<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจลุยช่วยประชาชนประสบภัยน้ำท่วม เปิดสายแจ้งความช่วยเหลือ 24 ชม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64 - สืบเนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโกนเซิน ทำให้เกิดร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ 14 จังหวัดทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ล่าสุด พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้ผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน จึงได้กำชับพร้อมสั่งการไปยังทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยด่วน ทั้งในเรื่องการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านจราจร การจัดเตรียมสถานที่รองรับหากมีการอพยพ และการเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ระบุว่า ภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อาทิ เช่น อ.ภูกระดึง อ.ด่านซ้าย จ.เลย, &amp;nbsp;อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยเร่งช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นำน้ำดื่มและอาหาร พร้อมทั้งบรรจุกระสอบทรายนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย ข้าราชการตำรวจหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ซึ่งอาจจะได้ผลกระทบจากสถานการณ์ฯเช่นเดียวกัน รวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ เช่น สถานีตำรวจ บ้านพักข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฝ้าติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ยึดหลักการปฏิบัติตนตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;สามารถแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ มายังสายด่วน 191 และสายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสามารถสอบถามข้อมูลการจราจรได้ที่สายด่วน 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยน้ำท่วม, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d97dd5a65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฮึ่ม! คุก5ปี  มิจฉาชีพขายฟ้าทะลายโจรปลอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64 - &amp;nbsp; พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ &amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 มีประชาชนเป็นจำนวนมากหาซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ทำให้เกิดความต้องการในท้องตลาดสูง จึงมีมิจฉาชีพหรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลอม ฉวยโอกาสโดยการโฆษณาขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรปลอม หรือใช้หมายเลข อย.ปลอม หรือ โฆษณาแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ เกินความจริง ทำให้เข้าใจผิดในสรรพคุณ หรือ ทำให้เข้าใจว่ามีวัตถุใดเป็นส่วนประกอบ ซึ่งความจริงไม่มีวัตถุหรือส่วนประกอบน้ัน ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือมีแต่มีไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจตามที่โฆษณา ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ เพื่อเตือนให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;โดยให้เลือกซื้อจากร้านค้าที่มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การอนุญาตผลิตภัณฑ์ จากเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา www.fda.moph.go.th หรือ Oryor Smart Application และตรวจสอบข้อมูลจาก เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย www.antifakenewscenter.com เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ &amp;nbsp; ระบุว่า สำหรับผู้ที่กระทำความผิดในการขายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรปลอมหรือโฆษณาขายในลักษณะผิดกฎหมายในสื่อสังคมออนไลน์ จะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า นอกจากนี้ยังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 ตามแต่พฤติการณ์ที่ได้กระทำ เช่น มาตรา 58 (1)ผลิต หรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอมฯ ประกอบมาตรา 102 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาทบาทมาตรา 70 โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯและ มาตรา 74โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในลักษณะผิดกฎหมายฯ ประกอบมาตรา 114 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111835</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฟ้าทะลายโจร, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610648f67c0f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.ปูพรมติดCCTVกว่าหมื่นตัวทั่วเมืองกรุง เล็งส่องความปลอดภัยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64 - พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.(สบ 8) ปฏิบัติราชการ บช.น. ได้ลงพื้นตรวจสอบความพร้อมของกล้อง CCTV ในพื้นที่ สน.ลุมพินี เนื่องจากเป็นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่มีสถานที่สำคัญตั้งอยู่ อาทิ สถานฑูต ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร โรงเรียน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ และที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ จึงมีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนเองได้รับมอบหมายจาก พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้ติดตามกรณีดังกล่าว ในพื้นที่ตำรวจนครบาล โดยจะลงพื้นตรวจสอบความพร้อม และให้คำชี้แนะ รวมถึงหาทางแก้ปัญหาในบ้างจุด บ้างพื้นที่ เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้ง กรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานศึกษา ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ระบบขนส่ง ภาคเอกชน ภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ระบุว่า โดย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ท่านมีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของตำรวจอย่างมีระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งขณะนี้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสบความสำเร็จติดตั้งและเชื่อมต่อกล้อง CCTV ไปกว่า 1 หมื่นตัวแล้ว ทั่วกรุงเทพมหานคร และจะพัฒนาให้เพิ่มขึ้นเพื่อพี่น้องประชาชนในเมืองหลวง รวมถึงต่างจังหวัด อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108587</URL_LINK>
