<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งกวาดล้างแก๊งต่างชาติเหิมยิง จนท.บาดเจ็บ เอาผิดทุกข้อหาไม่ปล่อยลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าตรวจสอบคฤหาสน์หรู ภายในสนามกอล์ฟ ในพื้นที่ ม.9&amp;nbsp;ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมาว่า กรณีดังกล่าวได้รับรายงานว่าตำรวจศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติสนธิกำลังกับหลายหน่วย นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ จึงเกิดเหตุยิงกัน เท่าที่ได้รับรายงานขณะเกิดเหตุภายในบ้านมีคนอยู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดตำรวจแจ้งข้อหากับผู้กระทำผิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ในข้อหาพยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการตรวจยึดคอมพิวเตอร์และเอกสารมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายใดหรือไม่ รวมทั้งให้ตรวจสอบคนต่างชาติทั้งหมดว่าเข้ามาในประเทศเมื่อใด เข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งให้สตม.ไปตรวจสอบในส่วนนี้ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กองปราบปรามลงไปสนับสนุนการปฎิบัติของตำรวจท้องที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้ให้นโยบายกับ พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.ว.ชลบุรี ไปแล้วว่า ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในทุกข้อหา ทุกความผิดที่ตรวจพบ รวมทั้งสืบสวนขยายผลไปถึงใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราต้องดูแลคนของเรา และต้องไม่ปล่อยให้ใครที่มาทำแบบนี้ลอยนวลไปได้ ต้องเอาให้หมด&amp;quot;ผบ.ตร.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103563</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, พนันออนไลน์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6038ce88db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.จับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว 295 รายในรอบ 10 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64&amp;nbsp; พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม. กล่าวถึงการเพิ่มความเข้มในการป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ว่า ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ได้คุมเข้มให้คณะทำงานสืบสวนปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองบูรณาการการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง และให้แต่ละบช.ทำแผนสกัดกั้นตามแนวพรมแดนโดยเฉพาะพรมแดนธรรมชาติที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และให้ดูเรื่องด่านต่างๆ ที่เป็นเส้นทางในการลำเลียงเข้ามายังพื้นที่ชั้นในให้มีความเข้มเรื่องการปฏิบัติ ส่วนแผนต่างๆ ให้มีการประสานงานกับทหาร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ชั้นในให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ข่วยประสานงานกับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในเรื่องการหลบหนีเข้ามาอยู่ในที่ต่างๆ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่เชื้อให้กับประชาชนได้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตม. ตชด. และตำรวจภูธร ได้ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.อาชยน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนในทุกด้านทั่วประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันด้านกายภาพ จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ไม่เหมือนกัน และลักษณะของพื้นที่แต่ละแห่งใช้กำลังพลไม่เท่ากัน ส่วนการจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะต้องพิจารณาไปแล้วแต่ละกรณีถึงผลการจับกุมว่าได้เข้ามาผ่านช่องทางไหน และมีการติดตามว่าใครเป็นคนพาเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วปลายทางจะไปอยู่ที่จุดใด ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับคนที่นำพา ซ่อนเร้น ปกปิดที่อยู่ของบุคคลที่ลักลอบเข้ามาทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการจับกุมผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวชายแดน ในช่วงวันที่ 1-10 พ.ค. จำนวน 295 ราย เดือนมี.ค. จำนวน 1,314 ราย เดือนเม.ย. 1,369 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102540</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนต่างด้าวหนีเข้าเมือง, พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง, ลักลอบข้ามแดน, ลักลอบเข้าเมือง, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a55e0b44ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สตม.