<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สจล.ห่วงเด็กติดโควิด ยกเลิกสอบTCAS รอบ 2 ที่เป็นรอบโควตา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10เม.ย.64-ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายจังหวัดดังนั้น สจล. ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีความเป็นห่วงใยความปลอดภัยและสุขภาพของนักศึกษา จึงได้ยกเลิกการสอบข้อเขียน TCAS รอบ 2 (รอบโควตา) (วันที่ 9 - 10 เมษายน 2564) ในเขตลาดกระบังรวมถึงที่วิทยาเขตชุมพรฯ โดยให้ผู้สมัครสอบสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทักษะทางวิชาการ ในรูปแบบการสัมภาษณ์ออนไลน์ เพื่อเป็นการเลี่ยงการแออัดของผู้สมัครสอบหากมาในพื้นที่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับผู้สมัครที่อยู่ต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สจล. ยังตระหนักถึงผลกระทบและความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ผ่านการกำหนดใช้ 7 มาตรการเร่งด่วนและเข้มงวดนอกเหนือจากมาตรการข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร อาจารย์ รวมถึงนักศึกษา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดสถาบันฯ ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 23 เมษายน 2564
2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการสำหรับนักศึกษา คือ จัดให้มีการเรียนการสอน ในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
3. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการสำหรับบุคลากร คือ ให้ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 23 เมษายน 2564
4. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นเข้า-ออก สถาบันฯ ต้องผ่านการคัดกรอง 3 ขั้นตอนคือ บุคลากรและนักศึกษา และบุคคลภายนอก จะต้องทำการประเมินความเสี่ยงทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่ภายในสถาบันฯ ผ่านทาง &amp;nbsp;https://gofight.kmitl.ac.th &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าพื้นที่ภายในสถาบันฯ บุคลากรและนักศึกษา และบุคคลภายนอก ต้องตรวจวัดอุณหภูมิ และแสดงผลการประเมินความเสี่ยง ต่อเจ้าหน้าที่ประจำอาคารสแกน QR Code &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ที่จัดแสดงไว้ประจำทุกอาคารในการลงทะเบียนเข้า-ออก ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการทำความสะอาดภายในสถาบันฯ ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว (ตามข้อ 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่อนุญาตให้จัดโครงการหรือกิจกรรมภายในสถาบันฯ ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว (ตามข้อ 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการแจกซิมอินเทอร์เน็ต (Internet) ฟรี เพื่อใช้สำหรับการเรียนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; &amp;nbsp;ในวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบนี้มีความรุนแรง และเชื้อแพร่กระจายเร็ว ดังนั้นจึงแนะนำให้ ทุกหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงประชาชน ต้องเคร่งครัดกับมาตรการพื้นฐานในการป้องกันตนเอง &amp;nbsp;เช่น สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ &amp;nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่แออัด เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&amp;quot;ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99033</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, TCAS, สจล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_607146657492b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สจล.เสนอตัวเป็นรพ.เตียงสนาม  รองรับผู้ป่วย.โควิดได้  351 ห้อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27มี.ค.63-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. เตรียมเสนอกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเปิดโรงพยาบาลสนาม โดยใช้พื้นที่หอพักนักศึกษาพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 21.5 ไร่ โดยจะใช้หอพัก 3 อาคาร จากทั้งหมด 8 อาคาร รวม 351 ห้อง จัดสรรออกเป็นห้องสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 75 ห้อง ห้องสำหรับเตรียมอาหาร ห้องซักรีด ห้องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ และห้องสำหรับผู้ป่วยจำนวน 276 ห้อง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกคัดกรองมาจากโรงพยาบาลต่างๆ โดยภายในโรงพยาบาลสนามจะมีการจัดโซนพื้นที่พักฟื้นของผู้ป่วย ตามระดับความรุนแรงของผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ นักศึกษา สจล. ที่พักอาศัยที่หอพักนักศึกษาเดินทางกลับบ้านเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก