<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ไตรรงค์&#039;ออกบทความ&#039;ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร&#039;เตือนสตินักการเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ค. 64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร? มีเนื้อหาดังนี้
.
1) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่1 ประเทศอังกฤษโดยรัฐสภาจัดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้นายเดวิด ลอยด์ จอร์จ (DAVID LLOYD GEORGE) เป็นนายกรัฐมนตรี (จากพรรค Liberal) ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อังกฤษจึงรอดตัวมาได้ กลายเป็นผู้ชนะสงคราม (รัฐบาลแห่งชาตินี้อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1916 - 1922)
.
2) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่2 อังกฤษมีรัฐบาลนำโดยนายเชอร์ชิลล์ (CHURCHILL) เป็นรัฐบาลผสมของ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคจารีตนิยม (Conservative) พรรคแรงงาน (Labour) และพรรคเสรีนิยม (Liberal) เป็นลักษณะรัฐบาลแห่งชาติเช่นเดียวกัน ไม่มีฝ่ายค้าน (คอยปัดแข้งปัดขา) ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว และรัฐสภายังมีมติให้งดมีการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่าง ค.ศ. 1935 - 1945 เป็นรัฐบาลที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการเมือง มุ่งทำงานให้ชนะสงครามอย่างเดียว อังกฤษจึงรอดตัวมาได้กลายเป็นผู้ชนะสงครามอีกครั้งหนึ่ง
.
3) เมื่อคราวเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลกที่เรียกกันว่า #TheGreatDepression #1930 ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี ค.ศ. 1929 พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงมากกว่าอีกสองพรรค แต่จำนวนเสียง ส.ส. ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดของสภาฯ ด้วยการสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ (King George ที่ 5) จึงได้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติคือทั้งสามพรรค ได้แก่ พรรคแรงงาน พรรคจารีตนิยม และพรรคเสรีนิยม ร่วมกันเป็นรัฐบาล โดยให้หัวหน้าพรรคแรงงาน คือ นายแมคโดนัลด์ (Mc Donald) หัวหน้าพรรคแรงงานเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมกันเป็นหนึ่ง ช่วยกันหานโยบายมาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม จนอังกฤษอยู่รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้อีกครั้งหนึ่ง
.
4) ปี ค.ศ. 1930 กองทัพของท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังทำสงครามไล่ฆ่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของท่านเมาเซตุงอย่างหนัก ญี่ปุ่นจึงฉวยโอกาสที่เห็นจีนแตกแยกส่งกองทัพมายึดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปี ค.ศ. 1930 แล้วบุกเข้ายึดเซียงไฮ้ได้ในปี ค.ศ. 1932&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี ค.ศ. 1936 ขณะที่ท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังบัญชาการรบเพื่อปราบพวกของเมาเซตุงอยู่ที่เมืองซีอาน มีนายพลของท่านนายพลเจียงฯ 2 ท่าน เข้าจับท่านนายพลเจียงบังคับให้เลิกไล่ล่าพรรคคอมมิวนิสต์และบังคับให้จับมือกับท่านเมาเซตุงเพื่อร่วมกันทำสงครามไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศจีนก่อน กว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มจับมือกันเปิด #สงครามกับญี่ปุ่น ก็ปาเข้าไปถึง ค.ศ. 1937 ไม่สามารถป้องกันการรุกของญี่ปุ่นได้จึงต้องเสียเมืองอู่ฮั่นและนานกิง (คนจีนถูกฆ่าไปกว่า 3 แสนคน) ให้แก่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1938&amp;nbsp; และต้องทำสงครามนานถึง 8 ปี จึงสามารถจะไล่ญี่ปุ่นออกจากจีนได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1945 (การจับและบังคับนายพลเจียงครั้งนั้นเรียกกันว่า #กบฎซีอาน)
.
5) ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม จับมือกันมั่นเพื่อสู้กับการรุกรานของฮิตเลอร์แห่งเยอรมัน แต่เยอรมันสามารถส่งทหารตีทุกแนวของกองทัพฝรั่งเศสแตกพ่ายทุกแห่ง รัฐบาลก็แทบจะไม่ได้มีสติในการทำสงครามเพราะต้องมานั่งแก้ปัญหาการเมืองในรัฐสภาที่มีแต่การแช่งด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตะเพิด เอาชนะคะคานกันเอง จนกองทัพของเยอรมันสามารถบุกเข้ายึดกรุงปารีสได้ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1939
.
ท่านอาจารย์เจริญ&amp;nbsp; ไชยชนะ ได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์สากล:สมัยปัจจุบัน&amp;rdquo; โดยสรุปย่อๆ ว่า &amp;ldquo;สาเหตุแห่ง #ความหายนะของฝรั่งเศส ในครั้งนั้น&amp;rdquo; มีดังต่อไปนี้
.