&#039;ถอนหมายจับ&#039;บอส&#039;แล้วแต่ลูกชายกระทิงแดงยังไม่เดินทางกลับเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63-พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส จนนำไปสู่การถอนหมายจับว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม.และโฆษก สตม. ตรวจเช็คข้อมูลและการเดินทางเข้าออกบุคคลที่กำลังเป็นกระเเสถึงประเด็นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องระบบตรวจคนเข้าเมืองนั้นเมื่อมีเอกสารหมายจับมาไม่ว่าเป็นใครก็ตามก็ต้องนำเข้าระบบฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม(blacklist) แต่เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วและมีหนังสือให้ถอนหมายจับมา เราก็ต้องถอนออกจากระบบ กรณีนี้ สตม. ได้รับหนังสือถอนหมายจับจาก สน.ทองหล่อ มาเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ทาง สตม.จึงได้ทำเรื่องถอนหมายจับออกจากระบบไปเมื่อวันที่ 14 กค.ที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดจากการตรวจสอบยังไม่พบว่า นายวรยุทธ ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย พบแต่ข้อมูลเดินทางออกไปนอกประเทศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 และยังไม่พบเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72543</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cc3fb3af1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สตม.&#039;แจงหนุ่มโฟสต์ด่าไม่ปล่อยญาติเข้าปท.ขอเข้าใจการปฎิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.63-พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษกสำนักงานตรวจเข้าเมือง(สตม.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งใช้คำหยาบคายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่จากการเชิญตัวญาติที่เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งระบาดของเชื้อโควิด-19 แซงอันดับจีน เพื่อเข้ารับการทำ State Quarantine เมื่อมาถึงไทยเป็นเวลา 14 วัน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายและดูถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า ขอชี้แจงทางรัฐบาลได้ประกาศใช้ข้อกำหนดตาม พรบ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งได้ยกระดับให้ คนไทย และ คนต่างชาติ ต้องถูกเชิญไปพักดูอาการแบบ State Quarantine ยังสถานที่ที่ทางราชการกำหนด เป็นเวลา 14 วัน แม้จะผ่านการรับรองจากสถานทูต และมีใบรับรองสุขภาพ หรือ Fit to Fly มาจากประเทศต้นทาง และ ผ่านการวัดอุณหภูมิจากควบคุมโรคมาแล้วก็ตาม เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า การติดเชื้อจากคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศมีจำนวนตัวเลขสูง โดยเฉพาะในรายที่พยายามใช้ยาลดไข้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจอุณหภูมิ หรือ อยู่ในภาวะพาหะนำเชื้อโดยไม่มีอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสตม.กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมาในช่วงคาบเกี่ยวการเพิ่มมาตรการจาก Self Quarantine เป็น State Quarantine อาจมีข้อติดขัด จากการสื่อสาร ซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพี่น้องคนไทย 158 ท่าน ในการกลับมารายงานตัว ครบทุกท่านเป็นอย่างดี รวมถึงพี่น้องลูกหลานคนไทยในเที่ยวบินอื่นๆที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเช่นกัน โดยขณะนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน หรือ EOC ภายใต้การบริหารสถานการณ์โดย พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธ์ รองเสนาธิการทหาร ได้ปรับระบบการทำงานเพื่อรองรับพี่น้องประชาชนคนไทย ให้ได้รับการคัดกรองที่ชัดเจนและสะดวกยิ่งขึ้น โดยทุกคนที่เดินทาง จะต้องลงนามรับทราบว่าตนยินดีที่จะเข้าทำ State Quarantine ทันทีเมื่อถึงไทยทุกราย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ปรับการบริหารจัดการ ตั้งแต่ลงเครื่อง ผ่านการวัดอุณหภูมิจากควบคุมโรค ผ่านระบบคัดกรองเอกสารลงข้อมูลที่ Health Control ผ่าน ตม. และ ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จนท.รปภ.การท่าฯ จนท.ทหาร และ จนท.ขนส่ง จะรับตัวไปพักยังสถานที่ที่ทางราชการจัด ซึ่งจะมีการดูแลทางการแพทย์ และ สวัสดิการ ต่างๆ จนครบกำหนด โดยการพักดูอาการดังกล่าว ไม่ใช่การคุมขัง สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร เล่นเน็ตต่างๆได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชน ทั้งที่เดินทางมาไทย และญาติพี่น้องผู้ปกครองได้โปรดเข้าใจบางทีอาจไม่ได้รับความสะดวกเหมือนการไปพักผ่อนตากอากาศทั่วไป แต่การที่รัฐบาลใช้มาตรการดังกล่าว ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เดินทางเอง รวมถึงญาติพี่น้องครอบครัวที่บ้านของท่านทุกคน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รองโฆษกสตม.