<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนึ่งในคำตอบว่า ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) กองกำลังทหารอังกฤษและทหารในเครือจักรภพ โดยเฉพาะจากอินเดียเกือบสองหมื่นนายเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งวันที่ 19 มกราคม หลังจากเสร็จภารกิจในปีถัดมา กองกำลังทหารอังกฤษและอินเดีย จะทำพิธีสวนสนามที่กรุงเทพฯ เพื่ออำลาประเทศไทยโดยมีลอร์หลุยส์เมาท์แบทเทน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นแท่นรับความเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่&amp;hellip;ประเทศไทยเปลี่ยนสถานการณ์จากประเทศแพ้สงคราม (เนื่องจากรัฐบาลคณะราษฎร์ของจอมพล ป. เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นซึ่งแพ้สงคราม จึงทำให้ไทยควรต้องอยู่ในฝ่ายพ่ายแพ้ด้วย) เป็นผู้ชนะสงคราม
เพราะคนไทยมิได้ยินยอมพร้อมใจไปกับการตัดสินใจของรัฐบาลคณะราษฎร์ จึงมีคณะทำงานใต้ดินที่ทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศสัมพันธมิตร เช่นสหรัฐอเมริกา ซึ่งรู้จักกันในนาม&amp;rdquo;เสรีไทย&amp;rdquo; เป็นผลให้ไทยกลับเป็นประเทศชนะสงครามอย่างเต็มภาคภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;.... ม.ร.ว.เสนีย์ &amp;nbsp;ปราโมช หัวหน้าเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา เล่าไว้ใน &amp;ldquo;ชีวลิขิต&amp;rdquo; ว่า &amp;nbsp;เมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมสงบศึกในสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้ว อังกฤษแจ้งมาว่าจะส่งทหารเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นประเทศไทย รัฐบาลไทยได้ตอบไปว่า ไม่ต้องมาเพราะญี่ปุ่นวางอาวุธแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อังกฤษก็ยังแข็งขืนส่งทหารเข้ามา โดยลอร์หลุยส์เมาท์แบทเทน (ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) จะจัดสวนสนามทหารสหประชาชาติที่ถนนราชดำเนิน โดยตัวลอร์ดหลุยส์ฯ จะขึ้นแท่นรับความเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ได้มีพระราชกระแสรับสั่งกับนายกเสนีย์ว่าจะยอมให้รับลอร์ดหลุยส์ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะจะเท่ากับว่าประเทศไทยถูกอังกฤษยึดครองแล้ว พระองค์จะเสด็จฯ ไปในงานนั้น และจะทรงขึ้นแท่นรับความเคารพด้วยพระองค์เอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกเสนีย์เล่าว่า ตัวลอร์ดหลุยส์นั้นดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก แต่ก็ยินยอม และให้ขบวนการเสรีไทยเข้าร่วมสวนสนามต่อท้ายแถวทหารอังกฤษด้วย &amp;nbsp;...&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงเครื่องแบบชุดทหาร เสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนามสหประชาชาติ พร้อมด้วยลอร์ดหลุยเมานต์ แบตเตอร์น ที่ปรัมพิธีถนนราชดำเนิน ในวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า ประเทศไทย มิใช่ผู้แพ้สงคราม และไม่ได้อยู่ภายใต้ในอาณัติของมหาอำนาจชาติใด ด้วยเพราะความร่วมแรงร่วมใจของคณะเสรีไทย ประกอบกับพระปรีชาญาณและไหวพริบปฏิภาณของมหากษัตริย์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่ารัฐบาลคณะราษฎร์ ภายใต้อำนาจของนักการเมืองจะตัดสินเข้าข้างประเทศที่แพ้สงคราม แต่คนไทยก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเสรีไทยภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นองค์พระประมุขของไทย ได้เข้าร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มประเทศสัมพันธมิตร อเมริกาและอังกฤษ จึงทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศฝ่ายที่แพ้สงครามในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นานาอารยะประเทศยึดถือว่าองค์พระมหากษัตริย์ของไทยเป็นเสาหลักของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในคำตอบว่า ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
อัษฎางค์ ยมนาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106006</URL_LINK>
                <HASHTAG>มีพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม, สงครามโลกครั้งที่ 2, อัษฎางค์ ยมนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2d9fd2b872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอย 80 ปีหนังไทย ‘พระเจ้าช้างเผือก’ ที่ตำบลป่าแดง  จ.แพร่ (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฉากสงครามในภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง จ.แพร่ (ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; เป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างเมื่อปี 2483 โดยปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ตำแหน่งในขณะนั้น) และนำออกฉายในเดือนเมษายน 2484 ในประเทศไทย&amp;nbsp; อเมริกา&amp;nbsp; และสิงคโปร์&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้โลกตระหนักถึงหนทางแห่งสันติภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากในขณะนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้น&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดครองโปแลนด์ในปี 2482&amp;nbsp; จากนั้นสงครามได้ขยายไปทั่วยุโรป&amp;nbsp; และกำลังลุกลามไปทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จในแง่ชื่อเสียงและรายได้ &amp;nbsp;เพราะฉายได้ไม่นานก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม&amp;nbsp;แถมยังถูกนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างชาติสวดเสียย่อยยับในทำนองว่า &amp;ldquo;เป็นผลงานของนักทำหนังสมัครเล่น&amp;nbsp; แต่พยายามจะพูดถึงเรื่องราวระดับมนุษยชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในปี 2538 องค์การ UNESCO ได้จัดงานเทศกาลฉลองครบรอบ 100 ปีของวงการภาพยนตร์โลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าจากทั่วโลกได้รับการคัดเลือกให้ไปฉายโชว์ และหนึ่งในนั้นมีภาพยนตร์เรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; จากประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2554 หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พระเจ้าช้างเผือกเป็น &amp;lsquo;มรดกภาพยนตร์ของชาติ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านสันกลาง ตำบลป่าแดง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และมีปัญหาเรื่องสิทธิการครอบครองที่ดิน ใช้หลักฐานจาก &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; ยืนยันสิทธิชุมชนว่าชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนจะเป็นที่ดินรัฐ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สงครามและสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2482 สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้นในยุโรป&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดโปแลนด์&amp;nbsp; ส่วนในประเทศไทยมีรัฐบาลที่นำโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ยึดแนวทางลัทธิชาตินิยมแบบทหาร&amp;nbsp; ขณะที่ ปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; ยึดแนวทางสันติภาพต่างจากจอมพล ป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2483 ปรีดีแต่งนวนิยายเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องสันติภาพ&amp;nbsp; และต่อมาในปีเดียวกันนิยายเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน&amp;nbsp; ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; โดยปรีดีเป็นผู้อำนวยการสร้าง นักแสดงและทีมงานสร้างเป็นคนไทยทั้งหมด&amp;nbsp; มีบทพูดเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวทางสันติภาพไปยังนานาชาติขณะที่สงครามโลกเริ่มคุกรุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หนังสือเรื่องพระเจ้าช้างเผือก &amp;nbsp;/ ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลจอมพล ป. เริ่มปลุกกระแสชาตินิยม สนับสนุนนักศึกษาและประชาชนให้เดินขบวนเพื่อเรียกร้องดินแดนอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส&amp;nbsp; เช่น พระตะบองและเสียมราฐในเขมร&amp;nbsp; จำปาสักในลาว ในช่วงปลายปี 2483 ไทยเริ่มรบกับฝรั่งเศสบริเวณชายแดนเขมรและลาว&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; การสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสขยายข้ามพรมแดน&amp;nbsp; มีการสู้รบทางบก&amp;nbsp; ทางอากาศ&amp;nbsp; ในน่านน้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp; และทางทะเลชายแดนด้านจังหวัดตราด-เกาะกงของเขมร&amp;nbsp; หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;lsquo;ยุทธนาวีเกาะช้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เรือรบไทยจมทะเล 3 ลำ&amp;nbsp; ฝรั่งเศสเสียหายเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรของเยอรมันเริ่มเปิดสงครามในเอเซียเพื่อตีโต้อังกฤษและสัมพันธมิตร ได้ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส&amp;nbsp; จนประสบผลสำเร็จ ไทยและฝรั่งเศสเจรจาตกลงหยุดยิงกันในช่วงปลายเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี&amp;nbsp; ในวันที่ 8 ธันวาคมปีเดียวกัน&amp;nbsp; กองทัพญี่ปุ่นได้ส่งกำลังยกพลขึ้นบกตามชายทะเลภาคใต้ของไทย รวมทั้งที่สมุทรปราการ&amp;nbsp; เพื่อจะบุกไปตีอังกฤษในพม่าและอินเดีย&amp;nbsp; มีการปะทะกันระหว่างทหารญี่ปุ่นกับไทย&amp;nbsp; แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ&amp;nbsp; จนในเวลาต่อมา&amp;nbsp; รัฐบาลไทยจำยอมให้ญี่ปุ่นยกพลข้ามประเทศ&amp;nbsp; และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรสงครามกับญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันเดียวกับที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในไทยนั้น&amp;nbsp;ผู้รักชาติหลายคนได้มาพบกับปรีดีเพื่อร่วมกันก่อตั้ง &amp;lsquo;องค์การต่อต้านญี่ปุ่น&amp;rsquo; โดยให้ปรีดีเป็นหัวหน้า&amp;nbsp;ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;lsquo;ขบวนการเสรีไทย&amp;rsquo; ร่วมเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น&amp;nbsp; อังกฤษและสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านญี่ปุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสู้รบขยายวงไปทั่วโลกนานหลายปี จนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงใน&amp;nbsp; 2 เมืองใหญ่ของญี่ปุ่น &amp;nbsp;สร้างความเสียหายยับเยิน&amp;nbsp; จึงนำไปสู่การยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2488&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้&amp;nbsp; จอมพล ป. ต้องตกเป็นอาชญากรสงครามด้วย&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยรอดพ้นไม่ต้องตกเป็นประเทศที่แพ้สงครามร่วมกับญี่ปุ่น&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากขบวนการเสรีไทยที่ได้เข้าร่วมต่อต้านญี่ปุ่นกับสัมพันธมิตรนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;80 ปี&amp;nbsp; พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกนำออกฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2484 พร้อมกัน 3 ประเทศ คือ ที่นิวยอร์ค&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; สิงคโปร์&amp;nbsp; และประเทศไทยที่ศาลาเฉลิมกรุง&amp;nbsp; เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2564 ภาพยนตร์เรื่องนี้มีอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปรีดี&amp;nbsp; พนมยง (ยืนกลาง) ขณะถ่ายทำหนังในปี 2483 ที่บ้านสันกลาง&amp;nbsp; ตำบลป่าแดง จ.