สจล. มีมาตรการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมด รวมทั้งมีนโยบายให้บุคลากรทำงานจากที่บ้าน (Work from home) เพื่อลดระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ด้วยเหตุนี้ทำให้มีพื้นที่ในหอพักว่างสำหรับเตรียมทำโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ หอพักพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ยังมีจุดเด่นในเรื่องที่ตั้งในพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก มีพื้นที่กว้างขวาง อยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และมีความเหมาะสมที่จะเปิดเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดย สจล. ได้เดินหน้าตรวจสอบ และประเมินความพร้อมของพื้นที่อย่างละเอียดก่อนเปิดรับผู้ป่วย อีกทั้งมีมาตรการทำความสะอาดพื้นที่อย่างดีเยี่ยมทั้งก่อนและหลังใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. โทรศัพท์ 02-329-8111 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/kmitlofficial หรือเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61146</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, รพ.เตียงสนาม, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, สจล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dc2c6ab9a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สจล.เปิดตัวนวัตกรรมAIคัดกรอง25โรค วิเคราะห์จากเสียงพูดเพียง1-3นาทีรู้ผล ใช้กับการแพทย์ฉุกเฉิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;18 ธ.ค.62 &amp;nbsp;- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยคณะแพทยศาสตร์ เปิดตัว &amp;ldquo;นวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services) หรือ &amp;nbsp;AIEMS ระบบประมวลอาการและคัดกรองผู้ป่วย จากสัญญาณเสียงพูดเป็นตัวอักษร เพียง 1-3 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นระบบ AIEMS จะนำส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รถฉุกเฉิน เพื่อจัดเตรียมรถฉุกเฉินที่อยู่ใกล้และเลือกรถฉุกเฉินที่เหมาะกับอาการของผู้ป่วย โดยแบ่งเป็น 3 ระดับสี ได้แก่ สีแดงผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สีเหลืองผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน และสีเขียวผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง ปัจจุบันระบบ AIEMS สามารถคัดกรองและประมวลผล 25 กลุ่มอาการโรคฉุกเฉิน อาทิ หายใจลำบาก หายใจติดขัด หัวใจหยุดเต้น เจ็บแน่นทรวงอก ภาวะฉุกเฉินเหตุสิ่งแวดล้อม ปวดศีรษะ พิษ รับยาเกินขนาด มีครรภ์ คลอด ไม่รู้สติ ถูกทำร้าย ฯลฯ โดยที่ผ่านมาศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินต่างๆ ประสบปัญหาจำนวนคนให้บริการและเหตุก่อกวนอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยจริงได้อย่างทั่วถึง ซึ่งแต่ละปีมีการสูญเสียชีวิตมากกว่า 3 แสนคน ทั้งนี้ระบบดังกล่าวมีเป้าหมายสู่การเป็นเวิลด์แพลตฟอร์ม และถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามนวัตกรรมดังกล่าว นับว่าเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของสถาบันในการเป็น &amp;ldquo;รากฐานนวัตกรรม&amp;rdquo; ของประเทศไทย เพื่อรองรับกับการก้าวไปสู่สังคมสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ในโอกาสที่ สจล. ฉลองครบรอบ 60 ปีในปี 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ งานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services) หรือ &amp;nbsp;AIEMS จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. เว็บไซต์ www.facebook.com/kmitlofficial, www.kmitl.ac.th และโทรศัพท์ 02-329-8111&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมในสังคมเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยร่วม ควบคู่กับการตอกย้ำจุดแข็งของสถาบันในการเป็น &amp;ldquo;รากฐานนวัตกรรม&amp;rdquo; ของประเทศไทย เพื่อรองรับกับการก้าวไปสู่สังคมสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ในโอกาสที่ สจล. ฉลองครบรอบ 60 ปีในปี 2563 (GO BEYOND THE LIMIT) เพราะมีความเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถทำให้มนุษย์ไปไกลได้กว่าขีดจำกัด โดยเฉพาะในเรื่องของสาธารณสุขและการแพทย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการวิจัย &amp;ldquo;นวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) &amp;nbsp;โดยคณะแพทยศาสตร์ สจล. ได้ทำให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการแพทย์ได้ โดยระบบดังกล่าวฯ จะประมวลผลเป็นอัลกอริทึม (กระบวนการแก้ปัญหาที่สามารถอธิบายออกมาเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน) ซึ่งจะแปลงสัญญาณเสียงพูดหรือความรู้สึกมาเป็นตัวอักษร เพื่อประเมินความเสี่ยงหรือความรุนแรง