1 - ความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพฝรั่งเศสทั้งบก เรือ และอากาศ เพราะผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ (ซึ่งสมัยนั้นใช้ระบบแบบอังกฤษเหมือนประเทศไทยในปัจจุบัน) สนใจแต่การสร้างความยิ่งใหญ่ส่วนตัว มีแต่การชิงดีชิงเด่น เอาชนะคะคานกันในทางการเมืองจนลืมนึกถึงความสำคัญของความเข้มแข็งทางทหารแห่งกองทัพต่างๆ
.
2 - ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลงเป็นต้นมา #ประเทศฝรั่งเศสแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาก มีทั้งพวกซ้าย (หรือพวกดัดจริตเป็นซ้าย... อันนี้ผมไตรรงค์ พูดเองนะครับ ท่านอาจารย์เจริญไม่ได้พูด) พวกสาธารณรัฐนิยม&amp;nbsp; พวกขวา (ซึ่งคงหมายถึงพวกอยู่ตรงข้ามกับพวกคอมมิวนิสต์ครับ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในครานั้น ฝรั่งเศสแตกแยกกันเละทั้งทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ #เกิดความอ่อนแอ #ขาดความเป็นหนึ่งเดียว ที่จะร่วมกันป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสภาพ #ตรงกันข้ามกับประชาชนชาวเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวและมุ่งมั่นสูง
.
3 - มีทั้งนักการเมืองและประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่เป็นพวก #ทรยศต่อประเทศของตนเอง #เพื่อประโยชน์ส่วนตัว (มากกว่าผลประโยชน์และอนาคตของประเทศชาติ) หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนฝรั่งเศสเองนั่นแหละที่ช่วยกันทำลายประเทศฝรั่งเศสจนย่อยยับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ #การเมืองเพื่อตนเองและพวกพ้องได้ปิดตาจนมืดบอด
.
5) สรุป
5.1 - ตัวอย่างทั้งหมดที่ได้ยกมาเล่าข้างต้นนั้นล้วนเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในภาวะสงครามที่ต้องใช้อาวุธเข้าทำลายกัน บุกรุกกัน จึงต้องใช้ทั้งอาวุธและทหารในการป้องกันประเทศภายใต้การนำและการตัดสินใจของนักการเมืองไม่ว่าจะอยู่ในคราบของนักรบ (เช่น เจียงไคเช็คและเมาเซตุง) หรืออยู่ในรูปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างที่เกิดขึ้นในอังกฤษและในฝรั่งเศส
.
5.2 &amp;ndash; #ประเทศไทยของเราในปัจจุบันต้องถือว่าตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นเดียวกัน เพราะมีทั้งคนเจ็บและคนตายเกิดขึ้นทุกวัน แต่ #ศัตรูของประเทศมิใช่กองทัพจากต่างประเทศกลับเป็นไวรัส ที่มองไม่เห็น เรียกกันว่า COVID-19 ซึ่งเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะศึกครั้งนี้เราต้องใช้ประชาชนทุกคนเท่าที่มีในประเทศให้เป็นทหารในการต่อสู้ป้องกันประเทศ มีความสามัคคี มีวินัยในการทำสงครามอย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;.
5.3 &amp;ndash; #ถ้ายังไม่เลิกเล่นการเมือง (แม้ประเทศจะกำลังอยู่ในภาวะสงคราม) #อาจจะพาประเทศให้เกิดความฉิบหาย อย่างที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและประเทศจีนก่อน ค.ศ. 1945 ก็เป็นได้ ถ้ายังเกลียดกัน สาปแช่งกัน ไม่มีความสามัคคีให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เขาทำสำเร็จในอังกฤษในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รอให้สงครามมันสงบแล้วค่อยยกพวกมาตีกันให้มันสะใจและสะสันดานจะไม่ดีกว่าหรือ
.
ถ้ามีแต่แบ่งพรรคแบ่งพวกมีพวกมึงพวกกูแบบกองเชียร์ฟุตบอลโดยไม่ต้องดูเหตุดูผล คอยขัดแข้งขัดขา (จากทุกฝ่าย) มีแต่สาปแช่งให้รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับ COVID-19 (ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว)
.
การใช้ชีวิตคนมาเป็นเดิมพันในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ถ้าไม่เรียกว่า #เป็นคนใจดำอำมหิต ก็ต้องเรียกว่า #เป็นคนเลวระดับได้ถ้วย เลยทีเดียวนะครับ
.
