<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ประกาศเลิกสนับสนุนซาอุฯทำสงครามเยเมน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐครั้งใหญ่ ประกาศ &amp;quot;อเมริกากลับมาแล้ว การทูตก็กลับมาแล้ว&amp;quot; สั่งยุติการสนับสนุนการทำสงครามในเยเมนที่ซาอุดีอาระเบียเป็นแกนนำ&amp;nbsp; อีกทางเปิดรับผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมากจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวเยเมนที่สนับสนุนกบฏฮูตีฉีกธงชาติสหรัฐขณะชุมนุมประท้วงรัฐบาลทรัมป์ที่ด้านนอกสถานทูตอเมริกันในกรุงซานาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน พร้อมกับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายว่ารัฐบาลของเขาจะกลับมาเน้นความสำคัญกับการทูตอีกครั้งหลังจากช่วงเวลา 4 ปีแห่งความโกลาหลในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อเมริกากลับมาแล้ว การทูตก็กลับมาแล้ว&amp;quot; ไบเดนกล่าวต่อบรรดานักการทูตในห้องประชุมที่นั่งกันแบบเว้นระยะห่างทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนทรพจน์หลังจากนั้น ไบเดนกล่าวว่า สหรัฐจะยุติการสนับสนุนทั้งหมด รวมถึงการขายอาวุธที่เกี่ยวข้องกับสงครามในเยเมนของซาอุดีอาระเบีย ที่ &amp;quot;สร้างความหายนะด้านมนุษยธรรมและยุทธศาสตร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังแต่งตั้งทิโมธี เลนเดอร์คิง นักการทูตมากประสบการณ์ เป็นผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเยเมน ที่จะสนับสนุนความพยายามขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อให้บรรลุการหยุดยิงและรื้อฟื้นการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลเยเมนกับกบฏฮูตีที่ควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยเมนไว้ได้ รวมถึงกรุงซานา &amp;quot;สงครามนี้ต้องจบลง&amp;quot; ไบเดนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีของซาอุดีอาระเบียต่อสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐ สำนักข่าวซาอุดีเพรสส์กล่าวว่า รัฐบาลซาอุฯ ยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นกับการหาทางออกทางการเมืองในเยเมน และยินดีกับความมุ่งมั่นของไบเดนที่จะร่วมมือกับซาอุดีอาระเบียเพื่อปกป้องอธิปไตยและต่อต้านภัยคุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อ้างเหตุผลว่าการขายอาวุธช่วยสร้างงานด้านกลาโหมของสหรัฐ มองสงครามเยเมนว่าเป็นหนทางที่จะเอาคืนอิหร่านที่คอยหนุนหลังกบฏฮูตี ในขณะที่ไบเดนสนับสนุนการกลับคืนสู่การทูตและข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่ในสุนทรพจน์ว่าด้วยลำดับความสำคัญด้านต่างประเทศของเขาในครั้งนี้ ไบเดนเพียงกล่าวถึงอิหร่านอ้อมๆ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวด้วยว่า เขาจะทบทวนการกำหนดของทรัมป์ว่ากบฏฮูตีเป็นกลุ่มก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เยเมน ฮามิด อัสเซม เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองอาวุโส แสดงความคาดหวังว่า แผนของไบเดนจะช่วยยุติสงครามเยเมนที่ยาวนาน 6 ปีและทำให้ผู้คนล้มตายนับแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งนอกจากสงครามเยเมน ไบเดนกล่าวว่า สหรัฐจะรับผู้ลี้ภัยมากถึง 125,000 คนในปีงบประมาณปีแรกของรัฐบาลของเขา มากมายกว่าที่ทรัมป์อนุมัติไว้ครั้งสุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่ง ซึ่งอยู่ที่ 15,000 คน ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังสั่งระงับแผนของทรัมป์ที่เตรียมจะลดจำนวนกำลังพลอเมริกันในเยอรมนี ที่เป็นเสาหลักของความมั่นคงของนาโตนับแต่เริ่มสงครามเย็น