และส่งต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อจัดเตรียมรถฉุกเฉินออกไปรับผู้ป่วยในเวลาอันรวดเร็วทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ. อนันต์ ศรีเกียรติขจร คณบดี คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า นวัตกรรมในการช่วยเหลือผู้ป่วยรถฉุกเฉินภายใต้โครงการวิจัย &amp;ldquo;นวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ต่อยอดมาจากโครงการระบบไฟจราจรอัฉริยะสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (iAmbulance) ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดนวัตกรรมระดับโลกต่างๆ ได้แก่ รางวัลเหรียญทองแดง และรางวัล Special prize จากประเทศเกาหลี ในงานแสดงนวัตกรรม Genneva Ionovation และรางวัล Special prize จากประเทศโรมาเนีย ในงานวันนักประดิษฐ์ที่จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการสนับสนุนด้านข้อมูลและเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว และโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษาและวิจัยโครงการนี้นานกว่า 6 เดือน ภายใต้งบประมาณการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และรองรับกับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จากปัจจุบันที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่ 60 ปี คิดเป็นจำนวน 16 - 17% หรือประมาณ 10 - 11 ล้านคน ภายใต้ประชากรของประเทศเกือบ 70 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านคน หรือราว 20 % โดยเฉลี่ยของจำนวนประชากรในประเทศ ขณะที่สถิติการเจ็บป่วยผู้สูงอายุของคนไทยพบว่าผู้สูงอายุ 1 คน จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้เปิดเผยสถิติในขั้นตอนของการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตจากจุดเกิดเหตุเพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพบว่ายังเป็นไปอย่างล่าช้าโดยผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตต้องเสียชีวิต ช่วงก่อนถึงโรงพยาบาลมากกว่าร้อยละ 20 และสถิติปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทย โดยองค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละประมาณ 22,491 ราย คิดเป็น 32.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน หรือเฉลี่ยแล้วมีประชากรไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุชั่วโมงละ 3 คน ดังนั้น สจล. จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ สจล. ในการส่งเสริมการศึกษาและวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบ AIEMS ที่พัฒนาขึ้นมาสามารถลดเวลาในขั้นตอนการคัดกรองอาการผู้ป่วยที่เป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกชนิดของรถฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดเวลาการรอคอยของผู้ป่วย และลดอัตราการสูญเสียอันเกิดจากการเสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาลจากเดิมที่ร้อยละ 20 โดยที่ผ่านมาศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินต่างๆ ประสบปัญหาจากการโทรศัพท์เข้ามาก่อกวน ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยจริงได้อย่างทั่วถึง โดยเจ้าหน้าที่ 6 คน สามารถรับโทรศัพท์ได้เพียง 1,500 สายต่อวันเท่านั้น ขณะที่ข้อจำกัดของเจ้าหน้า คือเรื่องของเวลาเพราะต้องสอบถามประวัติและข้อมูลต่างๆ รวมถึงประสานงานรถฉุกเฉินที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อไปรับผู้ป่วย ณ ที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด โดยการแพทย์ฉุกเฉินสากลได้กำหนดไว้ว่ารถฉุกเฉินต้องไปถึงผู้ป่วยภายใน 8 นาที &amp;nbsp;ซึ่งนับตั้งแต่เวลาที่มีการรับสายแจ้งเหตุ จนกระทั่งทีมแพทย์ฉุกเฉินเดินทางไปถึงผู้ป่วย ซึ่งแต่ละปีมีการสูญเสียชีวิตมากกว่า 3 แสนคน อันเนื่องมาจากปัญหาความล่าช้าในกระบวนการรอคอย และการจราจรที่ติดขัดบนท้องถน&amp;rdquo; นายแพทย์อนวัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.เกรียงศักดิ์ ขาวเนียม ผู้จัดการโครงการวิจัย &amp;ldquo;นวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) &amp;nbsp;และอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สำหรับระบบ AIEMS ทำงาน 3 ประการคือ เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน &amp;nbsp;แชร์ข้อมูลให้กับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลในการลดเวลาในการรอคอยของผู้ป่วย โดยระบบ AIEMS จะประมวลอาการและคัดกรองผู้ป่วยจากเดิมที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นผู้จดประวัติหรือสอบถามอาการเบื้องต้น แต่หากเป็นระบบ AIEMS จะทำการแปลงสัญญาณจากสัญาณเสียงพูดเป็นตัวอักษร ซึ่งสามาถลดในขั้นตอนนี้เหลือเพียง 1-3 นาทีเท่านั้น จากปกติที่ต้องใช้เวลา 3-5 นาที หลังจากนั้นระบบ AIEMS จะนำส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รถฉุกเฉิน เพื่อจัดเตรียมรถฉุกเฉินที่อยู่ใกล้และเลือกรถฉุกเฉินที่เหมาะกับอาการของผู้ป่วย โดยแบ่งเป็น 3 ระดับสี ได้แก่ สีแดงผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สีเหลืองผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน และสีเขียวผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง พร้อมกันนี้ระบบ AIEMS จะนำส่งข้อมูลให้กับโรงพยาบาลปลายทาง เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจุบันระบบ AIEMS สามารถคัดกรองและประมวลผล 25 กลุ่มอาการโรคฉุกเฉิน ได้แก่ 1.