<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องนี้ใหญ่มาก! &#039;หมอพรทิพย์&#039; ยก 6 ประเด็นว่าด้วยกฎหมายทำแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) &amp;nbsp;ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าหนึ่งเรื่องใหญ่ที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสังคมคือการแก้กฎหมายทำแท้งที่มีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการจับผู้ทำแท้งในคลีนิคแห่งหนึ่ง ที่นำไปสู่การร้องศาลว่าการทำแท้งเป็นสิทธิของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ที่สามารถดำเนินการได้ หลังศาลมีคำพิพากษาว่ากฎหมายที่ควบคุมการทำแท้งเดิมขัดหลักการรัฐธรรมนูญ รัฐมีหน้าที่แก้กฎหมายภายใน 360 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อนจึงได้ทราบว่ารัฐบาลผ่านกฎหมายมาที่สภา และมอบหมายกรรมาธิการหลายชุดไปพิจารณาให้ความเห็น จู่ๆก็มีหมายนัดประชุมในวันจันทร์นี้ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งรีบสามวาระ เพื่อให้ทันกำหนดการออกกฎหมายนี้กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานมีโอกาสเป็นวิทยากรในการสัมมนาของวุฒิสภาจึงได้ให้ประเด็นไว้ การปฏิสนธิคือการเริ่มของชีวิตในทางศาสนาพุทธ การปฏิสนธิไม่ใช่ความบังเอิญเพราะมีโอกาสยากมากที่อสุจิจะพบกับไข่ได้ตรงเวลาและตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนุษย์เราจะรับโครโมโซมมาจากแม่ครึ่ง พ่อครึ่งซึ่งมีความหลากหลายมากมายจนกลายเป็นพันธุกรรมที่มีความเฉพาะตัว ไม่ซ้ำกันสักคน ซึ่งหมอเชื่อในหลักกฎแห่งกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง ผู้หญิงมีสรีระตามธรรมชาติให้ต้องทำหน้าที่อุ้มครรภ์ต่างจากชายซึ่งเป็นภาระตามธรรมชาติ สิ่งนี้ควรทำความเข้าใจและระมัดระวังในการมีเพศสัมพันธ์ที่อาจมีการปฏิสนธิตามมามากกว่าอ้างในสิทธิที่จะทำลายชีวิตในครรภ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สามคือการแก้กฎหมายนี้คำนึงถึงสิทธิของผู้หญิงที่ตั้งท้องมากกว่าสิทธิของผู้ที่เกิดมาที่ควรมีสิทธิในการมีชีวิต(Right of Life) เพราะมีการเพิ่มให้สามารถทำแท้งได้หากมีความพิการ ทั้งที่ในสังคมปัจจุบันคนพิการจำนวนมากที่เกิดมาและดำรงตนอยู่ในสังคมได้ การแก้กฎหมายนี้ไม่มีการให้โอกาสคนพิการร่วมพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ กฎหมายเดิมก็เปิดโอกาสให้สามารถแก้ปัญหาได้เพียงพออยู่แล้วเช่นการพบแพทย์เพื่อปรับประจำเดือน การทำแท้งหากถูกล่วงละเมิดทางการแพทย์ การทำแท้งเพื่อรักษาชีวิตแม่รวมทั้งบางกรณีของความพิการของทารก หากปล่อยกฎหมายนี้ออกมาจะกลายเป็นการเปิดโอกาสทำแท้งให้มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันหมอเองก็พบกับกรณีที่ทำแท้งเถื่อนมากมาย แม่ฆ่าลูกทันทีที่เกิดมากหรือทอดทิ้งทำร้ายในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ห้ารัฐธรรมนูญมีหลักที่ต้องคำนึงคือJustice, Human right, Human dignity, Human equityซึ่งการแก้ครั้งนี้ล้วนขัดหลักการ ที่สำคัญหมอมองว่ารัฐธรรมนูญหรือกฎหมายไม่ใช่กติกาสำคัญที่สุดของสังคม หากแต่เป็นหลักศีลธรรมอันดีงามที่ปัจจุบันถดถอยไปมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสุดท้ายการแก้ครั้งนี้ เป็นเพราะผู้ทำแท้งคลีนิคแห่งหนึ่งหาทางดิ้นรนไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดทางกฎหมาย ใช้ช่องทางร้องเรียนจนนำมาซึ่งคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และบวกกับรัฐบาลและสภาทั้งสองต่างปล่อยให้เรื่องดำเนินไปจนเข้าสู่ภาวะที่เกือบเหมือนมัดมือชกว่าต้องเห็นด้วยเพียงอย่างเดียวเพื่อไม่ให้กฎหมายเดิมถูกยกเลิกกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ไทยสามารถทำแท้งได้เสรีเพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ใหญ่ สำคัญมาก เล่าสู่กันฟังแม้หมอจะโหวตไม่เห็นชอบแต่หลายอย่างมีเงื่อนตายที่รอผูก โปรดติดตามและให้ความสนใจกับเรื่องนี้.&lt;/p&gt;


	ดร.เสรี เชื่อมั่นกฎหมายกำลังจะทำงาน&amp;nbsp;
	&amp;#39;อดีตบิ๊ก ศรภ.&amp;#39; ชี้เปรี้ยงประเทศที่หนุนม็อบในไทย กำลังเจอบาปกรรม!