กล่าวว่า กรณีการโพสดังกล่าว ทางพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม รับทราบแล้ว ได้ฝากถึงสังคมได้โปรดเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมโรค การท่า หมอ ทหาร ตำรวจ ขนส่งหรือ ตม.ที่กำลังทำหน้าที่ที่สนามบิน ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อสกัดกั้นการติดเชื้อให้ดีที่สุด ทุกคนมีความเสี่ยง กลับบ้านต้องแยกกิน แยกอยู่กับคนในครอบครัวทุกวัน ถึงแม้จะถูกก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดูถูก ซึ่งอาจจะทำลายขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน แต่เชื่อว่า จนท.ทุกคนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทต่อไป โดยย้ำว่า จนท.ยอมให้คนไม่กี่คนด่าว่า เพื่อความปลอดภัยของคนไทยเกือบ 70 ล้านคนทั่วประเทศส่วนการดำเนินคดี จะมีการพิจารณาโดยฝ่ายกฏหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62283</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8ade510ed61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.1 รวบแก๊งค้าหน้ากากอนามัยเกินราคาผ่านออนไลน์ แค่ 7 วันขายได้ 1.7 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม1,พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 หรือ โควิด 19&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ต้องการใช้หน้ากากอนามัยจำนวนมาก กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 โดย กองกำกับการสืบสวน ซึ่งได้เฝ้าติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า น่าจะมีชาวต่างชาติจำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในประเทศไทยเกินราคา โดยมีการเสนอขายออนไลน์ผ่านโปรแกรมวีแชท ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลในโปรแกรมวีแชท ชื่อ &amp;ldquo;หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe&amp;rdquo; ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสนทนาด้วยภาษาจีน พบว่ามีการโพสต์ขายหน้ากากอนามัยให้แก่คนไทยและชาวต่างชาติ โดยไม่จำกัดจำนวนจริง เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับชาวจีนติดต่อผ่านโปรแกรมวีแชทฯดังกล่าว ทำทีขอซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 5,000 ชิ้น โดยตกลงซื้อขายกันในราคาชิ้นละ 15 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 75,000 บาท และนัดหมายส่งมอบสินค้าบริเวณจุดจอดรถหน้าโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนกำแพงเพชร 6 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 9 มี.ค.2563 เวลา 21.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้จัดวางกำลังไว้โดยรอบบริเวณสถานที่นัดหมายและเฝ้ารอ จนกระทั่งเวลา 21.45 น. สายลับได้รับแจ้งว่าสินค้ามาถึงแล้ว ขอให้มารับสินค้าได้ที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบดูจนแน่ใจว่าเป็นเป้าหมาย จึงได้แสดงตัวและตรวจสอบรถยนต์คันต้องสงสัย ซึ่งมี นายชัย (นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในตัวรถและกระโปรงท้าย พบลังกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 5 ลัง ภายในบรรลุหน้ากากอนามัยยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 5,000 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ นายชัยให้การรับสารภาพว่า หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe เป็นชื่อที่ตนใช้ในการขายหน้ากากอนามัยในโปรแกรมวีแชท สาเหตุที่โพสต์ผ่านโปรแกรมวีแชทเพราะตนสามารถพูดภาษาจีนได้ ซึ่งอาจมีลูกค้าชาวต่างชาติให้ความสนใจนอกเหนือจากลูกค้าชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฯยังได้ทำการตรวจสอบขยายผล จนทราบว่าในการซื้อขายแต่ละครั้ง จะมีนางสาวณัฐ (นามสมมุติ) เป็นนายทุน เจ้าหน้าที่จึงได้ไปเชิญตัว นางสาวญัฐ มาทำการสอบสวน ซึ่งนางสาวญัฐ ให้การว่า ตนจะมีหน้าที่เป็นผู้ทำธุรการทางการเงินในการซื้อขายสินค้าทุกครั้ง โดยใช้บัญชีชื่อ MR. ZAW นักธุรกิจชาวบังกลาเทศในการโอนเงิน และตนจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายสินค้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า&amp;rdquo; และนำตัวส่งหนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แล้วดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบการโอนเงินของบัญชีผู้ต้องสงสัยในรอบ 7 วัน มีมูลค่าการหมุนเวียนทางการเงินจากการขายหน้ากากอนามัย เกินกว่า 1.7 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเรียนว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการเข้ามาของหญิงต่างด้าวในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบค้าประเวณีตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 &amp;nbsp;ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหน้ากากอนามัยแพง, สตม., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สินค้าควบคุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69cf9a4f6be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอู๊ด&#039;สั่งตม.5สนามบินหลักคุมเข้มผู้โดยสาร‘เวสเตอร์ดัม’เข้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63-พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(รอง ผบช.