ปวดท้องบริเวณหลัง เชิงกราน และขาหนีบ 2.แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้สัตว์ต่อย แอนาฟิแล็กซิส ปฏิกิริยาภูมิแพ้ 3.สัตว์กัด 4.เลือดออกโดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ 5.หายใจลำบาก หายใจติดขัด 6.หัวใจหยุดเต้น 7.เจ็บแน่นทรวงอก หัวใจ มีปัญหาทางด้านหัวใจ 8.สำลัก อุดกั้นทางเดินหายใจ 9.เบาหวาน 10.ภาวะฉุกเฉินเหตุสิ่งแวดล้อม 11.ปวดศีรษะ ภาวะผิดปกทางตา หู คอ จมูก 12.คลุ้มคลั่ง ภาวะทางจิตประสาท อารมณ์ 13.พิษ รับยาเกินขนาด 14.มีครรภ์ คลอด นรีเวช 15.ชัก มีสัญญาณบอกเหตุการชัก 16.ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุจำเพาะ 17.อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียความรู้สึก ยืนหรือเดินไม่ได้เฉียบพลัน 18.ไม่รู้สติ ไม่ตอบสนอง หมดสติชั่ววูบ 19.เด็ก กุมารเวช 20.ถูกทำร้าย 21.ไหม้ ลวกเหตุความร้อน สารเคมี ไฟฟ้าช็อต 22.ตกน้ำ จมน้ำ บาดเจ็บทางน้ำ 23.พลัดตกหกล้ม อุบัติเหตุ เจ็บปวด 24.อุบัติเหตุยานยนต์ และ 25.อื่นๆ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถประยุกต์ใช้กับการคัดกรองและประมวลผลโรคทั่วไปได้อีกด้วย อาทิ โรคเบาหวาน ปวดหัว และเป็นไข้ เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ สจล.ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ AIEMS อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการแปลงสัญญาณเสียงพูดภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาอีสาน ภาษาใต้ ภาษาเหนือ ให้เป็นเป็นตัวอักษร รวมถึงภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว และพม่า เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก และเกิดการใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะทำให้คณะแพทยศาสตร์ สจล. ก้าวสู่การเป็นผู้นำทางด้านการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระบบ AIEMS จะนำร่องทดลองใช้ในจังหวัดสระแก้วเป็นแห่งแรก ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก นายทรงยศ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว โดยนำระบบดังกล่าวไปติดตั้งภายในศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดสระแก้ว ควบคู่กับการนำระบบไฟจราจรอัฉริยะสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (iAmbulance) ที่ถูกนำไปติดตั้งทางร่วมแยกกว่า 20-30 แห่งทั่วจังหวัด เพื่อใช้เป็นโมเดลต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ และผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้นี้ ทางสจล.จะร่วมมือกับศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เพื่อติดตั้งระบบ AIEMS มาใช้กับรถฉุกเฉินในสังกัด กทม. ที่ปัจจุบันมีอยู่ 200 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงาน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services) หรือ &amp;nbsp;AIEMS จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. เว็บไซต์ www.facebook.com/kmitlofficial, www.kmitl.ac.th และโทรศัพท์ 02-329-8111&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัตกรรมระบบ AI สำหรับการคัดกรองโรคและการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน, สจล, สจล.เปิดตัวนวัตกรรมAIคัดกรอง25โรค วิเคราะห์จากเสียงพูดเพียง1-3นาทีรู้ผล ใช้กับการแพทย์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa117e1e267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพากษาข้ามคืน! 8 โมงเช้ายันตี 1 สั่งคุกอ่วมแก๊งโกง&#039;สจล.&#039;หัวโจกโดน 145-152 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. จนถึงเวลา 01.00 น.ของวันที่ 26 ธ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 3 สำนวน ในคคดีหมายเลขดำ อ.1992/2558, อ.6499/2558, อ.4592/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 11 (อัยการจังหวัดมีนบุรี) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 43 &amp;nbsp;ปี อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 59 ปี ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. ที่ 2, นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 30 ปี ที่ 3, น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 30 ปี ที่ 4, นายสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 47 ปี ที่ 5, นางระดม มัทธุจัด อายุ 58 ปี ที่ 6, นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 35 ปี ที่ 7, นายภาดา บัวขาว อายุ 31 ปี ที่ 8, นายถวิล พึ่งมา อายุ 64 ปี อดีต อธก.