	พรึ่บ! ส.ส.-นักการเมืองเครือข่ายธนาธร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
	เจ๊หน่อย&amp;#39; แพลมแล้ว!นโยบาย &amp;#39;กลุ่มสร้างไทย&amp;#39; ที่กำลังจะเป็นพรรคการเมือง
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; ยกผลโพล 91.4% หนุน &amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; ตั้งพรรค โวลั่นจะนำพาชาติไทยพุ่งไปข้างหน้า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำแท้ง, พรทิพย์ โรจนสุนันท์, สตรี, สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600b7f082feba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 ส.ส.สาวกทม.​ ลุยรณรงค์ความปลอดภัยสตรี​ &#039;บ้านไม่ใช่เวทีมวย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย 62 - น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ และน.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ได้ร่วมกันผลักดันด้านความปลอดภัยของสตรี รวมถึงการยุติความรุนแรงในครอบครัว เด็ก เยาวชน และสตรี โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีความตระหนักรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน.ส.พัชรินทร์​ กล่าวว่า ผู้หญิงได้รับการยอมรับทั้งในด้านอาชีพ และสิทธิต่างๆ แต่ด้วยสรีระของผู้หญิง ที่ทำให้มีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อได้มากกว่า ดังนั้น​ ความปลอดภัยของผู้หญิงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล ในขณะเดียวกัน​ ภาครัฐก็ต้องมีส่วนในการดูแลพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องวงจรปิด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาได้เข้าร่วมโครงการ &amp;quot;ปักหมุด จุดเผือก&amp;quot; ภายใต้โครงการเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชน นำไปปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดจากภัยคุกคามทางเพศ โดยเริ่มต้นจากสะพานเขียว เขตปทุมวัน เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งพื้นที่จุดเสี่ยงอันตราย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรับฟังข้อปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ จุดบอดจุดเสี่ยง รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.กานต์กนิษฐ์ กล่าวว่า​ เชิญชวนและรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งสตรีและเด็ก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้มีการศึกษา รับฟังข้อเสนอแนะจากหลายๆ ภาคส่วน ในประเด็นของปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็ก ในฐานะที่เป็นโฆษกกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเชื้อชาติพันธ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ น้อมรับในทุกข้อเสนอแนะ โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ UN ได้ประกาศให้เป็น &amp;ldquo;วันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล&amp;rdquo; รวมทั้งมีมติครม. ประกาศให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงาต่อสตรีและเด็ก โดยจะดำเนินการตลอดเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้สังคมได้มีความตระหนัก และร่วมป้องกันขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีให้หมดสิ้นไป โดยมีการติดริบบิ้นสีขาว นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้ชายติดเพื่อแสงถึงการ่วมต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรี โดยการไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี แต่ปัจจุบันได้ใช้สัญลักษณ์นี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อเป็นการร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ไม่เป็นเพียงเฉพาะเหยื่อที่ได้รับความรุนแรงเท่านั้น แต่เมื่อได้รับความรุนแรง ก็จดจำและเรียนรู้ความรุนแรง ทำให้อาจเป็นผู้ที่ใช้ความรุนแรงในอนาคต ดังนั้นเรามาช่วยกันสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่ามองว่าไม่ใช่เรื่องของเรา และช่วยกันป้องกันปัญหาความรุนแรงโดยเริ่มจากตัวของเราเอง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50938</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, ความรุนแรง, ผู้หญิง, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ส.