<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พูดให้รักชาติก็ไม่ได้!&#039;สส.ส้มหวาน&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังติดอยู่ในยุคสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.62-น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kunthida Rungruengkiat - กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ มีเนื้อหาดังนี้
นี่คือพ.ศ.2562 แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ยังคงติดอยู่ในวิธีการเรียนการสอนในยุคสงครามเย็น ที่เน้นเฉพาะความรักชาติ ที่แท้จริงแล้วมีเส้นบางๆระหว่าง &amp;ldquo;คลั่งชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รักชาติ&amp;rdquo;
ในขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังถกเถียงถึงเรื่องพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่ตนเองอยู่ และเป็นพลเมืองของโลก
ที่สามารถเข้าอกเข้าใจวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมกับที่ยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป
ส่วนเรื่องครอบครัวแหว่งกลาง หรือครอบครัวที่ปู่ย่าตายายต้องเป็นผู้เลี้ยงดูหลานนั้นเป็นปัญหารุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยูนิเซฟเคยสำรวจเอาไว้ว่ามีเด็กกลุ่มนี้ถึง 3 ล้านคน
การจะกล่าวโทษว่าครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่เอาแต่เล่นโซเชียลมีเดียนั้นง่าย แต่ไม่ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาภาพใหญ่เลย นั่นคือการย้ายถิ่นออกไปทำงานของพ่อแม่
รัฐบาลมีหน้าที่โดยตรงที่จะรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ แต่กลับมีหัวหน้าคณะทำงานที่ยังไม่สามารถเข้าใจปัญหาพื้นฐานได้เลย เรื่องนี้ถือว่าน่าผิดหวังที่คุณประยุทธ์ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย
อีกทั้งมุมมองเรื่องการดิ้นรนหาชีวิตที่ดีขึ้นเป็นเรื่องเชื่อมโยงกับศีลธรรมอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรมนัก ต้องย้อนถามว่า ถ้าเกิดมาอยู่ในครอบครัวทั้งยากดีมีจน
การอยากมีชีวิตที่มีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำหรือ ดังนั้นการต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นจึงไม่ควรต้องเชื่อมโยงกับความผิดถูกแต่อย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับงานของรัฐที่มีหน้าที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น คุณประยุทธ์กลับไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย
ต้องอย่าลืมว่าในขณะที่ประชาชนมีหน้าที่ในฐานะพลเมือง รัฐก็มีหน้าดูแลและบริหารประเทศให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้อย่างถ้วนหน้าเช่นกัน และหน้าที่นั้นไม่ใช่การสั่งให้ใครท่องจำว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก
แต่คือการเรียนรู้เรื่องสิทธิและความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักหน้าที่ของตนเอง ส่วนนี้ทำโดยการท่องจำไม่ได้ ทำโดยการสั่งไม่ได้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิธีเช่นนี้ไม่ได้ผล สิ่งที่ควรจะเป็นคือการสร้างสิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียนและครอบครัวให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ยกตัวอย่างวิชาหน้าที่พลเมือง ต้องไม่ใช่การชี้ผิดชี้ถูกโดยครูเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่คุณประยุทธ์กำลังทำอยู่ หากแต่ต้องมีทั้งการฝึกวิเคราะห์ ถกเถียง ให้เหตุผล จนเกิดความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักชาติ-คลั่งชาติ, สงครามเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96b3fd7f402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ฉีกสนธิสัญญานิวเคลียร์รัสเซียสมัยสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซียตั้งแต่ยุคสงครามเย็น อ้างรัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้มานานหลายปี ขณะรัสเซียเตือนเป็นก้าวย่างที่อันตรายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัย &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; ที่สนามบินเอลโค เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของรัสเซีย ลงนามกันไว้เมื่อปี 2530&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐเป็นฝ่ายที่ปฏิบัติตามและเคารพข้อตกลงฉบับนี้อยู่ฝ่ายเดียว แต่น่าเสียดายที่รัสเซียไม่เคารพข้อตกลงนี้ ฉะนั้นสหรัฐจะกำจัดข้อตกลงฉบับนี้และจะถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัสเซียละเมิดข้อตกลง พวกเขาละเมิดมันมานานหลายปีดีดัก ผมไม่รู้ว่าทำไมโอบามา&amp;nbsp; (ประธานาธิบดีบารัค โอบามา) จึงไม่เจรจาต่อรองหรือถอนตัว เราจะไม่ยอมให้พวกเขาละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วผลิตอาวุธต่อไป ในขณะที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองเอลโค รัฐเนวาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลของทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่รัสเซียวางกำลังมิสไซล์ 9 เอ็ม 729 ที่สหรัฐระบุว่าสามารถโจมตีได้ไกลกว่า 310 ไมล์ (500 กิโลเมตร) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาฉบับนี้ ซึ่งห้ามการใช้อาวุธมิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 310-3,400 ไมล์ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากวิกฤติในยุคทศวรรษ 1980 ที่สหภาพโซเวียตวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลางติดหัวรบนิวเคลียร์ เอสเอส-20 โดยพุ่งเป้าหมายมาที่เมืองหลวงของชาติตะวันตกหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอาร์ไอเอโนวอสติของทางการรัสเซียอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียรายหนึ่ง ว่าแรงจูงใจสำคัญของรัฐบาลสหรัฐก็คือความฝันของโลกแบบขั้วเดียว ซึ่งไม่มีวันเป็นความจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันอาทิตย์ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเตือนทรัมป์ด้วยว่า การถอนตัวจากข้อตกลงไอเอ็นเอฟนี้จะเป็นการดำเนินการที่อันตรายมาก พร้อมกับกล่าวหาสหรัฐว่ายอมเสี่ยงกับการโดนนานาชาติประณามเพื่อแลกกับอำนาจเป็นใหญ่สูงสุดทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนกรานด้วยว่า รัสเซียทำตามสนธิสัญญาอายุเก่าแก่ 3 ทศวรรษฉบับนี้อย่างเข้มงวดที่สุด แต่สหรัฐกลับละเมิดข้อตกลงนี้อย่างโจ่งแจ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสนธิสัญญา, ถอนตัว, รัสเซีย, สงครามเย็น, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc80f5397fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