หมายเหตุ : เอาเถอะ! ท่านจะเลวหรือดี แต่ผมใคร่จะขอให้ทุกคนไป #ฉีดวัคซีนช่วยชาติ กัน ผมฉีดแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว ไม่เห็นมีผลข้างเคียงอะไรเลย ไม่เจ็บเลย สบายดี คึกคักเต็มไปด้วยพลัง (Energy) ทุกวัน&amp;nbsp; แต่อยากจะฝากความคิดให้รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม ควรจะพิจารณาให้รางวัลเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรทางการแพทย์หลังจากสงครามโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103901</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สงครามโลกครั้งที่ 1, เจียงไคเช็ค, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลียวหลังแลสยามในยุค‘รัชกาลที่ 6’ตามละคร‘รักแลกภพ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รักแลกภพ&amp;rdquo; ละครรักย้อนยุคแนวข้ามภพข้ามชาติ (Time Travel Romance) ที่ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด จับมือร่วมผลิตกับ ช่องวัน 31 นอกจากจะน่าสนใจเพราะเป็นละครที่เขียนบทขึ้นใหม่ ไม่ได้นำเรื่อง มาจากนวนิยายแล้ว ละครยังดึงนักแสดงชื่อดังทั้ง ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ, วิว-วรรณรท สนธิไชย, ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย, ลิลลี่-ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ ฯลฯ มาประชันจอ เรียกฐานแฟนคลับให้มาติดตามชมได้ไม่ยาก รวมไปถึงเหล่าคอละครย้อนยุคที่พร้อมใจกันมานั่งติดจอรอชม ใน ทุกวันจันทร์ -พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวของละครย่อมมีความสนุกสนาน โกลาหล ผูกโยง ซ่อนปมให้ชวนติดตามตามขนบของละครย้อนยุค/ข้ามภพ/โรแมนติก/คอมเมดี้ โดยอิงฉากหลังเป็นสยามประเทศในปีพุทธศักราช 2463 คือเมื่อ 100 ปีก่อนซึ่งตรงกับรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว   รัชกาลที่ 6 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ (พ.ศ.2453-2568) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินเรื่องในภพอดีตที่เน้นไปที่ &amp;ldquo;คลังออมสิน&amp;rdquo; ผ่านตัวละครหลักอย่าง &amp;ldquo;คุณเพียร&amp;rdquo; คนหนุ่มอนาคตไกล และรับราชการในคลังออมสิน สะท้อนว่าผู้ผลิตละครย่อมมุ่งหมายการแผยแผ่พระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 6 ที่ทรงปลูกฝังให้ราษฎร รู้จักการออมไว้ใช้และเพื่อการลงทุนในภายหน้า ด้วยทรงพระราชทานกำเนิด &amp;ldquo;คลังออมสิน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2456 ตามพระราชปรารภในพระราชบัญญัติคลังออมสิน พ.ศ.2456 ว่า &amp;ldquo;... เพื่อประโยชน์ในการรับ รักษาเงินที่ ประชาชนนำมาฝากเป็นรายย่อย แลรับภาระจัดให้เงินนั้น เกิดผลแก่ผู้ฝากตามสมควร &amp;hellip;&amp;rdquo; ซึ่งในเวลานั้นการชวนประชาชนทั่วไปมาฝากเงินถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับสังคมไทยด้วยราษฎรกลัวจะถูกโกง และแม้ธนาคารแห่งแรกของไทยคือ บริษัทแบงก์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด จะได้จัดตั้งขึ้นก่อนแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2449 แต่ก็ตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์อื่นคือเพื่อ อำนวยประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุนเป็นสำคัญ &amp;ldquo;คลังออมสิน&amp;rdquo; จึงถือเป็นเซฟวิ่งแบงก์หรือสถาบันการเงิน เพื่อผู้ฝากรายย่อยแห่งแรกของประเทศไทย และตั้งขึ้นเพื่อให้ราษฎรได้มีที่ฝากทรัพย์โดยมีรัฐบาลเป็นประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เล่า บางเรื่องราวในปี พ.ศ.2463&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในภพอดีตของละคร &amp;ldquo;รักแลกภพ&amp;rdquo; ดำเนินเรื่องราวอยู่ใน พ.ศ.2463 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในแผ่นดินรัชกาลที่ 6 รัฐบาลในเวลานั้นประสบภาวะเงินคงคลังไม่มากพอ อันเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงคราม โลกครั้งที่ 1(พ.ศ.2457- 2460) ทั้งยังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปีมะเส็ง (พ.ศ.2460) ภัยแล้งต่อเนื่องรุนแรง (พ.ศ.2461-2463) เกิดวิกฤติข้าวแพง (พ.ศ.2462-2463) และไม่มีข้าวมากพอที่จะส่งออกเพื่อเพิ่มรายได้ นอกจากนั้นด้วยพระราโชบายที่ไม่ต้องการให้ราษฎรหมกมุ่นกับการพนัน จึงโปรดเกล้าฯให้ยกเลิกหวย กข. (พ.ศ.2458) ยกเลิกการพนันบ่อนเบี้ย (พ.