                <HASHTAG>CCTV, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e183bd879b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองผบ.ตร.&#039; สั่งตั้งจุดตรวจ สกัดคลื่นอพยพแคมป์คนงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือวิทยุในราชการตร.ด่วนที่สุด ที่ ศปม5.31/248 ลงวันที่ 26 มิถุนายน ถึง ผบช.น. ภ.1, 7 และ 9 ใจความว่า อ้างถึง ว.ตร. ด่วนที่สุด ที่ ศปม5.31/246 ลง 25 มิ.ย.64 ให้ บช.น. ภ.1-9 และ ตชด. ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัด/ข้ามพื้นที่ การควบคุมพฤติกรรมและกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและการละเมิดข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่อื่นๆที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ให้ บช.น. และ ภ.1-9 ดำเนินการตามมาตรการควบคุมแคมป์คนงานและพื้นที่ก่อสร้างในเขต กทม. จังหวัดปริมณฑล และการควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในเขต 4 จชต., กระดาษเขียนข่าวร่วม ศปม. ด่วนที่สุด ที่ ศปม/356 ลง 26 มิถุนายน 2564 ขอให้หน่วยปฏิบัติตามนโยบายและสั่งการ ศบค. เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้มาตรการควบคุมแคมป์คนงานพื้นที่ก่อสร้างและการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ กทม. จังหวัดปริมณฑล รวมถึงการควบคุม การเคลื่อนย้ายของประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ 4 จชต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการที่ ศปม.กำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ศปม.ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงให้ดำเนินการ ดังนี้ บช.น. ภ.1 และ 7 จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดร่วม และชุดสายตรวจร่วม เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ โดยบูรณาการกำลังกับฝ่ายปกครอง และ ศปม.เหล่าทัพ ที่รับผิดชอบพื้นที่ และให้ บช.น. จัดกำลังเข้าควบคุมทุกพื้นที่แคมป์คนงานหรือพื้นที่ก่อสร้างตามพื้นที่ที่ได้รับการแบ่งมอบ โดยให้ประสานชุดเฉพาะกิจด้านความมั่นคง ศปม. ที่รับผิดชอบแต่ละกลุ่มในเขต กทม. โดยให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะจบภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ ภ.9 ประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน.ภาค 4 (สน.) ในการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด และชุดสายตรวจร่วม เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายของประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จชต. โดยให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะจบภารกิจ, ข้อมูลผู้ประสานงานแต่ละกลุ่มเขต บัญชีแคมป์คนงานพื้นที่ก่อสร้าง และการรายงานผล การปฏิบัติ ให้ดำเนินการตาม ศปม. สั่งการ รวมทั้งให้รายงาน ศปม.ตร.(ผ่าน ศปก.ตร.) ทราบ ในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ให้ บช.น. ภ.1, 7 และ 9 แจ้งกำชับและควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลที่ปฏิบัติงานกรณีการปฏิบัติใดๆ ที่ยังไม่มีข้อกำหนดฯ รองรับ ให้ปฏิบัติในลักษณะการประสานขอความร่วมมือ และประชาสัมพันธ์ให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล็อกน์ดาวน์, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d836aa83eff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แชร์-ส่งต่อคลิปโป๊ ผิดกม.ผู้สนับสนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตช.ออกโรงเตือนการโพสต์ การแชร์ภาพหรือคลิปวิดีโอลามก คุกคามทางเพศ หรือที่ไม่เหมาะสมบนสื่อออนไลน์ อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย ผู้ที่แชร์หรือส่งต่ออาจมีความผิดในลักษณะของการเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิดนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการโพสต์ &amp;nbsp;การแชร์ภาพหรือคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่นกรณีเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.64 &amp;nbsp;ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เด็กหญิงผู้เสียหายได้ถูกกลุ่มรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกายและถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ก่อนจะนำไปเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว และกรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.64 &amp;nbsp;ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชายวัย 32 ปีได้ทะเลาะกับภรรยาและเกิดความน้อยใจ ก่อนจะฆ่าตัวตายโดยได้ถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนถึงประเด็นของการนำคลิปหรือภาพถ่าย ที่เป็นลักษณะการทำเรื่องที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม กลั่นแกล้ง ส่งต่อข้อความแสดงความเกลียดชัง คุกคามทางเพศ ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจของผู้ถูกกระทำและผู้ที่พบเห็น ซึ่งขณะนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญและรณรงค์เรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่นโครงการล่าสุดที่ สสส.