แพร่ &amp;nbsp;/ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; กล่าวถึงกษัตริย์ 2 พระองค์&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;พระเจ้าจักรา&amp;rsquo;&amp;nbsp;กษัตริย์ผู้ครอบครองอโยธยาเมื่อ 400 ปีก่อน&amp;nbsp; พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงธรรมราชา ไม่โปรดสาวงามในราชสำนัก&amp;nbsp; พระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อราษฎร&amp;nbsp; ทรงกล้าหาญชาญชัยในการศึก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันทรงรักสันติภาพ&amp;nbsp; บนแผ่นดินที่อุดมไปด้วยช้างเผือก&amp;nbsp; ราษฎรจึงขนานนามพระองค์ผู้เก่งกล้าว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกพระองค์ คือ &amp;lsquo;พระเจ้าหงสา&amp;rsquo; ซึ่งเป็นทรราช มีจิตใจโหดเหี้ยมทารุณ&amp;nbsp; มักมากในกาม ส่งกองทัพบุกอาณาจักรอโยธยา เพราะพระเจ้าจักราไม่ยอมให้ช้างเผือกตามที่พระเจ้าหงสาต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเจ้าจักรายกกองทัพไปเผชิญทัพหงสาที่นอกพระนคร เพราะไม่ต้องการให้ราษฎรเดือดร้อน&amp;nbsp; และได้ท้าทายให้กษัตริย์หงสาไสช้างออกมาต่อสู้กันตัวต่อตัวเพื่อไม่ให้ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย &amp;nbsp;ผลปรากฏว่า&amp;nbsp; พระเจ้าจักราได้รับชัยชนะ&amp;nbsp; และแทนที่จะจับทหารศัตรูเป็นเชลย พระองค์ทรงประกาศสันติภาพว่าอโยธยามิได้เป็นศัตรูกับชาวหงสา แต่เป็นศัตรูกับกษัตริย์หงสาที่โหดเหี้ยม&amp;nbsp; และปล่อยทหารหงสากลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดม&amp;nbsp; สุขวงศ์ &amp;nbsp;จากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้หนึ่งที่มีส่วนอนุรักษ์และเชิดชูเกียรติภาพยนต์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก เสนอความเห็นในงานเขียนเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก : ช้างเผือกของหนังไทย&amp;rsquo; ในเว็บไซต์สถาบันปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์&amp;nbsp; มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการสื่อสารกับสหประชาชาติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอังกฤษและสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ทำให้ท่านผู้สร้างภาพยนตร์ได้รับการยอมรับ &amp;nbsp;หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง &amp;nbsp;ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนังสือรับรองความเป็นผู้นำเสรีไทยของนายปรีดี &amp;nbsp;พนมยงค์&amp;nbsp; ดูเหมือนว่า เครื่องหมายเสรีไทยในประเทศไทย ก็คือรูปช้างเผือกกำลังทะยานไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายปรีดี พนมยงค์ &amp;nbsp;ในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินลงนามประกาศสันติภาพไทย &amp;nbsp;ให้ถือว่าการประกาศสงครามที่รัฐบาลเคยประกาศมาก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชาติไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศผู้แพ้สงครามแต่&amp;hellip;ภาพยนตร์ &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; ได้ทำหน้าที่ประกาศสันติภาพดังกล่าวให้ไทยไว้ล่วงหน้าไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์หอภาพยนต์ https://www.fapot.or.th)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:.75pt; margin-right:2.25pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:2.25pt&quot;&gt;ตามรอยกองถ่ายพระเจ้าช้างเผือกที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การถ่ายทำภาพพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกในช่วงปี 2483 ก่อนจะนำออกฉายเมื่อต้นเดือนเมษายน 2484 นั้น การถ่ายทำฉากท้องพระโรงส่วนใหญ่จะถ่ายในโรงถ่าย &amp;lsquo;ไทยฟิลม์&amp;rsquo; ที่กรุงเทพฯ และบริเวณพระบรมมหาราชวัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนฉากสำคัญคือการต่อสู้ระหว่างไพร่พลและกองทัพช้างของพระเจ้าหงสากับพระเจ้าจักราที่ต้องใช้ช้างนับร้อยเชือกเข้าฉากนั้น&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งในขณะนั้นเป็นแหล่งทำไม้และชักลากซุงแห่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจึงมีช้างมากมายให้นำมาเข้าฉาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา อายุ 52 ปี แกนนำพัฒนาในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่ &amp;nbsp;ในฐานะผู้ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลป่าแดงเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; โดยเฉพาะฉากสู้รบถ่ายที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ห่างจากพระธาตุช่อแฮ&amp;nbsp; ปูชนียสถานสำคัญของเมืองแพร่ไม่ถึง 1 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลของหมู่บ้านบอกว่า&amp;nbsp;บ้านสันกลางตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;แม่ก๋อน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;แม่สาย&amp;rsquo; จึงเรียกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายนี้ว่า &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;บริเวณโดยรอบของแม่น้ำทั้ง 2 สายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; มีภูเขาสูงที่เห็นได้ชัดเหมือนกับเป็นแลนด์มาร์คของตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ดอยช้างผาด่าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา ชี้ให้ดูบริเวณทุ่งนาที่ใช้เป็นฉากสู้รบ&amp;nbsp; มองเห็นดอยช้างผาด่านอยู่ลิบๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยให้สัมปทานทำไม้สักในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ก๋อนและแม่สายแก่บริษัทอีสต์&amp;nbsp;เอเซียติค&amp;nbsp;บริษัทเอกชนจากประเทศเดนมาร์ก&amp;nbsp;บริษัทได้ว่าจ้างให้พ่อเลี้ยงเมืองแพร่ชื่อ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; ที่มีช้างประมาณ 200 เชือก&amp;nbsp; นำช้างมาชักลากไม้ซุงในป่าที่โค่นแล้วออกมากองรวมกันที่ปางไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้พระธาตุช่อแฮ (ปัจจุบันคือที่ทำการเทศบาลตำบลช่อแฮ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจะใช้รถรางลากซุงไปลงแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเมืองแพร่&amp;nbsp; แล้วล่องซุงไปตามแม่น้ำยมจนถึงปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมทางค้าไม้&amp;nbsp; ไม้ซุงที่ส่งออกไปต่างประเทศจะล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่กรุงเทพฯ และนำซุงขึ้นที่โกดัง-โรงเลื่อยของบริษัทอีสต์เอเซียติคริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ เล่าต่อว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน&amp;nbsp; ตนได้ไปสอบถามข้อมูลเรื่องปัญหาที่ดินในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; รวมทั้งถามคนเฒ่าคนแก่ในตำบลว่ามีใครเกิดทันหรือพอจะรู้เรื่องการถ่ายหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกบ้าง&amp;nbsp; พบว่า ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในสมัยนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่เคยเข้าฉากเป็นทหาร&amp;nbsp; เป็นตัวประกอบ&amp;nbsp; เพราะหนังเข้ามาถ่ายที่ตำบลช่อแฮในปี 2483 นั้น&amp;nbsp; คนที่เข้าฉากหรือเล่นเป็นตัวประกอบส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานชักลากไม้ซุงกับเจ้าโว้งนั่นเอง และมีชาวบ้านในตำบลช่อแฮและใกล้เคียงประมาณ 100 คนเข้าฉากด้วย&amp;nbsp; แสดงเป็นลูกหาบและทหาร&amp;nbsp; และหากคนเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ (ช่วงเก็บข้อมูลปี 2551) จะมีอายุไม่ต่ำกว่า 90 ปี&amp;nbsp; แต่ก็ไม่มีใครเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ยังเหลือแม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp; ตอนที่เก็บข้อมูลช่วงนั้นประมาณปี 2551 แกอายุประมาณ 83 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)&amp;nbsp; แกบอกว่า&amp;nbsp; ตอนนั้นแกไม่ได้เข้าฉากอะไรกับเขาหรอก เพราะเป็นเด็กเพิ่งจะโตเป็นสาว&amp;nbsp; อายุประมาณ 15 ปี แต่ได้ฟังจากผู้ใหญ่บอกว่า&amp;nbsp; คนที่ได้เล่นหนัง&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้ชายจะได้รับค่าจ้างวันละ 5 สตางค์&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้หญิงได้ 3 สตางค์&amp;rdquo; &amp;nbsp;วินัยบอกความที่ได้จากการเก็บข้อมูลเมื่อ&amp;nbsp; 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ บอกด้วยว่า&amp;nbsp; คนรุ่นหลังๆ ในตำบลป่าแดงและช่อแฮ (เมื่อก่อนเป็นตำบลป่าแดง&amp;nbsp; แยกเป็นตำบลช่อแฮในปี 2535) ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกนั้น&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่รู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของหนังเรื่องนี้หรอก&amp;nbsp; ตนก็เพิ่งจะได้ดูหนังเรื่องนี้ทาง Youtube&amp;nbsp; เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง&amp;nbsp; และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นฉากการสู้รบ&amp;nbsp; และกองทัพช้างที่ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดงก่อนที่ตนจะเกิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่จำแม่นก็คือ ฉากที่กองทัพหงสายกไพร่พลเข้ามาจะตีเมืองอโยธยานั้น ถ่ายทำในทุ่งนาบ้านกลาง จะเห็นดอยช้างผาด่านเป็นฉากหลังได้ชัดเจน (ประมาณนาทีที่ 43-44) และฉากที่ช้างลงเดินในลำน้ำก็คือน้ำแม่สาย ผมคิดว่าคนป่าแดงและช่อแฮควรจะภูมิใจว่าบ้านเราเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังประวัติศาสตร์ของประเทศ&amp;rdquo; พิสิษฐ์ บอก&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันดอยช้างผาด่านก็ยังดูโดดเด่นเหมือนเดิม&amp;nbsp; แต่ผืนนาที่เห็นในฉากการสู้รบนั้น&amp;nbsp; ปัจจุบันกลายเป็นบ้านเรือน&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; และเป็นร้านอาหารไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ฉากการสู้รบในหนัง&amp;nbsp; ทัพหงสากำลังจะเข้าตีเมืองอโยธยา&amp;nbsp; เห็นคันนาบ้านสันกลาง&amp;nbsp; และดอยช้างผาด่านมุมบนซ้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดอยช้างผาด่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ผู้กำกับโขลงช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประวัติของ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ตามสำเนียงคนแพร่&amp;nbsp; เจ้าของช้างประมาณ 200 เชือกที่นำมาเข้าฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้&amp;nbsp; ได้รับเกียรติให้ขึ้นชื่อในไตเติ้ลร่วมกับนักแสดงและผู้กำกับคนอื่นๆ ว่าเป็น &amp;lsquo;ผู้กำกับโขลงช้าง&amp;rsquo; (Master of The Elephants) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของจังหวัดแพร่ในปี 2476 (การเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475)&amp;nbsp; มีความสนิทสนมรู้จักกับปรีดี พนมยงค์มาก่อนที่จะมีการสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ภาพจาก https://th.wikipedia.org/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าโว้งมีเชื้อสายเป็นทายาทของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่&amp;nbsp; เรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เคยทำงานกับบริษัทอีสต์เอเซียติคที่ได้รับสัมปทานทำไม้สักในภาคเหนือ ก่อนจะลาออกมาทำไม้สักเอง มีช้างมากมาย ต่อมาจึงได้รับการว่าจ้าง จากบริษัทอีสต์เอเซียติคให้มาชักลากไม้ที่ป่าแดง-ช่อแฮ&amp;nbsp; เมื่อปรีดีสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือกในปี 2483 จึงนำช้างมาร่วมแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงญี่ปุ่นบุกไทยในปี 2484&amp;nbsp; นั้น&amp;nbsp; เจ้าโว้งเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทยสายปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ด้วย โดยเป็นสมาชิกขบวนการเสรีไทยจังหวัดแพร่ &amp;nbsp;มีเรื่องเล่าว่า&amp;nbsp; ทหารอเมริกัน 3 คนที่กระโดดร่มลงมาเพื่อเป็นครูฝึกให้เสรีไทยที่ค่ายลับในเมืองแพร่นั้นกินอาหารเหนือไม่คล่องคอ&amp;nbsp; เจ้าโว้งจึงต้องจ้าง &amp;lsquo;กุ๊ก&amp;rsquo; ฝีมือดีมาทำอาหารฝรั่งให้ทหารอเมริกันกินจนอิ่มแปล้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2513 เจ้าโว้งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp; รวมอายุได้ 72 ปี......!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ติดตามตอนต่อไป...ปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาช้านาน&amp;nbsp; แต่ถูกเพิกถอน ส.ค.1&amp;nbsp; ใช้หลักฐานจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101199</URL_LINK>