ศ.2460) ซึ่งล้วนเป็นการซ้ำเติมภาวะการคลังของประเทศเพราะขาดรายได้ที่เคยมีเป็นประจำปีละหลายล้านบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งกระทรวงเศรษฐการ หรือกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน เพื่อแก้ไขภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเนื่องจากฝนแล้งและโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท เป็นเสนาบดีคนแรก แต่แม้จะเกิดวิกฤตการคลัง รัฐบาลล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ก็ยังคงนโยบายการคลังแบบอนุรักษ์นิยมอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่โปรดฯ ให้มีการนำเงินคงคลังมาใช้หรือกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะเกรงรัฐบาลต้องรับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้ผู้ถือใบกู้รัฐบาลสยามที่ขายออกไปในต่างประเทศดังในรัชกาลก่อน (เงินกู้เพื่อนำมาสร้างทางรถไฟ) คลังออมสินในเวลานั้นจึงมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือทางการเงินการคลังสำคัญของรัฐบาล ด้วยแนวคิดการระดมเงินออมภายในประเทศผ่านการขาย &amp;ldquo;ใบกู้รัฐบาล&amp;rdquo; แก่ราษฎร ซึ่งจูงใจด้วยดอกเบี้ยสูงกว่าฝากเผื่อเรียกทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ราษฎรจนระดมเงินฝากได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในระยะแรกได้มีการนำเงินไปฝากไว้ในธนาคารต่างประเทศ เพื่อนำสัดส่วนรายได้จากดอกเบี้ยมาเป็นดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากและยังเป็นรายได้เข้าคลังอีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจที่ในละครเราจะได้ เห็นข้าราชการออมสินอย่าง &amp;ldquo;คุณเพียร&amp;rdquo; ที่นอกจากจะต้องสร้างความเข้าใจให้ราษฎรไว้ใจมาฝากทรัพย์แล้ว ยังต้องเร่งหาลูกค้าเงินฝากในรูปแบบอื่นๆเพื่อสร้างผลงาน ไม่เพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ในปี พ.ศ.2463 ยังเป็นช่วงเวลาที่เกิดไข้หวัดใหญ่ ระบาดในพระนคร (เริ่มระบาดตั้งปี พ.ศ.2561 จากมณฑลพายัพ) ซึ่งมีเอกสารของกระทรวงนครบาลระบุว่าเกิดการระบาดของ &amp;ldquo;ไข้หวัดใหญ่ สแปนนิชฟลู&amp;rdquo; หรือไข้หวัดสเปน (เชื่อว่าเป็นเชื้อที่ติดมาจากทหารไทยที่กลับจากสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะในเวลานั้นเกิดการระบาดไข้หวัดสเปนอย่างหนักในยุโรป) การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสยามรุนแรงไม่แพ้กัน จนคร่าชีวิตคนไทยไปกว่า 80,000 คน รวมถึงการเสด็จทิวงคตของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลก ประชานารถ ผู้ทรงเป็นองค์รัชทายาทในเวลานั้น จากอาการไข้หวัดใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 7 ตุลาคม &amp;nbsp;พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงนำเรือหลวงพระร่วง เรือรบลำแรกของสยาม และเป็นเรือรบที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเวลานั้น แล่นออกจากประเทศอังกฤษถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงใช้นำเรือถึง 90 วัน และน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในนามพสกนิกรไทย (การจัดซื้อเรือรบหลวงพระร่วง พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและราษฎรทั่วไปเรี่ยไรทุนเพื่อซื้อถวายเป็นเรือรบสำหรับป้องกันพระราชอาณาจักรทางทะเล โดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 และสมเด็จพระศรี พัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมทุนเรี่ยไรด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเหตุการณ์สำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นผลจากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตัดสินพระทัยเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งมีอังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยทรงให้สยามประกาศสงครามกับเยอรมนี-ออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2460 และส่งทหารไทยเข้าร่วมรบกับฝ่ายพันธมิตร เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงคราม ไทยจึงได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ ณ พระราชวังแวร์ซายส์ และเริ่มขอการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับประเทศต่างๆ โดยประเทศแรก ที่ไทยเจรจาการแก้ไขสนธิสัญญาได้สำเร็จคือสหรัฐอเมริกา สนธิสัญญาไทย-สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2463 เป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่ฟื้นฟูเอกราชทางการศาลและศุลกากรของไทย โดยให้ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของชาวอเมริกันในประเทศไทย และให้สิทธิไทยในการกำหนด อัตรภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียมต่างๆได้เอง และมีการลงนามเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2463 สนธิสัญญาดังกล่าวมีอายุ 10 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รักแลกภพ&amp;rdquo; นับเป็นสื่อละครที่ปรุงสาระความรัก (ในแบบโรแมนติกคอมเมดี้) และสาระความรู้ (ประวัติศาสตร์)ได้กลมกล่อม โดยการสอดแทรกพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในยุคสมัยให้แทรกอยู่ในทุกๆตอน ได้ช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมสนใจใคร่รู้และอยากค้นคว้าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของตนเองและเพื่อเผยแผ่พระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ให้เป็นที่ประจักษ์ต่ออนุชนส่งท้ายความคิดไว้ว่า ในยุคที่ประวัติศาสตร์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารด้วยเจตจำนงที่หลากหลายดัง เช่นเวลานี้ การเสพประวัติศาสตร์ผ่านการชมละครที่ให้มากกว่า &amp;ldquo;ความสนุก&amp;rdquo; ดูจะเป็นความสุขและเป็นการใช้เวลาที่มีค่าอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อ้างอิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1. พระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : พระราชบัญญัติคลังออมสิน พ.ศ.2456 ,&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนังสือที่ระลึก 100 ปีธนาคารออมสิน (พ.ศ.2456-2556) ,ธนาคารออมสิน ,2556&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;2. วรชาติ มีชูบท, &amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;,สร้างสรรค์บุ๊คส์ ,2553 หน้า 9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล้อมกรอบเรื่องย่อละคร &amp;ldquo;รักแลกภพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รักแลกภพ&amp;rdquo; เป็นเรื่องราวของ พิริยะ (ฟิล์ม ธนภัทร) ยูทูปเบอร์หนุ่มหล่อ ที่ใช้เงินเกินตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง จนทำให้มีหนี้ท่วมหัวแทน วันหนึ่งเขาบังเอิญพบสมุดบัญชีเงินฝากของบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินนี้ได้ แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อจู่ๆ พิริยะ ได้ข้ามภพกลับไปใน พ.ศ.2463 และได้พบกับ เพียร (ฟิล์ม ธนภัทร) คุณทวดของเขาที่กำลังตัดสินใจเลือกผู้หญิงที่เพียบพร้อมเพื่อมาเป็นเจ้าสาว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ คุณวรรณ (วิว วรรณรท) สาวสวยที่มีความคิดทันสมัยกว่าผู้หญิงทั่วไปในยุคนั้น ภารกิจช่วยคุณทวดเลือกเจ้าสาวจะโกลาหลขนาดไหน เมื่อพิริยะเริ่มหลงรักคุณวรรณว่าที่คุณทวดหญิงของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;พิริยะ (ฟิล์ม ธนภัทร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;คุณวรรณ-ทวดเพียร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;คุณวรรณี - ปีติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;จรุงจิต -ดำเกิง &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเศรษฐการ, คลังออมสิน, บริษัทแบงก์สยามกัมมาจล, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระราชวังแวร์ซายส์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์, ฟิล์ม ธนภัทร, ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ, รักแลกภพ, รัชกาลที่ 6, ลิลลี่-ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ, วิว-วรรณรท สนธิไชย, สงครามโลกครั้งที่ 1, สมเด็จพระศรี พัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลก ประชานารถ, เรือหลวงพระร่วง, ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย, ไข้หวัดสเปน, ไข้หวัดใหญ่ สแปนนิชฟลู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02e24a253aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พุ่ม สาคร-นิโคลัย พุ่มสกี้&#039; นายทหารเลือดไทยในกองทัพรัสเซียยุคสงครามโลกครั้่งที่1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องเหลือเชื่อเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เด็กคลองบางหลวง ย่านตลาดพลู นายพุ่ม สาคร ไปเป็นนายทหารกองทัพรัสเซียสู้รบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้อย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุ่มเกิดประมาณ พ.