ได้จัดแคมเปญ #UnknownTogether ที่มุ่งเป้าหมายไปที่การลดการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้สื่อเกิดความเท่าทัน มีสติ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น พร้อมฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางกฎหมายเกี่ยวกับคลิปวิดีโอหรือภาพที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่แชร์หรือส่งต่อก็อาจจะมีความผิดในลักษณะของการเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิดนั้นๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวเตือนในเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ การโพสต์ แชร์ หรือการแสดงความคิดเห็น ควรทำในทางที่สร้างสรรค์ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือไปกระทบผู้อื่นและสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนเพิ่มเติมถึงทุกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ &amp;nbsp;เมื่อพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่าเข้าไปดู &amp;nbsp;แสดงความคิดเห็น หรือส่งต่อ เพราะยิ่งมีการส่งต่อเรื่องราวดังกล่าว ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำผู้เสียหายและส่งเสริมการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว และทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่ต่อไป และหากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107426</URL_LINK>
                <HASHTAG>การกระทำผิดตามกฎหมาย, การแชร์ภาพหรือคลิปวิดีโอลามก, คุกคามทางเพศ, สตช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่เหมาะสมบนสื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d3344fb3db1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ห่วงพนันบอล สั่งเข้มสตช.ป้องกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ฝ่ายปกครอง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดในการตรวจสอบ ป้องกันการพนันฟุตบอล ทั้งการลักลอบเปิดโต๊ะพนันในพื้นที่ต่างๆ และการพนันออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นห่วงสถานการณ์การเล่นการพนันในช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย จึงได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ฝ่ายปกครอง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดในการตรวจสอบ ป้องกันการพนันฟุตบอล ทั้งการลักลอบเปิดโต๊ะพนันในพื้นที่ต่างๆ และการพนันออนไลน์ ซึ่งมีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ส่งความสุขให้ประชาชน ได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุด ผ่านช่อง NBT2HD โดยเห็นว่าจะช่วยลดความเครียดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเล่นการพนัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ที่สำคัญยังเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินจากการเล่นการพนันด้วย นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา พบการลักลอบเปิดโต๊ะพนัน รวมถึงแหล่งพนันออนไลน์ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้รับรายงานการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร โดยเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดในมาตรการควบคุมโรคตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หมั่นตรวจตราร้านอาหารทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันการกระทำความผิด พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยปละละเลย อันจะเป็นเหตุของแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ของทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106269</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, การพนันฟุตบอล, ป้องกันการพนันฟุตบอล, สตช., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c6107edbd8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษหนัก!ครอบครองสื่อลามกเด็ก-ส่งต่อ-ขาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64- &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ใช้เครื่องมือพิเศษจับครูอัตราจ้างโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จว.เชียงราย โหลดคลิปลามกเด็กนับร้อย โดยที่เจ้าตัวรับสารภาพอ้างว่าเก็บไว้ดูเล่น &amp;nbsp;ว่า ในเรื่อง สื่อลามกเด็ก หรือ ที่เรียกว่า Child Pornography นั้น ต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากเพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของเด็ก ในประเทศไทยก็เช่นกัน มีการบัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างสูงโดยหากมีในครอบครองโดยมีเจตนาเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นก็ถือเป็นความผิด มีอัตราโทษจำคุกถึง 5 ปี ดังเช่นในกรณีที่มีการจับกุมดังกล่าว &amp;nbsp;หากส่งต่อสื่อลามกเด็ก หรือ หากเป็นการประกอบการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกเด็ก อัตราโทษก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับสื่อลามกเด็กคือ ภาพหรือคลิปลามกของบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มีลักษณะทำให้เกิดความใคร่ทางกามารมณ์ ซึ่งจะมีกลุ่มบุคคลที่มีรสนิยมชื่นชอบสื่อลามกเด็ก พยายามเข้าถึงเว็บไซต์สื่อลามกเด็ก แล้วดาวน์โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจมีการส่งต่อให้กับเพื่อนหรือบุคคลในกลุ่มที่มีรสนิยมเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการเพิ่มความเข้มข้นกับการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการกระทำที่ไม่สมควรกับเด็กและเยาวชน จึงอยากจะฝากเตือนบรรดาผู้มีรสนิยมชื่นชอบสื่อลามกเด็กให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะอาจถูกจับกุมดำเนินคดีซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก มีดังนี้ มาตรา 287/1 ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 287/2 ผู้ใด (1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าสื่อลามกอนาจารเด็ก (3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กแล้ว โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าสื่อลามกอนาจารเด็กดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106231</URL_LINK>
                <HASHTAG>สตช., สื่อลามกเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5c429161d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