สจล.ที่ 9, นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อายุ 54 ปี อดีต ผช.อธก. ที่ 10, นายสลุต ราชบุรี อายุ 57 ปี ที่ 11, นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่ 12, นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ ที่ 13 และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ที่ 14 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฟอกเงิน, สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต, สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 264, 265, 266, 268, 335, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 11 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 7, 10, 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.- 12 พ.ย. 2555 ต่อเนื่องในปี 2557 พวกจำเลยได้ร่วมกันยักยอกทรัพย์เบียดบังทรัพย์ 689 ล้านบาทเศษ ของ สจล.ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และยังร่วมกันฟอกเงิน 303 ล้านบาทเศษด้วย ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยนายถวิล และกลุ่มอาจารย์ สจล. รวม 3 คน ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศการอ่านคำพิพากษานั้น ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งชาย-หญิงที่ถูกคุมขังมาจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ส่วนจำเลยที่ได้ประกันตัวก็มาศาลครบทั้งหมด โดยศาลเริ่มอ่านคำพิพากษายาวนานที่สุดของศาลจังหวัดมีนบุรีที่เคยมีมา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 26 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาคำพิพากษาความหนา 572 หน้า ซึ่งใช้องค์คณะผลัดเปลี่ยนหมุนอ่านคำพิพากษาต่อเนื่อง 12 คน ขณะที่ศาลได้พักเบรคเพื่อให้จำเลย-ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานคดี ได้รับประทานอาหารช่วงเที่ยง เวลา 12.00-13.00 น. เศษ และช่วงเย็นอีกเมื่อเวลา 18.00 น.เป็นเวลานานราว 50 นาที จึงได้เริ่มอ่านคำพิพากษาต่อทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของนายทรงกลด อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1 และ น.ส.อำพร ผอ.ส่วนการคลัง สจล.จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลรับฟังพยานหลักฐานอัยการโจทก์ และ สจล.โจทก์ร่วมแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันใช้ทั้งอำนาจในหน้าที่และในฐานะส่วนตัวฉ้อฉล ลักทรัพย์เงินจากบัญชี สจล.ไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ยอดแรกกว่า 80 ล้านบาท และยังร่วมกับนายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ฟอกเงินที่จำเลยที่ 3 ได้เปิดบัญชีรับฝากเงินไว้แล้วมีการโอนเงินยอด 55 ล้านบาท ไปเพื่อประโยชน์ของพวกตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยทั้ง 14 คนนำสืบหักล้างกันแล้ว พิพากษาให้จำคุกจำเลยรวม 11 คน ยกฟ้อง 3 คน โดยเห็นว่า การกระทำของ นายทรงกลด จำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามฟ้องฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง, ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม กับฟอกเงิน จำคุกรวม 193 ปี 8 เดือน คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 145 ปี 3 เดือน โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 636,795,884.80 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.อำพร อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรฯ ด้วย มาตรา 4,8 รวมจำคุกทั้งสิ้น 203 ปี ลดโทษ 1 ใน 4 คงจำคุก 152 ปี 3 เดือนโดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ &amp;nbsp;2 ร่วมจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 608,675,884.80 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จันทร์จิรา ที่ 4 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางระดม มัทธุจัด ที่ 6 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 18 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 13 ปี 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจริวัฒน์ ที่ 7 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรรพสิทธิ์ อดีต ผช.อธก. ที่ 10 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 33 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 24 ปี 9 เดือน ให้ร่วมจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 55,972,785.80 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสลุต ที่ 11 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น &amp;nbsp;9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด กก.