ศ.2426 เป็นบุตรของนายซุ้ยกับนางชื่น (นางชื่นเป็นน้องสาวของจางวางสอน ภมรสมิต) ตาชื่อหลวงจำนงทวยหาญ (แย้ม) มีลูกพี่ลูกน้องชื่อ พระวารินพจนสาส์น (วาศ ภมรสมิต) และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุลว่า &amp;quot;สาคร&amp;quot; นายพุ่มเกิดและโตแถวคลองบางหลวง ตลาดพลู เป็นครอบครัวที่มีฐานะดี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาคือ นางโต๊ะ (เป็นภรรยาพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชื่น บุนนาค) มีบุตรีชื่อ คุณอัญชันย์ บุนนาค, นางถนอม (เป็นภรรยาพระยาสุริยวงศ์) และนายพุ่มเป็นบุตรคนที่ 3 และนางผัน (เป็นภรรยานายกฤษณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบสายอังกฤษ (ซึ่งยังไม่ได้ใช้ชื่อว่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (2454) และได้ใช้ตึกแม้นนฤมิตรของโรงเรียนเทพศิรินทร์เป็นสถานที่ศึกษา ซึ่งต่อมาเรียกว่า &amp;quot;โรงเรียนสวนกุหลาบตึกแม้นนฤมิตร&amp;quot; และต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็น &amp;quot;โรงเรียนเทพศิรินทร์ตึกแม้นนฤมิตร&amp;quot; จนเป็นโรงเรียนเทพศิรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเรียนนายพุ่มได้เคยบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดประยุรวงศาวาส นายพุ่มเป็นคนที่เรียนเก่ง และก็คงจะเป็นผู้มีบุคลิกดี ตลอดจนมีกิริยามารยาท การพูดจาปราศรัยดี กล้าหาญ จึงได้รับเลือกจากกรรมการคัดเลือกบุตรข้าราชการนักเรียนดีเด่นในสมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนได้เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงเลือกให้เป็นผู้ตามเสด็จสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ไปศึกษาต่อวิชาการทหารโรงเรียนเสนาธิการที่จักรวรรดิรัสเซียในปี พ.ศ.2441 ภายหลังได้รับสัญญาบัตรแล้วเข้าเป็นนายทหารม้าฮุสซาร์ของจักรพรรดิซาร์นิโคลัสที่ 2 จากนั้นได้ศึกษาต่อในโรงเรียนเสนาธิการ 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจบการศึกษาแล้วนายพุ่มตัดสินใจไม่กลับประเทศ โดยได้โอนสัญชาติเป็นรัสเซียและเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ (รัสเซียออร์โธด็อกซ์) โดยมีนามในศาสนาว่านิโคลัส พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นนายนิโคลัย พุ่มสกี้ (Nikolai Pumsky) และเข้ารับราชการในกองทัพบกรัสเซียจนมียศเป็นพันเอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัสเซียมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ในปี พ.ศ.2460 ได้หันไปร่วมกับนายทหารรัสเซียที่นิยมการปฏิวัติอยู่พักหนึ่ง แต่ได้หลบหนีออกจากประเทศรัสเซียไปประเทศฝรั่งเศส ทำงานเป็นเสมียนธนาคาร จนกระทั่งพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้ทรงชวนมาเป็นเลขานุการประจำตัวหม่อมคัทริน ถึงแก่กรรมที่บ้านเทรเดซี ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2490&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกเมื่อปี 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่าจะนำนักเรียนไทยไปศึกษาในประเทศต่างๆ โดยคัดนักเรียนไทยตามเสด็จ 19 คน เป็นพระราชวงศ์ 5 พระองค์ อีก 13 คนเป็นลูกหลานขุนนาง โดยมี 1 คนที่คัดจากผู้เรียนดีเด่นที่คัดจาก 10 คน โดยมีพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) อัครราชทูตไทยประจำราชสำนักเซนต์เยมส์แห่งอังกฤษ เป็นผู้คัดเลือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนคัดเลือก ท่านทูตใช้วิธีเรียกตัวมาพิจารณาคนละ 4 วัน โดยท่านทูตพิจารณาเอง 2 วัน แล้วส่งไปให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงพิจารณาอีก 2 วัน โดยมีพันโท ซี.วี.ฮยูม และ ดร. เอ็ม.เอฟ.ยาร์ พระอภิบาลและแพทย์ประจำพระองค์ของเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธถวายคำปรึกษาแด่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ด้วย หลังการพิจารณา ท่านทูตได้มีจดหมายกราบบังคมทูลไปยังพระเจ้าอยู่หัว ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายพุ่ม เป็นคนไม่ใช่บุตรผู้มีตระกูล แต่เกิดมาเป็นช้างเผือก กิริยาวาจาเป็นที่ชอบของคนทั้งหลาย &amp;nbsp;ฉลาดในการเล่าเรียน อายุ 15 ปี ทูลกระหม่อมเล็กเลือกเป็นที่หนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าก็ชอบ และได้กราบทูลไว้แล้วครั้งหนึ่งที่เนเปิลว่าหลักแหลมมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชหัตถเลขาตอบท่านทูตว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...