ส.กทม., สตรี, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191123/image_big_5dd8eaf25c376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนได้!ไก่จ๋าอัดคสช.เก่งรังแกเด็ก-สตรีแต่ปล่อยให้พระถูกยิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2562 - &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์มีเนื้อหาว่า มิตรท่านหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาล คสช.มีกำลังและงบประมาณด้านความมั่นคงสูงกว่าทุกรัฐบาล แต่เอามาใช้คุกคามเด็ก สตรีและประชาชนมือเปล่า ทั้งบุกบ้านแกนนำ จับกุมและตั้งข้อหาประชาชน แต่ปล่อยให้พระสงฆ์ถูกฆ่า ประชาชนถูกทำร้าย พอเกิดเหตุทำได้เพียงขอให้ช่วยกันประณามโจร &amp;ldquo;เสียดายข้าวสุก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์, พท., พรรคเพื่อไทย, พระ, วัฒนา เมืองสุข, สตรี, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bffabac8841d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกกำลังกระชับรูปร่าง เทรนด์สวยใสของว่าที่เจ้าสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการแต่งงานคือวันสำคัญของคู่รักทุกคู่ โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง การดูแลตัวเองให้ดูดีทั้งผิวพรรณและรูปร่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาอันแสนพิเศษจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อลิตา ตันติวีรสุต กูรูสาวนักออกกำลังกายชื่อดังที่มีตำแหน่ง Top 4 Health &amp;amp; Fitness influencer&amp;rsquo;s ปี 2017 ได้แนะเคล็ดลับการดูแลรูปร่าง พร้อมแนะนำท่าออกกำลังกายสำหรับฟิตหุ่นสวยแบบเร่งด่วนว่า &amp;ldquo;การที่คนเราจะดูแลรูปร่างของตัวเอง ต้องเริ่มจากการสร้างทัศนคติก่อน หากเรามีความตั้งใจว่าเราจะต้องมีหุ่นที่ดีให้ได้ เราก็จะมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังจะแต่งงานก็มักอยากจะดูดีที่สุดทั้งรูปร่างและผิวพรรณ เพราะวันแต่งงานเป็นหนึ่งวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งสำหรับท่าออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่ายๆ นั้นประกอบด้วย 5 ท่า และควรทำอย่างสม่ำเสมอในทุกวันควบคู่ไปกับการวิ่งเพื่อผลลัพธ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าเมาต์เทน คลามเบอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1. &amp;ldquo;ท่าเมาต์เทน คลามเบอร์&amp;rdquo; เริ่มจากเตรียมตัวให้พร้อมในท่าฟูลแพลงก์หรือท่าเตรียมวิดพื้น งอตัวเล็กน้อย แล้วออกวิ่งอยู่กับที่ โดยให้เอาเข่าเข้าหาหน้าอก เกร็งช่วงท้อง ทำท่านี้ประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าสควอท จัมพ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2. &amp;ldquo;ท่าสควอท จัมพ์&amp;rdquo; เริ่มที่ท่าสควอท โดยการยืนกางขาออกกว้างเท่ากับช่วงไหล่ ย่อตัวลง ยื่นก้นไปข้างหลัง ตามองตรงไปข้างหน้าและพยายามล็อกตัวให้ตรง จากนั้นกระโดดขึ้น และกลับมาท่าในท่าสควอทท่าเดิม ทำประมาณ 15-20 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าสควอทบวกกับท่ารีเวิร์ส ลันจ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3. &amp;ldquo;ท่าสควอทบวกกับท่ารีเวิร์ส ลันจ์&amp;rdquo; ท่านี้จะเน้นช่วงขา ก้น และสะโพก เริ่มจากทำท่าสควอทก่อน แล้วตามด้วยการถอยเท้าข้างหนึ่งไปด้านหลังและต้องตั้งลำตัวให้ตรง ถอยเท้าสลับข้างประมาณ 10 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าพุชอัพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4. &amp;ldquo;ท่าพุชอัพ&amp;rdquo; หรือท่าวิดพื้น เริ่มจากการวางมือให้ขนานกับหัวไหล่ ลำตัวต้องขนานตรง ก้นไม่โด่ง ท่านี้จะต้องเกร็งช่วงท้องเหมือนท่าแพลงก์ ค่อยๆ ย่อตัวลงให้ข้อศอกขนานกับลำตัว โดยย่อลงไปให้ได้มากที่สุด พยายามเกร็งแขนไว้แล้วดันตัวขึ้นทำประมาณ 10 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าไทรเซบ ดิพส์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;5. &amp;ldquo;ท่าไทรเซบ ดิพส์&amp;rdquo; คือท่าที่เน้นกล้ามเนื้อแขนด้านหลัง วางมือบนเก้าอี้ เตียงหรือฐานให้มั่นคง วางเท้ากับพื้น ตามองตรง เลื่อนตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย เกร็งแขนไว้ให้ก้นลอยอยู่ ย่อตัวลงต่ำพร้อมล็อกหลังให้ตรง