                <HASHTAG>80 ปี  พระเจ้าช้างเผือก, Master of The Elephants, The King of the White Elephant, UNESCO, กระทรวงการคลัง, ขบวนการเสรีไทย, จอมพล ป.พิบูลสงคราม, ชาตินิยม, ดอยช้างผาด่าน, บริษัทอีสต์  เอเซียติค, บ้านสันกลาง, ปรีดี  พนมยงค์, ผู้กำกับโขลงช้าง, พระเจ้าจักรา, พระเจ้าช้างเผือก, พระเจ้าหงสา, พิสิษฐ์  ตาจา, ภาพยนตร์ไทย, มรดกภาพยนตร์ของชาติ, ยุทธนาวีเกาะช้าง, สงครามโลกครั้งที่ 2, หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน), องค์การต่อต้านญี่ปุ่น, เจ้าวงศ์  แสนศิริพันธุ์, เจ้าโว้ง, โดม  สุขวงศ์, ไทยฟิลม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a944d5b9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันสังเวยโควิดมากกว่าทหารพลีชีพในสงครามโลกครั้งที่2 แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกามีมากกว่าจำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ขณะประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามคำสั่งบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ล่าสุดในวันพฤหัสบดี เปิดเผยว่า สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว 406,001 คน จากผู้ติดเชื้อสะสม 24,434,282 คน จำนวนผู้เสียชีวิตของสหรัฐมากกว่าจำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตทั้งในการสู้รบและไม่ได้เกิดจากการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตามข้อมูลของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกระบุไว้ที่ 405,399 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ตัวเลขนี้ยังย้ำเตือนความสูญเสียจากโรคระบาดนี้ในช่วงยามที่สหรัฐมีประธานาธิบดีคนใหม่ ในสุนทรพจน์หลังสาบานตนรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเตือนว่า สหรัฐต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อฟันฝ่าให้พ้นฤดูหนาวอันมืดมนนี้ สหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่อาจยากที่สุดและอันตรายร้ายแรงที่สุดของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตของสหรัฐมีสัดส่วนเป็น 20% ของผู้เสียชีวิตทั่วโลกที่มีมากกว่า 2.074 ล้านคน ในขณะที่ประชากรของสหรัฐคิดเป็นเพียง 4% ของโลก ส่วนผู้ติดเชื้อ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25% ของผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่มีไม่ต่ำกว่า 96.85 ล้านคน แม้จะดูเหมือนแตะระดับสูงสุดแล้ว แต่แบบจำลองของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อสหรัฐชี้ว่า เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ บี.1.1.7 ซึ่งพบครั้งแรกในอังกฤษ จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวด้วยว่า การตอบสนองของรัฐบาลของเขาต่อการแพร่ระบาดจะยืนอยู่บนทางออกที่อ้างอิงจากหลักฐาน ซึ่งต่างจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากำลังพยายามขอให้คองเกรสอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินด้านโควิดและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ และภายหลังรับตำแหน่งเมื่อวันพุธ เขายังได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารกำหนดให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟ์ ซีเอนตส์ ผู้ที่ไบเดนมอบหมายให้ดูแลด้านการต่อสู้กับโควิด-19 เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลนี้จะนำสหรัฐกลับเข้าเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) อีกครั้ง หลังจากทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวโดยอ้างว่าองค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้โดนจีนจูงจมูก โดยแอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ จะนำคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารของดับเบิลยูเอชโอในวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90561</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้เสียชีวิต, สงครามโลกครั้งที่ 2, สหรัฐอเมริกา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc749ab14956.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านมาแล้ว 80 ปี เยอรมนีขอโปแลนด์ &#039;ยกโทษ&#039; ก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ร่วมพิธีรำลึกวันเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โปแลนด์ กล่าวสุนทรพจน์วิงวอนโปแลนด์ให้อภัยที่ระบอบทรราชย์ของเยอรมนีก่อสงครามทำลายล้างครั้งนี้เมื่อ 80 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปี การเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เมืองเวียลุนของโปแลนด์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสไตน์ไมเออร์ของเยอรมนีกล่าวทั้งภาษาเยอรมันและภาษาโปแลนด์ระหว่างพิธีรำลึกที่เมืองเวียลุน ซึ่งเป็นเมืองที่เยอรมนีทิ้งระเบิดลูกแรกเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดฉากเมื่อปี 80 ปีก่อน ว่า &amp;quot;ผมค้อมคำนับต่อหน้าเหยื่อการโจมตีที่เวียลุน ผมค้อมคำนับต่อชาวโปแลนด์ที่ตกเป็นเหยื่อของระบอบทรราชย์เยอรมัน และผมขอให้พวกท่านยกโทษให้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์เป็นประเทศที่เผชิญกับการทำลายล้างอย่างเลวร้ายที่สุดชาติหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวโปแลนด์สังเวยชีวิตเกือบ 6 ล้านคน จากผู้สังเวยสงครามโลกครั้งนี้ทั้งหมดมากกว่า 50 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวยิว 6 ล้านคนที่เป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นชาวโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สไตน์ไมเออร์กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน เขาขอให้คำมั่นว่าเยอรมนีจะไม่มีวันลืม พวกเราจะจดจำ จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ประวัติศาสตร์กำหนดให้เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา ของโปแลนด์ ประณามการโจมตีโปแลนด์ของนาซีเยอรมัน โดยระบุว่าเป็นความโหดร้ายป่าเถื่อนและเป็นอาชญากรรมสงคราม &amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่า พิธีในวันนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สัมพันธไมตรีระหว่างโปแลนด์และเยอมนี&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทิ้งระเบิดปูพรมที่โปแลนด์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2482 เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากเยอรมนีและสหภาพโซเวียตทำกติกาสัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทร็อปที่จะไม่รุกรานกัน การตัดสินใจโจมตีโปแลนด์
ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี และวันที่ 17 กันยายน โซเวียตก็รุกรานโปแลนด์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกโทษ, สงครามโลกครั้งที่ 2, เยอรมนี, แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bd4a92f552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรพรรดิญี่ปุ่นทรงร่วมพิธีรำลึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรัส &#039;สำนึกผิดอย่างยิ่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระนารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่นมีพระราชดำรัสเนื่องในวันครบรอบการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระองค์นับแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยทรงแสดงความสำนึกผิดอย่างยิ่งต่อผลของการกระทำของญี่ปุ่นในอดีต อีกด้านนายกฯ ชินโซ อาเบะ ส่งเครื่องสักการะเซ่นไหว้ศาลเจ้าแห่งสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงแสดงความเคารพเบื้องหน้าแท่นบูชา ระหว่างพิธีรำลึกผู้สังเวยชีวิตจากสงคราม เนื่องในวันครบรอบ 74 ปีที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 15 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะซึ่งมีพระชนมพรรษา 59 พรรษา ทรงเป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์แรกที่เสด็จพระราชสมภพภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระราชบิดาของพระองค์ มีพระชนมพรรษาเพียง 11 พรรษา เมื่อครั้งที่สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงประกาศยอมแพ้สงคราม พระราชดำรัสของจักรพรรดินารุฮิโตะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งภายในญี่ปุ่นและทั่วภูมิภาคเอเชียว่าจะเปลี่ยนไปจากพระราชดำรัสของพระราชบิดาของพระองค์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า พระราชดำรัสของจักรพรรดินารุฮิโตะมีความคล้ายคลึงกับพระราชดำรัสของจักรพรรดิอากิฮิโตะเมื่อปีที่แล้ว พระองค์ตรัสว่า เมื่อได้ทรงมองย้อนไปยังช่วงเวลาสันติหลังสงคราม และได้ใคร่ครวญสิ่งที่ผ่านมาในอดีต พร้อมกับพิจารณาด้วยความรู้สึกสำนึกผิดอย่างยิ่ง พระองค์ทรงคาดหวังว่าการทำลายล้างของสงครามจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอด 74 ปีที่สงครามนี้สิ้นสุดลง สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศเราในวันนี้สร้างขึ้นได้ด้วยความบากบั่นอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยของประชาชน&amp;quot; จักรพรรดินารุฮิโตะตรัสในพิธีรำลึกวันสิ้นสุดสงครามที่กรุงโตเกียว ซึ่งมีพิธียืนสงบนิ่ง 1 นาทีเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตเพราะสงครามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นตัดสินใจไม่เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิในกรุงโตเกียวอีก 1 ปี โดยได้ส่งผู้ช่วยนำเครื่องสักการะพร้อมปัจจัยไปเซ่นไหว้ที่ศาลเจ้าแห่งสงครามที่ถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของระบอบทหารนิยมแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชาตินิยมของญี่ปุ่นรายนี้ไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่ง สร้างความโกรธเคืองแก่จีนและเกาหลีใต้ที่ตกเป็นเหยื่อการรุกรานของญี่ปุ่นสมัยสงคราม และยังทำให้โดนรัฐบาลสหรัฐตำหนิด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43523</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพรรดิญี่ปุ่น, ชินโซ อาเบะ, ศาลเจ้ายาสุกุนิ, สงครามโลกครั้งที่ 2, สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ, สำนึกผิดอย่างยิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d55445ed50ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ลั่นไม่เป็นปัญหา ไม่ได้รับเชิญร่วมพิธีรำลึก 75 ปีดีเดย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำโลกร่วมพิธีรำลึก 75 ปีวันยกพลขึ้นบกที่ฝรั่งเศสเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความมั่นใจกับชาติพันธมิตรว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝั่งมหาสมุทรไม่อาจทำลายได้ ขณะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียไม่ถือสาที่ไม่ได้รับเชิญร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (ซ้าย) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในพิธีเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐเข้าร่วมพิธีรำลึกซึ่งจัดขึ้นหนึ่งวันก่อนหน้านั้นที่เมืองพอร์ตสมัธ ทางใต้ของอังกฤษ เช่นเดียวกับผู้นำอีกหลายประเทศ อาทิ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส, นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และนายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา รวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ พิธีในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน ข้ามฝั่งมาจัดที่แคว้นนอร์มังดี ทางเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งทรัมป์และผู้นำหลายคนมาร่วมงานซึ่งจัดในสถานที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวในพิธีที่อนุสรณ์สถานและสุสานทหารอเมริกัน ซึ่งมีทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวอเมริกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 60 นาย และบุคคลทั่วไปอีกหลายพันคนเข้าร่วมพิธี ว่า มิตรภาพระหว่างสหรัฐกับเพื่อนและหุ้นส่วนความร่วมมือที่หล่อหลอมขึ้นจากสงครามโลกครั้งนั้นจะไม่มีวันแตกสลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาครงกล่าวต่อทหารผ่านศึกวัยอาวุโสเหล่านี้ว่า ฝรั่งเศสรู้ว่าเราได้รับอิสรภาพเพราะพวกท่าน &amp;quot;และในนามของชาวฝรั่งเศส