สตม.) ในฐานะโฆษก สตม.กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่ามีผู้โดยสารบางส่วนจากเรือสำราญเวสเตอร์ดัม ได้ทยอยเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านจากสนามบินพนมเปญ เข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.)ได้สั่งการให้ ตม.ที่มีสนามบินในการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองเข้า-ออกประเทศ และสนามบินนานาชาติหลัก 5 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ , ดอนเมือง , เชียงใหม่ , ภูเก็ต และหาดใหญ่ ตลอดจนสนามบิน และจุดตรวจต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งทาง บก ทางน้ำ ทางอากาศเฝ้าระวังไฟล์ทเป้าหมาย สัญชาติเป้าหมาย บุคคลเป้าหมายที่อาจเดินทางผ่านเข้ามา โดย ผบช.สตม.ได้กำชับให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่แพทย์กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานข้างเคียงที่เกี่ยวข้องในการตรวจคัดกรองดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก สตม. กล่าวว่า หากกลุ่มเป้าหมายหรือสัญชาติเป้าหมายในขณะที่ตรวจผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ จุดนั้นแล้ว ไม่พบว่ามีอาการที่ต้องสงสัย หรือจะต้องทำการเชิญตัวไปตรวจเพิ่มเติม จะมีมาตรการในการติดตามเฝ้าระวังบุคคลการดังกล่าวต่อไปในพื้นที่ประเทศไทย โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่นั้น คอยเข้าตรวจสอบในการเข้าพักที่อยู่อาศัย และตรวจสอบความเป็นอยู่ในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย ร่วมกับแพทย์กระทรวงสาธารณสุขว่ายังสบายดี ปกติหรือไม่ หรือหากว่ามีอาการไม่สบาย หรือป่วยก็จะแจ้ง เจ้าหน้าที่แพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่เข้าตรวจสอบ เพื่อวินิจฉัยทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเป็นกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายที่มาจากเรือที่ปรากฏเป็นข่าว เราจะมีระบบตรวจสอบรายชื่อและเฝ้าดูเป็นบัญชี Watch List ไว้อยู่แล้ว เพื่อตรวจสอบภายหลังในการอยู่ในประเทศไทยว่ายังเป็นปกติดีหรือไม่ ตามระยะเวลามาตรฐานที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดระยะเวลา และระหว่างที่อยู่ยังปกติหรือไม่ และเดินทางออกไปจากประเทศไทยหรือยัง แต่อยู่ในอำนาจหน้าที่เท่าที่มีในการตรวจสอบ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพอันพึงมีในระดับมาตรฐานของมนุษย์ โดยบุคคลเป้าหมายจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ด้วย เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าไม่ได้ป่วย และจะทำให้เกิดปัญหากับประชาชนและสังคมส่วนรวมต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สตม.ได้ตรวจสอบรายชื่อและลงบัญชี Watch List กลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือเวสเตอร์ดัมทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมแจ้งด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับทราบ โดยพบว่าวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือเวสเตอร์ดัมเดินทางผ่านเข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 18 ราย และวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองตามมาตรฐานที่กำหนด และโดยปกติจะมีไฟล์ทบินจากกัมพูชามายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันละ 19 ไฟล์ท ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดทุกไฟล์ทผ่านการคัดกรองตามระบบของด่านควบคุมโรค โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรอง โฆษก สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการมาขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของชาวจีนที่ไม่สามารถกลับประเทศจีนเนื่องจากเมืองนั้นถูกปิดการเข้าออกในการเดินทาง หรือเกรงว่ากลับไปเเล้วอาจจะติดเชื้อไวรัส covid 19 ดังกล่าวได้ โดยทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้หาทางแก้ปัญหาเรื่องร้ายแรงฉุกเฉินดังกล่าวทำการออกคำสั่ง สตม.แจ้งการขอวีซ่าในการขออยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องเป็นไปตามระเบียบเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และเป็นเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน สมควรแก่พฤติการณ์ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและสังคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57346</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493615ec96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;รู้ใครสั่งยิง  โวย3วันไร้วี่แวว กระทุ้งผบ.