ย่อตัวลงมาจนข้อศอกทำมุม 90 องศา แล้วออกแรงดันตัวกลับสู่ตำแหน่งเดิม พยายามให้ข้อศอกแนบอยู่ข้างลำตัว ทำท่านี้ทำประมาณ 10-20 ครั้ง&amp;rsquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10821</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ท่าพุชอัพ, ท่าสควอท จัมพ์, ท่าสควอทบวกกับท่ารีเวิร์ส ลันจ์, ท่าเมาต์เทน คลามเบอร์, ท่าไทรเซบ ดิพส์, สตรี, อลิตา ตันติวีรสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17d54a59dd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอลเลคชั่นจากเส้นใยธรรมชาติ  เพิ่มความนุ่มสบายคู่กับสดสวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกษาจนเข้าใจถึงความงามของสีและเส้นใยจากธรรมชาติ ก่อนใช้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นนานนับสิบปี ดึงจุดเด่นของธรรมชาติรอบตัว คือ ความเรียบง่าย มาเป็นแรงบันดาลใจใช้รังสรรค์งานในสไตล์ Minimal ผสานกับ Easy Casual แฝงด้วยกลิ่นอาย Modern Living จนกลายเป็น &amp;ldquo;DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018&amp;rdquo; คอลเลคชั่นเสื้อผ้าน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;DoiTung Lifestyle&amp;rdquo; ได้อย่างเรียบ เก๋ และน่ารัก โดย จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล และ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ สองดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย ตั้งใจทำร่วมกับดอยตุง เพื่อให้ผู้ชื่นชอบแฟชั่นได้สัมผัสกับความเบาสบายจากธรรมชาติและความงามของผ้าไทยได้ในทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคอลเลคชั่นนี้ &amp;ldquo;DoiTung Nature to Wear ได้รับการออกแบบให้เพิ่มคุณค่าในการสวมใส่ เพราะผ้าทอมือจากใยฝ้ายและลินิน รวมถึงผ้าทอมือใยกัญชงย้อมสีธรรมชาติดอยตุง ที่ทางจิรัฏฐ์และธีระนำมาใช้เป็นการคัดสีย้อมจากวัตถุดิบเหลือใช้และวัตถุดิบในพื้นที่ ได้แก่ เปลือกหัวหอม ถ่านแมคคาเดเมีย กากกาแฟ ชาน้ำมัน เพกา ครั่ง ไม้ฝาง คราม และหัวโป ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนใกล้ป่า ในพื้นที่ดอยตุง ยังเป็นการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นรวมถึงภูมิปัญญาไทย และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในแบบขยะเป็นศูนย์ หรือ Zero Waste ที่สำคัญลวดลายและรูปแบบที่ปรากฏบนเสื้อผ้า และ Accessory ในคอลเลคชั่น DoiTung Nature to Wear ยังเล่าขานเรื่องราวของชนเผ่าที่อยู่รอบพื้นที่ดอยตุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมสัมผัสแฟชั่นจากธรรมชาติผ่านมุมมองของจิรัฏฐ์และธีระ ในคอลเลคชั่น DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018 ได้แล้ววันนี้ ที่โซนไทย ไทย (Thai Thai) ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาชิดลม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2561 และที่ร้านดอยตุง ไลฟ์สไตล์ ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pg/DoiTungClub และ Line ID: @doitung_lifestyle.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9928</URL_LINK>
                <HASHTAG>DoiTung Lifestyle, DoiTung Nature to Wear, DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018, Easy Casual, Minimal, Modern Living, คุณภาพชีวิต, จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล, ธีระ ฉันทสวัสดิ์, สตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06bfb446a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสุขภาพทุกปี...ป้องกันมะเร็งรังไข่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ผนึกกำลังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยเงียบของมะเร็งรังไข่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ในบรรดามะเร็งนรีเวชทั่วโลก โดยจัดโครงการ &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;Whisper of Ovary &amp;ndash; เสียงกระซิบจากรังไข่&amp;rdquo; ซึ่งได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยานรีเวช และดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมรณรงค์ในโครงการ เพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงอันตรายของมะเร็งรังไข่ และช่วยกันสร้างเกราะป้องกันให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคร้ายนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์นายแพทย์จตุพล ศรีสมบูรณ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับประเทศไทย มะเร็งรังไข่เป็นโรคมะเร็งสตรีที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก จากสถิติในแต่ละปีจะมีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งรังไข่ประมาณ 2,700 คน หรือใน 100,000 คนจะมี 6 คนที่เป็นโรคนี้ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 2 (ร้อยละ 53) ในบรรดามะเร็งนรีเวชรองจากมะเร็งปากมดลูก (ร้อยละ 55)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาเหตุที่ผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งรังไข่สูง เนื่องจากในระยะแรกของโรคนี้จะไม่มีอาการบ่งบอกที่แน่ชัด แต่จะมีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่นๆ ที่รุนแรงน้อยกว่า เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องบวม ปวดอุ้งเชิงกราน กว่าคนไข้จะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะภายในอื่นๆ แล้ว จากสถิติพบว่าร้อยละ 64 ของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่จะตรวจพบมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว อีกทั้งมะเร็งรังไข่ยังไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน การส่งเสริมการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงภัยเงียบที่ไร้สัญญาณเตือนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทย โดยมุ่งหวังให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นศูนย์ชำนาญการด้านการศึกษาวิจัยและการรักษาโรคมะเร็งของประเทศไทย จึงผนึกกำลังจัดโครงการ Whisper of Ovary &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งรังไข่ และเชิญชวนให้ผู้หญิงไทยเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยภัยเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เกิดจากหลายๆ ปัจจัย อาทิ อายุ สภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันพบว่าความผิดปกติที่สืบทอดทางพันธุกรรมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากสถิติพบว่าผู้หญิงที่มีความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูงถึง 35-70% และ 10-30% ตามลำดับในขณะที่บุคคลทั่วไปมีความเสี่ยงเพียง 1-2%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจจับมะเร็งรังไข่ได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ อีกทั้งมะเร็งรังไข่ไม่มีอาการที่เฉพาะแน่นอน ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันเราสามารถตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA ในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจพบความผิดปกติของยีนนี้จะมีโอกาสที่บุคคลในครอบครัวและญาติใกล้ชิดมีความผิดปกติของยีนเช่นเดียวกัน เนื่องจากความผิดปกตินี้เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะเด่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การค้นพบความผิดปกติของยีน BRCA ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถคาดการณ์ เฝ้าระวัง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้ เช่นกรณีของนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง แองเจลีนา โจลี ที่ได้ตัดสินใจผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้างรวมทั้งมดลูกและท่อรังไข่ออก เนื่องจากมีประวัติทั้งยาย ป้า และแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และเมื่อตรวจสอบทางพันธุกรรมยังพบว่าตัวเองมียีนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่สูงถึง 87% และ 50% ตามลำดับ ขอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ หมั่นสำรวจร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพราะมะเร็งรังไข่ รู้ไว รักษาได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสานต่อพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้และด้อยโอกาสได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สร้างเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านการสมทบทุนชื่อบัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โครงการ &amp;ldquo;สานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส&amp;rdquo; ธนาคารไทยพาณิชย์ &amp;nbsp;เลขที่บัญชี 407-985846-8 หรือธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 229-4152-588 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร. 0-2576-6833-6.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9747</URL_LINK>