ข้าพเจ้าอยากกล่าวคำว่าขอบคุณ&amp;quot; และว่า อเมริกาไม่เคยยิ่งใหญ่ได้เท่ากับตอนที่พวกเขาต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่โรงงานผลิตรถยนต์ฮาวาลในแคว้นตูลาของรัสเซีย เมื่อวันพุธ / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีรำลึกวันดีเดย์ที่ฝรั่งเศสในคราวนี้ กล่าวในการประชุมเศรษฐกิจที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อวันพฤหัสบดีว่าไม่เป็นปัญหา &amp;quot;เราก็ไม่ได้เชิญทุกคนมาร่วมทุกงานเช่นกัน ทำไมผมจึงควรได้รับเชิญไปทุกที่ด้วย&amp;quot; ปูตินกล่าว และว่า เขาเองก็มีธุระต้องทำอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินเข้าร่วมพิธีรำลึกวันดีเดย์ครบรอบ 70 ปี แต่สัปดาห์นี้รัฐบาลรัสเซียยืนกรานว่าไม่ควรประโคมนัยสำคัญของวันดีเดย์ที่ส่งผลต่อสงครามโลกครั้งที่ 2 มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัสเซียมักกล่าวหาโลกตะวันตกว่า ไม่มีความเข้าใจอย่างเหมาะสม หรือรับรู้เท่าที่ควร ว่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลในสหภาพโซเวียต ซึ่งประเมินว่ามีราว 27 ล้านคนที่สังเวยสงครามนี้ ในทางกลับกัน ชาวรัสเซียก็รับรู้น้อยมากเช่นกันเกี่ยวกับแนวรบฝั่งตะวันตก หรือความช่วยเหลือที่สหภาพโซเวียตได้รับจากสหรัฐในการสู้รบครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37877</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์มังดี, รัำลึก 75 ปีวันดีเดย์, วลาดิมีร์ ปูติน, วันดีเดย์, วันยกพลขึ้นบก, สงครามโลกครั้งที่ 2, โดนัลด์ ทรัมป์, ไม่ได้รับเชิญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf9258121f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ายทหารญี่ปุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บางบัวทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
พ.ศ.2482 เกิดสงครามขึ้นในทวีปยุโรปโดยประเทศที่เข้าร่วมสงครามเป็นประเทศตะวันตก ได้แก่ &amp;nbsp;เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ทางเอเชียก็เกิดสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากความขัดแย้งในดินแดนตอนใต้ของแมนจูเรีย สงครามที่เกิดขึ้นในทั้งสองทวีปนี้ได้เชื่อมโยงกันและขยายวงมาถึงดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อฝรั่งเศสยอมแพ้เยอรมนีในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2483&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงคราม ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองขึ้นในอาณานิคมของฝรั่งเศส ญี่ปุ่นจึงถือโอกาสเข้าแทรกแซงกิจการในดินแดนนี้โดยส่งกำลังเข้าควบคุมอินโดจีนของฝรั่งเศส &amp;nbsp;ได้แก่ เวียดนาม ลาว และกัมพูชาในปัจจุบัน โดยขอให้รัฐบาลอินโดจีนของฝรั่งเศสปิดแนวชายแดนที่ติดต่อกับจีน เพื่อป้องกันการส่งกำลังช่วยเหลือรัฐบาลจีนซึ่งกำลังทำสงครามยืดเยื้อกับญี่ปุ่นอยู่ และต่อมาได้ทำสัญญายินยอมให้ญี่ปุ่นตั้งกองทหารในอินโดจีนได้ ทำให้สหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน และเนเธอแลนด์ดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นยุติสงครามกับจีนและถอนกำลังทหารออกจากอินโดจีนของฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นตอบโต้ด้วยการส่งกองกำลังเข้าโจมตีดินแดนอาณานิคมทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออก และยกพลขึ้นบกทางชายฝั่งทะเลที่จังหวัดปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และบางปู สมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งทหารเข้าโจมตีมณฑลกวางตุ้งและเกาะฮ่องกงของอังกฤษ ส่งเครื่องบินโจมตีฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา ฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ล (Pearl Harbor) สองวันหลังจากเปิดแนวรบไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้บัญญัติชื่อเรียกสงครามครั้งนี้ว่า &amp;quot;Greater East Asia War&amp;quot; หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา สถานการณ์ของสงครามที่ขยายตัวและเชื่อมโยงกันอย่างหลวมๆ นี่กลายเป็นที่มาของคำเรียกสงครามโดยรวมว่า สงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคราวที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกทางภาคใต้ของไทย ทหาร ตำรวจ ยุวชนทหาร ลูกเสือ อาสาสมัครต่างๆ ในจังหวัดเหล่านั้นได้ทำการต่อสู้และได้พลีชีพเพื่อชาติจำนวนมาก รัฐบาลไทยซึ่งมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พิจารณาเห็นว่าไทยยังไม่พร้อมจะรบกับกองทัพญี่ปุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับญี่ปุ่นได้แจ้งความประสงค์ขอเพียงเดินทัพผ่านประเทศไทย และจะเคารพเอกราชอธิปไตยของไทย รัฐบาลไทยจึงมีคำสั่งให้หยุดยิงและยุติการสู้รบ และตัดสินใจทำกติกาสัญญาพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นในเวลาต่อมา ทำให้ไทยเป็นประเทศพันธมิตรกับญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว และพัฒนาไปสู่การประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม พ.ศ.2485&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่กองทัพญี่ปุ่นจากประเทศพม่าพ่ายแพ้ต่อกองทัพอังกฤษในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 &amp;nbsp;ทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2488 และในวันที่ 9 &amp;nbsp;สิงหาคม พ.ศ.2488 มีการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองที่เมืองนางาซากิ ราษฎรญี่ปุ่นเสียชีวิตนับล้านคน ทำให้ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2488 สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตมีพระบรมราชโองการยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตรโดยปราศจากเงื่อนไข และให้บรรดาทหารญี่ปุ่นทั้งหมดวางอาวุธโดยสิ้นเชิง สงครามมหาเอเชียบูรพาจึงได้ยุติลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกองทัพญี่ปุ่นแพ้สงคราม ในช่วงแรกรัฐบาลไทยกักบริเวณชาวญี่ปุ่นไม่ให้ออกจากที่พักเพื่อความปลอดภัย มีตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยหน้าที่พัก ซึ่งในเวลานั้นกองกำลังของสัมพันธมิตรได้เข้าควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดิมทางราชการได้จัดเตรียมสถานที่บริเวณที่เป็นที่ตั้งของค่ายพิทักษ์บางบัวทองแห่งนี้เพื่อรองรับการเคลื่อนย้าย สถานที่ราชการบางส่วนงานมาอยู่ที่บางบัวทอง เพราะขณะเกิดสงครามกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดทำลายเพื่อตัดกำลังทหารกองทัพญี่ปุ่น โดยทำให้สถานที่ราชการสำคัญๆ &amp;nbsp;หลายแห่งในกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น สถานีรถไฟหัวลำโพง โรงไฟฟ้าวัดเลียบ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสะพานพระราม 6 ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดทำลายสะพานพระราม 6 ถึง 5 ครั้ง ครั้งแรก 1 มกราคม พ.