บริษัทมัทธุจัด จก.ที่ 12 ที่รับโอนเงินจากการฉ้อฉลเข้าบัญชี ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 36 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 27 ปี โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปีดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ ที่ 13 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนายธวัชชัย ที่ 14 &amp;nbsp;ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในส่วนนายสมบัติ ที่ 5, นายภาดา ที่ 8, นายถวิล พึ่งมา อดีต อธก.สจล.ที่ 9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังนั่งฟังคำพิพากษายาวนานกว่า 15 ชม. ว่า รู้สึกโอเค ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตนไม่ได้กระทำผิด หากอัยการจะยื่นอุทธรณ์ ก็พร้อมสู้คดี ส่วนคดีที่ตนกับพวกถูกอัยการยื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง &amp;nbsp;ฐานยักยอกทรัพย์ สจล. และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในองค์การของรัฐตนก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะตนไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ธ.ค.นายถวิลเดินทางกลับพร้อมครอบครัวบุตรชายและบุตรสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จำเลยทั้ง 11 คนที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก ญาติของจำเลยรวม 8 คน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทันที โดยจำเลยที่ 1, 2, 3 ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งนายอภิชาติ เทพหนู ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี พิจารณาแล้วจึงเห็นควรให้ส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอภิชาติ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี กล่าวย้ำว่า การพิจารณาคำร้องก็เน้นในเรื่องสิทธิเสรีภาพของจำเลย ในคืนนี้จึงได้แจ้งกับญาติจำเลยทุกคนให้ทราบว่าถึงสิทธิการยื่นประกัน ซึ่งตามขั้นตอนก็จะส่งสำนวนคดีพร้อมคำพิพากษาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาทันทีเช้าวันที่ 26 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 21.30 น. ระหว่างอ่านคำพิพากษา นายอภิชาติ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี ได้ลงตรวจความเรียบร้อยบริเวณห้องพิจารณา และการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยที่สับเปลี่ยนชุดกันตั้งแต่ช่วงกลาง-ค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอภิชาติยังเปิดเผยถึงขั้นตอนการยื่นประกันตัวของจำเลยภายหลังมีการอ่านคำพิพากษาแล้วว่า ไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาในทางใด จำเลยที่ถูกพิพากษาลงโทษให้จำคุก ญาติสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ภายในคืนนี้ระหว่างรออุทธรณ์คดี โดยตนในฐานะผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ได้อยู่พิจารณาคำร้องด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติ และความเป็นธรรมของจำเลยทุกคนที่ได้โอกาสเท่าเทียมกันในการที่ใช้สิทธิขอปล่อยชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับ นายถวิล อดีต อธก.สจล., น.ส.อำพร ผอ.ส่วนการคลัง สจล.,&amp;nbsp;
นายสรรพสิทธิ์ อดีต ผช.อธก.สจล., นายทรงกลด อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์, นายคงฤทธิ์ อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3 M, นายกิตติศักดิ์, นายพูนศักดิ์, นายจริวัฒน์ (8 คน) ก็ยังถูกดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางด้วย เป็นคดีหมายเลขดำ อท. ฐานร่วมกันลักทรัพย์ สจล.และปลอมเอกสารถอนเงินจากบัญชี สจล.ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2552 &amp;ndash; 8 เม.ย. 2557 กว่า 700 ล้านบาทไปโดยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11), 147, 151, 157, 265, 268 ประกอบมาตรา 83, 86 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4, 8, 11 กรณีสืบเนื่องกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง นายคงฤทธิ์ได้รับการประกันตัว 800,000 บาท ส่วน นายถวิลและนายสรรพสิทธิ์ ได้ประกันคนละ 8 ล้านบาท ขณะที่ศาลก็ได้กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาลด้วย โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตสจล., น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์, นายทรงกลด ศรีประสงค์, นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์, สจล, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c22d5e88ef96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