นายพุ่มเป็นคนไม่มีตระกูลแต่เป็นคนฉลาดเฉียบแหลมอยู่ ก็คงจะได้ราชการดีในภายหน้า และบางทีจะได้ติดตัวลูกทำการร่วมหน้าที่กันต่อไป ข้อสำคัญก็เพียงแต่ให้เป็นที่พึงพอใจกันกับลูกชายเล็กได้จริงๆ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ และนายพุ่ม เมื่อเข้าประจำโรงเรียนเสนาธิการ พระองค์ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ จักรวรรดิรัสเซีย ตามคำกราบบังคมทูลของ จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ซึ่งในขณะนั้นยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารของประเทศรัสเซีย และได้เสด็จมาเยี่ยมประเทศไทย ขอให้ส่งพระราชโอรสไปทรงศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศรัสเซียบ้าง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ไปตามนั้น และยังได้ทรงขอร้องต่อพระเจ้าซาร์นิโคลัส ขอให้ได้ให้เกียรติ นายพุ่ม สาคร ได้รับความเป็นอยู่ ศึกษา เล่าเรียนทุกอย่างให้เหมือนกับสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เ พื่อให้นายพุ่มเป็นเพื่อนเรียนและมิตรแท้ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ในต่างแดน และเพื่อให้เจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงมีขัตติยมานะเพียรพยายามในการเรียนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ไปส่งสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ และนายพุ่ม โดยเรือพระที่นั่งจักรี (ลำเก่า) ถึงที่ประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุ่ม สาคร เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2439 ไปถึงประเทศรัสเซียในปี &amp;nbsp;พ.ศ.2441 ซึ่งทางจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 ได้จัดขบวนนายทหารและคณะมารับที่ชายแดน โดยหัวหน้าเป็นนายพลนายทหารองครักษ์ของพระเจ้าซาร์เลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้นำเสด็จไปประทับยังวังฤดูหนาวของพระเจ้าซาร์นิโคลัส ในสมัยนั้นจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 &amp;nbsp;มีกองทัพทหารที่เกรียงไกรมาก อยู่ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งแต่นั้นนายพุ่มจึงเป็นเสมือนมิตรแท้และเพื่อนตายของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก ซึ่งเป็นสำนักศึกษาที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสมากที่สุด ในการเรียนนี้จะต้องมีความมานะพยายามในการเล่าเรียนและ ฝึกอย่างหนัก เพราะจะต้องแข่งกับคนรัสเซียที่เป็นนักเรียนด้วยกันซึ่งเราเสียเปรียบด้านภาษาและความเคยชิน แต่เมื่อผลการเรียนออกมา ผลการสอบไล่ปี พ.ศ.2443 สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงสอบได้เป็นอันดับ 2 และนายพุ่มได้เป็นอันดับที่ 4 ทั้งๆ ที่สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มมักจะต้องไปร่วมงานต่างๆ ของราชสำนักพระเจ้าซาร์นิโคลัสอยู่เสมอ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มจะต้องไปถวายงานแด่พระราชมารดาของจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 และจักรพรรดินีอเล็กซันดรา ฟอโดรอฟนา แห่งรัสเซียด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสอบครั้งสุดท้ายก่อนจะจบจากโรงเรียน สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงสอบได้เป็นที่ 1 และ นายพุ่มสอบได้เป็นที่ 2 และได้รับการบรรจุเข้าเป็นนายร้อยตรีแห่งกรมทหารม้าฮุสซาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายร้อยตรีพุ่ม สาคร ได้ตามเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ กลับมาที่เมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี &amp;nbsp;พ.ศ.2446 และได้เข้าประจำการกรมทหารม้ารักษาพระองค์กรุงเทพฯ ได้รับยศร้อยตรีทหารม้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ร.ต.พุ่มได้ตามเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ กลับไปศึกษาที่จักรวรรดิรัสเซียอีกครั้งเพื่อเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการชั้นสูง และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.2448 ร.ต.พุ่ม สาคร ได้เข้าประจำการในกรมทหารม้าฮุสซาร์อีกครั้งหนึ่ง และได้รับยศพันเอก เป็นพันเอกพุ่ม สาคร แห่งกรมทหารม้าฮุสซาร์ที่เป็นที่หนึ่งและโด่งดังในด้านการรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 พันเอกพุ่มในฐานะนายทหารรัสเซียได้ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารสัมพันธมิตร ร่วมกับกองทัพเยอรมนีจนได้รับชัยชนะในสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนั้นพันเอกพุ่มได้เริ่มเหินห่างจากสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ เมื่อทรงเข้าพิธีสมรสกับ หม่อมคัทริน เคสนิกสกี้ และแยกทางกับ พ.