคือการกู้คืนอำนาจของคองเกรสในการประกาศสงคราม ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงครามเชิงรุกต้องผ่านการอภิปรายและการลงมติของสภาคองเกรส นี่ไม่ควรเป็นญัตติที่ต้องมาถกเถียงกัน&amp;quot; เคนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อมตินี้มีข้อยกเว้นไว้ด้วยสำหรับกรณีที่สหรัฐต้องป้องกันตนเองจากการกระทำในภาวะจวนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคนยอมรับด้วยว่า แม้ต่อให้คองเกรสไม่สามารถหักล้างการวีโตของทรัมป์ แต่ผู้สนับสนุนข้อมตินี้หวังว่า มติของคองเกรสจะสามารถโน้มน้าวทรัมป์ได้หากเขาจะดำเนินการทางทหารอีกในอนาคต อย่างน้อยแม้จะไม่แยแสวุฒิสภา แต่ทรัมป์ก็น่าจะใส่ใจความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ ทหารผ่านศึกอิรัก จากพรรคเดโมแครต กล่าววิจารณ์ความมุทะลุของทรัมป์อย่างตรงไปตรงมากับผู้สื่อข่าวว่า ลูกของเธอวัย 21 เดือนยังรู้จักควบคุมตนเองได้ดีกว่าประธานาธิบดีคนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านข้อมติ, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, สงครามอิหร่าน, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e46afeb256a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐมีมติจำกัดอำนาจ &#039;ทรัมป์&#039; ทำสงครามอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตกุมเสียงข้างมากผ่านมติเห็นพ้องเมื่อวันพฤหัสบดี ที่จะจำกัดอำนาจของประธานาธิบโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเปิดปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน หลังจากทรัมป์อนุมัติปฏิบัติการลอบฆ่านายพลอิหร่านทำทั่วโลกหวาดหวั่นลุกลามเป็นสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงสวมหน้ากากประธานาธิบดีทรัมป์ยืนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่านที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อมติเห็นพ้องนี้ผ่านมติเห็นชอบ 224 เสียง ต่อเสียงคัดค้าน 194 เสียง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันโหวตตามแนวทางของพรรคเกือบทั้งหมด ยกเว้น ส.ส.รีพับลิกัน 3 รายที่ลงมติเห็นด้วยกับข้อมตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมตต์ เกตซ์ ส.ส.รีพับลิกันที่โหวตเห็นชอบ เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์ตัวยง เขากล่าวต่อที่ประชุมว่าข้อมตินี้ไม่ได้วิจารณ์ทรัมป์ แต่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามยาวนานไม่รู้จบในตะวันออกกลางจะเป็นการตัดสินใจที่ผิด หากทหารอเมริกันต้องไปสู้รบและทิ้งชีวิตในสงครามเหล่านี้ คองเกรสก็ควรมีความกล้าที่จะลงมติคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อมติพ้องนี้มีความหมายส่วนใหญ่ในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น และเชื่อว่าคงไม่ผ่านสภาสูงที่รีพับลิกันมีเสียงข้างมากที่ 53 ต่อ 47 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายฉบับนี้อ้างอิงข้อมติว่าด้วยอำนาจในการทำสงคราม ฉบับปี 2516 ที่ห้ามประธานาธิบดีนำประเทศเข้าสู่สงครามโดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ด้วยการ &amp;quot;สั่งให้ประธานาธิบดียุติการใช้กองทัพสหรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเป็นศัตรูหรือต่อต้านอิหร่าน หรือรัฐบาลหรือกองทัพของอิหร่าน&amp;quot; แต่ได้ยกเว้นไว้สำหรับการใช้กำลังทางทหารเพื่อป้องกันหรือต่อต้านการโจมตีคนอเมริกันในระยะจวนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต กล่าวว่า ทรัมป์ต้องทุเลาสถานการณ์และต้องป้องกันไม่ให้ความรุนแรงบานปลาย อเมริกาและโลกไม่อาจปล่อยให้มีสงครามได้แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อตำหนินโยบายต่างประเทศของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ยังคงยืนกรานว่าเขาไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากคองเกรสเพื่อปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน เพราะบางครั้งต้องตัดสินใจในชั่วเสี้ยววินาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54278</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, จำกัดอำนาจทรัมป์, ปฏิบัติการทางทหาร, สงครามอิหร่าน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e188fa916bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