การตัดสินใจของทรัมป์เรื่องนี้ถูกมองว่าเกี่ยวโยงกับความตึงเครียดระหว่างเขากับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ยินดีต้อนรับผู้อพยพชาวซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ไบเดนยังให้คำมั่นว่าจะคงท่าทีแข็งกร้าวกับจีนต่อไป และจะใช้ท่าทีแข็งกร้าวขึ้นกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียด้วย โดยเขาบอกว่า สหรัฐต้องเผชิญกับช่วงเวลาใหม่ของการเพิ่มขึ้นของลัทธิเผด็จการอำนาจนิยม อันรวมถึงความทะเยอทะยานมากขึ้นของจีนที่จะแข่งกับสหรัฐ และความมุ่งมั่นของรัสเซียที่จะสร้างความเสียหายและสร้างความยุ่งเหยิงต่อระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, รับผู้ลี้ภัย, สงครามเยเมน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d51497d1ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูนิเซฟประณามสงครามเยเมน ฆ่าเด็กแล้ว 2,200 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟออกแถลงการณ์ประณามสถานการณ์สู้รบรุนแรงในเยเมนยาวนาน 3 ปีว่าส่งผลกระทบต่อเด็กๆ จำนวนมาก มีเด็กถูกฆ่าตายแล้วราว 2,200 ราย และอีกมากต้องหิวโหย ถูกบังคับให้จับอาวุธสู้รบ หรือตายเพราะโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แพทย์ตรวจร่างกายเด็กเยเมนที่พลัดถิ่นฐาน เพราะการสู้รบในเมืองโฮเดดา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮนเรียตตา เอช โฟร์ ผู้อำนวยการบริหารขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)&amp;nbsp; แถลงที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2561 ว่าการสู้รบอย่างไม่หยุดหย่อนในเยเมนทำให้ประเทศนี้ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งหายนะ เธอเพิ่งกลับจากภารกิจเดินทางเยือนเยเมน และสิ่งที่เธอได้พบเห็นนั้นคือ สงครามอันดุเดือดยาวนาน 3 ปี ที่เกิดภายหลังความด้อยพัฒนามานานหลายทศวรรษ และความไม่เอาใจใส่ของทั่วโลกที่เรื้อรังมานาน จนสร้างผลกระทบต่อเด็กๆ ในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งภายในเยเมนนับตั้งแต่กองกำลังพันธมิตรภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียเปิดฉากการต่อสู้กับกบฏฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลัง เพื่อกอบกู้รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ตั้งแต่ปี 2558 ได้คร่าชีวิตผู้คนในเยเมนแล้วเกือบ 10,000 คน ตามการประเมินของยูนิเซฟเมื่อวันอังคารนั้น ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 2,200 คน และยังมีเด็กได้รับบาดเจ็บอีก 3,400 คน แต่ตัวเลขนี้เป็นจำนวนที่สามารถตรวจสอบได้เท่านั้น จำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นเพียงผลกระทบส่วนหนึ่งต่อเด็กๆ ที่ต้องทนทุกข์กับสงครามที่เกิดขึ้น ยังมีเด็กอีกหลายล้านคนที่ต้องออกจากโรงเรียน และอีกจำนวนมากถูกบังคับให้ต้องเข้าร่วมการสู้รบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เด็กคนอื่นๆ มีทั้งถูกส่งไปแต่งงาน อดอยาก และตายเพราะโรคติดต่อที่ป้องกันได้ เช่น อหิวาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟร์กล่าวด้วยว่า ความช่วยเหลือมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้คนในเมืองโฮเดดา ที่กองกำลังฝ่ายซาอุฯ กำลังรุกหนักเพื่อขับไล่กบฏฮูตี และทำให้ราคาสินค้าแพงลิ่ว ยูนิเซฟเพิ่งส่งเวชภัณฑ์ 50 ตันไปช่วยเหลือสตรีและเด็กในเมืองนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามนี้และชาติที่มีอิทธิพล ให้การสนับสนุนความพยายามของทูตยูเอ็นในการเจรจาเพื่อยุติการศึกที่เมืองนี้และรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูนิเซฟ, สงครามเยเมน, เยเมน, เฮนเรียตตา โฟร์, โฮเดดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b9bd750458.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