                <HASHTAG>Whisper of Ovary, คุณภาพชีวิต, ท้องบวม, ท้องอืด, ปวดท้อง, ปากมดลูก, มะเร็งรังไข่, มะเร็งเต้านม, ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์, สตรี, เสียงกระซิบจากรังไข่, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b040f54969f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมเสน่ห์-อวดความเซ็กซี่...กับแฟชั่นลายหนังสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การกลับมาของ PITCHANA แบรนด์เสื้อผ้าของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ มีคลาส และเปรี้ยวเซ็กซี่อย่างมีสไตล์ ในคอลเลคชั่น &amp;ldquo;Spring/Summer2018&amp;rdquo; เจนิส-พีชนา เอกชัย ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ PITCHANA ใช้ชื่อคอลเลคชั่นนี้ว่า &amp;ldquo;Queen of The Jungle&amp;rdquo; เสื้อผ้าเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งผสมผสานกับความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;Sheena (1984)&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เกิดในเมืองแต่ชีวิตพลิกผันให้กลายเป็นเด็กกำพร้าและต้องเข้าไปใช้ชีวิตยากลำบากในป่าเขตแดนแซมโบลี โดยเรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเสื้อผ้าสไตล์ Urban Chic และ Exotic Touch ตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ดีไซน์เน้นสรีระของผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจนิส พีชนา บอกว่า &amp;ldquo;คอลเลคชั่น &amp;ldquo;Queen of The Jungle&amp;rdquo; มีส่วนผสมของสไตล์โมเดิร์นแต่ยังมีกลิ่นอายของธรรมชาติ โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านเสื้อผ้าสตรี 6 เซตที่ตอบโจทย์สไตล์ของหญิงสาวเวิร์กกิ้งวูแมนแห่งยุค Millennial ที่มีไลฟ์ไตล์ไม่หยุดนิ่ง เซตแรกเริ่มต้นด้วยคีย์ &amp;ldquo;ลุคส์ลายเสือ&amp;rdquo; เพิ่มความร้อนแรงให้กับซัมเมอร์ด้วยชุดว่ายน้ำลายเสือผ้ากำมะหยี่ พร้อมเสื้อคลุมชีฟองลายเสือ เหมาะกับการไปอวดหุ่นเพรียวที่ริมทะเลฤดูร้อน ต่อมาเป็น &amp;ldquo;เสื้อชีฟองลายเสือ&amp;rdquo; แมตช์กับกระโปรงหนังสั้น ให้ลุคส์ที่เปรี้ยวเท่แบบสาวพีชนาและดูสะดุดตา สำหรับ Business woman สูทลายเสือและกางเกงขาม้า ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ตัดเย็บด้วยคัตติ้งที่เฉียบคมแฝงไปด้วยความทรงพลังและความเย้ายวน สามารถใส่ไปทำงานหรือประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เซตต่อมาคือคีย์ลุคส์ที่ใช้ &amp;ldquo;ผ้ายืด Metallic&amp;rdquo; ตัดเย็บเป็นหลัก โดยได้ใช้เทคนิคการจับเย็บรูดผ้าด้านข้างลำตัว (Ruched) ให้มีดีไซน์รัดรูปเน้นทรวดทรงของผู้หญิง เมื่อผ้ากระทบกับแสงไฟจะเกิดประกายระยิบระยับน่าค้นหา ตามมาด้วยคีย์ &amp;ldquo;ลุคส์ผ้าลูกไม้&amp;rdquo; เหมาะสำหรับสาวหวาน ใส่ไปออกเดต หรือจะใส่ไปงานปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนก็ดูดีเช่นกัน จัมพ์สูทเกาะอกลูกไม้ที่มีให้เลือกทั้งขาวและดำ ส่วนงานแต่งงานนั้นสาวๆ จะได้พบกับ &amp;ldquo;ชุดราตรีคอถ่วงเดรป&amp;rdquo; ผ้าซิลค์ซาตินฝรั่งเศส มีให้เลือกหลายสีในกลุ่มโทนพาสเทล พร้อมสายเดี่ยวเพรชที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับชุด สุดท้ายชุดราตรีกำมะหยี่...ใครสนใจก็ไปได้ ที่ ThaiThaiZone, 2nd Floor of Central Chidlom Department Store หรือเข้าไปดูที่ www.pitchana.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9412</URL_LINK>
                <HASHTAG>Exotic Touch, Millennial, PITCHANA, Queen of The Jungle, Spring/Summer2018, Urban Chic, www.pitchana.com, คุณภาพชีวิต, สตรี, เจนิส-พีชนา เอกชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd7ed090b43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