ศ.2487 &amp;nbsp;ลูกระเบิดลงที่วัดสร้อยทอง ไฟไหม้วัดเสียหาย ครั้งที่ 2 วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2487 และครั้งที่ 3 วันที่ &amp;nbsp;3 มกราคม พ.ศ.2488 สะพานไม่เสียหาย ครั้งที่ 4 วันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2488 สะพานถูกลูกระเบิดช่วงสะพานขาด และครั้งที่ 5 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2488 สะพานถูกระเบิดซ้ำ ช่วงสะพานขาดและชำรุดเสียหายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลหลายแห่งถูกระเบิดของกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรทำลาย ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลกำหนดจะย้ายส่วนราชการบางส่วนมาอยู่ที่อำเภอบางบัวทอง เพราะเห็นว่าเป็นที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากที่บริเวณปากคลองบางบัวทองเป็นที่ตั้งของโรงงานทำอิฐทนไฟ บ.บ.ท. ของคุณประสาท &amp;nbsp;สุขุม หัวหน้าขบวนการเสรีไทยสายบางบัวทอง ทำให้บริเวณดังกล่าวได้รับความคุ้มครองจากกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรที่จะไม่ทิ้งระเบิดในบริเวณที่มีปล่องเตาเผาอิฐ บ.บ.ท. โดยให้สังเกตจากปล่องเตาเผาอิฐซึ่งมีความสูงและมองเห็นได้แต่ไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงเมื่อ พ.ศ.2489 ชาวญี่ปุ่นจำนวน 3,872 คนถูกควบคุมตัวให้มาพำนักอยู่ที่ค่ายพิทักษ์บางบัวทอง การดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นในค่ายพิทักษ์บางบัวทองเป็นไปด้วยดี &amp;nbsp;เพราะไทยไม่คิดว่าชาวญี่ปุ่นเหล่านี้เป็นเชลยศึกแต่อย่างใด ตัวค่ายตั้งอยู่ริมคลองพระราชาพิมล ห่างจากตลาดบางบัวทองไปทางทิศตะวันตก ตามคลองพระราชาพิมล ห่างจากวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในค่ายแบ่งออกเป็น 3 ค่าย คือ ค่ายหนึ่ง ค่ายสอง และค่ายสาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวญี่ปุ่นที่อยู่ที่พำนักอยู่ที่ค่ายแห่งนี้ช่วยกันขุดบ่อน้ำเพื่อใช้เป็นที่เก็บน้ำดื่ม สร้างที่พัก อาคารเรียนสำหรับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงเด็กโต โรงอาหาร ลานกีฬา และอาคารอื่นๆ ที่จำเป็น อาคารทั้งหมดสร้างด้วยไม้ หลังคาและฝาเป็นจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติ บางคนมีภรรยาเป็นคนไทย แต่ภรรยาไม่สามารถเข้าไปอยู่ในค่ายได้ ต้องเช่าบ้านหรือห้องแถวอยู่นอกค่าย ภายในค่ายมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีการจัดเวรทำอาหารและทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กได้ศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนภายในค่าย ผู้ใหญ่ได้เข้ารับการศึกษาภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย เวลาว่างมีกิจกรรมสันทนาการและการเล่นกีฬา เช่น เบสบอลและวอลเลย์บอล และเมื่อถึงเทศกาลตามประเพณีของชาวญี่ปุ่นก็สามารถจัดงานได้ เช่น เทศกาลปลาของญี่ปุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนที่อยู่ภายในค่ายมีอิสระในการทำกิจกรรมต่างๆ แต่ห้ามออกไปนอกค่าย นอกจากจะได้รับอนุญาตให้ไปซื้อของที่ตลาดบางบัวทอง โดยผลัดกันไปเป็นกลุ่มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ภายในค่ายแต่ละคนมีเงินติดตัวกันมามาก ดังที่นายไพโรจน์ พันธุมจินดา ได้กล่าวไว้ในบท
ความเรื่อง มาสแต็งตกที่บางบัวทอง จากหนังสือ เอาเส้นใหญ่รวมมิตรมาจาน ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ...พวกเฉลยญี่ปุ่นได้รับอนุญาตมาเที่ยวตลาดได้ทุกวันโดยผลัดกันมาเป็นกลุ่มๆ การเงินเดินสะพัดหมุนจี้ ร้านรวง พ่อค้าแม่ค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะพวกญี่ปุ่นขนเงินติดตัวมาคนละมากๆ &amp;nbsp;บางคนยัดธนบัตรใส่ที่นอน หมอนหนุนหัวแทนนุ่นแน่นเอี้ยด ญี่ปุ่นหนุ่มฐานะชั้นกระจอกคนหนึ่งชื่อซาบูเอะ รู้จักกับที่บ้านและเอาเงินมาฝากไว้หกหมื่นบาทก่อนกลับกรุงเทพฯ และส่งตัวกลับยี่ปุ่นเขามาขอรับเงินคืนไปเป็นที่เรียบร้อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในค่ายพิทักษ์บางบัวทองได้ใช้ชีวิตอยู่ภายในค่ายจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2489 จึงเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาของการใช้ชีวิตอยู่ภายในค่าย ทุกคนต่างรู้สึกผูกพันและประทับใจในน้ำใจของคนไทยที่ให้การดูแลเอาใจใส่ต่อชาวญี่ปุ่นที่ถูกควบคุมตัวเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเดินทางกลับจึงได้ร่วมกันสร้างสะพานข้ามคลองบางบัวทองที่หน้าวัดละหาร อำเภอบางบัวทอง เพื่อแสดงความขอบคุณชาวไทย โดยเฉพาะชาวบางบัวทองที่ให้ความเป็นมิตรและมีน้ำใจไมตรีตลอดเวลาที่ได้พำนักอยู่ที่ค่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานที่สร้างไว้เป็นอนุสรณ์นี้ชื่อว่า สะพานไมตรีนฤมิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2514 ยังได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมบางบัวทอง ขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่พบปะระหว่างชาวญี่ปุ่นที่ได้มาอยู่ที่ค่ายพิทักษ์บางบัวทองอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ้างอิง :https://library.stou.ac.th/&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, ค่ายทหารญี่ปุ่น, บางบัวทอง, สงครามโลกครั้งที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe3b718dbd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