อ.พุ่มเพื่อเสด็จกลับประเทศไทย ซึ่ง พ.อ.พุ่มจะขออยู่ต่อเพื่อศึกษาภาษาฝรั่งเศส ในการนี้กระทรวงกลาโหมของไทยไม่ยอมจึงเกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งกระทรวงกลาโหมได้สั่งให้กักบริเวณ พ.อ.พุ่มไว้ในสถานทูตไทย ณ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ พ.อ.พุ่มโดนขังในครั้งนี้ได้ก่อความเคียดแค้นให้แก่นายทหารฮุสซาร์เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นการทำให้กรมทหารม้านี้เสียเกียรติ จึงได้ลักพาตัว พ.อ.พุ่มออกจากสถานทูต และทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้น พ.อ.พุ่มได้เปลี่ยนสัญชาติเป็นรัสเซีย และเป็นเหตุทำให้เขาไม่สามารถกลับประเทศไทยได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศรัสเซียได้เกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2460 ซึ่งนำทางไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์ นายทหารรัสเซียถูกปลดประจำการจำนวนมาก และได้ยอมให้ทหารชั้นผู้น้อยเลือกผู้บังคับบัญชาเอง พันเอกพุ่มสกี้ (โอนสัญชาติรัสเซียแล้ว) ได้รับการคัดเลือกจากนายทหารชั้นผู้น้อยให้เป็นผู้บังคับบัญชาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของ พ.อ.พุ่มสกี้ที่มีต่อพระเจ้าซาร์นิโคลัสเป็นอันมากจึงไม่ยอมรับตำแหน่งหน้าที่นี้ และถือโอกาสหนีออกจากประเทศรัสเซียไปที่ประเทศฝรั่งเศส มาเป็นนายพุ่ม สกี้ ทำงานเป็นเสมียน และต่อมาได้พำนักกับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ และได้รับมอบหมายให้เป็นเลขานุการของหม่อมคัทริน เคสนิกสกี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุ่มสกี้ได้กลับเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้ทรงเสนอเรื่องขอเปลี่ยนสัญชาติให้กลับมาเป็นคนไทยอีกครั้งหนึ่ง การจากเมืองไทยไปถึง 33 ปี ทำให้นายพุ่มตื่นตาตื่นใจเป็นอันมากที่จะได้กลับมาเห็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกลับมาในครั้งนั้นก็เป็นที่กล่าวขวัญของคนไทยมาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เชิญและขอร้องนายพุ่มให้มาเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก โดยจะมอบยศพันโททหารประจำกองทัพไทย แต่ว่าเขาตอบปฏิเสธ ต่อมาจึงได้เดินทางกลับประเทศอังกฤษ พร้อมกับการเสด็จกลับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ไปพำนักอยู่ที่บ้านพักเทรเดซีของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองบอดมินห์ ประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุ่มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 เมื่ออายุ 70 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย ขณะที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เสด็จไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ศพของนายพุ่มยังคงฝังอยู่ ณ สุสานใกล้บ้าน ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการพูดถึงบทบาทนายพุ่มไว้ว่า หากครั้งนั้นนายพุ่มกลับมารับราชการในกองทัพไทยจริงๆ จะถูกจับตามองเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นทหารสายรัสเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทความที่เขียนโดยพลเรือโททวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ ระบุเอาไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากนายพุ่มรับราชการอยู่กองทัพบกไทย เชื่อได้แน่ว่าความเป็นผู้นำ ความเฉลียวฉลาด และควา มกล้าหาญ ซึ่งขนาดที่ทหารรัสเซียยอมรับ ก็จะต้องมีส่วนพัฒนากองทัพบกและประเทศไทยให้เจริญรุดหน้าและเข้มแข็งอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่แน่ว่าเหตุการณ์ พ.ศ.2475 ที่มีคณะราษฎร์ นำโดยนายทหารบกสายที่จบจากประเทศ เยอรมนีเป็นผู้นำ เช่น พันเอก พระยาทรงสุรเดช, พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา และพันโท พระประศาสน์ พิทยายุทธ อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ เนื่องจากมีนายทหารบกสายรัสเซียปกป้องและวางรากฐานอยู่&amp;quot;.&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Cr:พลเรือโท ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์,วิกิเพียเดีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, คนไทยในกองทัพรัสเซีย, นายพุ่ม สาคร, นิโคลัย พุ่มสกี้, สงครามโลกครั้งที่ 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b7154343bc2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