ตร.รับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 63 &amp;ndash; ที่ สน.บางรัก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกรณีที่ถูกคนร้ายลอบยิงรถยนต์ได้รับความเสียหาย โดยมี&amp;nbsp; พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก. สน.บางรัก ร่วมสอบปากคำ โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าให้ปากคำ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอเมทริกซ์มามอบให้กับพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าไม่ได้สร้างภาพ สร้างสถานการณ์ เพราะไม่มีมีมูลเหตุจูงใจว่าจะทำไปเพื่ออะไร เพราะรถก็เสียหาย และตนเป็นผู้ถูกกระทำ ขณะเดียวกันย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนมีเหตุคนร้ายยิงรถของนักข่าว เจ้าตัวที่เป็นนักข่าวก็รู้ว่าใครยิงขณะนี้ก็ยังจับไม่ได้ เหตุการณ์แบบนี้มันเป็นแผนประทุษกรรมเดิมๆ ที่เขารู้กันหมดแล้วว่าใครทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่มองว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งจากโครงการไบโอเมทริกซ์นั้น มีมา 3 ผู้บัญชาการแล้ว ตนเป็นคนที่ 3 มันยังไม่เสร็จ การตรวจรับงานงวดแรกล่าช้าไปร้อยกว่าวัน งวดที่ 2 ก็ล่าช้าไปร้อยกว่าวัน งวดที่ 3 ส่งงานไม่ได้ อย่างนี้ต้องปรับ เห็นว่าเกิดความเสียหายต้องรักษาให้หน่วย เมื่อครั้งที่ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เซ็นต์หนังสือ 2 ฉบับ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว เปลี่ยนผู้บัญชาการมาถึง 2 คนก็ไม่แล้วเสร็จ และไม่มีใครดำเนินการยกเลิกโครงการดังกล่าว ถ้าไม่พบความผิดจริงก็ไม่เซ็นยกเลิก เพราะบริษัทคู่สัญญาจะมาฟ้องตนได้ และที่ไม่ถูกฟ้องเพราะตนทำตามหน้าที่ โดยก่อนนี้ มีคนประสานมานัดพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายท่านหลายครั้งแต่ตนไม่ได้ไป อีกทั้งยังมี รอง ผบช. สตม.บางราย ถูกย้ายไปทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากถูกกดดันให้เซ็นตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยกับตนเอง แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมเซ็น และขอทำตามระเบียบก็ถูกย้าย ยืนยันว่าทุกขั้นตอนที่ตนดำเนินการสามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับบุคคลที่ต้องสงสัยนั้น ผมพอมีข้อมูลแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร หากไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ถ้าผมเป็น ผบ.ตร. และจับคนร้ายไม่ได้ก็ต้องออกมารับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต และที่ผ่านมาในหลายคดีก็มีตำรวจเก่งๆ ย้ายเข้ามาสังกัดในนครบาล แต่คดีของตนเข้าสู่วันที่ 3 แล้วแต่ยังไม่มีวี่แวว จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไร ทั้งยังเกิดในใจกลางเมืองด้วย เมื่อตนยังเป็นตำรวจ ยังสามารถตามจับกุมคนร้ายคดีเชอรี่ฆ่าหั่นศพที่หลบหนีไปประเทศกัมพูชาได้ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้พูดคุยอะไรกับตน ทั้งท่านก็ไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของผู้บัญชาการปัจจุบัน สำหรับเหตุการณ์ที่มาเกิดในช่วงนี้ คาดว่าใกล้ถึงเวลาที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอเมทริกซ์ พร้อมประสานมายังตนบ้าง แต่ยังไม่ระบุวัน ซึ่งพยานปากอื่นที่ไม่ได้เซ็นรับ คงไม่เสียขวัญเพราะถูกย้ายหมดแล้ว ยืนยันว่าการออกมาในครั้งนึ้ ไม่ได้ท้าชนใคร เพราะต้องการให้ความจริงปรากฎ เนื่องจากโครงการไบโอเมทริกซ์เป็นสมบัติชาติ และมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช.นั้นก็เป็นช่วงหลังจากตนเซ็นหนังสือเอง และไม่ได้บอกใคร ก็ถือว่าทนายตั้ม ทำหน้าที่ในภาคประชาชน อาจมีคนอาจพอใจหรือไม่ก็ได้ แต่ตนก็ต้องยึดผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการชิงตำแหน่ง หรือกลับไปดำรงตำแหน่งกับตำรวจด้วยวิธีการแบบนี้ แม้จะอยากกลับ เพราะผมเป็นตำรวจอาชีพ กลับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอทำหน้าที่ข้าราชการให้ดีที่สุด เพราะหลังจากโดนย้ายออกก็เก็บตัวมาเป็นปี และไม่ได้ไปร้องเรียนที่ไหน รวมถึงไม่มีสื่อได้สัมภาษณ์&amp;rdquo; อดีต ผบช.สตม. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54100</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก, ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, ยิงรถ, สตม., สน.บางรัก, ไบโอเมทริกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e1581b4aca0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
